ตามรอยหมู่ป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน แม่สาย เชียงแสน เชียงของ เชียงราย รีวิวโดย GoAloneTravel

สวัสดีครับ หลังจากห่างหายไปนาน (ผมติดงานไปสนามยาว) พึ่งได้กลับมาประจำที่กรุงเทพฯ จึงมีเวลาได้เขียนต่อเสียที ครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปจังหวัดเชียงรายกันอีกครั้งครับ แต่คราวนี้จะขึ้นไปยังเหนือสุดของประเทศเลยทีเดียวครับ การเดินทางครั้งนี้ก็ยังคงเช่ารถขับเองเช่นเคย หลักๆ ของทริปนี้ คือการเดินทาง "ตามร

ตามรอยหมู่ป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน แม่สาย เชียงแสน เชียงของ เชียงราย

ตามรอยหมู่ป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน แม่สาย เชียงแสน เชียงของ เชียงราย

 วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 เวลา 23.55 น.

 วันที่เดินทาง 30 ก.ค. 2562

สวัสดีครับ หลังจากห่างหายไปนาน (ผมติดงานไปสนามยาว) พึ่งได้กลับมาประจำที่กรุงเทพฯ จึงมีเวลาได้เขียนต่อเสียที ครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปจังหวัดเชียงรายกันอีกครั้งครับ แต่คราวนี้จะขึ้นไปยังเหนือสุดของประเทศเลยทีเดียวครับ การเดินทางครั้งนี้ก็ยังคงเช่ารถขับเองเช่นเคย หลักๆ ของทริปนี้ คือการเดินทาง "ตามรอยทีมหมูป่า ณ ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน" กันครับ จากนั้นก็จะตระเวนเที่ยวแม่สาย - สามเหลี่ยมทองคำ - ข้ามไปคาสิโนของจีนที่ประเทศลาว-เที่ยวเมืองโบราณเชียงแสน-ชมบรรยากาศสบายๆ ที่เชียงของ กันครับ ยาวๆ ไป 3 วัน 3 คืน ลองตามผมกันมาครับ

ครั้งนี้ผมใช้บริการของสายการบินไทยไลออนแอร์ ช่วงโปรโมชั่น (มีมาเรื่อยๆ ครับ) ไป-กลับ แค่ 1,200 เอง ได้ไฟท์ไม่ค่อนสวยเท่าไหร่ แต่ของถูกเอาอะไรมากครับ 555+ สรุปผมได้ ไปดึกวันศุกร์ กลับบ่ายวันจันทร์ ตามรูปข้างล่างเลยครับ

เดินทางมาถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) ก็ดึกแล้วครับ เกือบ 4 ทุ่ม

เคาเตอร์เช่ารถที่นี้ปิด 3 ทุ่มครับ ดังนั้นหมดสิทธิ์ครับ คืนนี้ต้องไปนอนในเมืองก่อน พรุ่งนี้ถึงได้มาเอารถครับ จะไปยังไงหล่ะ มีให้เลือก 2 ทาง คือ แท็กซี่กับรถ CR-BUS ราคาต่างกันเอาเรื่องครับ เลือกเลี้ยวขวาดีกว่า 20 บาทเอง 555+

เดินตรงไปเรื่อยๆ จนสุดอาคาร จะเห็นจุดจอดรถและป้ายอยู่ครับ นั่งรอไม่นานรถก็มาครับ

หยอดเงิน 20 บาท ตรงด้านหน้าข้างคนขับแบบพี่ฝรั่งท่านนั้นแล้วก็มานั่งรอครับ ไม่นานรถก็ออกแล้วครับ

จุดจอดรถอยู่ไกลที่พักผมพอสมควรครับ 1.1 กม. หึหึ ไม่เป็นไร ผมผู้ชายเดินได้ครับ 555+

กว่าจะมาถึงโรงแรมที่ได้จองไว้เล่นเอาหอบครับ 555+ ผมได้จองโรงแรมบ้านศิริไว้ ราคาคืนละ 450 บาท

สนใจจองที่พักเดียวกับผมผ่าน Agoda ก็คลิกที่รูปด้านล่างเลยครับ

data-blogger-escaped-target="_blank"
จากนั้นก็อาบน้ำนอนพักเอาแรง


**** จบวันที่ 1 ***

---------------------------------------------------

วันที่ 2 (วันเสาร์)

ตื่นนอนสายๆ หน่อย ประมาณ 9 โมง ก็เช็คเอาค์ครับ จากนั้นต้องเดินไปขึ้นรถ CR-BUS ที่เดิม คือ บขส.1 (1.1 กม. นั้นแหล่ะ) นี่คือเส้นทางที่ผมเดินมาเมื่อคืนครับ ไหลเอาเรื่อง กลางวันก็แอบร้อน 555+

มาทันรถมาพอดี รีบวิ่งไปโบก ขึ้นรถเรียบนร้อย ไม่นานรถก็มาส่งที่สนามบิน มาจอดที่เดิมเมื่อคืนครับ

มาถึงประมาณ 10:00 น. นัดรับรถไว้ตอน 11:00 น. มาเร็วกว่ากำหนดตั้ง 1 ชม. ขึ้นไปหาอะไรกินที่ Food Center ด้านบนสนามบินรอดีกว่าครับ ของกินเยอะพอสมควร

ที่นั่งก็วิวดี มองดูเครื่องบินขึ้น-ลง ผู้คนเดินออก-เข้าเครื่องบินได้สบาย

ไหนๆ ก็มาภาคเหนือแล้ว อาหารที่ขาดไม่ได้เลยคือ "ข้าวซอย" นั้นเองครับ 555+

กินเสร็จ นั่งเล่นไม่นาน ก็ได้เวลามารับรถแล้วครับ ผมจองรถไว้กับ Thairentacar ครับ วันละ 499 บาท ช่วงโปร จัดไป 2 วัน รับ 11 โมงวันเสาร์ คืนบ่ายโมงตรงวันจันทร์ (ค่ายนี้ให้เลทได้ 4 ชม.)

รถคันที่ผมเช่าครับ ตามรูปด้านล่าง Nissan Almera คันเล็ก ไปคนเดียวขับคล่องตัวดีครับ

รับรถเสร็จก็ขับยิงตรงยาวๆ ไปแวะไร่ชาฉุยฟงเสียหน่อย เขาว่าสวยและบรรยากาศดีนักแล

ประมาณ 40 นาที ผมก็มาถึงครับ อันนี้ทางเข้า แวะจอดถ่ายรูปโหน่ยยยย

ขับเข้ามาจนถึงในสุด พื้นที่เขาใหญ่มากครับ จอดรถเสร็จก็ลงมาถ่ายรูป วิวดีจริงๆ ครับ

ให้บรรยากาศจีนๆ หน่อยๆ ด้วย

หันซ้ายก็เห็นทางเข้าร้านชา-กาแฟ ดูโมเดิลดีครับ

มาถึงแล้วก็ถ่ายป้านไว้เสียหน่อย เดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง 555+

เดินเข้ามาแล้วเลี้ยวซ้าย ไปสั่งชาซักแล้วแก้เขิน รสชาติก็กลมกล่อมถูกปากดีครับ

วิวรอบๆ ร้าน บรรยากาศดีจริงๆ ครับ

จัดพื้นที่ได้สวยทีเดียว

มีทางเชื่อมให้ลงไปถ่ายรูปในไร่ชาได้ด้วย

เดินเข้ามาด้านในก็จะมีชาแต่ละชนิดขายครับ มีน้องชงให้ได้ลองชิมด้วยครับ ดีๆ

พอหอมปากหอมคอก็เดินทางต่อครับ วันนี้คิวเยอะ 555+ สถานที่ถัดไปจะไปแวะถ้ำเสาหินพญานาคครับ

ขับรถมาประมาณ 20 นาที ก็มาถึงครับ ที่จอดรถก็มีพอสมควร

เดินข้ามซุ้มไปตามสะพานเหล็กข้ามหนองน้ำไปครับ ผมว่าทีนี้ก็สวยดีนะครับ

อันนี้วิวบนสะพาน ด้านขวาจะมองเห็นส่วนหัวและหน้าของนางนอนด้วยครับตามรูปด้านล่าง (ลองจินตนาการดูครับ)

เดินข้ามมา บริเวณปากทางเข้าถ้ำจะมีพระพุทธรูปและรูปเหมือนสมเด็จโตฯ อยู่ ลมเย็นๆ พัดออกมาจากถ้ำ (แต่ผมไม่ได้เข้าไปนะครับ แอบกลัวถ้ำแถวนี้นิดนึง 55+)

ก็ลองเดินเลาะไปตามทางต่อก็ไปได้เรื่อยๆ ละ เริ่มไกล พอดีกว่า

หันกลับมา ถ่ายสะพานที่เดินข้ามมาหน่อย สวยดี

เหงือเริ่มออกแล้ว กลับไปที่รถดีกว่า จากนั้นก็ไปต่อครับ ถ้ำปลา ซึ่งไม่ไกลกันนัก

แป๊บเดียวก็มาถึงครับ ที่จอดรถมีเยอะมาก

เดินผ่านซุ้มประตูเข้ามาจะเจอศาลาขนาดใหญ่ ก้เข้าไปกราบพระกันครับ

เดินเลี้ยวขวาจากศาลาไปประมาณ 50 ม. จะเจอเจดีย์โบราณ

ไปดูใกล้ๆ ให้ความรู้สึกขลังดีมากครับ 555+

จากนั้นก็เดินกลับทางเดิม เดินตรงไปอีกทาง (ด้านซ้ายของศาลาฯ) จะเป็นเส้นทางไปดูปลาและถ้ำ บริเวณนี้ลิงจะเยอะมากครับ ถ้ากลัวโดนกัดต้องถือไม้ไว้ครับ บริเวณนั้นจะมีไม้ใส้ตระกร้าไว้เพียบเลย

เดินทะลุจุดดูปลามาหน่อยจะเป็นจุดเล่นน้ำของคนแถวนั้นครับ อากาศร้อนๆ ก็ต้องแช่น้ำแหล่ะเนอะ

มีห่วงยางให้เช่าเลยนะครับ ไม่ธรรมดา 55+

จากนั้นผมก็คิดหนักเมื่อเห็บบันไดทางขึ้นไปยังถ้ำ (สูงและชันมาก) เอาวะ ไหนๆ ก็มาแล้ว

กว่าจะขึ้นมาถึงเล่นเอาหอบเลยครับ แต่พอขึ้นมาถึงปากถ้ำ คือ เย็นมากครับ วิวดีอีกด้วย แต่เจ้าถิ่นเยอะไปหน่อย เดินต้องระวัง 555+

เข้ามาถึงด้านในถ้ำ เย็นมากครับ ยังกับเปิดแอร์เลย พักเหนื่อยซักหน่อยก็ไปกราบพระ

มีหินงอกหินย้อยด้วย สวยงามทีเดียว

จากนั้นก็เดินลงมากลับไปที่รถเพื่อจะไปยังสถานที่ไฮไลท์ของวันนี้ครับ ถ้ำหลวงฯ นั้นเอง

ขับรถไม่ไกล เห็นมีที่จอดรถแล้วมีป้านเขียนว่าไปถ้ำหลวงฯ เลยแอบคิดว่าที่นู่นคงไม่มีที่จอด เลยตัดสินใจจอดรถไว้ที่นี้แล้วต่อรถสองแถวชาวบ้านไป

ระหว่างรอรอบรถ เดินออกมาซักหน่อยก็มีเป็นจุดเด่นของพื้นที่แถวนี้ สามารถซื้ออาหารมานั่งกินตามศาลาได้ เช่าห่วงยางเล่นน้ำก็ได้

ไม่นานก็ถึงคิวผมแล้วครับ โชคดีมาคนเดียวได้นั่งหลังคนขับข้างในรถ

ค่าเดินทาง 20 บาท ถือเป็นค่าสนับสนุนคนในพื้นที่ ตากแอร์เย็นๆ ไป ลุยๆ

รถไม่ได้เข้าไปส่งถึงถ้ำหลวงนะครับ ถึงแค่ทางเข้าตามรูปด้านล่าง จุดนี้คุ้นๆ ถ้าได้ตามข่าว ^^

จากนั้นก็ต้องมาต่อรถของวนอุทยานเข้าไปอีก อันนี้ฟรีครับ เข้าไปประมาณ 500 ม.

รถก็มาจอดยังหน้าป้าย "วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน"

เดินไปว่าจะเข้าไปดูปากถ้ำหน่อย สรุปปิดครับ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าน้ำท่วมเต็ม อันตราย ไม่อนุญาตให้เข้าไปเพื่อความปลอดภัย

เลยได้ถ่ายรูปด้านหน้ามาครับ รูปเทือกเขานางนอน ดูๆ ไปก็คล้ายผู้หญิงท้องนอนหงายจริงๆ

เดินขึ้นมาซักหน่อยก็มาเจอศาลเจ้าแม่นางนอนครับ

ถัดจากนั้นไปจะเป็นบริเวณศูนย์อำนวยการฯ ในช่วงเกิดเหตุ มีของที่ระลึกขาย และมีป้ายและบอร์ดให้ความรู้อยู่ครับ

ไปตามรอบภารกิจและจิตนาการตามได้เลยครับ

อธิบายไว้ค่อยข้างละเอียดทีเดียว

ด้านหลังบอร์ด จะเป็นอาคารมีอนุเสาวรีย์จ่าแซม วีรบุรุษถ้ำหลวงอยู่ด้านหน้า

เข้ามาถ่ายใกล้ๆ จังหว่ะไม่มีคนหน่อย

ในตัวอาคาร จะเป็นรูปวาดจากศิลปินทีมงานของอาจารย์เฉลิมชัย

สมจริงและดูขลังทีเดียวครับ

มีโต๊ะให้นั่งพักเหนื่อยอยู่ตรงกลางด้วย

เก็บบรรยากาศจนพอใจแล้วก็ถึงเวลาต้องไปยังจุดหมายต่อไป แต่พอจะขึ้นรถกลับ คนแน่นมาก ผมเลยตัดสินใจเดินไปปากทางเองเลย 500 ม. เหงื่อกำลังซึมดีทีเดียว 555+

ระหว่างเดินกลับ มองไปเห็นที่จอดรถ อ่าววววววว เอารถมาจอดแถวนี้ก็ได้นี่หว่า 555+ แต่ไม่เป็นไร เราจะกลับไปดูสระมรกตอยู่แล้ว (ปลอบใจตัวเอง 55)

จากนั้นก็กลับมารอขึ้นรถกลับตรงจุดลงรถ ไม่นานรถก็มา

คราวนี้ขอลงตรงปากทางเข้าไปยังสระมรกต

เดินเข้ามา 150 ม. ก็กำลังชุ่มๆ 555+ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเหรอ ได้ๆ ไปได้ 555+

ระหว่างทางเดินมา ก็ร่มรื่นดีครับ มีป้ายบอกตามทางตลอด

ไม่ไกลก็สุดทางเดินสะพานไม่ไผ่ พบหนองน้ำขนาดพอสมควร

เมื่อครั้งเกิดเหตุพื้นที่บริเวณนี้คือจุดสูบน้ำออกจากถ้ำ น้ำที่ออกมาจะมีสีเขียวมรกตสวยงาม

แต่ช่วงนี้แอบขุ่นนิดหน่อย (ก็ไม่หน่อยนะ 555+)

ตะไคร่เริ่มขึ้น แต่บรรยากาศโดยรวมยังคงร่มรื่นดี

จัดสถานที่ไว้ได้สวยงาม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาตามรอยในอนาคต

จากนั้นก็เดินกลับไปที่จอดรถเพื่อไปยังสถานที่ถัดไปครับ

จุดถัดไปเป็นจุดชมวิวดอยผาหมี ที่โค๊ชและเด็กๆ ทีมหมูป่า ไปถ่ายรูปกัน

เส้นทางไปช่วงผ่านบ้านผาหมีแคบและชันมาก ขับขี่กับอย่างระมัดระวังด้วยครับ

ขึ้นมาซักพักก็ถึงแล้วครับ ข้างบนนี้อากาศกำลังดี

มีจุดถายรูปอยู่ ต้องจอดรถชิดขอบนิดนึงนะครับ เพื่อความปลอดภัย (ผมนี่จอดห่างไป 555+)

ถ่ายบรรยากาศกับรถเช่าโหน่ยยยย

จุดที่น้องๆ ถ่ายรูป เอาเราถ่ายไว้มั่ง 555+

ทางที่ขับขึ้นมา คดเคี้ยวเอาเรื่อง 555+

จากนั้นผมก็ไปต่อยังสถานที่ถัดไปครับ ตามเล่นทางเรียบแนวชายแดน

ถนนแอบเปลี่ยว มาคนเดียวก็รู้สึกกลัวๆ นิด 555+ ไปเรื่อยๆ จะเจอด่าน น้องๆ ทหารก็สอบถามเล็กน้อยก็ปล่อยไปครับ

และแล้วก็มาถึง เจดีย์ชนะศึก

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

มีจุดชมวิวเมืองแม่สายที่ผมจะไปนอนคืนนี้ด้วยครับ มองเห็นไปถึงเมืองท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาเลย

ขับรถลงไปไม่ไกลก็ถึงโรงแรมที่พักแล้วครับ

วันนี้ผมได้จองโรงแรม afterglow hostel กับ Agoda ไว้ ไม่แพงครับ สภาพห้องก็ใช้ได้

data-blogger-escaped-target="_blank"

สนใจจองที่พักเดียวกับ Agoda แบบผม ก็คลิกที่รูปด้านล่างได้เลยครับ

data-blogger-escaped-target="_blank"
เก็บของอาบน้ำเสร็จก็ได้เวลาออกไปหาอะไรกิน ไปตรงบริเวณด่านชายแดนจะมีของกินขายเยอะครับ

วนหาที่จอดซักพัก ก็เดินเลาะได้เลย 555+

มีร้านให้ดูเยอะเลยครับ พอมาถึงหน้าด่านเกือบ 2 ทุ่ม ใกล้เวลาปิดด่านแล้ว ก้ได้เห็นอีกบรรยากาศนึงครับ

จากนั้นก็เดินกลับมาหาของกินต่อ

จบด้วยบาบิคิวไม่ละ 10 บาท จัดไป 10 ไม้ 555+

จนนั้นก็กลับโรงแรม ทำงานซักหน่อย ก็นอนครับ

**** จบวันที่ 2 ****

---------------------------------------------------

วันที่ 3 (วันอาทิตย์)

วันที่ 2 ตื่นซักประมาณ 8-9 โมงกำลังดีครับ เช็คเอ้าค์ไปยังสถานที่ถัดไป ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ขับรถครึ่ง ชม.ก็ถึงครับ ไม่ไกล

มีที่จอดรถข้างทาง หาจอดได้ตามสบายเลย ไหนๆ มาแล้ว ถ่ายแบบพาโนซะหน่อย มองเห็นจุดบรรจบแม่น้ำกกกับแม่น้ำโขงพอดี

จุดที่ได้ชื่อว่า แหล่งยาเสพติดที่ใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกในอดีต ปัจจุบันสวยงามแล้วครับ

พระพุทธรูปองค์สีทองเด่นเป็นสง่า

จากนั้นผมจะไปทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวข้ามไปฝั่งลาวกันครับ ไปทำที่จุดผ่อนปรนบ้านสบรวก ประมาณ 1 กม.

เดินมาถึงจะสังเกตง่ายๆ จุดทีคนเยอะๆ นั้นแหล่ะครับ 555+

ให้มายื่นเรื่องตรงกระจกเลื่อนนี้ครับ

จากนั้นก็จะผ่าน ตม. เพื่อขอออกนอกประเทศ แล้วไปรอขึ้นเรือตรงจุดนี้ครับ เราไปอยู่ที่ลาวได้ 3 วันครับ

ตรงที่ผมจะไปคืออาคารสูงๆ ตรงข้ามนู่นครับ คิงโรมันคาสิโน เป็นพื้นที่ที่จีนขอสัมปทานลงทุนในประเทศลาว

นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไม่นานก็มาถึงฝั่งตรงข้ามแล้วครับ นั้นคือตอนนี้เราเหยียบแผ่นดินลาวแล้วนั้นเอง

เดินตามชาวบ้านไปทำเรื่องเข้าประเทศกับ ตม. ลาว คนไทยไม่ต้องไปต่อคิวกับคนจีนนะครับ เราเอาไปยื่นเจ้าหน้าที่ได้เลย ผมไปเงอะๆ งะๆ กับคนจีนตั้งนาน สรุปเจ้าหน้าที่บอก คนไทยไม่ต้อง เจ้าหน้าที่พูดภาษาไทยชัดแจ่ววววว เสียเวลาเลย 555+

จาก ตม. เสร็จแล้ว ก็เดินออกมารอรถบริเวณนี้ครับ ไม่นานจะมีรถรีมูซีนมารับไปคาสิโน เราต้องแจ้งเขาว่าจะไปคาสิโนด้วยนะครับ

ของผมคันอย่างหรูและใหญ่ นั่งไปคนเดียวเลย 555+

รถก็จะพาเรามาส่งยังตัวอาคารคาสิโน ใหญ่โต อลังการมากครับ ภายในมีสิ่งสวยงามเพียบเลยแต่เขาไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ไว้มาชมกันเองดีกว่าครับ อธิบายไม่ถูกจริงๆ 555+

ไหนๆ มาคาสิโนทั้งที ไปหยอดตู้ Slot ซักหน่อย เสียบแบงค์ 100 บาทไทยเข้าไป กดๆ เอ้าได้เฉย 2,500 บาทวุ้ย เล่นไปเล่นมาเริ่มเสียคืนเหลือ 2,000 พอดีกว่า เดี๋ยวหมด เอาไปขึ้นเงิน กำไรมา 1,900 แหน่ะ 555+ ที่นี้รับเฉพาะเงินบาท (ไทย) กับเงินหยอน (จีน) นะครับ เงินลาวและเงินเมียนมาไม่รับ

จากนั้นก็เดินออกประตูข้างมา ถ่ายรูปบรรยากาศความยิ่งใหญ่ที่จีนมาลงทุนไว้ แต่ก่อนมีแต่คนชมว่าสวยและอลังการมาก ก็ดูยิ่งใหญ่จริงๆ แหล่ะครับ นี่ขนาดยังสร้างไม่เสร็จนะครับเนี่ยะ

เดินไปเรื่อยๆ จะไปถึงซุ้มประตู China Town ยิ่งใหญ่อลังการงานโบราณดีแท้

ดูโบราณและขลังมาก

น่ามาถ่ายทำหนังจีนย้อนยุคกำลังภายใน 555+

มีทางเข้าสวนด้วย

ภายในให้บรรยากาศร่มรื่น เย็นๆ

เดินไปจนสุดทางเหมือนจวนหรือศาลเลย ดูย้อนยุคดีทีเดียว

เดินไปจนสุดทาง มีป้ายประกาศรับสมัครงานเป็นภาษาจีนด้วย แสดงว่าเราควรเดินกลับได้แล้ว 555+

ก็ย้อนกลับไปทางเดิมครับ เพื่อไปขึ้นรถกลับตรงหน้าทางเข้าคาสิโน (จุดเดียวกับที่ลงรถ) ต้องไปแจ้งให้เขาเอารถมารับด้วย

จากนั้นก็นั่งเรือกลับครับ โชคดีมีน้องคนไทยกลับมาพร้อมกัน 3 คน 200 บาท ค่าเรือข้ามฟาก 555+

หักลบค่าเรือ ค่าผ่านแดน ยังได้กำไรอยู่ 1,700 มื้อเที่ยงได้กินหรูละเรา 555+ ยิงยาวๆ ไปเชียงแสนเลย

ขอร้านหรูนิดนึง ริมโขงไปเลย Gin's Mae Khong View Resort กันเลยทีเดียว 555+

ปล่าวๆ ไม่ได้มาพัก แค่มีกินกาแฟกับกินข้าวเท่านั้น เงินไม่พอ 555+ สั่งกาแฟและอาหารด้านหน้าครับ สั่งเสร็จก็ไปนั่งรอด้านหลัง

อันนี้บรรยากาศบริเวณที่พัก (ถ้าพักที่นี้อะนะ 555+)

จุดบริเวณร้านก็ตกแต่งได้สวยงาม บรรยากาศดี

มองเห็นบ้านต้นผึ้ง ฝั่งลาวทีเดียว

ไม่นานอาหารและเครื่องดื่มก็มา อร่อยจริงจังมากครับร้านนี้ ราคาก็นึกว่าจะโหดก็ไม่เท่าไหร่ครับ ทั้งหมด 300 นิดๆ เอง

บริเวณร้านมีน้องแมวน่ารักอยู่ด้วย ทาสแมวก็เสร็จสิครับ 555+

ท่านไหนสนใจจองที่พักที่นี้ สัมผัสบรรยากาศแบบหรู่ๆ นิดๆ กับ Agoda คลิกที่รูปข้างล่างได้เลยครับ

data-blogger-escaped-target="_blank"

กินอิ่มแล้ว ไหนๆ มาเมืองโบราณทั้งที ไปชมโบราณสถานโบราณวัตถุกันบ้านดีกว่า ขับรถต่อไปยังวัดพระธาตุเจดีย์หลวง ไม่ไกลครับ แป็บเดียว

ที่จอดรถเยอะ บรรยากาศร่มรื่น

มุมนี้ให้อารมณ์แปลกๆ ชอบๆ

อ่านป้าย ประวัติและที่มาหน่อย

บริเวณวัด มีจุดขายของฝากและของที่ระลึกด้วยนะครับ

ข้างๆ ร้านขายของฝากของที่ระลึกมีทางเชื่อมทะลุมายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสนอยู่ เดินข้ามไปได้เลย

คนไทยเสีย 20 บาทเองครับ คุ้มสุดๆ

เข้าไปก็มีประวัติความเป็นมา แผนที่ภูมิศาสตร์ต่าง ให้ได้ศึกษา

ผมเป็นคนชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ อะไรโบราณๆ แบบนี้ด้วยครับ เลยชอบมาสถานที่แบบนี้ซัส่วนใหญ่เวลาไปเที่ยวที่ไหน 555+

เดินดู เดินศึกษาไปเรื่อยๆ ฟินดี

คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ครับ ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

จากนั้นก็กลับไปที่รถเพื่อไปยังสถานที่ถัดไป วัดพระธาตุผาเงา จุดชมวิว 3 ประเทศนั้นเอง

มาถึงทางเข้าหว้าวัดแล้วก็ขับรถขึ้นไปบนพระบรมธาตุพุทธนิมิตรเจดีย์เลยครับ

หาที่จอดรถเหมาะ (มีที่จอดเยอะพอสมควรครับ)

มีร้านกาแฟข้างบนด้วยนะครับเนี่ยะ ไม่ธรรมดา

ถัดจากร้านกาแฟ จะเป็นจุดชมวิวครับ สวยงามมากครับ มองเห็นได้ 3 ประเทศเลย

มีท้าวเวสุวรรณด้านหน้าพระธาตุให้ไหว้ด้วย

จากนั้นก็บูชาดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปกราบพระด้านใน

มีพระพุทธรูปปรางค์ต่างๆ ประจำวันเกิดครบทุกวันเลยครับ รอบเจดีย์ ของผมวันศุกร์ก็เกินหาเอา 555+

จากนั้นก็มานั่งชมวิวซักพัก เตรียมไปยังสถานที่ถัดไป (จริงๆ คือคิดอยู่ว่าจะไปไหนต่อดี 555+)

เวลายังพอมีสรุปคืนนี้ไปนอนเชียงของดีกว่า 1 ชม. ขับรถยาวๆ ไป 55+

มาถึงเชียงของก็มืดพอดี ทำการจองโรงแรมผ่าน Agoda ไว้ตอนอยู่พระธาตุ ได้โรงแรม Chaing Khong Green River ห้องพักโอเคเลยครับ คืนละ 500 บ. วิวแม่น้ำโขงเลย

สนใจจองที่พักเดียวกับผม จาก Agoda คลิกที่รูปด้านล่างเลยครับ

data-blogger-escaped-target="_blank"

วันนี้อยากหาแอลฯ กินหน่อย มีร้านชิวๆ อยู่กลางเมือง ขับรถไปแป๊บเดียวถึงครับ

ร้านนี้ฝรั่งเยอะมากครับ นั่งชิลๆ สบสยๆ เลยสั่งเบียร์ลาวดำมาลอง หมดไป 2 ขวด เริ่มมึนเลยครับ

ที่สำคัญเจ้าของร้านที่นี้เป็นเด็กหงส์เหมือนกันเลยคุยกันถูกคอหน่อย 555+

พอสมควรก็กลับไปนอนที่โรงแรมครับ กำลังได้ที่หลับสบายเลย 555+

**** จบวันที่ 3 ****

---------------------------------------------------

วันที่ 4 (วันจันทร์)

วันนี้วันสุดท้ายอากาศดีหน่อยตื่นแต่เช้า มองออกไปนอกหน้าต่างบรรยากาศดี น่าออกไปวิ่งริมโขง

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จัดเสียหน่อย วิวดี

สรุปคือไปเดินครับ ไม่ได้วิ่ง เหนื่อย 555+

กลับมาอาบน้ำ เก็บของ เช็คเอ้าค์ เตรียมขับรถกลับเชียงราย

ขับยาวๆ ไปเกือบ 100 กม. ไปหาข้าวซอยกินในตัวเมืองเชียงราย 555+

มาถึงเชียงรายก็เกือบเที่ยงพอดี ได้ร้านดัง ข้าวซอยวิจิตรา (ทางขึ้นวัดพระแก้ว)

ผมสั่งข้าวซอยเนื้อ ดูน้ำซุปสิครับ โคตรฟินเลยขอบอก

ต่อด้วยหมูสะเต๊ะ กินกับแป๊บซี่เย็นๆ เป็นอะไรที่เข้ากันมาก 555+

อิ่มหน่ำสำราญแล้ว เวลายังพอมี กลับไปซ้ำสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆ สนามบินดีกว่า สรุปไปวัดห้วยปลากั้งดีกว่ามาครั้งก่อนยังไม่เสร็จดี ขับรถประมาณ 15 นาทีก็ถึง

สวยงามและอลังการเช่นเดิม

วันนี้คนน้อยกว่ามาครั้งที่แล้ว

ถ่ายมุมไม่มีคนได้เยอะหน่อย 555+

ผมหล่ะชอบมุมนี้จริงๆ ดูมีมิติมาก

ก่อนกลับขออีกซักมุม หน้าตรงเจ้าแม่ฯ นี่หล่ะ

จากนั้นก็ได้เวลาคืนรถ ขับไปสนามบินแป๊บเดียวครับ

ก็คืนรถ ขึ้นเครื่องกลับ กทม. จบทริปเรียบร้อย

ค่าใช้จ่ายผมขอรวมทั้งหมดเลยนะครับ (เครื่องบิน เช่ารถ โรงแรม น้ำมัน อาคาร เครื่องดื่น)

หมดไปประมาณ 4,500 บาท

(รวมทุกอย่างแล้ว-กำไรจากคาสิโน)

ก็เป็นอีกทริปนะครับ ที่ไปคนเดียว แต่ก็ได้อะไรเยอะเลย อยากให้ลองตามไปดูกันครับ จริงๆ แถวนี้ มีอะไรน่าสนใจอีกเยอะครับ แต่ผมก็ยังเก็บไม่หมดมีเวลาจำกัด อาจจะไปซ้ำอีกครั้งก็ได้ ขอขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะครับ ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า สำหรับครั้งนี้ขอสวัสดีครับ


ติดตามสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่

Blog : https://goalonetravel.blogspot.com/

FB Page : https://www.facebook.com/คนเดียวก็ไปเที่ยวได้-1238634139627858/

ความคิดเห็น