พาไปชิมอาหารอิตาเลี่ยนแท้ กับวิวเมืองหลวง ที่ URBANI TRUFFLES ฺBAR & RESTAURANT (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอนด์ เรสตรองท์) รีวิวโดย สายลม ที่ผ่านมา

วันนี้จะมาแนะนำร้านอาหารอิตาเลี่ยน สุดหรู บนความสูง 39 ชั้นของอาคารสาทรสแควร์กันค่ะ ร้านที่เรากำลังพูดถึงนี่คือ URBANI TRUFFLES ฺBAR & RESTAURANT (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอนด์ เรสตรองท์) เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนแท้ดั้งเดิมค่ะ URBANI จะใช้วัตถุดิบชั้นเลิศระดับโลก อย่าง "ทรัฟเฟิล" เป็นหลักในก

พาไปชิมอาหารอิตาเลี่ยนแท้ กับวิวเมืองหลวง ที่ URBANI TRUFFLES ฺBAR & RESTAURANT (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอน

พาไปชิมอาหารอิตาเลี่ยนแท้ กับวิวเมืองหลวง ที่ URBANI TRUFFLES ฺBAR & RESTAURANT (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอนด์ เรสตรองท์)

 วันพฤหัสที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2562 เวลา 08.31 น.

 วันที่เดินทาง 6 มิ.ย. 2562


วันนี้จะมาแนะนำร้านอาหารอิตาเลี่ยน สุดหรู บนความสูง 39 ชั้นของอาคารสาทรสแควร์กันค่ะ ร้านที่เรากำลังพูดถึงนี่คือ URBANI TRUFFLES ฺBAR & RESTAURANT (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอนด์ เรสตรองท์) เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนแท้ดั้งเดิมค่ะ

URBANI จะใช้วัตถุดิบชั้นเลิศระดับโลก อย่าง "ทรัฟเฟิล" เป็นหลักในการสร้างสรรค์เป็นเมนูชั้นเลิศ ด้วยกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ และความพิถีพิถันในการเสาะหา (ทรัฟเฟิล ไม่สามารถปลูกได้เอง แต่จะขึ้นตามธรรมชาติ) จึงทำให้ "ทรัฟเฟิล" เป็นวัตถุดิบชั้นดี หายาก และราคาแพง

ในเรื่องของความเชียวชาญในการคัดสรรทรัฟเฟิลชั้นเยี่ยม URBANI เป็นแบรนด์เก่าแก่ระดับโลก เป็นผู้ส่งออกทรัฟเฟิลรายใหญ่ของโลกจากอิตาลี ที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกถึง 70% เรียกได้ว่าทรัฟเฟิลที่เสริฟในร้านอาหารหรูทั่วโลก ส่วนใหญ่ล้วนมาจากแบรนด์ URBANI ทั้งสิ้น

นอกจากธุรกิจ "ทรัฟเฟิล" ทั่วโลกแล้ว URBANI ได้ขยายไลน์ธุรกิจมาเปิดร้านอาหารอิตาเลี่ยนสุดหรูในรูปแบบ Fine Dining ของตัวเองที่ใจกลางกรุงเทพฯ ในย่านสาทร บนชั้น 39 ของอาคารสาทร สแควร์ ในชื่อ URBANI Truffle Bar & Restaurant Bangkok (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอนด์ เรสตรองท์) โดยได้รับรางวัล Thailand Tatler Best Restaurant 2019 มาหมาด ๆ ในปีนี้

URBANI TRUFFLES ฺBAR & RESTAURANT (เออร์บานี่ ทรัฟเฟิล บาร์ แอนด์ เรสตรองท์) ประเทศไทยบริหารงานโดย Mr. Roberto Ugolini ผู้ซึ่งยังรั้งตำแหน่งเจ้าของร้านอีกด้วย เกือบทุกเมนูของที่นี่ล้วนมีทรัฟเฟิลเป็นส่วนผสมหลัก รวมไปถึงของหวานและเครื่องดื่มที่สร้างสรรค์ด้วยการใช้ "ทรัฟเฟิล" ได้อย่างลงตัว

(ขวา) Fruttato คอกเทลซิกเนเจอร์ส่วนผสมที่ลงตัวของ "ทรัฟเฟิล" และ "กรุฟเบอร์รี่"

ก่อนจะไปถึงอาหารหลัก ขอเริ่มด้วยเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยในส่วนของ บาร์ของ URBANI กันก่อน ต้องยอมรับว่าบาร์ของที่นี่ให้บรรยากาศดี อบอุ่นและดูหรูหรา ด้วยพื้นที่ ๆ กว้างขวาง แต่จัดที่นั่งไว้เพียง 30 ที่ สามารถชมทัศนียภาพของกรุงเทพฯ อันงดงามพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เป็นการอุ่นเครื่องก่อนมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ในยามราตรี ที่สวยงามจนสุดบรรยาย

(ซ้าย) Casa Mai Cocktail

เมนูเด็ดของบาร์แห่งนี้คือ URBANI Signature Cocktails ที่พิถีพิถันและครีเอทให้ผู้เสพอรรถรสได้ซึมซับรูป รส กลิ่น ของ Cocktails สุดพิเศษนี้อย่างเต็มที่ ด้วยส่วนผสมของ ทรัฟเฟิล ทั้งมาในรูปของวัตถุดิบหลัก และมาในรูปของ Topping รวมถึงการแปลรูปท ทรัฟเฟิลให้เป็นไซรัปรสหอมหวาน อีกทั้งได้บาร์เทนเดอร์ฝืมือดี ช่วยครีเอตรสชาติให้เข้ากับบรรยากาศ และให้คำแนะนำ Cocktails สูตรพิเศษที่เหมาะเฉพาะคุณสำหรับคอไวน์ก็ไม่น้อยหน้ากัน URBANI ก็มีไวน์ชั้นดีที่คัดสรรมาแล้วให้เลือกกว่า 200 Label นอกจากนี้ยังมีทั้ง วอดก้ากลิ่นทรัฟเฟิล, แชมเปญ, วิสกี้และเบียร์นำเข้าให้เลือกอีกหลากหลาย

สีน้ำตาลอำพันของ Tatufo Old Fashion และสีส้มสดใสของ Destino

ช่วงนี้พลาดไม่ได้! กับ Promotion URBANI Sunset ชมวิวพระอาทิตย์อัสดง กับวิวกรุงเทพฯ ยามราตรี พร้อมจิบเครื่องดิ่มแก้วพิเศษ กับเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยหลากหลาย ในราคา 590 net เวลา 17.00- 19.00 เฉพาะจันทร์ – ศุกร์เท่านั้นนะคะ

บาร์เทนเดอร์สุดหล่อปรุงคอกเทลสูตรพิเศษให้กบพวกเรา พร้อมวิวงาม ๆ ของกรุงเทพมหานคร

กลับมาในส่วนของร้านอาหาร เมื่อเข้าในที่แห่งนี้ สิ่งแรกที่สามารถสัมผัสได้ นั่นคือ ความรู้สึกหรูหรา สุขุมนุ่มลึก มีเสน่ห์ ด้วยการตกแต่งที่เรียบหรู ในโทนของไม้ และหนัง สีน้ำตาลดำที่ตัดด้วยสีทองของแสงไฟ ให้ความรู้สึกเลิศหรู เฉพาะตัว

ที่นั่งถูกแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ เว้นระยะที่เหมาะสมเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าใช้บริการ นอกจากนี้ยังมี Chef table zone, Bar zone และ VIP zone ทุกโต๊ะจะถูกโอบล้อมด้วยกระจกใสกว้างเป็นแนวยาวแบบพาโนรามา ทำให้เห็นวิวกรุงเทพพร้อมโค้งน้ำเจ้าพระยาในมุมที่สวยที่สุดได้อย่างเต็มตา

URBANI เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลา 23.00 น. จึงให้บริการทั้งแบบ Set Lunch menu ราคา 690 และ 990 บาท และแบบ A La Carte นอกจากนี้นี้ยังมีเมนู Chef’s Amuse Bouche ซึ่งเป็นเมนูที่เชฟจะปรับเปลี่ยน ครีเอตเมนูใหม่ ๆ ออกมาทุก ๆ 3 เดือน และแน่นอนว่าแต่ละเมนูคัดสรรเฉพาะวัตถุดิบชั้นเลิศจากทุกมุมโลก อาทิ ฟรัวกราส์, ปูอลาสก้า, Canadian Lobster, เนื้อวัว Tenderloin จากออสเตรเลีย, เนื้อแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์, ปลากระพงจากสเปน และที่เป็นไฮไลต์ของทุก ๆ เมนูคือ "ทรัฟเฟิล" ชั้นเยี่ยมเป็นแบบ Course Testing menus และเป็น Signature Menu ของทางร้าน มีให้เลือกสองแบบ คือ Five Course Signature menu (5 คอร์ส ราคา 3,900++) และ Seven Course Signature menu (7 คอร์ส ราคา 5,500++) ** (ทั้งสองแบบนี้จะรวม Prosecco 1 แก้ว)

Beef & Truffle Tartare

โดยวันนี้จะมาแนะนำ Five Course Signature menu ให้ได้รู้จักกันค่ะ ก่อนเริ่มคอร์สอาหารทางบริกรจะเสริฟขนมปังโฮมเมดร้อน ๆ สดใหม่จากเตาของทางร้าน ที่ทั้งหอม และเหนียวนุ่ม เหมาะกับการเปิดคอร์สแรกเป็นอย่างมาก คอร์สแรก เราต้องเลือกระหว่าง Beef & Truffle Tartare หรือ Fig & Foie Gras Salad

Beef & Truffle Tartare ให้ความรู้สึกเข้มข้นของเนื้อ Tenderloin จากออสเตรเลีย ปรุงรสให้เข้ากันตามแบบฉบับของ URBANI เพิ่มความเข้มข้นของกลิ่นรสด้วยทรัฟเฟิลมัสตาร์ด และทรัฟเฟิลฝานบาง ๆ ไว้เป็น Topping คู่กับซูกีนี่ม้วนแผ่นบาง ๆ และคาร์เวียชั้นดี

Fig & Foie Gras Salad

Fig & Foie Gras Salad สลัดรสชาติหอมหวาน จากลูก Fig บีทรูทและน้ำผึ้ง ปรุงรสมาจนเป็น Dressing รสชาติหอมหวาน ใช้ฟรัวกราส์ชั้นดีนำมา sear บนกระทะร้อนให้ผิวด้านนอกมีความเกรียมแต่ด้านในยังมีความฉ่ำนุ่มพอดี ตัดรสชาติด้วยผล Fig และรวงผึ้ง วางเป็น Topping บนผักสดและ Risotto ที่ทอดจนกรอบบางหอม เมื่อทานด้วยกันแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น หอมหวานเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

Truffle Soup

คอร์สถัดมาเป็นซุปมีให้เลือกระหว่าง Truffle Soup หรือ Alaska King Crab Cold Soup สำหรับ Truffle Soup นั่น เสริฟมาในพัฟฟูกรอบ เพื่อรักษาความร้อนและกลิ่นของทรัฟเฟิลเอาไว้ให้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อเปิดเจาะตัวพัฟด้านนอกจะกรอบนอก นุ่มใน จะฉีกจุ่มกับซุป หรือใส่ลงไปในซุปทานพร้อมกันก็ได้รสชาติ และรสสัมผัสที่นุ่มเนียน ละมุ่นลิ้น หอมกรุ่นด้วยกลิ่นทรัฟเฟิล เหมาะกับการวอร์มกระเพาะ เพื่อรอรับเมนคอร์สสุดอร่อยต่อไป

Alaska King Crab Cold Soup เป็นซุปเย็นที่เสิร์ฟมาอย่างอลังการณ์งานสร้าง ด้วยไนโตรเจนเหลวที่หล่อมาด้านนอกของซุป เมื่อเสิร์ฟซุปจะเทซุปลงบนเนื้อปูจะให้ควันสีขาวนวลฟุ้งไปบนจานซุปที่เสิร์ฟให้ความรู้สึกเวอร์วังอลังการณ์ ก่อนที่ไอเย็นจะจางไป เผยให้เห็นซุปปูสีแดง เข้มข้นด้วยมะเขือเทศสีแดงสดที่มาในรูปของเกรดน้ำแข็ง กับความนุ่มหนึบของชิ้นเนื้อปูอลาสก้า และกลิ่นสดชื่นของ basil ให้ความรู้สึกสดชื่นและตื่นตัวในการลิ้มลองอาหารคอร์สต่อไป

การเสิร์ฟ Alaska King Crab Cold Soup อันน่าตื่นตา ตื่นใจ

Spaghetti Vongole Bottarga

คอร์สที่ 3 มีให้เลือกระหว่าง Spaghetti Vongole Bottarga หรือ Risotto Porcini Beef Cheek สำหรับ Spaghetti Vongole Bottarga นั้น เหมาะสำหรับท่านที่ชอบกินสปาเกตตี้ เพราะทางร้านทำเส้นสปาเกตตี้เอง ทำให้ได้เส้นที่สด เหนียวนุ่ม กำลังดี และดูดซับรสชาติของซอสผัด ที่ปรุงจากหอมกระเทียม พาสลี่ ทรัฟเฟิล และเครื่องปรุงอื่น ๆ โดยเฉพาะความสดของหอยที่ฉ่ำหวาน ไม่เหนี่ยว คลุกเคล้ากับไข่ปลา ให้รสชาติที่กลมกล่อม ไม่เลี่ยน ให้รสสัมผัสที่สดชื่นและสนุกกับการกิน

Risotto Porcini Beef Cheek

Risotto Porcini Beef Cheek ทางร้านใช้ข้าว Carnaroli มีความ creamy มาทำ Risotto จึงได้รสชาติออกเค็มนิด ๆ และมันในแบบ Risotto cmhแต่ไม่เลี่ยน ใส่เห็ด Porcini ซึ่งถือได้ว่าเป็นราชาแห่งเห็ดป่า และ สุดยอดชีสจากอิตาลีอย่าง Parmigiano Reggiano นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของหญ้าฝรั้นเล็กน้อย เพื่อดึงจุดเด่นของรสชาติ เคียงด้วยแก้มวัวของ Black Angus นำไป Sous Vide และตุ๋นให้ฉ่ำด้วยซอสไวน์แดง วาง Topping ด้วย Black truffle ฝานให้กลิ่นและรสที่หอมหวาน

คอร์สที่ 4 ที่ถือได้ว่าเป็นเมนคอร์ส มีให้เลือกระหว่าง Sea Bass Baked Salt หรือ Tournedos Rossini ซึ่งทั้งสองเมนูน่าสนใจไม่แพ้ กันเรียกได้ว่า รักพี่เสียดายน้องกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ Sea Bass Baked Salt นั้น นำมาเสิร์ฟด้วยความอลังการณ์เช่นเคย ด้วยการนำปลา Sea Bass หมกเกลือและนำมาเบิร์นให้ดูถึงที่โต๊ะ ก่อนที่จะทุบให้แตก และนำเนื้อปลา Sea Bass ด้านในไปจัดจานเพื่อเสิร์ฟอีกครั้ง

Sea Bass Baked Salt

Sea Bass Baked Salt เลือกใช้ เนื้อปลา Spanish Sea Bass ชิ้นพอเหมาะ เนื้อปลาสดแน่น รสชาติดีมีความหอมนุ่มและฉ่ำ เพราะอบมาในเกลือและให้ความร้อนทำให้สามารถเก็บความฉ่ำหอม ของเนื้อปลาเอาไว้ได้อย่างดี มีกลิ่นทรัฟเฟิลอ่อน ๆ ที่อบร่ำไว้บนเนื้อปลาก่อนจะนำไปหมกเกลือก ราดด้วยซอสจาก Butternut Pumpskin puree ที่เคี่ยวจนงวดได้ที่ ตัดด้วยรสหวานฉ่ำ ๆ อมเปรี้ยวนิด ๆ ของ caponata rolled และ marinated tomato ที่วางเคียงไว้ด้านข้าง ทำให้เกิดรสชาติมีการตัดสลับ เสริมรสของวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปลา Sea Bass ได้เป็นอย่างดี

Tournedos Rossini

Tournedos Rossini จานนี้ต้องเรียกว่า สวรรค์ของคนรักเนื้อ เพราะปรุงจาก Australian beef tenderloin ที่นุ่มและชุ่มฉ่ำเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าละลายในปาก คู่มากับฟรัวกราส์เนื้อนุ่มรสจัดจ้าน และ Pistachio Cream Roll ที่ทำจากแป้งบางกรอบ ให้รสชาติหอมมันเบรครสชาติจัดจ้านของวัตถุดิบหลัก แต่เมื่อกินด้วยกันแล้วเข้ากันเป็นอย่างดี ได้ความหอมของ ทรัฟเฟิลที่สไลด์เป็นชิ้นบางวางมาเป็น Topping จัดจานมาอย่างสวยหรูราวกับงานศิลปบนจานอาหาร

(ซ้าย) Semifreddo Al Tartufo Bianco (ขวา) Coconut Platter

มาถึงคอร์สสุดท้าย ซึ่งเป็นของหวานในวันนี้กันแล้ว ทางร้านมีสองเมนูให้เลือกเช่นเคย นั่นคือ Semifreddo Al Tartufo Bianco ที่แฟน ๆ ของทรัฟเฟิลต้องสนใจ เพราะเป็นการครีเอตระหว่าง ช็อคโกแลต และทรัฟเฟิล ที่ให้กลิ่นรสอันหอมหวาน และเข้มข้นของช็อกโกแลตอย่างดี เป็นของหวานดั้งเดิมของชาวอิตาเลี่ยน เติมเต็มด้วยกลิ่น รสของ White Truffle ซึ่งมีราคาสูง และให้กลิ่นหอมจัด รสสัมผัสคล้ายกับการกินเค็กและไอศครีมไปพร้อม ๆ กัน ตัวเนื้อมีความเป็น Creamy แน่น แต่นุ่มและ หนึบ ๆ ให้ความหวาน หอม อมขมเล็กน้อยตามแบบฉบับของช็อกโกแลตแท้

หรือหากใครเต็มอิ่มกับทรัฟเฟิลแล้วจะเลือกเป็นเมนู Coconut Platter ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการจัดมาบนแผ่นหินชนวนสีดำสวยหรู จำลองเป็นลูกมะพร้าวแตกบนผืนทราย ให้ความหวานมันของ Coconut Panna Cotta กรุบกรอบของ Crumble ที่ทำจากมะพร้าวให้ดูเหมือนทราย หวานละมุนลิ้นของเจลลี่มะพร้าวอ่อนลูกใส Topping ด้วยมะพร้าวคั่วที่หอมมาก ที่เรียกได้ว่า นอกจากอิ่มท้อง อร่อยปาก แล้วยังอิ่มใจกับรูปลักษณ์ที่สวยงามอีกด้วย

เชฟเตย “สหรัฐ แตงไทย”

ทั้งหมด ทั้งมวลที่กล่าวมาสร้างสรรค์โดย เชฟเตย “สหรัฐ แตงไทย” ซึ่งเป็นเชฟมือหนึ่งประสบการณ์สูง และยังเคยเป็นผู้ท้าชิง เชฟเอียน ในรายการ Iron Chef มาแล้ว จึงรับรองได้ว่าอาหารทุกจานมีความซับซ้อน ควบคู่ไปกับความพิถีพิถันประณีตในแบบฉบับของ Fine Dining อย่างแน่นอน

บรรยากาศยามค่ำคืนของร้าน URBANI บนชั้น 39 ของอาคารสาทร สแควร์

ไวน์หลากหลายในตู้เก็บอุณหภูมิ

เชฟกำลังปรุงอาหารในครัวเปิดของทางร้าน

ทิวทัศน์สุดสายตาของกรุงเทพฯ ยามอาทิตย์อัศดง

ทุกโต๊ะสามารถมองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน

บาร์สวย ๆ และบาร์เทนเดอร์สุดหล่อ พร้อมครีเอตเครื่องดื่มในแบบเฉพาะตัวของผู้ดื่ม

พื้นที่สุดหรูบริเวณบาร์เครื่องดื่ม

มุมต่าง ๆ สวยงามไม่แพ้กัน

ก่อนกลับอย่าพลาดมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และเครื่องปรุงที่ทำจากทรัฟเฟิล ทีทางร้านนำมาวางจำหน่าย เพื่อให้ลูกค้าที่ชื่นชอบ ทรัฟเฟิล ให้ซื้อหาไปใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหาร อาทิ น้ำมันทรัฟเฟิล เกลือทรัฟเฟิล เครื่องปรุงและอาหารแห้ง

นอกจากนี้ยังมี Snack ที่ใช้ ทรัฟเฟิล เป็นส่วนผสมมีให้เลือกถึง 3 แบบดัวยกัน คือ

  • Truffle Durian Chips ทุเรียนทอดกรอบกลิ่นทรัฟเฟิล รสชาติหวานมัน โดยเฉพาะให้กลิ่นของทรัฟเฟิลที่ชัดเจน เคี้ยวเพลิน
  • Truffle Potato มันฝรั่งทอดกลิ่นทรัฟเฟิล มันฝรั่งแผ่นบางกรอบคลุกเคล้าด้วยกลิ่นทรัฟเฟิล จนทั่วแผ่น ให้รสสัมผัสกรุบกรอบ มัน เคี้ยวเพลิน
  • Truffle Roots Chips เป็นการรวมตัวกันของพืชตระกูลหัวทั้งหลาย ที่มีบีทรูท เผือก มัน แครอท ทอดจนกรอบได้ที อบด้วยกลิ่นทรัฟเฟิล ถือเป็น Mixed Chips ที่มีสีสันสวยงาม และให้ความกรอบกรุบ เคี้ยวเพลิน ๆ และหอมอวลไปด้วยกลิ่นของทรัฟเฟิล

Snack ประเภทต่าง ๆ

ในส่วนของ snack นั้น นอกจากวางขายที่ร้านแล้ว ยังมีวางขายที่ Gourmet Market Siam Paragon, Emquartier อีกด้วย นอกจากนี้ในส่วนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดยังสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ทาง Honestbee และช่วงเดือนนี้หากใครสั่งซื้อออนไลน์ สามารถนำใบเสร็จมาเป็นส่วนลดอาหาร Set Luch Menu และ A la carte ได้ที่ร้านถึง 20% รายละเอียดสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากทางร้าน

ผลิตภัณฑต่าง ๆ จาก ทรัฟเฟิลที่มีวางจำหน่าย

URBANI Truffle Bar & Restaurant Bangkok

ชั้น 39 อาคารสาทรสแควร์ สาทรเหนือ สีลม กรุงเทพ (BTS ช่องนนทรี)
เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น.

สำรองที่นั่ง โทร 02-2331990-1 ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ที่ www.urbanithailand.com


ความคิดเห็น