ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวสังขละบุรี[หน้าฝน] รีวิวโดย Jernjern

ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวสังขละบุรี[หน้าฝน] สังขละบุรี มีคำขวัญว่า “เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม” คือมีทั้ง ไทย มอญ กะเหรี่ยง มีสะพานไม้อุตมานุสรณ์ เป็นสัญลักษณ์เด่น ที่ใครมาก็ต้องมาเยือน สะพานไม้ที่ยาวที่สุดอันดับ2ของโลกแห่งนี้ พร้อมกับสัมผัสวัฒนธรรมแบบคนมอญ ทาแป้งมอญ การเทินของไว้ที่หัว และภาษาที่เ

ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวสังขละบุรี[หน้าฝน]

ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวสังขละบุรี[หน้าฝน]

 วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.19 น.

 วันที่เดินทาง 15 ก.ค. 2562

ผู้หญิงคนเดียว เที่ยวสังขละบุรี[หน้าฝน]

สังขละบุรี มีคำขวัญว่า “เมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม” คือมีทั้ง ไทย มอญ กะเหรี่ยง มีสะพานไม้อุตมานุสรณ์ เป็นสัญลักษณ์เด่น ที่ใครมาก็ต้องมาเยือน สะพานไม้ที่ยาวที่สุดอันดับ2ของโลกแห่งนี้ พร้อมกับสัมผัสวัฒนธรรมแบบคนมอญ ทาแป้งมอญ การเทินของไว้ที่หัว และภาษาที่เป็นเอกลักษณ์

สังขละบุรี เป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่า ห่างจากตัวเมืองประมาณ 215 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอทองผาภูมิ 74 กิโลเมตร ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “สามประสบ” คือ สถานที่ซึ่งลำน้ำ 3 สาย ได้แก่ ซองกะเลีย บิคลี่ และ รันตี ไหลมาบรรจบกัน เป็นที่มาของแม่น้ำแคว เมืองแห่งสายน้ำ ถูกล้อมด้วยขุนเขา

การเดินทางไป สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

โดยรถสาธารณะ จากสถานีขนส่งสายใต้นั่งรถสายกรุงเทพฯ – กาญจนบุรี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ไปยังสถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี จากนั้นนั่งรถสายกาญจนบุรี – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี ไปลงที่ท่ารถ สังขละบุรี ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองถึงสังขละบุรี ประมาณ 4 ชั่วโมง


เริ่มต้นการเดินทางที่หมอชิต นั่งรถตู้ กรุงเทพ-กาญจนบุรี รถออกตอน 7:30 ถึง บขส กาญประมาณ 10 โมงครึ่ง แล้วต่อรถไปสังขละบุรีรอบ 11 โมงตรง เราเลือกนั่งรถทัวร์หรือมินิบัส ไม่แน่ใจว่าเรียกรถอะไรแต่เป็นรถคันสีแดงใหญ่ๆ


แวะเปลี่ยนรถที่ทองผาภูมิ และนั่งยาวไปจนถึงสังขละบุรี

ถึงสังขละบุรีประมาณ 4 โมงเย็น มีฝนตกปรอยๆ เที่ยวช่วงนี้ก็อย่าลืมพกร่มไปกันด้วย พอลงจากรถรีบเดินไปที่พักทันที

เราจองที่พักก่อนเดินทาง เลือกพักที่ oh Dee Hostel ติดต่อจองที่พัก Line : @ohdeehostel


เลือกพักที่นี่ เพราะโฮสเทลเป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนที่เดินทางคนเดียวอย่างเรา แถวยังประหยัดอีก และที่นี่ก็ตอบโจทย์ที่สุด สะอาด เจ้าของก็น่ารัก ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกด้วย


หลังจากเก็บของเสร็จ นั่งพักสักหน่อยก็ออกไปเดินเล่นรอบๆ เดินไปเรื่อยๆจนไปถึงสะพานมอญ บรรยากาศโครตดี เย็นสบายและมีลมตลอด อากาศดีมากจริงๆ

ระหว่างทางบนสะพานมอญก็จะมีเด็กๆมาคอยถามปะแป้งอยู่ตลอด

เดินไปเรื่อยๆจนไปถึงฝั่งมอญแวะกินขนมจีนร้านอร่อย เดินออกจากสะพานก็เจอเลย


นั่งเล่น นั่งซึมซับบรรยากาศรอบๆ แปปๆฟ้าก็เริ่มมืด ช่วงเวลานี้แหละที่เราชอบที่สุด บรรยากาศรอบๆจะดีมากๆ อากาศจะค่อยๆเย็นลง ผู้คนก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เป็นเวลาที่ยืนบนสะพานมองไปรอบๆข้างแล้วรู้สึกดีมากๆ ได้อยู่กับตัวเอง และพักผ่อนเต็มที่ นั่งรถเหนื่อยมาทั้งวันพอมายืนอยู่จุดนี่ความเหนื่อยมันหายไปหมดเลย เหมือนต้องมนต์สะกด

ก่อนเข้าที่พักแวะไปเดินตลาดซะหน่อย อยากกินหมูจุ่มพม่า เพราะนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เลือกมา อยากรู้ว่าจะอร่อยเหมือนที่เขาว่ากันหรือเปล่า


และแล้วก็หากันจนเจอ หมูจุ่ม พม่า ไม้ละ 2 บาท แต่ที่เสียไปมันไม่ใช่ 2 บาทอะดิ 5555 แต่อร่อยจริง อร่อยมากกินเพลินจนลืมนับไม้เลยแหละ

พออิ่มแล้วก็เดินกลับที่พัก นอนพักผ่อน zzz


วันรุ่งขึ้น ตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ไปตักบาตรฝังมอญ

หลังจากตักบาตรเสร็จก็ถึงเวลามื้อเช้า มุ่งหน้าไปที่ร้าน โจ๊กนั่งยอง ทันที คนจะเยอะหน่อย ต้องต่อแถวสั่งอาหารนานหน่อย แต่ก็คุ้ม เพราะอร่อยมากๆ

มื้อเช้าวันนี้ หมี่หรอบ + โจ๊กหมูไข่ลวก + โรตีโอ่งหน้าโอวัลติน + ซาลาเปาไส้หมู + เนสกาแฟและก็ชาร้อนๆ

หลังจากมื้อเช้าเสร็จก็เดินเล่น และกลับที่พักเลย นั่งเล่นสักพักก็กลับเลย ขากลับเลือกนั่งรถตู้ รอบ 11 โมง ถึงตัวเมืองประมาณบ่าย 2 โมง และก็นั่งวินไปสถานีรถไฟกาญจนบุรีเลย นั่งรถไฟกลับไปลงสถานีธนบุรี



ความคิดเห็น