แบกกล้องไปท่องโลก [EP.11] “เขาหลวงสุโขทัย” เด็กเดินได้ ผู้ใหญ่เจ็บเข่า 😫 รีวิวโดย Arnuphap Yaiphimai

แบกกล้องไปท่องโลก EP. นี้จะพาทุกคนไปพิสูจน์เส้นทางเดินป่าที่เขาหลวง สุโขทัย ซึ่ง EP. นี้ตั้งแต่แรกเริ่มตอนจองทริปไปเที่ยวไม่คิดไว้ว่าจะทำรีวิวขึ้นมา เพราะใครๆ ก็บอกว่าที่นี่เป็นสภานที่เดินป่าที่ "ชันมากๆ แทบตะกายพื้นขึ้น" แต่เอ้า ! แล้วทำไมได้ไปหล่ะ ? เหตุผลมันตลกมากครับ คือด้วยความที่ปีใหม่ก่อ

แบกกล้องไปท่องโลก [EP.11] “เขาหลวงสุโขทัย” เด็กเดินได้ ผู้ใหญ่เจ็บเข่า 😫

แบกกล้องไปท่องโลก [EP.11] “เขาหลวงสุโขทัย” เด็กเดินได้ ผู้ใหญ่เจ็บเข่า 😫

 วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เวลา 09.46 น.

 วันที่เดินทาง 25 ธ.ค. 2564

แบกกล้องไปท่องโลก EP. นี้จะพาทุกคนไปพิสูจน์เส้นทางเดินป่าที่เขาหลวง สุโขทัย ซึ่ง EP. นี้ตั้งแต่แรกเริ่มตอนจองทริปไปเที่ยวไม่คิดไว้ว่าจะทำรีวิวขึ้นมา เพราะใครๆ ก็บอกว่าที่นี่เป็นสภานที่เดินป่าที่ "ชันมากๆ แทบตะกายพื้นขึ้น" แต่เอ้า ! แล้วทำไมได้ไปหล่ะ ?

เหตุผลมันตลกมากครับ คือด้วยความที่ปีใหม่ก่อนกลับบ้านช่วงหยุดยาวผมอยากไปหาที่เดินป่าสักที่ พอไล่ๆ สถานที่ไปเรื่อยๆ ก็มาเจอที่นี่พอดี เลยบอกตัวเองว่าเอาวะ ! ไปพิสูจน์ตัวเองสักหน่อย อย่างน้อยได้เที่ยวแหล่ะ :D 

ระหว่างการเเดินทางไปที่เขาหลวง เต็มไปด้วยความกังวล ถ้ามันโหดถึงขั้นที่ใครๆ เล่ากันไว้ก็กลัวว่า ตัวเองจะขึ้นไม่ไหว บวกกับข้าวว่าลูกหาบไม่พอในช่วงก่อนหน้านั้น (ปกติผมเน้นเดินตัวปลิว ฮ่าๆ) เลยทำให้ผมไม่เอากล้อง  Action cameara ไปด้วย เพราะคิดว่าเดินให้รอดก็พอ แต่พอนัดคิวลูกหาบก็ปรากฎว่าลูกหาบเหลือเยอะเลย สุดท้ายก็เลยเดินตัวปลิว ถึงได้หยิบมือถือมาถ่ายวีดีโอแทน รูปในรีวิวส่วนมากก็จะออกมาเป็นแนวตั้ง เพราะแคปมาจากวีดีโออีกทีนึง ส่วนเส้นทางจะโหดหินอย่างใครๆ เขาร่ำลือ มาอ่านเรื่องที่มผมจะเล่าไปพร้อมๆ กันเลยครับ 

หากท่านใดขี้เกียจอ่าน ผมได้ทำ Version VDO ตามลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ 

หลังจากจัดการเรื่องสัมภาระกับลูกหาบเสร็จแล้ว ผมเริ่มออกเดินประมาณ 8 โมง บรรยากาศช่วงคริสต์มาสก็หนาวอยู่นะ แต่ใส่แขนสั้นเดินนานๆ เหงื่อออกหน่อยๆ ก็สมดุลกันดีฮะ ฮ่าๆ พอเข้าผ่านป้ายเริ่มเส้นทางเดินก็จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยให้คำแนะนำเบื้องต้นโดยเฉพาะการก้าวเดินอย่างระมัดระวัง เพราะอาจเสี่ยงต่อการเป็นตะคริว ซึ่งผมก็ไม่เคยเดินป่าแล้วเป็นตะคริวนะ ก็เลยไม่ค่อยได้สนใจอะไร พอฟังจบก็เริ่มเดินทางกันโลดดดดดดดดดด

ตอนแรกก็เดินสบายๆ หน่อย ทางเรียบๆ เดินตามๆ กันไป แต่พอผ่านไปประมาณ 100 เมตร ก็เอ๊ะ !! มันชันแบบทารุณกรรมคนแก่มากเลยครับ ผมแหงนหน้ามองคนที่เดินอยู่ข้างบน ซึ่งเฉียงทำมุมอยู่ที่ 40-60 องศา คือแบบ... เอาแล้ววววว ของจริงมาแล้ววววววว 

ช่วงแรกๆ ก็เดินแบบค่อยๆ ก้าวไปเรื่อยๆ คิดว่าเหนื่อยค่อยพัก พอเดินมาจนขอพักแล่วหันกลับไปดู เอ้า  !! เดินขึ้นมานิดเดียว ฮ่าๆๆ แต่ก็ต้องสู่ต่อไป~ 

ส่วนนี่คือลูกหาบพลังช้าง น้องๆ เขาฟิตจริงๆ แทบจะขอให้ลากเราไปด้วย

พอผ่านมาได้ประมาณกิโลนึงก็จะมีที่ให้นั่งพักชมวิว บรรยากาศก็ดีครับ วิวโปร่งๆ สูงๆ แต่คนก็จะพักตรงนี้เยอะ บางช่วงอาจต้องต่อคิวนั่งพัก 

อันนี้สภาพมื้อเที่ยง (เหนียวไก่ พอไปถึงกลายเป็นไก่เหนียว ฮ่าๆ) ดันฝากของไว้หมดเลย เดินตัวปลิว 

น้ำเกือบหมดตั้งแต่กิโลแรกละครับ ดุจริง 



ระหว่างจุดพักจะมีป้ายตามจุดสำคัญต่างๆ ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบเดินชิลๆ ซึมซับบรรยากาศระหว่างทาง แต่สำหรับผมนะ ป้ายมีไว้บอกว่าใกล้ถึงรึยังแค่นั้นเลยครับ มันช่างทรมานเหลือเกินนนน

พอเดินมาได้ประมาณครั้งทางจะมีตาน้ำผุด ซึ่งถ้าอ่านจากป้ายเขาเขียนไว้ว่าเราสามารถดื่มได้ 

คือมันก็ดูมีคราบดำๆ เกาะอยู่ที่ท่อแหล่ะนะ ต้องพอลองดื่มก็ไม่มีกลิ่นอะไร เย็นชื่นใจ กรอกกลับไปเต็มขวด 

เป็นไงหล่ะ ที่เขาบอกว่าชันจนแทบตะกายพื้นขึ้น ตอนนั้นทำเป้นไม่เชื่อ ไงหล่ะ !!! 

บางช่วงก็มีราวให้เรายึดจับให้ได้เดินสะดวกหน่อย แต่คุณพระ... มันมีแบบนี้อยู่ประมาณ 10% ของระยะทางทั้งหมด

โชคดีหน่อย ช่วงที่ผมไปฝนไม่ตก ถ้าตกขึ้นมานี่เดินลำบากน่าดู 

ระหว่างทางอาจเจอสัตว์ป่า อาจต้องใช้ความระมัดระวังนิดนึง อย่างที่ผมเจอก็ตะขาบยักษ์ตัวนึง น้องน่าจะออกมาหากินมื้อเช้า เลยเดินสวนกัน 

ระหว่างที่เดินสวนกับคนที่ลงมาผมคอยถาตลอดทางว่า "ใกล้ถึงยังครับ" กับ "ทางเป็นยังไงบ้าง" ซึ่งคำตอบก็ไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่เลย ฮ่าๆ โดยเฉพาะเรื่องทาง ผมจะประโยคได้แม่นเลย เขาบอกว่า "พอเราข้ามเนินนี้ไป มันก็จะราบ แต่ก้าวไปได้แป๊บเดียว เอาก็จะ เอ๊ะ ! ทางราบหมดแล้วหรอ" 

 ระหว่างทางก้เดินลุ้นป้ายไปว่าที่เราบากบั่นเดินยกตัวจนเข่าแทบพัง มันมาไกลได้แค่ไหนแล้ว พอถึงช่วงท้ายก็เริ่มมีความหวัง เราจะเดินสบายขึ้น สนุกขึ้น ค่อยได้เก็บบรรยากาศระหว่างเดินหน่อย 

พอเห็นป้าย 200 เมตรสุดท้ายปั๊บ ไม่รู้แรงมันมาจากไหน เราคิดในใจว่ารีบๆ เดินให้มันถึงๆ ไป ขาไม่ไหวแล้ววววววววว

เดินมาสักพัก ด้วยแรงที่หมดแล้ว งอแงแล้ว แต่เห็นทางข้างหน้าถึงกับต้องผงะ~ โอ้ แม่เจ้าาาาาาา มันเหลืออีกเนินนึง !! ซึ่งดูชันที่สุด แล้วสูงที่สุดจะตลอดระยะเส้นทางที่เจอมา 

ได้แต่ปลอบตัวเองว่า เอาหน่ะ !! เดินมาถึงตรงนี้แล้ว อีกฮึ๊บเดียว เอาให้สุด !!! 

และ... ผมคิดผิด ที่มาฮึ๊บตรงนี้ อันนี้ต้องระวังสำหรับใครที่ยังไม่เคยขึ้นนะครับ ให้ค่อยๆ เดิน เพราะช่วงตรงนี้ชันมากบวกกับการอยากรีบถึงไวๆ ทำให้เราเร่งจังหว่ะอย่างกระทันหัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตะคริวกินจ้าาาา ทั้งท่อนบนท่อนล่าง ไปหมดทั้งขา 

ผมต้องนั่งพักอยู่ประมาณ 15 นาที เพราะขยับยังไงกล้ามเนื้อก็จ้องจะเกร็งตลอด แล้วก็มองดูผู้คนเดินขึ้นไปยังจุดหมายทีละคน ที ละ คน ~ 

เห็นจุดชมวิวด้วยสิ แต่ไม่มีอารมณ์ยืนชมวิวเลย เหนื่อยฮ่าๆ 

การเป็นตะคริวขณะเดินป่าเป็นอะไรที่นรกมากสำหรับผม เพราะเป็นครั้งแล้ว มันจะตามมาแบบถี่ๆ ซึ่งก็ส่งผลต่อการเดินเที่ยวต่อหลังจากเราจัดการเรื่องที่พักเรียบร้อยแล้ว (อันนี้เดี๋ยวมาต่อ) ซึ่งภายหลังก็มีเพื่อนๆ ที่เดินป่ามาเล่าให้ฟังว่าเนินสุดท้ายถูกขนานนามว่า "เนินตะคริว" ซึ่งก็ตั้งชื่อกันเองจากที่ว่าคนชอบดันตัวเองขึ้นแบบไม่ระวังเพราะคิดว่าอยากถึงไวๆ ทำให้ตรงนี้คนเป็นตะคริวเยอะมาก ฮ่าๆ 

และในที่สุดก็เดินขึ้นมาถึงบริเวณค่ายพักแรม มีป้ายให้กำลังใจแด่ผู้พิชิตทั้งหลายที่มาต่อคิวถ่ายรูปด้วยสายตาที่อ่อนล้า และร่างกายอันอ่อนแรง 

ผมเริ่มออกเดินกันประมาณ 08.00 น. มาถึงค่ายพักแรมก็ราวๆ 11.30 น. ข้างบนนี้จะมีเครื่องดื่มและข้าวไข่เจียวขาย แต่ต้องบอกก่อนว่าวัตถุดิบเขาต้องแบกขึ้นมา ราคาก็จะสูงกว่าปกติหน่อย แต่ก็รับได้ครับ เหนื่อยๆ มา ได้ไข่เจียวร้อนๆ กรอบๆ นี่ฟินมากกกก 

หลังจากมื้อเที่ยงลูกหาบก็ขึ้นมาถึงพอดี หลังจากนั้นก็จัดแจงเรื่องการหาจุดกางเต๊นท์ ซึ่งผมเองเช่าเต๊นท์กับทางอุทยาน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 250 บาท ก็พอได้ครับ ข้างในมีดินมีฝุ่นปกติ ฮ่าๆ แนะนำให้เอาเต๊นท์ไปเองดีกว่า พอจัดแจงสถานที่เสร็จก็ละเลงเลยครับ นอน !!! ง่วงมากกกก 

ตื่นมาอีกทีบ่ายสาม แลเหมือนคนอื่นๆ เขาไม่เหนื่อยกันเลยครับ เขาชวนกันไปเดินต่อตามชุดชมวิว แรกๆ ผมก็ลังเลเพราะขาเป็นตะคริวอยู่ กลัวตัวเองไปเป็นระหว่างทาง แต่ก็แบบ...ไหนๆ ก็มาละ ถ้าไม่ไหวก็ให้พี่ๆ เขาลากไปละกัน เอาหล่ะ !! แรงยังเหลือ มาต่อกันดีกว่า

จากที่คุยกับสมาชิกทริปคือเดินไปชมพระอาทิตย์ตกดิน โดยเริ่มจากทางเดินไปทางยอดเขาพระเจดีย์ แล้วก็ต่อไปทางเขาพระแม่ย่า 

ถึงตรงนี้เดินสบายๆ แล้วครับ มีชันๆ นิดหน่อยแหล่ะ แต่ร่างกายได้พักเลยยังไปไหว ผมเลยเอากล้องเล็กออกมาถ่ายเก็บบรรยากาศสวยๆ ระหว่างทางหน่อย 

ระหว่างทางก็ได้บรรยากาศป่าเขียวบ้าง ป่าแล้งบ้าง แต่น่าเสียดายที่ช่วงนั้นฝุ่น PM2.5 กำลังมา ซึ่งบดบังทัศนวิศัยอย่างมากเลยไม่ได้เก็บวิวภูเขาอลังการๆ มาให้ทุกคนดู 

ระหว่างเดินนั้น.., ตะคริวจ้า !!!! ผมเลยจำใจต้องเดินกลับ ก่อนกลับเห็นพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เห็นบรรยากาศก็อดใจไม่ได้ ฝุ่นเยอะหน่อย แต่ขอแช๊ะหน่อยละกัน


เช้าวันถัดมาพี่ๆ เขาไปจุดชมวิวผานารายณ์ แต่ผมไม่ได้ไปด้วย เลยเดินเก็บบรรยากาศแถวๆ ลานกางเต๊นท์แทน อากาศตอนเช้าดีมากครับ มีสีเข้มๆ อากาศเย็นๆ มีเมฆไหลผ่าน ญ จุดกางเต๊นท์เลย 

พอสายๆ ก็เก็บของเดินกลับ ถือเป็นอันจบทริปอันยากลำบากและปวดเข่า ฮ่าๆ 

ก่อนจากกันไปขอฝากช่องทางใหนการติดตามผลงานด้านล่างนี้เลยครับ รีวิวต่อไปรับรองว่าว๊าาาาาวแน่ๆ มีภาพสวยๆ ให้เสพเพียบเลย รอติดตามกันด้วยนะคร๊าบบบบบ

Facebook fanpage : แบกกล้องไปท่องโลก
รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ : https://th.readme.me/id/AYPhot...
IG รวมภาพสวยๆ : arnuphap_y
YouTube : แบกกล้อง ไปท่องโลก

ความคิดเห็น