โสดจริง จิ๊งงงง เที่ยว ฉงชิง เฉิงตู รีวิวโดย LadiiParun

ช่วงนี้เจ่เที่ยวแต่เมืองจีนบ๊อยบ่อยไม่รู้ติดใจอะไร ตั้งแต่เซี่ยงไฮ้(ยังไม่ได้รีวิว55) จนไปซีอาน มาถึงเฉิงตู ฉงชิงละคราวนี้ ทริปนี้หนีอากาศร้อนช่วงสงกรานต์ที่ไทยไปหาอากาศเย็นที่เมืองจีน ขอบอกราคาตั๋วที่ได้ถูกกว่าไปเชียงใหม่อีกจ้าไปกลับไม่ถึงสี่พันแต่ยังไม่รวมค่าโหลดกระเป๋านะ ค่าที่พักก็แสนถูก 4 คืน 2

โสดจริง จิ๊งงงง เที่ยว ฉงชิง เฉิงตู

โสดจริง จิ๊งงงง เที่ยว ฉงชิง เฉิงตู

 วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 13.39 น.

 วันที่เดินทาง 14 เม.ย. 2562

ช่วงนี้เจ่เที่ยวแต่เมืองจีนบ๊อยบ่อยไม่รู้ติดใจอะไร ตั้งแต่เซี่ยงไฮ้(ยังไม่ได้รีวิว55) จนไปซีอาน มาถึงเฉิงตู ฉงชิงละคราวนี้ ทริปนี้หนีอากาศร้อนช่วงสงกรานต์ที่ไทยไปหาอากาศเย็นที่เมืองจีน ขอบอกราคาตั๋วที่ได้ถูกกว่าไปเชียงใหม่อีกจ้าไปกลับไม่ถึงสี่พันแต่ยังไม่รวมค่าโหลดกระเป๋านะ ค่าที่พักก็แสนถูก 4 คืน 2 เมือง 3,000กว่าบาทค่ากินก็พอๆ กับบ้านเราแหละ แล้วจะคิดอะไรมาก หาที่หลบร้อนช่วง Long weekend กันดีกว่า จีนเป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพงเท่าไปญี่ปุ่น รวมกระเป๋าเช็คอินและอาหารบนเครื่องไปกลับแล้ว 5,20XX เองแกร เที่ยว 5 วัน 4 คืน งบไม่เกิน 20,000 บาท รวมค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว(แพงก็ตรงเนี้ยะ แต่เอาเถอะธรรมชาติอลังการล้านแปด) นอกนั้นก็เป็นค่าเดินทางรถไฟฟ้าใต้ดินในเมืองและรถความเร็วสูงออกไปเมืองอื่น (ไม่รวมช้อปปิ้ง)

รายละเอียดแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

Period Trip : 14 – 20 April 2019( 6 Days 5 Nights)

Flight: Departure : 9.50 PM arrive 2.00 AM

Arrival: 2.50 AM arrive 5.00 AM: Air Asia Flight

DAY 1 14th April

  • 9.50 PM Flight From Donmuang International Airport

DAY 2 15th April

  • 2.00 AM arrived to T1 Shuangliu International Airport
  • 6.00 AM leave from the airport to speed train East Railway Station
  • 7.00 AM go to Chongqing take by speed train at East Railway Station (แลกตั๋วที่ Information เพื่อเดินทางไปฉงชิ่ง)
  • 8.00 AM go to Chongqing on time (ขึ้นรถไปฉงชิ่ง)
  • 9.57 AM Arrive in Chongqing (ถึงฉงชิ่ง)
  • 10.15 AM go to Chongqing Travelling hotel
  • 11.00 AM arrive to hotel then left a baggage service in hotel
  • 12.00 PM to Ci Qi Kou Ancient Town
  • 3.00 PM ไป Test Bed 2
  • 5.00 PM go to Hongyadong shopping mall
  • 9.00 PM Go to Jiefangbei landmark and shopping mall ,brand name etc

DAY 3 16th April

  • Wak up 6.00 AM

7.00 AM leave from hotel to bus station to Wulong Tienkeng Three Bridge

DAY 4 17th April

  • 6.00 AM wake up leave from hotel and Check out 6.30 AM go to speed train back to Chengdu
  • 10.15 AM Arrived to Chengdu and leave a baggage at hotel
  • 13.00 PM go to Taikoo Li then go to Fang Suo Commune book store (ที่เวอร์วังที่สุดในเฉิงตูแนะนำ ร้านหนังสือขนาดใหญ่ พื้นที่มากถึง 5,000 ตร.ม.ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของย่านช้อปปิ้ง Taikoo Li)
  • 15.00 PM Then go to People’s Park
  • 17.00 PM go to Jinli Ancient Street (ถนนโบราณจิ๋นลี่) Food Street

DAY 5 18th April

  • 5.30 AM wake up leave from hotel at 6.00 AM to Leshan Buddhist Buddhist
  • 6.00 PM arrive to town then go to Kuan Zhai Xiang Zi walking street market (ถนนคนเดินควานไจ๋เซี่ยงจื่อ)

DAY 6 19th

  • 8.00 AM wake up and have breakfast
  • 9.00 AM go to see Panda open 8.00-10.00 AM
  • Shopping at IFS Building shopping mall and Tianfu Square
  • 8.00 PM Back to hotel and pack our luggage
  • 11.00 PM arrive to airport (หาของกินในสนามบินนอนรอ)
  • On board 2.50 AM boarding time 2.00 AM on 20th April
  • Arrived to Donmuang 5.00 AM

Expenses

  • Speed Train Chengdu – Chongqing =460 baht per person
  • ค่ารถบัสไป-กลับ Wulong 60*2 =120 CNY+ ค่าbus 9*2= 18 CNY +ค่าเข้าอุทยาน 130 CNY +ถ้าดูสะพานกระจกเพิ่ม 25 CNY +ค่ารถกอล์ฟขาลง 15 CNY= 308 CNY ประมาณ 1500 บาท
  • ค่ารถจาก Chongging – Chengdu 460 บาทต่อคนรวมประมาณ
  • ค่ารถไฟไปกลับเล่อซาน 260*2= 700 บาทต่อคนรวมประมาณ 1,400 บาท
  • ค่าดู Panda fee 10 CNY=50 บาท
  • Eat ,Drink,Metro : 5,000 Baht/person
  • Hotel 4 Nights: 1379 baht Chongqing+1867 Chengdu= 3200 baht
  • Visa: 1,500 baht

รายละเอียดเที่ยวบิน

ขาไป DMK - CTU
FD 562

กรุงเทพฯ - ดอนเมือง (DMK)

สนามบินดอนเมือง (DMK)
14 Apr 2019, 2150 pm (9:50 pm)

เฉิงตู (CTU)

สนามบินเฉิงตูซวงหลิว (อาคาร 1) (CTU)
15 Apr 2019, 0200 am (2:00 am)
ขากลับ CTU - DMK
FD 563

เฉิงตู (CTU)

สนามบินเฉิงตูซวงหลิว (อาคาร 1) (CTU)
20 Apr 2019, 0250 am (2:50 am)


กรุงเทพฯ - ดอนเมือง (DMK)

สนามบินดอนเมือง (DMK)
20 Apr 2019, 0500 am (5:00 am)



การเดินทางเริ่มต้นอีกคราไฟล์ท 21.50 เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงจะไปถึงเฉิงตูประมาณตี 2 เวลาที่จีนเร็วกว่าไทย 1 ชม. หลังจากผ่านตม. เหตุการณ์ประทับใจครั้งแรกก็บังเกิด โชคดีจริงๆ TT กระเป๋าเจ่ล้อหลุดหายไป 1 ข้างแล้วชีวิตอีก 5 วันที่เหลือเจ่จะเดินทางยังไง 555

ขั้นตอนแรกหากคุณพบปัญหาให้รีบไปแจ้งตรงจุดรับแจ้งกระเป๋าเสียหายของท่าอากาศยาน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ เขาจะถ่ายรูปและส่งเรื่องไปยังสายการบินให้กับเรา ถามว่าได้อะไรมั้ย เจ้าหน้าที่ทำแค่รับเรื่องและออกเอกสารให้จากนั้นกลับเมืองไทยเราต้องติดต่อสายการบินของเราเองเพื่อเรียกร้องค่าชดเชย แต่หลังจากนี้ล่ะ เจ่ต้องลากกระเป๋าพิการไปตลอดทริปหรอ นั่นคือคำถาม 55 ทำไงได้ดีนะที่พอลากได้ถูๆไถๆไปอย่างทุลักทุเล เที่ยวมาหลายครั้งเจ่ก็เพิ่งเจอนี่แหละ สุดท้ายพอกลับไทยส่งเรื่องได้เงินคืนมา 500 บาทถ้วนจ้า ถามว่าคุ้มมั้ยค่าโหลดยังไม่ได้เลย ค่ากระเป๋าที่ซื้อใหม่ยังไม่นับรวม เอาเป็นว่าเป็นแค่ค่าน้ำตอนเหนื่อยลากกระเป๋าเท่านั้นแต่หากใครคิดว่าไม่คุ้มก็ไม่ต้องยื่นเรื่องให้เสียเวลาหรอกค่ะ ปล่อยให้เป็นไปตามกรรม เราเลือกแล้ว สายการบิน Low Cost 555 แต่เราก็ยังคงใช้บริการนะ หึหึ

หากถามว่าเมื่อคืนไปนอนไหน? ไฟล์ทถึงตี 2 เลือกเอาค่ะหาที่เหมาะๆ ปลอดผู้คนในสนามบินเพื่อพักผ่อนสายตา อย่าถามหาว่าหลับสบายไหม เอาเป็นว่าปวดคอกันไปเลยทีเดียวนอนกับเก้าอี้ในสนามบินถึงเช้า เพราะต้องรอเวลารถไฟฟ้าเข้าเมืองซึ่งจะเปิดตอน 6 โมงเช้า สาย backpacker ไม่ควรพลาดการนอนที่สนามบิน หลังจากนั้นก็ล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูแลสารรูปกันนิสนึงพร้อมไปต่อ ขึ้นรถไฟเข้าเมืองไปยังสถานีรถไฟ East Railway Station (ขึ้นให้ถูกนะจ้ะจองที่ไหนขึ้นที่นั่นเดี๋ยวไปผิดที่ 55 พี่โดนมาแล้ว)

เจ่จองผ่านอันนี้เลยล่วงหน้า https://th.trip.com/?language=TH&locale=th_th แต่หลังจากนั้นต้องเอากระดาษที่ปริ้นท์มาแลกตั๋วที่จุด Information ก่อนพอได้ตั๋วถึงจะเข้าไปข้างในได้ซึ่งเขาจะมีจุดตรวจตั๋วพร้อมแสดงพาสปอร์ตก่อนเข้าไป ไม่ใช่ทะเล่อทะล่าเอากระดาษไปโชว์เขาล่ะ เดี๋ยวนางจะด่าเป็นภาษาจีนใส่ 55 เจ่ก็โดนมาแล้วเช่นกัน เจ็บมาเยอะ

จากนั้นก็เตรียมขึ้นรถไฟจ้า

ก่อนขึ้นดูให้ดีเน้อ ในตั๋วจะระบุ Gate ที่เราต้องไปขึ้น ขบวนรถไฟเลขที่เท่าไหร่ ตู้ที่เท่าไหร่ และที่นั่งหมายเลขอะไร สถานีรถไฟใหญ่โตราวกับสนามบิน คนใช้บริการเยอะมากด้วยความที่ราคาไม่แพงและเป็นรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเดินทางข้ามเมืองได้ในเวลาอันรวดเร็ว สามารถเที่ยวนอกเมืองได้แบบ One Day Trip เวลารถไฟที่เราจองไว้คือ 8.00 AM ถึงฉงชิง 9.57 AM

อาหารเช้าพร้อมทานบนรถ ซาลาเปา 4 ลูกกับนม 1 กล่อง


เราไปลงที่ Chongqing North Railway Station วิธีการง่ายๆ ว่าถึงรึยังเพราะรถไฟไม่ได้สิ้นสุดที่สถานีนี้ ให้เราดูจากป้ายไฟในรถจะมีบอกแต่ถ้าไม่ได้ดู จะมีประกาศแจ้งทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษก่อนถึง แต่ถ้าไม่ทันได้ฟังอีก ให้ตั้งเวลาปลุกค่ะ ถ้าจะหลับและกลัวเลย เราใช้วิธีนี้ตลอดเพราะรถไฟที่นี่เขาตรงเวลาเช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่น ถ้าเวลาระบุไว้ว่าจะถึงตอน 9.57 AM เราก็ตั้งปลุกสัก 9.40 แน่นอนสถานีหน้าใช่แน่ วิธีนี้ใช้ตอนทริปไปอินเดียคนเดียมาแล้วเช่นกัน แต่ที่โหดร้ายกว่าคือที่อินเดียไม่มีแจ้งบนรถไฟว่าจะถึงสถานีไหนต้องใช้ทั้ง google map และตั้งเวลาที่ใกล้จะถึงแต่เวลาไม่เป๊ะเหมือนที่จีนก็ต้องเผื่อไว้หน่อยและถามคนอินเดียเอา ทางรอดสุดท้าย 555


ถึงแล้วจ้าถ่ายรูปไว้หน่อย ไม่ใช่อะไร ตอนขากลับก็ต้องมาขึ้นรถไฟที่นี่นะจ้ะจะได้ไม่หลง ไม่ลืม เพราะที่นี่เขาไม่ได้มีสถานีเดียว จองที่ไหนขึ้นที่นั่น ไปผิดเมืองชีวิตเปลี่ยนนะจ้ะ ขึ้นไม่ได้แถมตกรถ ซื้อตั๋วใหม่ เจ่ก็เจอมาแล้วเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังขากลับ

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟ Chongqing North Railway Station ให้เราขึ้นรถใต้ดินที่นี่เรียกว่า CRT ขึ้น Line 3 to Liang ku kou Station (8 station) then take Line 1 to Jiaochangkou Station (2 station) Exit 4 then across the street and turn right until see the sign hotel the up to stair 4th floor Lobby (เดินข้ามถนนแล้วถึงเลยเดินขึ้นไปแล้วเลี้ยวขวาจนสุดจะเห็นป้ายรร.แล้วเดินขึ้นไปLobby 4 ชั้น)

โรงแรมที่จองไว้ชื่อ Chongqing Travelling hotel (ฉงชิ่ง ทราเวลลิ่ง วิธ โฮเต็ล) นี่ขนาดเตรียมตัวมาก่อนยังลงผิดสถานี สรุปไอ้สถานีที่ใกล้ไม่ได้ลง ลงผิดเดินเกือบสองกิโลเมตรกว่าจะถึงโรงแรม สายรถไฟมีเพิ่มขึ้นเจ่ไม่ได้ศึกษามาก่อนเปลี่ยนสายผิดไม่เจอสายที่จะลง เลยเดินยาวววเลย แค่เดินอย่างเดียวพอว่าแต่นี่ลากกระเป๋า 3 ขาไปด้วย คิดดูจะขนาดไหน


จุดหมายแรก Ci Qi Kou Ancient Town ประมาณว่าเมืองโบราณเป็นตลาดที่ขายของกิน ขายของฝาก ของที่ระลึกที่นักท่องเที่ยวและคนจีนเองมากันอย่างล้นหลาม ต้องใช้คำว่า "ล้นหลาม" บางซอยแน่นขนัด บางร้านคนต่อเยอะเหมือนแจกฟรี เข้าซอยผิดชีวิตเปลี่ยนเบียดเสียดผู้คนออกมาแทบไม่ได้ ลักษณะจะเป็นบ้านเรือนแนววินเทจของพี่จีนเขาหละ

การเดินทาง จากสถานีที่ใกล้โรงแรม JiaochangkouStation to Ciqikou Station (14 station) Exit 1 then walk about 500 meters (ใช้ google map) open 7.00 AM-10.00 PM


ขนมเป็นแป้งๆ จี่ๆ บนกระทะ ไม่ได้ชิมเช่นกันเพราะเป้าหมายหลักของเจ่คือ หมาล่า


อันนี้ขนมไรไม่รู้หน้าตาคล้ายปาท่องโก๋เจ่ไม่ได้ชิม เห็นหน้าคุณปู่ดูท่าทางจะมีคนมาขอถ่ายรูปเยอะ ดูจากโปรไฟล์หน้าร้าน มีการันตี เจ่เดินหาหมาล่าชาบู สรุปได้ไปกินร้านอะไรข้างทางสักร้าน ไม่อร่อยเลย มันมากกกก ไม่ถูกปากเท่าไหร่หมดไปประมาณ 800 บาทได้สำหรับสองคน เลยไม่ถ่ายรูปมาไม่ประทับใจ



จากที่ตลาดโบราณเราจะไปต่อ Test Bed 2

การเดินทาง : Eling Erchang take CRT from Line 1 Ciqikou Station to Eling Station (3station) Eling StationExit 2A (4 station) (ออกจากทางออกเลี้ยวขวาผ่านป้ายรถเมล์ขึ้นสะพานลอย เดินขึ้นไปตามทางจะเจอป้ายรถเมล์มินิบัส ขึ้นรถมินิบัส 10 นาที 2 หยวน)

ที่นี่มีมุมชิคๆ เกร๋ๆ ให้ถ่ายรูปเยอะ รายล้อมไปด้วยร้านกาแฟแต่ราคาแอบแรงนิดนึง เอาเป็นแค่ถ่ายรูปก็พอ


ถ้าเดินตรงไปในตรอกนี้จะมีมุมที่มองวิวของเมืองฉงชิงได้ อากาศเย็นๆ สบายๆ แค่ 25 องศาเอง



จากนั้นไปต่อที่ Hongyadong shopping mall การเดินทางอันนี้เจ่ขึ้นแท๊กซี่มาไม่ไหวละเมื่อย ประมาณร้อยกว่าบาทจากที่ Test bed2 ที่นี่เป็น shopping mall แต่ร้านข้างในค่อนข้างน้อยที่ผู้คนแห่แหนมากันเพราะถ่ายรูปมุมนี้แหละ เป็น mall ที่ติดแม่น้ำแยงซีเกียง แต่ช่วงที่เจ่มาน้ำน้อยเหลือเกินแทบแห้งขอด 55

ที่ตึกนี้มีลิฟท์นะคะ เพิ่งรู้ตอนขาลง แต่เดินขึ้นไปเรียบร้อยละ TT


วาฟเฟิลใส่ผลไม้และไอศครีม เห็นมีหลายร้านลองสักหน่อยก็อร่อยดีนะสดชื่นผลไม้ แต่ถามว่า 10 ให้ 7 ก็พอ


ดูหน้าเวลากินขนาดให้ 7 เต็ม 10 ถ้า 10 เต็มจะขนาดไหน

เริ่มค่ำ ฟ้ามืดกลับมาเที่ยวใกล้โรงแรมกันดีกว่าตรงนี้เป็นแลนด์มาร์กของเมืองฉงชิง ประมาณว่าสยามสแควร์ พารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ที่มีร้านรวงมากมาย แบรนด์เนมสารพัดและแหล่งร้านอาหาร ที่นี่คือ Jiefangbei ด้านหลังที่เห็นไกลๆ คือหอนาฬิกา เอาเป็นว่ามาถึงละ "ฉงชิง"


จากนั้นหาข้าวเย็นกินกันวันแรกเดินมั่วๆไป ไปจบที่ food court

กินเละละไปหมด สรุปแล้วไม่อร่อย นี่ก็เฉยๆ วันนี้ช้านจะได้เจอของอร่อยมั้ยเนี่ย


ดีนะได้หมาล่าย่างช่วยชีวิต ไม่เหมือนกับที่เมืองไทยนะ มันมีความชา ความเผ็ดมากกว่า กินแล้วร้อนๆลิ้นชา อันนี้กินได้ทุกวัน กินได้ทุกมื้อ แก้เลี่ยนได้ดี

เขาจะใส่กระป๋องแก้วกันแบบเนี้ยกินง่ายๆ

เห้ยแกร อันนี้สิใช่ อันนี้สิเด็ด ไปต่อคิวแถว Jiefangbei เป็นร้านเบอเกอรี่ที่คนเยอะทีเดียว เห็นคนเยอะนั่นแปลว่าอร่อยจริงมะ!!! ก็อร่อยจริงเป็นคล้ายกึ่งแป้งโดนัทแต่ไส้เป็นหมูหยอง และมีมายองเนส อร่อยอันนี้ให้เต็ม 10

พร้อมด้วยทาร์ตไข่ ซื้อจากร้านเดียวกันจริงๆ ซื้อมาสองสามอย่างเอามาทานมื้อเช้าบนรถไฟ ภาพเลยเบลอๆ หน่อยสั่นเป็นช่วงๆ 555 จบวันแรกที่ฉงชิงค่า ต้องรีบกลับโรงแรมนอน จากที่นี่สามารถเดินกลับได้ไม่ไกลมากประมาณ 800 เมตรถึงโรงแรม เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นเช้ามาก

ตื่น 6.00 AM ออกจากโรงแรม 7.00 AMเพื่อต้องไปขึ้นรถบัสไป Wulong (หลุมฟ้าสะพานสวรรค์) กันซึ่งเป็นมรดกโลก ระดับ AAAAA ของจีนเขาหละสถานที่ถ่ายหนังเรื่อง Transformer หลายคนอ่านจากรีวิวอื่นๆ น่าจะรู้จักกัน

การเดินทาง : ไป Bus Station จากโรงแรมสถานี Jiaochangkou Station Line 1 to Liang Kukou Station (2 station) then change Line 3 to Sigongli Exit 4 (4 station) then walk about 400 meters to bus station Sigongli

จริงๆ ตามที่แพลนมาคือซื้อตั๋วรถบัสไป Wulong และต่อรถจากบัสที่ Wulong ไปหลุมฟ้าสะพานสวรรค์อีกที แต่พอดีในสถานีรถบัสมีเจ้าหน้าที่แนะนำว่ามีทัวร์เป็นบัสเช่นกันส่งถึงสถานีที่จะเข้าไปหลุมฟ้าสะพานสวรรค์เลยไม่ต้องต่อรถสองต่อ เจ่เลยตกลงตามนั้นสะดวกกว่ามาถึงจุดนี้เป็นอันถูกต้องรถบัสทัวร์ที่พามาจะมาส่งถึงนี่เลยเราก็แค่เข้าไปซื้อตั๋วข้างในและขึ้นรถบัสอีกต่อเพื่อเข้าไปในอุทยาน (ราคาตามด้านบนนะจ้ะ)

ถึง Bubble B เป็นอันถึงทางเข้าประตูสวรรค์ละ ทีนี้ต้องลงไปด้านล่างด้วยลิฟท์ซึ่งต้องต่อคิวคนมหาศาล วันนี้เจอครอบครัวคนไทยด้วยตั้งแต่บนรถบัสมากันพ่อแม่ลูก ก็เลยพาๆ ตามๆกันมา


หลังจากลงลิฟท์มาต้องเดินบันไดลงมาเรื่อยๆ ตามทาง

นี่แหละจ้าด้านล่างเห็นมะ Land mark โรงเตี๊ยมกลางหุบเขา

ด้านหน้าโรงเตี๊ยม

ภายในโรงเตี๊ยม

หามุมกันเอา แย่งซีนกันไปอีก เอ้า!!!!! 55555

รูปด้านหลังช่องของเขาเขาว่ากันว่าเหมือนนิ้วโป้ง ลองชูนิ้วโป้งด้านซ้ายขึ้นมาและเทียบดูสิ เจ่เห็นหลายคนชูและถ่ายรูปกันอย่างงั้นอ่ะ เหมือนไม่เหมือนลองดู เขาเมืองตาหลิ่ว หลิ่วตาตาม

อยากถ่ายรูปคู่คุณลุงด้านบนนะ แต่แกอยู่มานานเกรงใจ น่าจะสมัยราชวงศ์ถัง (ล้อเล่นนะคะ)

เหมือนย้อนไปอยู่ยุคสมัยนั้นมาก

ไม่ได้มีแค่โรงเตี๊ยมนะจุดนี้ช่องเขา เขาว่ากันว่าเหมือนรูปดาบ เหมือนมะ หรือมีดอีโต้บ้านเรา หรือดาบเลเซอร์ของ Star Wall


ภายในบริเวณอันกว้างขวางเดินทางเดียวนะจ้ะ ไม่สิ้นสุดเราหยุดไม่ได้

เจ่เริ่มอ่อนแรง พยายามเดินอย่างรวดเร็วละ เพื่อให้ถึงทางออก เดินไปถ่ายรูปไปแวะไปไม่ถึงสักที

ภายในอุทยานมีน้ำตกด้วยนะยู น้ำใสมากกก ไหลเย็นเห็นตัวปลา ที่นี่มีปลาทอง เยอะมาก ตัวใหญ่หลายสี ระหว่างทางเดินกลับเป็นสะพานเลียบกับแอ่งน้ำนี้ไป น้ำใส ปลาสวย กินซากุระแน่ๆ บ้าหรอ ธรรมชาติเขาดี

กลับละจ้า จุดสิ้นสุดทางเลื่อน ขากลับจะมีรถกอล์ฟ (เสียเงินเพิ่ม) มาส่งจุดรถบัสเพื่อกลับไปอาคารปิรามิด ขอบอกดูให้ดีก่อนขึ้นบัสนะจ้ะ เจ่หลงผิดคันเช่นกันคิดว่าเป็นรถบัสที่กลับไปที่อาคารปิรามิด สรุปเป็นรถบัสไปเที่ยวจุดอื่น จริงๆ ถ้ามีเวลาสามารถเที่ยวอู่หลงได้เต็มๆ1-2 วันได้เลยเพราะตั๋วที่ซื้อเข้าได้ 2 วัน เพราะภายในไม่ได้มีแค่จุดที่เจ่ไป นั่นเป็นแค่ Point เดียวจริงๆมีอีกหลายที่แต่ต้องมีเวลาเขาจะมีรถบัสไปส่งที่ต่างๆ ดูจากหน้ารถหรือถามคนขับ ซึ่งไม่มีภาษาอื่นใดนอกจากจีนก็คงต้องใช้ google translate กัน หึหึ

ขึ้นรถบัสผิดชีวิตเปลี่ยนจากที่เหนื่อยมากละ เหนื่อยยิ่งไปอีก ไปลงไหนไม่รุ้ต้องหาขึ้นรถบัสกลับ สรุปบัสมาส่งที่เดิมที่ขึ้นรถบัสทีแรก เสียเวลาไปเกือบชั่วโมงกว่าจะได้กลับ ฉะนั้นจากจุดรถกอล์ฟมาส่งที่จุดรถบัส ดูให้ดี ถามเค้าเป็นดีที่สุดว่าต่อคิวขึ้นรถบัสคันไหน เพราะมีหลายคันแต่คนละจุดหมายนะจ้ะ

พอเจ่มาถึงตามรีวิวที่อ่านมาเขาให้มองหารถบัสเล็ก(ราคา 9-10 หยวนรีวิวบอก 9 แต่เราเสียไป 10 ราคาน่าจะขึ้น) อยู่ตรงข้ามกับอาคารปิรามิด จะมีรถไปส่งบัสที่ Wulong เพื่อขึ้นรถบัสกลับฉงชิง รถบัสคันนี้เล็กมากก ขับช้ามากเช่นกัน อยู่ๆ พี่แกก็จอดเติมน้ำ ช้าไปอีกและด้วยความที่ขึ้นรถผิดเกือบไม่ทันรถบัสดีได้คันตอน 5 โมงเย็นกว่าจะถึงฉงชิงก็ 19.30 ละ

พอกลับเข้าเมือง รถจะมาส่งที่สถานีรถบัสเช่นเดิมเราก็เดินทางด้วยรถไฟฟ้า จากสถานี Sigongli change at Liangkukou Station and take Line 1 to Jiaochangkou Station (2 station) Exit 9 อันนี้เราไปที่ Jiefanbei เหมือนเดิมตามหาหมาล่าชาบูอีกครั้งหลังจากที่วันแรกยังไม่เจอที่อร่อยจนมาค้นพบที่นี่จ้า ที่ที่เจ่เล็งไว้ตั้งแต่คืนแรกเห็นคนต่อคิวเยอะมาก มากจริง วันนี้ก็ยังนานอยู่รอน่าจะ 40 นาทีได้

อร่อยล้ำเหลือสมการรอคอย การสั่งอาหารที่นี่ไม่ธรรมดานะจ้ะ ต้องโหลด We Chat และเข้า Add ของร้านจะมีเมนูให้เลือกผ่านแอพถึงจะได้กินจ้า ถ้าคุณไม่มี We Chat ไปก็คงต้องอดละ 55 ยากเกิ้น แต่คุ้มบอกเลย กินกับเบียร์เย็นๆ นะ

น้ำซุปที่นี่มีแบบใสกับแบบเผ็ด เราก็สั่งอย่างละครึ่งหม้อ แบบใสคล้ายกับซุปน้ำข้นในชาบูชิอ่ะ แต่ซุปเผ็ดคือน้ำมันหมาล่าเผ็ดร้อน ออกจะมันๆหน่อย มันมากทีเดียวแหละแต่อร่อยเผ็ดลิ้นชา จิ้มกับน้ำจิ้มแบบน้ำมันเช่นกัน ไม่รู้จะกินน้ำมันกันไปถึงไหนแต่คิดว่าเมืองหนาวคงต้องการความอบอุ่น น้ำจิ้มให้มาเป็นกระป๋องเล็กๆ เทใส่ถ้วยและผสมพวกพริก กระเทียม ผักชีอะไรประมาณนั้นได้ มีพริกคล้ายๆ พริกเผา ลองชิมๆเอา เอาที่เรากินได้อ่ะ

จบมื้อค่ำอันแสนสุข ถึงฉงชิง ล่ะค้า ได้กินชาบูหมาล่าที่อร่อย มื้อนี้ประมาณ 1400 กว่าบาท จากนั้นเดินกลับโรงแรมด้วยเส้นทางเดิม พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ตื่นเช้าทุกวัน ยิ่งกว่าทำงานซะอีก เพื่อกลับเฉิงตู


เช้าวันที่ 4 ต้องกลับไปเฉิงตูละจ้า อย่างที่บอกเราต้องกลับมาขึ้นที่สถานีรถไฟความเร็วสูง

การเดินทาง : จากโรงแรม สถานี Jiaochangkou Station to Liangkukou Station (2 station) then change to Line 3 go to Chongging North Railway Station (9 station)

เวลารถไฟ 7.58 AM on time go to Chengdu East Railway Station

ตามข้างบนควรเป็นแบบนั้นนะคะ แต่เพราะเราไปสถานีผิดนี่ขนาดเตรียมการมาอย่างดีแทนที่จะไปตามเวลากลับไปลงผิด อ้าว ใครจะไปรู้ North Railway มี 2 North จ้าถัดกันสถานีเดียวอีกที่เป็นสถานีย่อย ซึ่งเราต้องไป Chongqing Bei กลายเป็นลงผิด ก็ว่าละทำไมดูเล็กๆ ไม่คุ้น เห็นมั้ยล่ะ หลงจนได้ กลายเป็นตกรถจ้า ต้องขอออกตั๋วใหม่สามารถทำที่นี่ได้นะ ไอ้ที่สถานีที่ผิดน่ะแหละแต่ประเด็นคือ ออกตั๋วแล้วรถเที่ยวที่เร็วที่สุดคือ 11.15 จากเดิมเราไป 7.58 รอแบบไม่มีทางเลือกและต้องเพิ่มเงินเพราะตั๋วรอบนั้นราคาแพงกว่า ฉะนั้นเผื่อเวลาไว้ดีๆ นะ เผื่อหลงเพราะส่วนใหญ่เจ่ไปแบบพอดีเวลาตลอดดดดด เป็นไงเข็ด

ที่แย่กว่านั้นภาษาจีนก็ไม่ได้ เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษก็หายาก โชคดีที่พอมีคนพอพูดได้ 1 คนถ้วน แต่ปัญหายังคงตามมาอีกหลังจากมาสถานีผิด ตกรถ จ่ายตังค์เพิ่ม คือ เขาไม่รับเงินสด รับแต่ผ่าน Alipay อ้าวแล้วเจ่จะไปเอามาจากไหน เลยต้องขอความอนุเคราะห์จากคนแถวนั้นซึ่งกำลังต่อคิวยาว (รอเรานี่แหละ) พูดกันไม่รู้เรื่อง คิวอื่นก็รอกันไป โชคดีมีพระเอกขี่ม้าขาว เข้ามาช่วย และเราก็จ่ายเงินให้เขาไปต้องขอบคุณผู้คนนั้นอย่างยิ่งยวด ไม่งั้นนอกจากจะตกรถ บลาๆๆๆ ตามข้างต้น อาจะเจอตรีนนน พี่จีนด้วยความรอนานก็เป็นได้


แค่เพียงสถานีเดียว ชีวิตเปลี่ยน ระหว่างรอคันต่อไป เลยต้องหาอะไรกินก่อน ร้านนี้คือไก่ทอดประมาณ KFC บ้านเรา Dicos ค่ะ กันตาย กินได้ชัวร์

อ้าวได้เวลาขึ้นรถ เดี๋ยวก็ตกรถรอบสองคราวนี้นอนแมร่งนี่แหละ

Dicos ที่เหลือเอามาทานบนเครื่องได้นะคะ

ในที่สุดการเดินทางเกือบครึ่งวันก็มาถึงเฉิงตู 555 เราต้องไปโรงแรมก่อนเพื่อฝากกระเป๋าและเที่ยวต่อ จากภาพคงเห็นนะคะกระเป๋า 3 ขาก็ยังคงมากับเจ่ 3 วันผ่านไป เพราะเดินหาซื้อแล้วไม่มีอ่ะ มีแต่ในห้างก็แพงเกินก็เลยลากถูลูกถูกังกันมาแบบเนี้ย แต่หน้าก็ยังยิ้มได้

จากนี้เราไปโรงแรมกันค่ะ

การเดินทาง : Chengdu East Railway Station (ถึงเฉิงตูจากสถานีรถไฟ) (2 Hours 14 Mins)

Go to Leeden Hotel Chengd take CRT Line 2 from East Railway Station to Chunxi Rd. Station (5 station) then change Line 3 to 2nd People’s Hospital (1 station) and then walk to hotel about 580 Meters

ออกทางออกนี้นะ ถ้าใครมาพักโรงแรมนี้ แต่จะบอกเจ่ออกอีกฝั่งตรงข้าม ประเด็นคือไม่มีบันไดเลื่อน ต้องยกกระเป๋าพิการ 3 ขาขึ้นบันไดสูงชันและข้ามถนนเพื่อมาฝั่งตรงข้ามเดินไปอีก 850 เมตรถึงโรงแรม โง่ไง 555 มาค้นพบทีหลังอ้าวมีฝั่งนี้ อ้าวมีบันไดเลื่อน อ้าววววววว

หลังจากฝากกระเป๋าก็เดินทางต่อ โรงแรมอยู่สี่แยกตรงนี้แหละ ก่อนข้ามถนนจะเห็นชัดเลยอยู่ด้านหน้า แต่พอดีไม่ได้ถ่ายรูปหน้าโรงแรมมา ใช้ได้ ราคาไม่แพงมีมินิบาร์ในห้องด้วย มีขนม น้ำ เบียร์ นิดหน่อย ห้องกว้าง ห้องน้ำแยกเปียกแห้ง พร้อมอาหารเช้า ดูหน้าเจ่ก็รู้ว่าไม่เหนื่อยกับการลากกระเป๋า

ถามว่าพอหรือยัง ต้องหาซื้อได้หรือยัง วันนี้เราไปตามหากระเป๋าเดินทางกันจ้า กับรองเท้าคู่ใหม่ เพราะที่เห็นนั่นเห็นมะ เหยียบส้นตลอด รองเท้า "กัด" จ้า เดินไม่ไหวไม่ใช่แค่กระเป๋าแต่เท้าก็ไม่ไหวเช่นกัน TT

มุ่งตรงไปที่นี่ก่อนค่ะ Taikoo Li Area เราจะไปร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่เว่อร์วังในเฉิงตู ถามว่าปกติอ่านหนังสือหรอ ก็ไม่ แต่จะไปถ่ายรูป ร้านอยู่ชั้นใต้ดินของห้าง Taikoo Li ออกจากรถไฟใต้ดินมีทางเชื่อมเข้าตัวห้างเลยค่ะ แต่เดินหายากอยู่เหมือนกัน

การเดินทาง : take by CRT from Line 3 2nd People’s Hospital station to

Chunxi Rd. Station (1 station) then walk about 9 mins go to Fang Suo Commune

ร้านหนังสือเว่อร์วังจริงว่ามะ มีมุมสวยๆ เพดานแบบลอฟต์ๆ ถ่ายรูปได้แต่ห้ามส่งเสียงดังนะมีคนอ่านหนังสืออยู่ ภายในร้านจะมีร้านเสื้อผ้าแบบ Hand made เล็กๆ ร้านกาแฟ และขายของที่ระลึก

จากนี้ไปได้เวลาช้อปปิ้งงงง

ในที่สุดเจ่ก็ได้กระเป๋าเดินทางมาครอบครองด้วยราคา 1800 กว่าบาทจากร้าน Xiaomi และรองเท้า Fila ราคา 3200 บาท รูดบัตรเครดิตซื้อก็ไม่ได้ตังค์ก็ไม่พอต้องไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มที่นู่นจ้า แต่บางตู้ก็กดไม่ได้นะลองเปลี่ยนตู้ดูเราใช้บัตรเอทีเอ็มของกรุงเทพ กดได้เสียค่ากด 100 บาท ฮือๆๆๆ จำใจ ทางที่ดีถ้ามาจีนบ่อยควรทำบัตรเครดิต Union Pay ค่ะ ดีที่สุดจ่ายได้ กะว่ากลับไปครานี้จะทำละคร้า เผื่อฉุกเฉิน

ขนมอันนี้มันดีย์งามอร่อย ใน Tai Koo Li แหละ หลังจากได้รองเท้ากับกระเป๋าจิตใจก็เบิกบาน กินได้เลยทีเดียว

มีกระเป๋าและรองเท้าไปต่อได้ ที่ที่เราไปคือ People's Park เป็นสวนสาธารณะในเฉิงตู

การเดินทาง : People’s Park take from Line2 Chunxi Rd. Station to People’s Park (4 station)

เรือนี้เช่าพายได้นะแต่เจ่เหนื่อยไม่อ่ะเดินดูรอบๆก็พอ

เห็นอากง อาม่าเขาวาดๆ กันในสวนไม่รู้ทำทำไม น่าจะแสดงการเขียนตัวหนังสือจีน ประมาณนั้น ใช้พู่กันอันใหญ่วาดด้วยน้ำที่พื้นทางเดิน

หน้าร้านน้ำชา ภายในคนล้นหลาม เออคนจีนเขาชอบกินน้ำชากันเนาะ เหมือนในหนังจีนสมัยก่อนใช่ป่ะ เอะอะ นั่งโรงเตี๊ยมชวนกันดื่มน้ำชา เท่าที่เจ่เข้าไปเดินสำรวจดูก็มีแต่กาน้ำชา กระติกใส่น้ำชา ตอนแรกจะลองแต่หาจุด order ไม่เจอเลยเดินออกมา แต่นั่งกันจริงจังมากคนเต็มร้านเลย

ลากกระเป๋าไปต่ออย่ารอช้า พระอาทิตย์กำลังตกดิน ไปถนนคนเดินค่ะ Jinli Ancient Street (ถนนโบราณจิ๋นลี่) Food Street

การเดินทาง : จาก People’s Park take Line 2 to Chunxi Rd. Station (3 station) and then take Line 3 to Gaoshengqiao (5 station) Exit D (เดินมาทางขวาเลี้ยวขวาเดินตรงไปไม่เกิน 2 กม.จะเห็นด้านซ้ายคนเยอะๆ นั่นแหละถึงแล้วข้ามถนนไปเลย) แต่ที่พูดมาความจริงมันไม่ใกล้อย่างนี้ดิ้ ออกจากสถานีมาเดินอีกเกือบ 3 กิโลเมตรไม่ไหวอ่ะ เรียกแท๊กซี่ไปต่อ จบ!!!

แฟชั่นเกร๋ๆ ในตลาดโบราณ พร้อมกระเป๋าเดินทางและรองเท้าคู่ใหม่ ไม่เจ็บละโว้ยๆๆ ได้กระเป๋าละวันกลับสบายยย

เสยไป ทุกที่คือรันเวย์

กินอะไร กินอะไร มื้อค่ำ หมาล่าเป็นออร์เดิฟ อีกตามเคย คนมันชอบ

เกี๊ยวชามนี้โอเลยอ่ะ ประมาณ 60 บาท

เต้าหู้นี่อร่อยดีแต่ออกรสเค็ม คนจีนจะกินออกเค็มๆ นะ

กิจกรรมอย่างหนึ่งของคนที่นี่ ท่าทางเขาจะขี้หูเยอะกัน มีร้านแคะแบบนี้ทุกที่ ตามสถานที่ท่องเที่ยวตอนที่ไปฉงชิงก็มี ที่นี่ก็มีเช่นกัน เวลาเรียกลูกค้าเขาจะเคาะๆ ไม้เหล็กคล้ายๆตะเกียบแต่ยาวกว่าเยอะ เรียกลูกค้า และนั่งส่องนั่งแคะ สงสัยจะเพลิน ไม่กล้าลอง 555

หลังจากนี้เราก็กลับโรงแรมพักผ่อนเรียกแท๊กซี่กลับราคาแค่ 75 บาทได้ ไม่แพง ไม่เหนื่อย เพราะพรุ่งนี้ตื่นเช้าอีกแล้วไปไหว้พระที่เล่อซานกัน


เช้าแล้วจ้า Breakfast กันมะ ระหว่างรอรถบัสมารับไปเที่ยวพระใหญ่เล่อซาน

ซื้อตั๋วทัวร์จากเว็บนี้เลย https://www.klook.com/th/ ราคาแสนถูกไปกลับคนละประมาณ 500 กว่าบาท ซึ่งหลังจากนั้นเรานำใบจองที่ปริ้นท์มาแสดงที่จุดรับ โดยในรายละเอียดการจองจะบอกการเดินทางมายังจุดขึ้นรถบัส แต่ประเด็นคือมาถึงแล้วคันไหนหว่า มีตั้งหลายคนไปคนละที่ ก็เลยใช้ภาษาใบ้เข้าช่วยโชว์กระดาษที่ปริ้นท์มาแนะนำปริ้นท์เป็นภาษาจีน ถ้าไม่มีก็ภาษาอังกฤษ แคปหน้าจอสถานที่ที่จะไป วิธีนี้ช่วยเวลาขึ้นแท๊กซี่ได้ด้วยว่าจะไปที่ไหนให้โชว์รูป

น้ำเต้าหู้จากรถเข็นนั่นแหละ กับขนมปังในมื้อเช้าระหว่างรอรถบัส

หลังจากเจอรถแล้วเราต้องนั่งตามที่ที่เขาระบุไว้ นัดหมายกันเวลา 7.30 AM

ประมาณ 10 โมงเราก็มาถึง ความจริงแล้วมีอีกทางเลือกคือขึ้นรถไฟความเร็วสูงซึ่งจะใช้เวลาน้อยกว่าแต่เนื่องจากที่เราจองผ่าน Trip.com ไว้เขา cancel ไม่รู้เนื่องจากอะไรอาจเพราะตั๋วเต็ม booking ให้ไม่ได้ นี่ขนาดเจ่จองล่วงหน้าเกือบสองเดือนยังไม่ได้เลย No choice มาทางรถบัสแทน

พอรถบัสมาปล่อยเราไว้ต้องต่อรถบัสภายในเพื่อไปยังทางเข้า แต่ก่อนขึ้นรถบัสซื้อตั๋วก่อน Ticket Hall ด้านหน้าทางเข้าประมาณนี้ค่ะ จริงๆ มีหลายจุด หลายยอดเขาที่สามารถเดินไปชมได้ แต่เจ่เอาเฉพาะจุดสำคัญๆ พอเหนื่อย

เราต้องไต่ลงมาจากบันไดนี้คนก็เยอะต้องค่อยๆตามกันมาใช้เวลาพอดูสูงและเสียวพอตัวเพื่อลงมาาสักการะพระใหญ่

ภาพถ่ายจากมุมสูง



ด้านบนจะมีวัดซึ่งควรสักการะก่อนกลับ

เหนื่อยและร้อน ไอติมสักแท่งละกัน จากนี้ออกละ จุดอื่นคงไม่ไหว หาข้าวกินดีกว่า ประเด็นหลักของการท่องเที่ยว

ร้านนี้ดูน่านั่งร้านนี้ละกัน แนว Local ดีอาหารก็น่่าจะดีเช่นกัน


อาหารเสฉวนค่ะ หน้าตาอาจดูแปลกๆ แต่รสชาดใช้ได้เลยเบียร์ขวดนี้คือดี ice beer กินง่ายไม่ขม เย็นเจี๊ยบ หมดขวดจ้า

อิ่มละเวลาเหลือเยอะมาก จากจุดนี้ควรขึ้นรถบัสนะคะเพราะไกล แต่เราอยากเดินย่อย เดินกลับไปที่จุดรับส่งบัสเมื่อเช้า เป็นไงเดิน โคตร!!! ไกล เมื่อยมาก ไม่ชิวละแต่ต้องไปต่อ รถมารับเวลา 16.00 แต่เราเดินเสร็จตั้งแต่บ่ายสอง เลยนอนรอในจุดขายตั๋ว เพื่อรอรถกลับเฉิงตู


เราถึงเฉิงตูประมาณ 19.00 PM รถบัสมาส่งที่ Kuan Zhai Xiang Zi walking street market (ถนนคนเดินควานไจ๋เซี่ยงจื่อ) ก็เลยหาของกินแถวนี้เลยก่อนกลับโรงแรม


มาจบด้วยร้านนี้ ไม่ต้องทาย หมาล่าชาบู อีกละ

อันนี้มี 4 ช่องแบบแยกกันคนละ 2 ช่องเลยแต่น้ำซุปเหมือนเดิมคือมีใสและหมาล่า

ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างร้านที่ฉงชิง ที่ฉงชิงอร่อยกว่านะที่นี่จะเบาๆหน่อยแต่ก็อร่อยคนละแบบ แต่เราชอบอีกที่มากกว่า หมดไปมื้อนี้ค่อนข้างแพงเพราะรู้สึกว่าเป็นร้านดังมีรูปโปรไฟล์คนใหญ่ คนโตมาทานกันด้วย บ้างก็ดารา

ไม่กินเบียร์ขวดนี้ไม่ครบสูตรนะ อร่อยจริงชอบอ่ะ และกระป๋องข้างๆ นั่นแหละน้ำจิ้ม เราก็เอามาปรุงพริก กระเทียมเอาเอง ที่ปรุงก็อยู่ในถ้วยนั่นแหละ

เช้าวันสุดท้ายแล้วจ้าแต่เรามีเวลาทั้งวันเพราะไฟล์ทตีสอง 555 วันนี้เลยไม่รีบได้กิน Breakfast ที่โรงแรม

จากนี้พร้อมลุยหาหมาแพนดี้กัน

การเดินทาง : Panda Avenue open 8.00-10.00 AM(แพนด้าตื่น) take from Line 3 2nd People’s Park Hospital Station to Panda Avenue( 7 station) พอถึงแล้วให้ไปซื้อตั๋วที่จุดขายตั๋วโผล่จากใต้ดินมาเจอเลย จะมีขายพร้อมตั๋วบัสเข้าไปข้างในด้วย

รถบัสจะมาจอดแค่จุดจอดรถบัสต้องเดินเองประมาณ 400 เมตร เดินตามๆ เขามาถึงหน้าทางเข้า ที่นี่มีให้เลือกระหว่างขึ้นรถกอล์ฟเพื่อชม หรือเดินชม แต่เห็นจากแถวขึ้นรถกอล์ฟแล้วเดินก็ได้ เพราะคิดว่ากว่าจะถึงคิวเดินยังเร็วกว่า แถมเสียเงินเพิ่มด้วย

เห็นหมีพี่มะ

ภายในบริเวณร่มรื่นมาก จริงๆเราไปถึงประมาณ 10.00เที่ยงก็เดินทั่วละ พอกับน้องหมี

จากนี้นอกแผนนิดหน่อยค่ะเพราะเราอยากไปดูแหล่งค้าส่งของเมืองเฉิงตูกัน ประมาณประตูน้ำ สำเพ็ง บ้านเรา ถามว่าได้อะไรมามั้ย ไม่ได้เลย เดินดูเฉยๆ ขากลับต้องนั่งสามล้อจีนกลับเพราะเดินมาไกลจนกลับไม่ถูก

แวะกินอาหารกลางวันหนึ่งมื้อเป็นพวก Fast food ของจีนแหละน่าจะประมาณ Chester Grill บ้านเรา แต่รสชาดไม่ผ่าน

จากนี้เราไปตึกนี้กันค่ะ IFS Building shopping mall เพื่อไปถ่ายรูปกับแพนด้า (อีกละ) บนตึก

การเดินทาง : CRT to Chunxi Rd. Station (8 station)


ที่นี่ไงอยู่บนดาดฟ้าของห้าง IFS Mall

ถ่ายรูปละลงได้ไม่เสียเงิน เวลาเหลือก็เลยไปนั่ง food court ในห้างตากแอร์



ก็หมาล่าไงล่ะ จะอะไร กินตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ประมาณว่า Snack


เห้ยอันนี้อร่อยอีกละ น้ำแข็งใสใส่ไอติมแต่เป็นน้ำแข็งแท่งรสผลไม้ใส่ท้อปปิ้ง เรียกอะไรไม่รู้ชี้ๆเอา หวานเย็นชื่นใจ ไม่หวานมากแต่แอบแพงประมาณ 120 ได้

เรลงจากห้างไปด้านล่างเป็นย่าน Tianfu Square

เดินเล่น นั่งเล่นชิวกันไปที่นี่ก็ประมาณ Jiefanbei ที่ฉงชิง สยามสแควร์ เซ็นทรัลเวิลด์บ้านเรา

เดินไปเดินมาหิวอีกละ ลองร้านนี้คิวยาวดี รอนานมากเช่นกันเกือบครึ่งชม.เป็นมันฝรั่งแต่ทอดๆ คุ้มกับการรอคอย

ทีนี้ก่อนกลับมาส่งท้ายด้วยขนมที่เจ่ลองกิน (ไปเรื่อย) ตามร้านโชว์ห่วยบ้าง super บ้าง

ต่อด้วยชานม ซึ่งสั่งยากมากพูดกันไม่รู้เรื่อง เลยต้องชี้เอา สุ่มเอา ดีนะที่กินได้

แบรนด์ชานี้มีทั่วไปในจีน ตอนนี้มีที่ไทยแล้วนะ


อันนี้อร่อยเป็นกรอบๆข้างในมีไส้หวานๆ นมๆ มีสองสี ชมพูกับฟ้า

ไส้กรอกพร้อมทานกินได้เลยไม่ต้องเวฟ กินเปล่าหรือใส่มาม่าได้ อร่อยดีอันละประมาณ 15-20 บาทหาซื้อได้ตามร้านซุปเปอร์ มินิมาร์ททั่วไปหรือร้านของชำก็มีนะ

ชามะนาวอันนี้ฟรีจากมินิบาร์ในห้องของโรงแรม ก็รสชาดได้อยุ่

นมจ้ากล่องน่ารักดีเลยลอง ก็นมน่านแหละ

น้ำเปล่ารสพีชชชช

อันนี้ไงซองสีฟ้าแต่รสชาดเดียวกันอ่ะ

ปิดท้ายจากนี้เราก็กลับไปที่โรงแรมเพื่อแพ็คของนะคะเพราะซื้อของฝากมานิดหน่อยพวกซุปก้อนหมาล่าและขนมเผื่อคิดถึงฉงชิง เฉิงตูจะได้ทำกินเองได้

การเดินทาง : จากสถานี Chunxi Rd. ไป People’s Park Hospital Line 3

การเดินทางกลับสนามบินเนื่องจากรถไฟจะปิดประมาณ 11.00 PMเลยต้องออกจากโรงแรมประมาณสี่ทุ่ม

ขึ้นรถไฟจากสถานี People'Park Hospital Line 3 to Taipingyuan Station (8 station) and then change to Airport Express Line 10 to T1 Shuangliu Internation Airport

ถึงประมาณ 11.00 PM ต้องนั่งเล่น นอนเล่นรอใน KFC

Boarding Time 2 AM

Bye Bye เมืองจีน See You Again Next City

ความคิดเห็น