บันทึกการเดินทาง : เขาหลวงสุโขทัยแบบวู่วาม 2 วัน 1 คืน [เหนียวที่ พี่น้อง ep.14] รีวิวโดย nnatsu roll

EP.14 บันทึกการเดินทาง : เขาหลวงสุโขทัยแบบวู่วาม 2 วัน 1 คืน “ แนทว่างมั้ย ” ทริปกระทันหันที่สุดเท่าที่เคยไป !! ประมาณเวลา 20:30 ของคืนวันศุกร์ ที่อาทิตย์นั้นเป็นวันหยุดยาว ซึ่งเราก็เพิ่งกลับมาจากภูกระดึงได้อาทิตย์เดียวและมีแผนใหญ่จะไปเที่ยวต่อในอีก 2 สัปดาห์ จู่ๆ “ อัน ” เพื่อนบ้านรับน้องที่จุฬา

บันทึกการเดินทาง : เขาหลวงสุโขทัยแบบวู่วาม 2 วัน 1 คืน [เหนียวที่ พี่น้อง ep.14]

บันทึกการเดินทาง : เขาหลวงสุโขทัยแบบวู่วาม 2 วัน 1 คืน [เหนียวที่ พี่น้อง ep.14]

 วันพฤหัสที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565 เวลา 11.34 น.

 วันที่เดินทาง 4 ธ.ค. 2564

EP.14 บันทึกการเดินทาง : เขาหลวงสุโขทัยแบบวู่วาม 2 วัน 1 คืน

“ แนทว่างมั้ย ” ทริปกระทันหันที่สุดเท่าที่เคยไป !!

ประมาณเวลา 20:30 ของคืนวันศุกร์ ที่อาทิตย์นั้นเป็นวันหยุดยาว ซึ่งเราก็เพิ่งกลับมาจากภูกระดึงได้อาทิตย์เดียวและมีแผนใหญ่จะไปเที่ยวต่อในอีก 2 สัปดาห์

จู่ๆ “ อัน ” เพื่อนบ้านรับน้องที่จุฬาฯ ทักมาถามเราว่า อาทิตย์นี้ไปไหนมั้ยแนท มีแผนมั้ย นู้นนี่นั่น เหมือนกับตอนนี้ไม่ไหวแล้วนะ ร่างกายต้องการเที่ยว พาตัวเองออกจากกรุงเทพให้ได้ เบื่องานไม่ไหวแล้ว และด้วยผลกระทบจาก ภูกระดึง effect ที่ทำให้เรายังอินอยู่นั้น ทำให้มีความอยากเข้าป่าเข้าไปอีก เพราะมันเป็นอาทิตย์ที่หยุดยาวด้วย บอกตามตรงตอนแรกไม่ได้อยากไปเท่าไร แต่พอโดนชวนกลับเริ่มรู้สึก เออว่ะอาทิตย์มันไม่ควรอยู่เฉยๆจริงๆ

สุดท้ายเราก็เยหาที่เที่ยวที่สามารถไปได้แบบฉับพลัน คุยดึก จองเช้า ไปเย็น และนั่นคือ “เขาหลวง สุโขทัย”


เส้นทางการเดินทาง เขาหลวงสุโขทัย 2 วัน 1 คืน

หมอชิต2 - บขส.สุโขทัย – อุทยานแห่งชาติรามคำแห่ง – ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาหลวง

-ลานกางเต็นท์ เขาหลวง - ผานารายณ์ - ผาชมปรง - ยอดเขาพระแม่ย่า - ลานกางเต็นท์ - ผานารายณ์

- ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยาน - เมืองเก่าสุโขทัย - อุทยานประวัติศาสคร์ – หมอชิต 2

หลังจากเราจัดการกับความวุ่นวายเสร็จ พวกเรานัดเจอกันที่หมอชิต 2 แล้วนั่งรถไปสุโขทัยด้วยกัน
เอาจริงๆ เรากับอันก็ไม่ได้เจอกันบ่อย นี่เลยเป็นทริปแรก ที่เรียกว่าไปกับเพื่อนที่ไม่คิดว่าจะได้ไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรก หลายๆอย่างคือเปิดประสบการณ์มาก เรานั่งคุยกันเกือบตลอดทาง อัปเดตชีวิต แชร์สิ่งที่แต่ละคนสนใจ
โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยว ทำให้เราคิดในใจเลยนะ “ ดีจังวะ ได้มีโอกาสไปเที่ยวกับผู้หญิงที่ชอบสไตล์แบบนี้ ทริปนี้คงสนุกแน่ๆ ”


ถึงสุโขทัย ไปไงล่ะทีนี้

หลังจากเดินทางมาถึงบขส.สุโขทัย เราได้ติดต่อลุงปานกับทีมงานจ่าเอ๋ คนที่เหมือนกับคอยจัดทริปรวมคน
เช่าเหมารถในการเดินทาง บริเวณสุโขทัย เมืองเก่า ไปจนถึงทริปแถวอุตรดิตถ์เลยด้วย ทริปนี้แหละที่ทำให้เราได้รู้จักคำว่า join trip

พวกเราได้เจอกับเพื่อนร่วมทาง 4 กลุ่ม กลุ่มพี่นุช กลุ่มพี่โบ พี่บูรณ์ที่มาคนเดียว และพี่สายมูที่เจอที่บขส.
และนี่คือสิ่งแรกที่พบเจอเลย แต่ละคนมีสไตล์การเที่ยวไม่เหมือนกันเลย มาคนเดียวบ้าง มาแบบงงๆบ้าง
เป็นสีสันที่ทำเอาเปิดโลกมากเลยล่ะ

เจ้าหน้าที่เขาหลวงโคตรดี ไม่เคยเจอที่ไหนเอาใจใส่เท่าที่นี่เลยล่ะ

เรามาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณตี 4 วันนั้นเราพบกับคนมหาศาลเลยล่ะ
เพราะว่าช่วงนั้นเป็นวันหยุดยาวถึงเราจะมาแบบ walk in แต่เราก็โชคดีที่มาเร็วเลยไม่เกิน 120 คน ที่รับ

พอเขาไปถึงถ้าในศูนย์บริการฯ เราเจอกับลุงเจ้าหน้าที่คนหนึ่งใส่หมวกซานต้า ยืนพูดให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้า ลุงโคตรจี้ ชอบมากเลย “ระวังเสือกับเสื่อให้ดีนะครับ” คำพูดที่ลุงซานต้าพูดบ่อยมาก! นอกจากนี้ยังมีลุงเจ้าหน้าที่ ที่รอฉีกบัตรนักท่องเที่ยวด้านหน้า คอยแนะนำพูดคุยแบบ พูดคุยจริงๆ คือสัมผัสได้จากความใส่ใจของพวกเค้าเลย คือบอกได้เลยไปมากี่ที่ เพิ่งเจอที่นี่แหละเจ้าหน้าที่ดีมากทำให้ความรู้สึกเริ่มต้นการเดินขึ้นเขามันพุ่งพร่านเลยล่ะ


เดินขึ้นเขาหลวงอ่ะหรอ...อย่าหาทางตรง มีแต่ทางดิ่งขึ้น

หลังจากเราต่อแถวจ่ายค่าบริการ พวกเราตัดสินใจแยกย้ายกับกลุ่มที่มาด้วยกันและรีบเดินขึ้นเขาหลวงก่อนเพื่อนเลย เส้นทางกว่า 3.7 km. เห็นตัวเลขอ่ะแค่นิดเดียวนะ แต่บอกแลยว่าอย่าหาทางตรง มีแต่ทางชันขึ้น ขึ้นแล้วขึ้นอีก การให้บริการนักท่องเที่ยวที่นี่จะแตกต่างจากภูกระดึงอยู่บ้าง เราต้องพกอาหารขึ้นไป ข้างบนมีร้านก็จริงแต่ต้องวัดดวงเอา น้ำร้อนหมดมั้ย ข้าวหมดมั้ย ทำให้สัมภาระเราจะเน้นไปที่ถุงของกินเลยล่ะ ซึ่งพวกเราตกลงกันว่าจะไม่ใช้ลูกหาบ เพราะรอคิวนานจัด แถมแบกเองก็ยังไหว พวกเราจึงรีบมุ่งหน้าเดินขึ้นเขาทันที

ป่าเขาหลวงช่วงที่ไปอากาศดีมาก ส่วนตัวคือรู้สึกว่าที่นี่เป็นป่าแบบมีความชื้นกว่าภูกระดึง ทำให้รู้สึกเย็น ถึงแม้ว่าแดดมันจะร้อน เหงื่อเราจะออก แต่เราก็ยังรู้สึกตลอดเวลาเลยล่ะ

ระหว่างทางพวกเราก็เดินตามคนอื่นอ่ะแหละ เดินเรื่อยๆ อันก็ไม่ได้วอร์มร่างกายมา เราจึงคิดว่าค่อยๆไปละกันไอ้เราก็ชิวอยู่แล้วล่ะ ><

ในช่วงครึ่งทางแรกของการเดินขึ้นพวกเราเม้าท์กันตลอดทางเลย ตั้งแต่มาเราเจออะไรกันมา เราจะทำไรที่เขาหลวงบ้าง ทักทายคนที่เดินทางรอบๆบ้าง ลุงอาจารย์ลูกหาบที่เรานับถือบ้าง จนเราเดินทางถึงจุดนึง
ก็ได้ยินเสียง “เอ้ยแนท ตามทันแล้ว” เสียงพี่บูรณ์ พี่ชายที่เจอที่รถสองแถวที่เหมามาที่ซึ่งพี่เค้าตั้งใจเดินตามเรามาเพื่อมาเกาะกลุ่มกับพวกเราแล้วก็คิดว่าอยากจะไปกับพวกเราเป็นการ join group กับพวกเราอีกด้วยซึ่งเค้าทำให้เราแทบไม่ได้หยุดเดินเลยล่ะ ตลอดทางพี่บูรณ์พยายามบอกเราจากประสบการณ์เค้าที่เคยทำงานเกี่ยวกับป่ามา

ว่าเอ็งพักได้ แต่อย่านั่งนะ! คอยแนะนำพืชพรรณข้างทาง แถมยังชวนคุยนู้นนี่ตลอดทาง ทำเอาเราไม่ได้หยุดพูดกันเลย

สำหรับครึ่งทางหลัง เราสงสารอันมาก ต้องพลอยถูกเฆี่ยนขึ้นเขาไปด้วย สำหรับเราพอไหวนะ แต่ผู้หญิงน่อาจจะเร็วไปหน่อย แต่อันก็ใจสู้ ฮึดเดินต่อ ถึงแม้จะไม่เป็นแบบที่เราตั้งใจเดินแต่ก็ทำให้เราใช้เวลาขึ้นถึงที่พักได้เร็วมากแค่ 3 ชม. เราก็ถึงที่พักแล้ว มันสุดมากสำหรับพวกเรา แต่ต้องยอมรับเลยนะโคตรเหนื่อย ถ้าเลือกได้ขอเดินชิวๆ น่าจะดีกว่าแฮะ

ลานแห่งผู้ชนะ นอนตายกันตรงนี้ทุกคนจริงๆ

ความชันของเขาหลวงอ่ะของจริง ที่หน้าลานกางเต็นท์จะมีป้ายกับจุดชมวิวอยู่ บอกเลยว่าทุกคนที่มาถึงต้องนอนพักกันตรงนี้หมดทุกราย 

มันเหมือนกับเรากำลังได้รับรางวัลของผู้ชนะเลยล่ะ ไม่นานพวกเราก็รีบไปที่เต็นท์แล้วตกลงกันว่าจะไปเคลียร์ตัวเองกัน กินข้าวเที่ยงที่แบกขึ้นมาในเต็นท์นี่แหละ นอนพักซักพักให้หายเหนื่อยแล้วเดินเที่ยวกันต่อ


ผานารายณ์เที่ยงวัน เพื่อนใหม่มากมายที่เจอ

หลังจากพวกเราพักผ่อนกันพอแล้ว พวกเราตกลงกันว่าจะเดินตามป้ายถามๆคนแถวนั้นเอา เพราะด้านบนไม่มีสัญญานมือถือ ข้อมูลอะไรเราก็ไม่มี เราก็เจอป้ายผานารายณ์อยู่ใกล้ๆ เดินไปจากที่พักไม่ถึง 15 นาทีเราก็ถึง

ที่ผานารายณ์ส่วนมากคนจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกันตอนเช้า เพราะงั้นตอนนี้คนเลยน้อยมาก แทบไม่มีเลย คนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้คือคนที่รักสงบจริงๆแหละ ทำให้ที่นี่เราได้เจอกับกลุ่มคนที่น่าจดจำได้หลายกลุ่มเลย มีครอบครัวแม่ลูกที่พาลูกมาหลบแดดที่ผา พูดจากกันน่ารักมากๆ

นอกจากนี้เราก็เจอพี่นุช ชาวสองแถวลุงปานที่มากับพวกเรา ที่เพิ่งขึ้นมาถึงแล้วมานั่งกินข้าวที่นี่ เพราะมันเงียบดีตอนอยู่บนรถทุกคนดูง่วงๆ เลยไม่ได้คุยกันเท่าไร ถือเป็นโอกาสดีนะที่ทำให้เราได้คุยกันมากขึ้น

และเช่นเคย ด้วยความเป็นคนเสือกๆของเราก็ได้อาสาไปถ่ายรูปคนอื่นให้ ทำให้เราได้เจอคู่ชายหญิง
ที่เหมือนจะเรียนหมออยู่ม.นเรศวร น่าแปลกมากที่เรารู้สึกคุยถูกคอกันมากเนอะ ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเจอหน้ากัน เราก็แนะนำอะไรๆต่อกันเป็นอีกมิตรภาพดีๆเลยนะ

อันที่ไปนั่งพักหลบร่มอยู่หลังต้นไม้เดินมาบอกเราว่า แกๆเราไปเจอกับน้อง 2 คน น้องเค้าไปขอให้นักท่องเที่ยวตรงนั้นถ่ายรูปให้ น้ำเสียงน้องเค้าน่าเอ็นดูมากเลย อันก็เรื่องน้องให้เราฟัง
“ พี่ครับ ช่วยถ่ายรูปให้พวกผมหน่อยได้มั้ย พวกผมเอามือถือไว้ที่เต็นท์เพราะผมไม่มีสัญญานเลยไม่ได้เอามาด้วย ”

เราก็เอะใจ แว่วๆเหมือนได้ยินเสียงอยู่ตอนคุยกับพวกพี่นุช น้ำเสียงน้องฟังแล้วน่าเอ็นดูมาก
ทำให้เราอดใจไม่ไหวเดินไปชวนน้องคุยแล้วก็อาสาถ่ายรูปให้น้องเอง
" มิกซ์ นาย " เด็กน้อย 2 คนที่ไม่ไกลจากเขาหลวงนี่แหละ เดินขึ้นมากัน 3 คน 
ส่วนเพื่อนอีกคนนึงที่นอนพักอยู่ในเต็นท์ และด้วยความที่เราชอบคุยกับเด็กๆอยู่แล้ว ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น
และได้มีโอกาสเจอน้องอีกหลายครั้งจนถึงตอนเดินลงเลยล่ะ


พระอาทิตย์ตกที่ยอดเขาพระแม่ย่า

ไฮไลท์ช่วงเย็นก็คงหนีไม่พ้นการไปชมพระอาทิตย์ตกแน่นอน ยอดเขาพระแม่ย่า คือจุดหนึ่งที่ไม่ไกลจากที่พักมาก

ด้วยความเหนื่อยล้าของพวกเราจึงเลือกที่นี่แหละ วันนี้ไม่ไปไหนต่อแล้ว เราเน้นไปเรื่อยๆ เดินคุยกัน จนไปถึง

หน้าผาที่ยอดเขาพระแม่ย่า ที่มีชายนั่งกันอยู่ 2 คน แบบเท่ๆ

พี่แจ็ค กับ ลุงมนต์ 2 นักเดินทางที่ต่างคนมากันเพียงลำพัง มานั่งคุยกันตรงผา เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตกดินพวกเราที่ตั้งใจมารอก็เลยได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ๆเค้า
ลุงมนต์เป็นสายวิ่ง trail ที่ชอบไปเที่ยวแบบนี้อยู่แล้ว

ส่วนคนนี้สิ พี่แจ็ค หนุ่มพยาบาลสุดเท่ จากฝาง ที่ออกเดินทางเที่ยวคนเดียว แค่เราได้ยินพี่เค้าพูดแบบนั้น
ก็รู้สึกสนใจพี่เค้าเลยล่ะ เพราะเราก็เข้าใจความรู้สึกท่องเที่ยวคนเดียว มันอยากจะคุยกับใครซักคนนึง การได้มาเจอพี่แจ็คเหมือนกับพวกเราได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่เราเห็น ความประทับใจ มุมมองต่างๆกันอย่างลงตัว

ถือเป็นช่วงเวลาดีๆของวันเลยนะ โมเม้นต์นั้น กับการรอคอยแสงอาทิตย์ของเขาหลวงที่ตกลงตรงหน้า
เราไม่เคยเห็นดวงอาทิตย์เป็นลูกไข่แดงกลมสวย ที่กำลังลับขอบฟ้าชัดเท่านี้มาก่อน ในใจเรารู้สึกแค่นั้นเลย


ค่ำคืนที่เหน็บหนาวกับการรอคอยเช้าวันใหม่

สิ้นแสงตะวันพวกเราเดินทางกลับที่พัก เตรียมหาอะไรกินกันโชคดีเราพกมาม่า มาด้วย ทำให้คืนนี้เราไม่อดตายเพราะ 90% ของนักท่อเที่ยว แทบจะทำอาหารกันกินหมดเลย ข้าวที่ร้านก็หมด และนั่นทำให้เราได้ไปนั่งกินมาม่ากันที่หน้าร้านค้า และได้เจอพี่แจ็ค อีกครั้ง มื้ออาหารมื้อนี้เลยการเป็นวงสนทนาที่ชวนให้ไม่อยากกลับเต็นท์เลยล่ะ :)

และก็ถึงเวลาแห่งการพักผ่อน เราไปอาบน้ำกลับมาแล้วก็เข้านอนทันที แต่ด้วยลมแรงๆ ที่พักเข้าลานกางเต็นท์เรื่อยๆทำให้อากาศหนาวมาก จำได้เลยคืนนั้นถุงนอนที่เราเอาไปด้วยเอาไม่อยู่มันหนาวจนทะลุถุงนอน ทำเอาหลับๆตื่นๆทั้งคืน แต่ก็นะทนเอา และยามเช้าที่เรารอคอยก็มาถึง

แน่นอนตอนเช้าทุกคนต่างเดินทางไปยังผานารายณ์ ที่เราเคยไปมาแล้วเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่กลายเป็นจุดที่คนหนาตาขึ้นมาทันที พวกเราที่เดินกันมาแบบตัวขดเพราะลมหนาวที่พัดเขามาไม่หยุด

เราที่เคยมาที่นี่ครั้งนึงแล้วจึงเลือกที่จะไปนั่งตรงโขดหินด้านล่างที่ไม่ค่อยมีคนแทน แต่ที่ไหนได้ มุมนั้นเราว่ามันสวมากเลย
คุ้มค่ากับการตื่นสู้หนาวมาจริงๆ


ลงจากเขาหลวง มุ่งหน้าไปเมืองเก่าต่อ

หลังจากเรารับแสงอาทิตย์ยามเช้ากับวิวที่สวยที่สุดของเขาหลวง พวกเราก็ตั้งใจเดินลงกันเลย
เพราะคราวนี้ตกลงกันอันว่าขาลงเราจะไม่สนใครแล้ว จะค่อยๆลงจะได้ไม่เจ็บมาก ประมาณ 11:00

เราก็มาถึงศูนย์บริการแล้วก็เจอพวกพี่ๆ ที่นัดกันขึ้นรถกลับด้วยกัน พี่ๆแนะนำให้พวกเราไปเที่ยวเมืองเก่าก่อนขึ้นรถกลับ เพราะมันไม่มีที่ไป รอบรถที่เราขึ้นคือรอบ 21:00 เมืองเก่าจึงเป็นจุดที่ตอบโจทย์มากเลยล่ะ

หลังจากแยกย้ายกับพวกพี่ๆที่ไปลงเมืองเก่า พวกเราตัดสินใจไปเช่ามอไซค์ ที่บขส. เพื่ออยากท่องเที่ยวให้ทั่วๆสุโขทัย และเลยไปถึงเมืองเก่า ทำให้เรามีโอกาสได้ลองก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยของแท้ อร่อยมากกกกก ไปวัด

ไปเดินอุทยานประวัติศาสตร์ ขับรถไปอ่างเก็บน้ำ unseen ที่วิวพระอาทิตย์ตกสวยไม่แพ้ที่ไหน และสุดท้ายก็ไปถนนคนเดินที่อุทยานตอนค่ำก่อนกลับ ถือว่าเป็นการจบทริป 2 วัน 1 คืนที่อัดแน่นมากเลยล่ะ สนุกมาก


การเดินทางครั้งนี้มันสอนอะไรเราเยอะเลย

เขาหลวงเป็นที่ๆทำให้เราได้เจอโลกกว้างมากขึ้นจริงๆ ทั้งการไปทริปกับเพื่อนผู้หญิง มันให้ความรู้สึกแตกต่างจากเดิมมากเลย รูปแบบการเที่ยวใหม่ๆ ประสบการณ์ต่อสถานที่ หรือผู้คนที่ได้เจอ

บางคนเลือกท่องเที่ยวคนเดียว แต่ความหมายเค้าคือไปเกาะกลุ่มเพื่อนใหม่เที่ยวเอาข้างหน้า บางคนเลือกเที่ยวคนเดียวเพราะไม่มีคนไปด้วย เลยไปจอยทริปบ้าง มาคนเดียวเพื่อเสพบรรยากาศแบบพี่แจ็คบ้าง

หรือแม้แต่ เด็กน้อยที่อยากมาสนุกกับเพื่อนด้วยการขึ้นแบบไม่คิดอะไร รองเท้าแตะก็ขึ้นได้ก็มี มันทำให้เราเข้าใจวิถีการเที่ยวของคนรอบตัวที่เจอกว้างขึ้นจริงๆ

สำหรับเพื่อนอัน ตอนแรกก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ การไปเที่ยวกับเพื่อนที่แทบไม่ได้รู้จักกันมากเลย ในใจเราคิดว่ามันจะไปรอดมั้ยวะ มันจะเกร็งมั้ยเนี่ย เราจะทำให้อันมาลำหบากป่าววะ ซึ่งไม่เป็นแบบที่คิดเลยต้องขอบคุณอันเลยล่ะ ที่เรามีอะไรบางอย่างสไตล์เดียวกันเลยทำให้เขาหลวงเป็นอีกที่ ที่น่าจดจำเลย :)

มันจะมีคำพูดนึงอันบอกกับเราว่า “ ขอบคุณที่ไปด้วยกันนะ ไอ้แนทเพื่อรัก 5555 ” บางทีการไปเที่ยวครั้งนี้อาจจะทำให้เรามองว่าอันเป็นเพื่อนสนิทคนใหม่เลยก็ได้นะ ไว้เจอกันในที่สนุกๆใหม่เน้อ ><


เขียนโดย : ป.ปลาตัวกลม

ติดตามเรื่องราวของพวกเราได้ที่
Facebook :
เหนียวที่ พี่น้อง
Instagram : nt_phinong
youtube :
https://www.youtube.com/channel/UCQHYzD7wnJRAnpnlv-7jcKw
read me :
https://th.readme.me/id/ppongsakorn

ความคิดเห็น