แบกกล้องไปท่องโลก EP.02 ชมฝูงปลาวาฬบรูด้ายักษ์ [อยากเห็นปลาวาฬตัวเป็นๆ ใกล้กรุงเทพแค่นี่เอง] รีวิวโดย Arnuphap Yaiphimai

เวลาที่นึกถึงปลาวาฬ เราก็เห็นภาพของยักษ์ใหญ่ในท้องมหาสมุทรน้ำลึก หลายๆ ครั้งที่เราเห็นคลิปการเจอปลาวาฬด้วยความบังเอิญแบบไกลๆ แล้วก็ว่ายหายจากไป วาฬเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเราอยากจะเห็นก็ไปหาดูตามสวนสัตว์ ด้วยขนาดที่ใหญ่มหึมา พบเจอได้เฉพาะน้ำลึก นั่นทำให้ผมคิดว่า ชาตินี้ผมไม่ได้เห็นหรอก นอกจากเสียตังค์ไปลงเ

แบกกล้องไปท่องโลก EP.02 ชมฝูงปลาวาฬบรูด้ายักษ์ [อยากเห็นปลาวาฬตัวเป็นๆ ใกล้กรุงเทพแค่นี่เอง]

แบกกล้องไปท่องโลก EP.02 ชมฝูงปลาวาฬบรูด้ายักษ์ [อยากเห็นปลาวาฬตัวเป็นๆ ใกล้กรุงเทพแค่นี่เอง]

 วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 10.48 น.

 วันที่เดินทาง 1 พ.ค. 2562

เวลาที่นึกถึงปลาวาฬ เราก็เห็นภาพของยักษ์ใหญ่ในท้องมหาสมุทรน้ำลึก หลายๆ ครั้งที่เราเห็นคลิปการเจอปลาวาฬด้วยความบังเอิญแบบไกลๆ แล้วก็ว่ายหายจากไป วาฬเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเราอยากจะเห็นก็ไปหาดูตามสวนสัตว์ ด้วยขนาดที่ใหญ่มหึมา พบเจอได้เฉพาะน้ำลึก นั่นทำให้ผมคิดว่า ชาตินี้ผมไม่ได้เห็นหรอก นอกจากเสียตังค์ไปลงเรือราคาแพงๆ แต่วันดีคืนดีมีพี่ที่รู้จักกันท่านหนึ่งได้ชวนผมไปร่วมทริปล่องเรือชมปลาวาฬ ด้วยราคาไม่ถึง 2 พันบาท พอถามว่า "ไปไกลไหมพี่ ?" พี่เขาตอบว่า "สมุทรสาคร" พอได้คำตอบอย่างนั้นผมไม่ลังเลใจที่จะตอบตกลง แล้วมานั่งคิดในใจว่า "นี่เราจะได้เห็นวาฬ ตัวเป็นๆ จริงๆ หรอ ? แล้วสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจะออกมาให้เห็นจริงๆ หรอ ?"



กราบสวัสดีสมาชิกทุกท่านอย่างเป็นทางการ กระทู้นี้ผมจะพาทุกท่านไปผจญภัยล่องเรือชมวาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่แห่งทะเลอ่าวไทย หลังจากตกลงร่วมทัวร์แล้วผมก็ได้ไปลองหาเนื้อหาเกี่ยวกับวาฬชนิดนี้ จากข้อมูลทั้งหมด สรุปสั้นๆ ได้ดังนี้



- วาฬบรูด้าพบกระจายพันธุ์ในท้องทะเลเขตอบอุ่นทั่วโลก

- ในประเทศไทยพบอาศัยอยู่ในอ่าวไทย

- เมื่อโตเต็มที่ลำตัวจะยาว 14-15.5 เมตร หนัก 20-25 ตัน

- ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 พบฝูงวาฬบรูด้าประมาณ 40 ตัว อยู่ใกล้พื้นที่กรุงเทพมหานครมากที่สุด โดยพบหาอาหารกินที่ทะเลบางขุนเทียน และจากการเฝ้าศึกษาพบว่าเป็นสัตว์ประจำถิ่นของอ่าวไทยด้วย (ปัจจุบันทราบมาว่าเกิน 50 ตัวไปแล้วนะครับ เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง)

- ขนาดของวาฬบรูด้าเมื่อเทียบกับมนุษย์ (รูปด้านล่าง)

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก WIKIPEDIA ท่านใดอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากลิงค์ด้านล่างเลยครับ

https://th.wikipedia.org/wiki/วาฬบรูด้า



พูดเรื่องข้อมูลไปเยอะ ไหนหล่ะวาฬ !! จะได้ดูมั้ย ? (บ่นแทนสมาชิก )

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอพาทุกท่านไปชมความยิ่งใหญ่ของวาฬบรูด้ายักษ์แห่งท้องทะเล อ่าวไทย หากท่านใด อยากเห็นเป็นวีดีโอ สามารรับชมได้จากด้านล่างนี้เลยครับ



เริ่มออกเดินทางออกจากท่าเรือจังหวัดสมุทรสาคร เวลาประมาณ 8 โมงด้วยเรือลำไม่ใหญ่มาก พร้อมสมาชิกทัวร์ทั้งหมด 13 ท่านที่หวังว่าเราจะได้เห็นวาฬใกล้ๆ สมใจอยาก ท่ามกลางบรรยากาศฝนที่ปรอยปรายลงมา เป็นวันฟ้าปิดที่ทุกคนกลัวว่าต้องหลบตัวในท้องเรือมากกว่าจะได้เห็นวาฬ แต่โชคดีที่เมฆฝนมีไม่ได้หนามาก



อาวุธหนักของพี่จิรายุ ไกด์ประจำเรือเรา



หลังจากออกจากท่าเรือได้สักพักช่วงเวลาประมาณ 10:00 ก็มีฝูงนก (นกนางนวลมั้งครับ) บินเล่นน้ำโฉบไปโฉบมาตามหลังเรือเรา ได้ภาพสวยๆ มาเพียบเลย



ช่วงเวลานั้นไกด์ของเราได้ปรึกษากับกัปตันแล้วเดินมาบอกลูกทัวร์ว่า "เรือลำที่ออกไปก่อนเราเจอแล้วนะ เดี๋ยวเราจะตามไป" พอผมได้ยินอย่างนั้นยิ่งตื่นเต้นไปอีก แล้วก็คิดไว้ในใจว่า ไม่เสียเที่ยวละ



เวลาประมาณ 11:00 ไกด์เดินปรี่ไปที่หน้าเรือพร้อมกล้องส่องทางไกลส่องไปที่เรือลำข้างหน้า ทุกคนที่กำลังสอดส่ายสายตาบ้าง นั่งเล่นบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง(มีสัญญาณนะครับ แม้อยู่ในอ่าวไทย ฮ่าๆ) รีบหันไปทิศทางเดียวกับไกด์ ทุกคนเห็นเรือลำเล็กๆ อยู่ไกลๆ แล้วก็มีน้ำพุ่งขึ้นมาอย่างแรงเหมือนท่อน้ำดับเพลิง เสียงดัง ซู่ววว~ !!! ตามด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดบนเรือลำนั้น ผมนี่ขนลุกเลยครับ !! วาฬจริงๆ ด้วย นี่ของจริง นี่ไม่ใช่ในทีวี !!



ทันใดนั้นพี่ไกด์เราก็หันมาบอกกัปตันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า "ตามเลยครับ ตามเลย" ผมสังเกตุเห็นวาฬดำๆ ผุดๆ อยู่หน้าเรือได้ครั้งสองครั้งแล้วก็ดำหายไป ทุกอย่างเงียบสงบ แล้วพี่ไกด์ก็บอกว่า "เตรียมตัวครับ หน้าเรือ 13 นาฬิกา กล้องพร้อมครับ ขึ้นแล้วครับ !!! " สิ้นสุดคำว่าขึ้นแล้วก็เห็นหัวปลาวาฬโผล่ขึ้นมาหน้าเรืออย่างจัง !! หัวของมันเรียบผิวน้ำ ตามด้วยจมูก ตามด้วยการพ่นน้ำ แล้วจบด้วบครีบหลัง ก่อนจะดำลงไป



พี่ไกด์บอกว่า "ยังอยู่ครับๆ ขึ้นแล้วครับ" แล้ววาฬก็โผล่ขึ้นมาพ่นน้ำ อย่างกับเตี๊ยมไว้กับพี่ไกด์เป็นอย่างดี



ลักษณะของวาฬคือผุดๆ โผล่ๆ แล้วก็ดำน้ำลงไปสัก 5-10 นาทีแล้วก็ขึ้นมาหายใจใหม่ ทุกครั้งที่กำลังไปจะทิ้งการกระเพื่อมของน้ำเป็นวงกลมใหญ่ๆ เรียบๆ แทรกขึ้นมาระหว่างคลื่นทะเล เป็น Footprint ทำให้เราสามารถติดตามชมวาฬ และพฤติกรรมของมันได้ตลอดทั้งวัน ส่วนมากจะว่ายกันไปเป็นคู่ มีแค่ตัว สองตัว ที่จะว่ายอยู่ลำพังตัวเดียว



สิ่งหนึ่งที่ติดขึ้นมาบนเรือแบบไม่คาดคิดคือแมวครับ แมวเหมียวๆ นี่แหล่ะ ร้องทั้งทริปเหมือนเป็นสัญญาณเรดาร์ประมาณว่า "เจอปลาวาฬแล้วนะ พวกมนุษย์"



จริงๆ แล้ววาฬทุกตัวที่ถูกค้นพบในประเทศไทย จะมีชื่ออยู่ เช่น แม่กันยากับเจ้าปิ่น(แม่ลูกกัน) เอกน้อย ศรีสุข ฯลฯ ซึ่งสามารถแยกแยะได้ตามลักษณะตำหนิต่างๆ อย่างเจ้าศรีสุข จะไม่มีครีบหลัง หรือลายด่างบนตัวที่ไม่เหมือนกัน



ส่วนที่มาของชื่อขึ้นอยู่กับคนที่ค้นพบว่าจะตั้งชื่อว่าอะไร บางตัวอย่างเจ้าเอกน้อย มาจากบุคคลชื่อดังในวงการการเมืองบ้านเรา ที่ตั้งชื่อนี้เพราะอยากให้มีชื่อปลาวาฬเหมือนกับชื่อของตัวเอง ประเทศอื่นไม่มีแต่ประเทศเรามีจริงๆ



ช่วงบ่ายๆ หลังอาหารมื้อเที่ยงเจ้าศรีสุขก็มามุดๆ อยู่ใต้เรือแล้วโผล่ขึ้นมาขนาบข้างๆ เรือสร้างเสียงฮือฮาให้สมาชิกทัวร์ได้เห็บภาพความทรงจำอันน่าประทับใจ ซึ่งผมเองก็โชคดีได้เก็บภาพวินาทีนั้นมาฝากสมาชิกด้วย



เรื่องราวของเจ้าศรีสุขนี้เอง ถูกเขียนไว้โดยพี่จิรายุไกด์ของเรา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากลิงค์ด้านล่างนี้ ในบทความสั้นๆ ชื่อว่า "วาฬเวลา"

https://www.facebook.com/wildencounterthailand/posts/2210175689221719



เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมาก ตั้งแต่ 11:00 ถึงเวลาประมาณ 14:00 ก่อนที่ไกด์จะพาเรากลับขึ้นฝั่ง ถึงแม้ทัวร์ของเราจะแค่พาแล่นเรือชมวาฬที่ผิวน้ำ แต่ก็เป็นเวลาร่วม 3 ชั่วโมงที่เต็มไปด้วยความสนุกและ ตื่นเต้นกับการหันซ้ายหัวขวา ตามถ่ายรูปวาฬยักษ์เหล่านี้



ก่อนกลับมีว่ายมาส่งด้วย



ผมไม่แปลกใจเลยทำไมพวกนักอนุรักษ์ต่างๆ ถึงเสียใจทุกครั้งเวลาที่เห็นสัตว์พวกนั้นตาย จนได้มาเห็นกับตัว สำหรับพวกเขาแล้วการเฝ้าดูพฤติกรรม การศึกษาเก็บข้อมูล มันเกิดขึ้นเป็นความผูกพันธ์เป็นเวลาหลายปี เราได้เห็นหลายๆ จังหว่ะที่วาฬยักษ์ขึ้นมาทักทายใกล้ๆ เรือ เหมือนกับพวกเขาได้เล่นกับสัตว์เลี้ยงอย่างกับเราเล่นกับสุนัข เล่นกับแมวเรายังไงอย่างงั้นแหล่ะครับ การจากไปของแต่ละชีวิตก็เหมือนการจากไปของสัตว์เลี้ยงที่เราผูกพันธ์เช่นกัน



ระหว่างทริปเราได้เห็นภาพน่าสลดใจคือ ขยะจากบนฝั่งที่ลอยลงไปกลางทะเลบริเวณกระแสน้ำประทะกัน เป็นเส้นยาวไกลสุดลูกหูลูกตา แล้ววาฬยักษ์ก็ว่ายวนอยู่แถวนั้น ไม่อยากถึงภาพเลยว่าถ้าวาฬตัวไหนเผลอกินขยะพวกนั้นเข้าไปโดยบังเอิญจะเกิดอะไรขึ้น เป็นภาพที่เจ็บปวดมากในตอนนั้นเพราะสิ่งที่เราได้ก็คือมองดูเฉยๆ หากจะแก้ ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุหวังว่า ผมอยากให้กระทู้นี้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดัน และเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความจริงที่หลายท่านไม่เคยเห็นเกี่ยวกับการทิ้งขยะลงแม่น้ำหรือทะเล เพื่ออีกหลายมวลชีวิตในทะเลอันกว้างใหญ่ในอ่าวไทยของเรา ให้ได้มีเรื่องเล่าสู่ลูกหลายสืบต่อไป



เป็นทริปที่เหนื่อย และสนุกมากๆ ผมได้เห็นสัตว์ยักษ์นี้ตัวเป็นๆ ซักที

หลังจากพี่ไกด์เราบอกว่าเดี๋ยวเราจะเดินทางกลับผมก็หลับยาวเลยครับ ตื่นมาอีกทีประมาณ 16:00 ก็ใกล้ถึงฝั่งแล้ว แสงแดดยามเย็นสีส้มอมทองสาดส่องเข้าชายฝั่ง ก็อดใจไม่ได้ที่จะเก็บบรรยากาศสวยๆ มาฝากทิ้งท้ายกระทู้






ก่อนจากกันไป หากใครชอบผลงาน สามารถติดตามกระทู้ต่างๆ ที่ผมเคยเขียนไว้ทั้งหมด ด้านล่างนี้ครับ




ช่องติดตามผลงานเพิ่มเติม



Youtube

https://www.youtube.com/user/engineerbuu



Facebook

www.facebook.com/AYFOTOGRAPHY/



Instagram

https://www.instagram.com/arnuphap_y/?hl=th



ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ทนอ่านจนจบ และพบกันใหม่กระทู้ต่อไป (เร็วๆ นี้) แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ


ความคิดเห็น