[แบกเป้เที่ยว] กาญจนบุรี 2วัน1คืน ด้วยเงิน 1420 บาท ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ รีวิวโดย VV.Slurpee

แบกเป้เที่ยวคนเดียวก็ได้ เ ห นื่ อ ย เ พ ลี ย จากการทำวิจัยและ ห นี เ รื่ อ ง ร า ว วุ่ น ว า ย ใ จ ฉั น จึ ง อ อ ก เ ดิ น ท า ง ครั้งนี้เราตัดสินใจเก็บกระเป๋าสะพายเป้ออกเดินไปที่ ก า ญ จ น บุ รี ออกเดินทางแต่เช้าไปที่อรุสาวรีย์ชัยฯ ตอน06.30 น.เพื่อนั่งรถฝ่าดงรถติดไปที่กาญฯ ค่ารถ

[แบกเป้เที่ยว] กาญจนบุรี 2วัน1คืน ด้วยเงิน 1420 บาท ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ

[แบกเป้เที่ยว] กาญจนบุรี 2วัน1คืน ด้วยเงิน 1420 บาท ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ


แบกเป้เที่ยวคนเดียวก็ได้

เ ห นื่ อ ย เ พ ลี ย จากการทำวิจัยและ ห นี เ รื่ อ ง ร า ว วุ่ น ว า ย ใ จ ฉั น จึ ง อ อ ก เ ดิ น ท า ง

ครั้งนี้เราตัดสินใจเก็บกระเป๋าสะพายเป้ออกเดินไปที่ ก า ญ จ น บุ รี


ออกเดินทางแต่เช้าไปที่อรุสาวรีย์ชัยฯ ตอน06.30 น.เพื่อนั่งรถฝ่าดงรถติดไปที่กาญฯ ค่ารถ120บาท

พอถึงที่บขส.กาญจนบุรีประมาณ09.30 เรามุ่งตรงไปที่ รถบัสสาย 8170 กายจนบุรี – เอราวัณ

บัสหวานเย็น นั่งกินลมชมวิวตลอดทาง แบบช้าๆชิวๆ (แต่ที่นั่งแคบมาก สูง160หัวเข่ายังชนเบาะหน้า แบบว่าปวดขามากค่ะ)

บนรถรอบที่เราไปมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ8-9 ที่เหลือเป็นชาวบ้าน รถวิ่งประมาณ1.30ชม. ก็ถึงที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ รถจะเข้าไปจอดในอุทยานฯเลยค่ะ พอลงรถก็ไปหากินข้าวเติมพลังกันก่อน ด้านในไม่มีของขายนะคะ


ที่นี่จะมีน้ำตกทั้งหมด 7 ชั้น วันที่เราไปคนค่อนข้างเยอะหามุมสวยๆค่อยข้างยากเลยได้รูปมานิดเดียว


ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง ฝรั่งเยอะมากกกก ก็ถ่ายรูป เล่นน้ำ เดินขึ้นน้ำตก นั่งพักผ่อนอะไรก็ว่าไป สักพักพอดื่มด่ำบรรยากาศ ซึบซับพลังธรรมชาติเราก็เดินกลับมารอขึ้นรถที่เดิม รถจะออกจากอุทยานฯรอบสุดท้าย 16.30น.


ขากลับในรถเต็มไปด้วยฝรั่ง .... มีเรากับคนขับรถที่เป็นคนไทย 55555 ได้เพื่อนต่างชาติมาคนนึงค่ะนั่งข้างๆ ถ้าถามว่าเค้าเอาขาไว้ยังไง?? 555 ขยับตัวตลอดทางค่ะ แอบสงสารนิดนึงแต่ก็สงสารตัวเองเช่นกัน เค้าเป็นชาวแคนนาดาbackpack มากับเพื่อน2 คนมากรุงเทพ แล้วนั่งรถตู้มาที่กาญฯ (เหมือนเราเลย)คุยไปสักพักก็ต่างคนต่างหลับค่ะ เพลียแดด เหนื่อยมาก ปวดขาด้วย


ขากลับรถวิ่งกลับทางเดิมค่ะสิ้นสุดที่บขส.เหมือนเดิม แต่เราลงตรงแยกสะพานข้ามแม่น้ำแควค่ะ แล้วเดินเข้าประมาณ 500ม. ก็ถึงสถานีรถไฟแควใหญ่ ก็สะพานข้ามแม่น้ำแควนั่นแหละค่ะ เราก็นั่งถ่ายรูป นั่งรับลมอยู่สักพัก เริ่มง่วง ก็เลยเดินไปที่พัก

เราจองผ่านเว็บค่ะ ที่พักเป็นแพรริมน้ำแควคืนละ500บาท จากสะพานมา500เมตรถึงที่พัก เช็คอินเข้าห้องพักสั่งข้าวมากิน เรามันสายฮาร์ดคอก็เลยสั่งเบียมา2 ขวด นั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ริมน้ำแคว สุดจะฟิน สมองโปร่ง โล่งสบาย อาบน้ำนอน เตรียมเดินทางวันต่อไป


ตื่นเช้ามา 07.00น. อากาศดีมากกกกก สายลมเย็นๆ เสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล มีหมองบาง


เฮ้ย!!! มันคือดีอ่ะแก สูดอากาศให้เต็มปอด อาบน้ำเตรียมตัวเดินทาง

พอเก็บของเช็คเอ้าท์เรียบร้อย ก็เดินออกมาจากที่พัก เดินย้อนกลับมาที่สะพาน แต่ก่อนถึงสะพานจะเจออนุสาวรีย์สงครามที่ก่อตั้งโดยชาวญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อไว้อาลัยแด่ดวงวิญญาณเหล่าทหารสัมพันธมิตรและผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เสียชีวิตในการก่อสร้างทางรถไปเชื่องระหว่างไทยกับพม่า


เดินต่อมาอีกนิดนึงก็จะเป็นหอศิลป์และ พิพิธภัณฑ์สงคราม เสียค่าเข้าชม 40 บาท ด้านในจะจัดแสดงพวกของที่ใช้และผ่านการใช้จริงในยุคสงครามโลกจะมีพวก รถ ปีนชนิดต่างๆเยอะมาก ชุดของทหาร หม้อถัง กะละมัง ไห ระเบิด เครื่องบิน ภาพถ่ายสมัยสงคราม หีบศพ มีโครงกระดูกด้วย ยิ่งเดินดูยิ่งกลัว (กลัวไปเอง) เพราะเราเข้าไปเป็นคนแรกของพิพิธภัณฑ์ ตรงนี้ขอไม่ลงรูปนะคะ สกิลการถ่ายภาพแย่มาก 55555


พอออกมาจากพิพิธภัณฑ์ก็ไปกินข้าว ร้านแถวสะพานนั่นแหละ พอเสร็จก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ รอเวลารับตั๋วรถไฟฟรี (คนไทยแสดงบัตร ปชช. รับตั๋วฟรี ชาวต่างชาติเสีย100บาท) และรอรถไฟมาประมาณ 10.45 น. เรานั่งไปลงที่สถานีถ้ำกระแซ


ระหว่างรอก็เดินไปซื้อPostcard เขียนส่งหาตัวเองไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็ส่งให้เพื่อนใบนึง แล้วก็มานั่งรอรถไฟ ระหว่างรอก็ได้เพื่อนต่างชาติมาอีกคนนึง เป็นผู้หญิงชาวรัสเซีย มาคนเดียว มานั่งใกล้ๆแล้วก็ชวนเราคุย แล้วถามว่าเมื้อกี้เราไปทำอะไรที่ร้านนั้น (ร้านที่เราซื้อPostcard) นางเลยไปซื้อแล้วก็เขียนส่งให้ตัวเองกับเพื่อนที่รัสเซีย นางน่ารัก จริงๆก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก 55555


จากการถามแม่ค้าที่ร้านของของที่ระลึก น้าแกบอกว่า ต้องนั่งท้ายขบวน นั่งฝั่งซ้าย ถึงจะได้มุมถ่ายภาพที่สวย พอรถไฟมาก็ขึ้นจับจองที่นั่งเลยค่ะ พอขึ้นไปปรากฏว่า เต็มค่ะ ยืนซิคะจะรอไรล่ะ บนรถไฟก็มีแต่ฝรั่งเหมือนเดิมค่ะ เจอคนที่น้ำตกด้วยได้แต่ยืนยิ้มให้กันไกลๆ ไม่ได้ทักทายอะไร คนเยอะค่ะ ยืนไปหาที่จับด้วยนะ รถไปชักกะตุกตลอดทาง 5555 ยืนไปเป็นชั่วโมง ทั้งเมื่อย ทั้งฝุ่น บันเทิงใจมากค่ะ แต่วิวข้างทางดีนะ เราชอบ

11.55 ถึงสถานีถ้ำกระแซ ลงซิคะแล้ว ก็เดินถ่ายรูปค่ะที่ชื่อสถานีถ้ำกระแซเพราะว่าตรงนั้นจะมีถ้าอยู่ติดกับทางรถไปเลยค่ะ เข้าไปกราบไว้กันเรียบร้อย ก็มากินขนมปังกับชามะนาวเติมความสดชื่นแล้วนั่งรอรถไฟกลับไปที่สถานีแควใหญ่ตอน 12.40น.


ขากลับเราได้นั่งนะคะ สบายๆชิวๆ ลมตีหน้า ผมนี่ทั้งเหนียว หน้าเต็มไปด้วยฝุ่น พอถึงก็เข้าห้องน้ำล้างหน้าทาแป้ง ทาครีม นั่งวินต่อไปที่ บขส. 40บาท เพื่อขึ้นรถตู้กลับกรุงเทพ ค่ารถ120 เหมือนเดิมค่ะ รอรถ5 นาที ขึ้นรถแล้วหลับยาวเลยค่ะจบไปอีกหนึ่งบันทึกการเดินทางกลับสู่จุดเริ่มต้นอนุสาวรีย์ชัยฯ สบายแฮ .........


ขอบคุณการเดินทาง ของคุณประสบการณ์ ขอบคุณมิตรภาพ ขอบคุณกาญจนบุรี

เราชอบทุกบรรยากาศ ชอบทุกความรู้สึกของการเดินทาง

มี ค ว า ม สุ ข แ ล ะ หั ว ใ จ เ ต้ น แ ร ง ทุ ก ค รั้ ง ที่ พ บ เ จ อ ส ถ า น ที่ ใ ห ม่ ๆ

ปล. ตอนรอรถตู้กลับกรุงเทพ เจอฝรั่งคนนั้นที่บขส.ด้วย นางแอบโอบไหล่ทักทายกันเล็กน้อยถึงปานกลาง(เอ๊ะยังไง)

ทักทายแยกย้ายกันขึ้นรถตู้กลับ เขาไปลงที่ข้าวสารค่ะ


สรุปค่าใช้จ่าย

ค่ารถอนุสาวรีย์ชัย – กาญจนบุรี ไป-กลับ 240 บาท

ค่ารถไป-กลับ น้ำตกเอราวัณ 100 บาท

ค่าเข้าอุทยาน 100 บาท

ค่าที่พัก 500 บาท

ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 40 บาท

ค่าวินมอไซร์ 40 บาท

ค่ากินจิปาถะ 400 บาท

รวม 1420 บาท


**ผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ กระทู้รีวิวเที่ยว กระทู้แรกค่ะ **

ความคิดเห็น