กาญจนบุรี รีวิวโดย Tam-Gu-Ma

ทริปนี้เป็นทริปที่เรียกว่า “ไปตายเอาดาบหน้า” เพราะไม่ได้ศึกษาข้อมูลที่ชัดเจนมาก อาศัยการอ่านรีวิวจากหลายๆ เว็บตอนแรกคิดว่าจะไปพักผ่อนนอนแพริมน้ำสักคืน 2 คืน แต่เมื่อไปแล้วก็อยากไปเที่ยวหลาย ๆ ที่ ให้คุ้มกับการมา “กาญจนบุรี” เลยต้องยกเลิกการจองที่พักเหลือ 1 คืน จากการจอง 2 คืน งานนี้เสียเงินฟรีเลยจร

กาญจนบุรี

กาญจนบุรี

 วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.14 น.

 วันที่เดินทาง 26 ธ.ค. 2561

ทริปนี้เป็นทริปที่เรียกว่า “ไปตายเอาดาบหน้า” เพราะไม่ได้ศึกษาข้อมูลที่ชัดเจนมาก อาศัยการอ่านรีวิวจากหลายๆ เว็บตอนแรกคิดว่าจะไปพักผ่อนนอนแพริมน้ำสักคืน 2 คืน แต่เมื่อไปแล้วก็อยากไปเที่ยวหลาย ๆ ที่ ให้คุ้มกับการมา “กาญจนบุรี” เลยต้องยกเลิกการจองที่พักเหลือ 1 คืน จากการจอง 2 คืน งานนี้เสียเงินฟรีเลยจร้า(นี้คือข้อเสียของการไม่เตรียมตัว T T ) จะไปเที่ยวกาญจนบุรีอย่าลืมเตรียมเสื้อกันหนาวกันไปด้วยนะ หมอกหนามาก อย่าหาว่าเราไม่เตือนละ

ไปแล้วประทับใจมากที่สุด ^^ เลยอยากจะมาแบ่งปันแชร์ข้อมูลรีวิวสั้นๆ ให้ทุกคนได้อ่านกันนะคะ


เราเริ่มเดินทางกันจากกรุงเทพ ตัดสินใจนั่งรถไฟไปเพราะ วิวระหว่างทางไปกาญจนบุรีนั้นใคร ๆ ก็บอกว่าสวยคุ้มกับการเหนื่อย เพราะผ่านสะพานแม่น้ำแควและเส้นทางรถไฟสายมรณะ (ทางรถไฟสายมรณะรถไฟไม่ได้จอดแวะเลย ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บรูปไว้ ) แต่ภาพยังประทับใจไม่มีลืมแน่นอน ต้องไปชมให้เห็นกับตากันเองกันนะจ๊ะ ^^

ต้องไปขึ้นที่สถานีรถไฟธนบุรีนะ เป็นสถานีรถไฟเก่าแก่ ตั้งอยู่ทางด้านหลังบริเวณโรงพยาบาลศิริราช แห่งบางกอกน้อย ขบวนรถไฟที่เดินทางไปยังกาญจนบุรีมีด้วยกันทั้งหมด 2 ขบวน คือตอนเช้า เวลา 07.45 น. กับตอนบ่าย เวลา 13.55 น เราเลือกไปตอนเช้าเพราะจะไปถึงสถานีน้ำตก เวลา 12.40 น. สถานีสุดท้าย เผื่อเวลาไว้จะดีที่สุดนะจ๊ะทุกคน



เราถึงสถานีน้ำตกประมาณบ่ายโมงได้ เพราะเป็นปกติของรถไฟที่จะมีการดีเลย์ จากนั้นขึ้นรถสีเเดงเเรงฤทธิ์ มุ่งหน้าไปตรงจุดรับส่งรถที่หน้าน้ำตก ไทรโยกน้อย แต่กว่ารถจะมาเราเลยไปเดินเล่น ชมน้ำตกกันสักหน่อยเดินเล่นแวะกินข้าวได้สักพักรถก็มา


นี้เป็นแพที่พักของเรา บรรยากาศดีมากกก (ก.ล้านตัว) ที่มีตอนเช้าเขาจะมีบุพเฟ่ต์อาหารเช้า-เย็นให้ด้วย ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก็จะมีกิจกรรมล่องแพ พานักท่องเที่ยวไปกระโดดน้ำลอยคอมากลับแพเอง ประมาณ 1 กม. อ่านแล้วอาจจะรู้สึกโหดร้าย >< แต่มันเป็นประสบการณ์การเล่นน้ำที่น่าจดจำ ไม่ต้องกลัวอันตรายเพราะเขามีเสื้อชูชีพให้ และพนักงานค่อยดูแลเราตลอด ส่วนใครไม่อยากลงเล่นน้ำก็สามารถนั่งแพไปชมวิวได้ด้วย (ชื่อที่พัก : The For Rest resort)


สถานที่ของเราที่จะไปต่อคือ สะพานไม้อุตตมานุสรณ์หรือเรียกอีกอย่างกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาวถึง 850 เมตร สร้างเพื่อใช้ข้าม แม่น้ำซองกาเลีย เชื่อมการสัญจร มอญ-สังขละ ให้ถึงกัน ซึ่งอยู่ที่อำเภอสังขละบุรี การไปครั้งนี้เราไม่ได้จองที่พักล่วงหน้า ใช้วิธีการสอบถามชาวบ้านเอา ^^



จากการสอบถามเราเลยข้อสรุปว่า พักที่ฝั่งมอญจะได้ที่พักที่ถูกกว่าและในช่วงเช้าที่การตักบาตรทำบุญ ที่พักก็จะมีการให้ชุดพื้นเมืองมาใส่ พร้อมกับข้าวและดอกไม้สำหรับใส่บาตร

ในตอนเช้าจะมามีผู้คนมารอใส่บาตรกันเยอะมาก ยาวไปตลอดเกือบสุดถนนของหมู่บ้านชาวมอญ


หลังจากการใส่บาตรเสร็จ เราพอจะมีเวลาเหลือก่อนที่จะเดินทางกลับ เลยแวะไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศสะพานมอญสักหน่อย ชาวบ้านที่นี้ บอกเลยว่าน่ารักเป็นกันเองมาก เด็กน้อยชาวมอญก็เล่นกล้องเก่ง ยินดีให้เราถ่ายรูปเก็บไว้บันทึกความทรงจำ บรรยากาศตอนเช้าเป็นไปอย่างอบอุ่น อยู่ที่นี้จะพบเจอแต่ผู้คนที่มากด้วยรอยยิ้ม


ตอนแรกเราคิดกันไว้ว่าจะไปเที่ยว เหมืองปิล็อคต่อ แต่ก็นะบอกแล้วทริปนี้ไม่ได้มีการศึกษาเตรียมข้อมูลให้ดีก่อน ก่อนจะไปปิล็อคเราเลยลองโทรถามที่พักว่ามีห้องว่างมั๊ย สรุปโทรไปกี่ที่ๆ ก็เต็มหมด เลยอด T T เลยตัดสินใจไปพักในตัวเมืองกาญจนบุรีก่อนกลับกรุงเทพ การหาที่พักของเราก็เหมือนเดิม งูๆปลาๆ เจอห้องว่างที่ไหนนอนนั้น ดีใจมากที่เจอที่พักนี้เพราะห้องน่ารักมาก >< บรรยากาศก็เงียบสงบแต่ละหลังก็ห่างกันเลยไม่มีความวุ่นวาย (ที่พักเพิ่งเปิดใหม่ เราเลยไม่มีข้อมูล)




ในตัวเมืองมีที่เช่ารถเยอะมาก เราเช่ารถมอเตอร์ไซต์ 1 คัน เพื่อจะไปไหนได้สะดวก จากการเปิดแผนที่เราเลยรู้ว่าจากที่พักไปสะพานแม่น้ำแควนั้นใกล้กันนิดเดียว ไม่รอช้าไปจ้า บิดมอเตอร์ไซต์แว้นๆพร้อมกับกล้อง

ไม่ผิดหวังเลยที่ไป แล้วเราก็ได้ภาพประทับใจมา


หมดเวลาสนุกแล้วสิ^^

ฉันรักกาญจนบุรี มันเหมาะกับผักผ่อนจริงๆนะ ที่นี้ ไปเถอะออกไปเที่ยวกัน ไปเก็บความทรงจำ ไปฮีลร่างกายตัวเองจากการเหนื่อยล้า

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า บุ้ยย ^^


ไปติดตามชมรูปเพิ่มเติมได้ที่

เพจเฟสบุ๊ค Tam-Gu-Ma


เป็นการเขียนรีวิวครั้งแรกของเรา ผิดพลาดยังไงขออภัย ณ เจ้าคะ


ความคิดเห็น