เที่ยวอียิปต์ ปิระมิด ทะเลแดง คนเดียว 16 วัน ตอนที่ 2/3 (ช่วง เดือน พ.ย. งบไม่ถึง 3 หมื่นบาท) รีวิวโดย Chai smile

แผนการเที่ยวครับ (ตอนที่ 2/3) Day 1 Depart from Khartoum (Sudan) to Cairo (Egypt) Day 2-3 Egypt Museum and Great Pyramid in Giza Day 4 Aswan-Philae temple Day 5 Abu Simbel Day 6 ล่องเรือ Felucca Day 7-8 Luxor's West Bank Day 8 VALLEY OF THE KINGS Day 10 Cairo - city tour visiting Islamic Cairo, th

เที่ยวอียิปต์ ปิระมิด ทะเลแดง คนเดียว 16 วัน ตอนที่ 2/3 (ช่วง เดือน พ.ย. งบไม่ถึง 3 หมื่นบาท)

เที่ยวอียิปต์ ปิระมิด ทะเลแดง คนเดียว 16 วัน ตอนที่ 2/3 (ช่วง เดือน พ.ย. งบไม่ถึง 3 หมื่นบาท)

 วันพฤหัสที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 14.41 น.

 วันที่เดินทาง 4 พ.ย. 2558

แผนการเที่ยวครับ (ตอนที่ 2/3)

Day 1 Depart from Khartoum (Sudan) to Cairo (Egypt)
Day 2-3 Egypt Museum and Great Pyramid in Giza
Day 4 Aswan-Philae temple
Day 5 Abu Simbel
Day 6 ล่องเรือ Felucca
Day 7-8 Luxor's West Bank
Day 8 VALLEY OF THE KINGS
Day 10 Cairo - city tour visiting Islamic Cairo, the Citadel and Mosque of Salladin, the Coptic area and Hanging Church.
Day 11 – 15 Sainai of Dahab by bus to the popular Red Sea resort of Dahab.
Day 16 Cairo

9. Day 5 วันนี้วันที่ 5 เราออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพื่อไปเมืองอบูเซมเบลล์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Tample of Ramses II ที่ยิ่งใหญ่อลังการ เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ มหาวิหารอาบูซิมเบล (ABU SIMBEL) ประกอบด้วยวิหารของฟาโรห์รามเซสที่ 2 และวิหารของพระนางเนเฟอร์ตารี ซึ่งเป็นมเหสีที่รักของพระองค์ วิหารอาบูซิมเบลนี้งดงามและยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงก้องโลก ที่สร้างประมาณ 3,270 ปีมาแล้วครับ ค่าเข้าชม 50 ปอนด์ แต่ผมได้ส่วนลดเช่นเคยเหลือ 40 ปอน์ด สบายเลย


อากาศที่นี่ร้อนๆ แต่มีลมพัดเย็นสบายครับ สังเกตดีๆ วิหารอยู่ติดริมน้ำเลยนะ ดังนั้นเมื่อมีการสร้างเขื่อนขนาดยักษ์ที่อัสวาน จะทำให้วิหาร 17 แห่ง จมลงอยู่ใต้น้ำ องค์การยูเนสโก้ ต้องมาช่วยยกย้ายให้พ้นน้ำ วิหารอาบูซิมเบลแห่งนี้ก็ถูกยกสูงจากพื้นดิน 65 เมตร ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก ใช้เวลาทั้งสิ้น 4 ปี เสียค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 40 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจุบันมหาวิหารเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมากและโด่งดังแห่งหนึ่งของอียิปต์


**** ความมหัศจรรย์อยู่ที่การย้ายหนีน้ำท่วมนี่แหละ สุดยอดจริงๆ ดูสิ ว่าหืนแต่ละก้อนน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 ตันเลยนะ ภายในวิหารห้ามถ่ายรูปใดๆทั้งสิ้น แต่ก็เห็นมีคนแอบถ่ายกันเยอะ ผมไม่ได้ถ่ายภายใน ได้แต่เดินชมรูป ซึ่งแต่ละรูปมีความหมายต่างกัน และมีชื่อเสียงคนละแบบ เช่นบางรูป สำหรับอธิษฐานขอลูก คนก็มาลูบคลำ พร้อมอธิษฐานในใจ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นกิจกรรมประจำวันภายในวัง หรือ กิจกรรมของชาวบ้านพื้นเมืองทั่วไป


มีเหมือนกัน พวกไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติสถานที่ศักดิ์สิทธ์ แอบขูด แอบเขียน ดีนะที่ไม่มีภาษาไทย ไม่งั้นอายเค้าแย่เลย ทุกที่มีหมดครับ ร้านขายของที่ระลึก เช่นกัน ราคาสูงแน่นอน วิธีการ ต่อลองไปเลย เกือบครึ่ง แต่ต้องแสดงท่าทีว่าสนใจจริงๆ เช่นทำท่าเปิดดู สอบถาม ต่อลอง อ้อนวอน แม่ค้า พ่อค้าจะลดให้นิดนึง เราก็ยืนยันราคาของเรา แล้วเดินออกจากร้านไปดูร้านอื่น เดี๋ยวก็จะเรียนพร้อมลดราคาให้เรา แต่ที่นี่ดีครับยังไม่เห็นการโกง เหมือนที่บาหลี ต่อแล้ว ลดแล้ว ห่อให้ แต่ตอนห่อเอาของปลอม ของเทียม ห่อให้แทน เนท่องจากของที่ระลึกบาหลีส่วนใหญ่ทำจากไม้แกะสลัก ซึ่งมีทั้งไม้ดี และคุณภาพด้อย



10. Day 6 การล่องเรือฟีลูก้า Felucca …A blissful day of relaxing in the sun and enjoying the views, as the felucca plies its course along the Nile. Swim, sunbathe and simply chill out with a few beers and by night sleep out under a blanket of stars! Lunch, dinner & overnight felucca.


*** ผมชอบวันนี้ที่สุดเลยเพราะถือว่าเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง สวรรค์เลยละ คือ การล่องเรือฟีลูก้า เรือ Felucca นั้นเป็นเรือใบสมัยใหม่ที่สร้างทดแทนเรือจากต้นกกครับ ไม่ได้มีตั้งแต่สมัยฟาโรห์โบราณ


เรือ Felucca สมัยใหม่ดัดแปลงรูปแบบมาจากเรือใบอียิปต์โบราณที่มีใบแบบสี่เหลี่ยมมาเป็นแบบสามเหลี่ยม ส่วนใหญ่แล้วเรือ Felucca ทำจากไม้ทั้งลำ บนเรือก็จะมีฟูก ที่นอน พร้อมเลย เครื่องดื่ม อาหารพร้อม ชิวสุดๆ ดูสิยังกะไปตากอากาศกับบรรดาสาวๆ กิน นอนด้วยกัน เล่นกันสนุก



อาหารตามที่เห็น ขนมปัก ไก่ทอด แป้งทอด (อาหารเรียกน้ำย่อย) ผลไม้ ครบ นั่งกันชิวๆ ล่องแม่น้ำไนล์ ไปเรื่อยๆ ทั้งวัน แล้วทำไรละครับ ก็เล่นไพ่สิครับ ผมได้ความรู้จากการเล่นไพ่เยอะเลย เช่น เพื่อถามว่าชายเหลือไพ่อะไรผมตอบว่า Ace เขาถามอีก ใบสุดท้ายแล้วเหรอ ผมตอบว่าไม่ เขาบอกว่า งั้นต้องตอบว่า Aces มีเติมเอสด้วย อ๋อ ถึงว่าความหมายเปลี่ยน นั่นหมายถึงการแพ้ชนะเลยนะ ซึ่งวันนี้ก็เริ่มคุ้นเคย สนิทสนมกันมากขึ้นแล้ว


มีการจอดเทียบฝั่งให้เดินเล่น ฉี่ หรือ ใครจะเล่นน้ำ กระโดดน้ำก็ตามสบาย ผมไม่พลาดอยู่แล้ว กระโดดน้ำกันสนุกเลย ได้อัด วีดีโอกันไว้ด้วย น้ำสะอาดมาก ไม่มีขยะเลย เบียร์ที่ดื่มกันคือเบียร์ สเตลล่า ตามรูป พวกมันดื่มกันแทนน้ำเลย ผมนี้ยอมเลย สาวๆก็ดื่มเก่ง อายเลย แต่ไม่ยักกะเมาแหะ นึกว่าถ้าเมาแล้วจะได้เห็นอะไรดีๆ ใครจะดื่มไวน์ก็ได้ La Bifora ชิวๆจริงๆ


มื้อเย็นเราไปทานอาหารพื้นเมืองที่บ้านชาวบ้าน มีการเต้นรอบกองไฟด้วย ที่นี่ก็จะมีขายของที่ระลึก เครื่องประดับ ผมก็ซื้อมา สุดท้ายมันคือ ไม้บ้าง พลาสติกบ้างที่ไทยก็มีขายทั่วไป แต่ก็ซื้อไปเหอะ ราคาแสนถูก ไม่เกินร้อยบาท กิจกรรมที่สาวๆชอบคือเฮนน่ารูปต่างๆ มีให้เลือกมากมาย ราคาไม่แพงร้อยกว่าบาทเอง ก็เกือบทุกคนเพ้นส์กันหมด กิจกรรมหนุ่มๆก็ตั้งวงดื่ม สูบบารากู่ หรือที่ชาวอาหรับเรียกว่า ฮุกก้า (Hookah) หรือชีช่า (Sheesha)


เป็นอุปกรณ์สำหรับการสูบยาเส้นชนิดหนึ่งที่มีมานานแล้ว
ซึ่งนำเข้าจากประเทศอียิปต์หรืออินเดีย ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นทั้งชาย
และหญิงเป็นจำนวนมาก ผมก็เดินไปทักทายเด็กๆ ชาวบ้าน ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองนูเบี้ยน ลักษณะตมรูปครับ กลางคืนก็เมาสิ ต่างคนต่างนอน แต่ละคนเตรียมถุงนอนมาพร้อมสมเป็น Backpacker จริง สำหรับผมไม่มีถุงนอน เพราะอย่างที่บอกไว้ไม่ได้เตรีมตัวอะไรเลย นอนกับเด็กประจำเรือเลย ผ้าห่มก็ไม่มี แต่ดีที่ไม่มียุงครับ นี่เพื่อนผม เด็กประจำเรือ รู้จักไว้สบาย อาหารเครื่องดื่ม ที่นอน ได้เรียนรู้การล่องเรือ การบังคับใบเรือด้วย สนุกดี




11. Day 7 วิหารคอมออมโบ (Komombo) และ วิหารเอ็ดฟู (Edfu)วันนี้ เดินทางออกเดินทางย้อนกลับจากจุดใต้สุด คือ เมืองอาบูเซมเบล ขึ้นเหนือไปอีก 3 ชม. เพื่อชมวิหารคอมออมโบ (Komombo) และ วิหารเอ็ดฟู (Edfu) ค่าเข้าชมรวม 80 ปอน์ด

56.วิหารคอมออมโบ (Komombo) เป็นวิหารสไตล์กรีก – โรมัน สร้างในสมัยฟาโรห์ปโตเลมีที่ 2 – ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 11 เป็นวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพโซเบ็ก (เทพแห่งความสมบูรณ์ของแม่น้ำไนล์ มีหัวเป็นจระเข้) และเทพฮอรัส (เทพแห่งการปกป้อง เป็นลูกของเทพโอซิริสและเทพีไอซิส มีหัวเป็นเหยี่ยว) ด้านในมีมัมมี่จระเข้ และรูปสลักปฏิทิน บอกวัน, เดือน, ปี เทพประจำวันนั้น และของสักการะเทพ นอกจากนี้ยังมีรูปสลักเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือผ่าตัดต่างๆที่พบเฉพาะที่นี่เท่านั้น สันนิษฐานว่าในสมัยก่อน ที่นี่เคยเป็นสถานรักษาพยาบาลด้วย รักษาโดยพระหรือนักบวชที่อยู่ที่วิหารนี้ คอมออมโบ(Kom Ombo) ผ่านแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ และชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่สูงเพียง 1 หรือ 2 ชั้น เรือเทียบท่าหน้าวิหารคอม ออมโบ ไกด์นำชม วิหารคอม-ออม-โบ ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่ล้ำออกมาถึงแม่น้ำไนล์ สามารถเห็นวิวของแม่น้ำไนล์อันงดงาม คำว่า “คอม” เป็นภาษาอาหรับ หมายถึงภูเขาเล็กๆ วิหารนี้เกือบเป็นวิหารดะโครโพลิสของกรีก การวางแบบของพื้นที่แปลกและเป็นเฉพาะตัว เป็นวิหารของเทพเจ้าสององค์ คือ เทพโซเบค (Sobek) เทพเจ้าแห่งความอุดมสมบูรณ์ มีร่างเป็นมนุษย์แต่เศียรเป็นจระเข้ และ เทพเจ้าฮาโรเอริส (Haroeris) เทพเจ้าแห่งการแพทย์อียิปต์โบราณ วิหารนี้สร้างในบริเวณที่มีจระเข้ชุกชุมในสมัยโบราณ จึงบูชาเทพโซเบก ซึ่งมีหัวเป็นจระเข้ และมีมัมมี่จระเข้เก็บรักษาไว้ ชมภาพแกะสลักพระนางคลีโอพัตรา ซึ่งเป็นรูปแบบของเครื่องแต่งกายในการทำภาพยนตร์ และภาพแกะสลักที่สำคัญ คือ ภาพแกะสลักการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะภาพ การคลอดลูกของหญิงอียิปต์โบราณ และปฏิทินโบราณ มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ตลอดแนวท่าเรือ ขายเสื้อผ้าและสินค้าพื้นเมือง*** บอกแล้วบัดดี้ผมชวนต่อยมวยไทยตลอด ไม่อายใครเลยนะ



12. วิหารเอ็ดฟู (Edfu) จัดได้ว่าเป็นวิหารสไตล์กรีก – โรมัน สร้างในสมัยฟาโรห์ปโตเลมีที่ 2 – ฟาโรห์ปโตเลมีที่ 11 สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพฮอรัส ด้านหน้ามี pylon(กำแพง) ขนาดใหญ่ เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกเขตวิหาร แยกวิหารออกจากส่วนทางโลก ภายในวิหารประกอบด้วยห้องต่างๆมากมาย ให้เฉพาะฟาโรห์และพระ (นักบวช) ลำดับที่ 1 – 5 เท่านั้นที่จาเข้าไปได้ส่วนการเตรียมของไหว้เป็นหน้าที่ของนักบวชรับใช้ มีทางเข้าออกเป็นอุโมงค์ต่าง รูปจิตรกรรมฝาผนัง รูปนกแร้ง แถบนี้นกแร้งหาดูได้ทั่วไปตามกองขยะ รูปแสดงการให้กำเนิดทารก รูปหินแกะสลักนก สวยงามมาก ละเอียดมาก



13. แม่น้ำไนล์ น้ำใสมาก สีฟ้าเข้มเลยละ ภูมิประเทศชายฝั่งเป็นเนินดิน ซึ่งแม่น้ำไนล์นี้เป็นเส้นทางคมนาคมและลำเลียงหิน และสินค้าต่างๆในอดีต ตามสไตล์ฝรั่ง นอนอาบแดด นุ่งบิกินนี่กันสบายใจเลย ส่วนผมเหรอ หลบแดดสิครับ บ้างก็นอนอ่านหนังสือ ฟังเพลง กิน ดื่ม ชิวๆ สองสาวเชื้อสายจีนที่เติบโตในอังกฤษ ซึ่งผมพยายามตีซี้ไว้จะได้มีพรรคพวก บรรยากาศรอบกองไฟ มีอาหาร เนื้อย่าง ไว้ให้ชิมด้วย


14. เมืองอัสวาน เมืองที่สวยงามที่สุด อากาศดี นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนตากอากาศ เดิมเรียกเยบู (Yebu) เป็นภาษา-นูเบียน แปลว่าช้าง เนื่องจากสมัยโบราณ งาช้างในทวีปแอฟริกาถูกเก็บรวมมาซื้อขายกัน หลังจากกรีกเข้ามาปกครองอียิปต์ เลยเปลี่ยนชื่อเป็น Elefantna หรือเกาะช้าง ทำให้เมืองนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายที่พวกแอฟริกันผิวดำ นำงาช้าง เครื่องเทศ หนังสัตว์ มาขาย แลกเปลี่ยนสินค้าทางยุโรป และยังเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในแม่น้ำไนล์ มีความยาว 1,500 เมตร กว้าง 500 เมตรแล้วนำท่านเดินทางไปท่าเรือ ระหว่างทางชม เขื่อนยักษ์อัสวาน (High Dam) สร้างโดยรัสเซีย ปี ค.ศ. 1964 เสร็จปี 1968 งบประมาณ 1,000 ล้านเหรียญ เป็นเขื่อนขนาดยักษ์สูง 365 ฟุต ยาว 3,280 ฟุต ขวางกั้นแม่น้ำไนล์ทั้งสายให้กลายเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดยักษ์ ช่วยระบบชลประทาน ทำให้มีผลดีต่อการเพาะปลูกในลุ่มแม่น้ำไนล์ แต่มีผลเสียต่อโบราณสถานหลายแห่ง และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 10,000 ล้านวัตต์ต่อปี ให้ใช้ได้ทั้งประเทศ ชมเสาหินโอเบลิสก์ (The Unfinished Obelisk) แท่งหินมหึมาแกะสลักจากหน้าผา ที่สกัดเกือบแล้วเสร็จ แต่มีรอยราวจึงทิ้งค้างไว้เช่นนั้น แท่งหินนี้เป็นของพระนางฮัทเชปซุท หากไม่แตกร้าวจะเป็นเสาโอเบลิสก์ ที่สูง 41 เมตร หนัก 1,200 ตัน เสาโอเบลิสก์นี้เป็นอนุสาวรีย์ชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ สร้างเพื่อบูชาแด่เทพ อามุน-รา หรือ สุริยะเทพ ในรูป เรือสำราญ ล่องแม่น้ำไนล์ 2 คืน พร้อมอาหาร เครื่องดื่ม ราคาประมาณ 5000


15. Day 8 Temple of Hatshepsut , Luxor and Kanak
67. วิหารหัทเชฟัท สร้างขึ้นสำหรับราชินีหัทเชฟัท ซึ่งสวยงามอลังการมากๆ วิหารพระนางฮัคเชฟซุต (Temple of Queen Hatshepsut) ฟาโรห์หญิงหนึ่งเดียวแห่งอียิปต์โบราณ หรือรู้จักในฉายา “ราชินีหนวด” วิหารที่พระนางสร้างไว้หวังให้เป็นที่พักสุดท้ายแห่งชีวิตนี้ มีอายุกว่า 3,500 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจ ชื่อ เซเนมุท การเดินทางไปวิหารหัทเชฟัท ยากลำบากมากต้องนั่งลาเข้าไประยะทางประมาณ 1 กม. หลังจากนั้นต้องต่อรถรางเข้าไปในพื้นที่วิหาร อีกไม่สามารถนั่งรถบัสมาได้โดยตรง



16. วิหารลักซอร์ (Luxor Temple) ตั้งอยู่ที่เมืองลักซอร์ (ภาคกลางของอียิปต์) อยู่ห่างจากวิหารหัทเชฟัทประมาณ 2 ชม. โดยมีผู้สร้างคือ ฟาโรห์อเมโนฟิสที่3 ( Ramses II )ประมาณ 3,400 ปีมาแล้วครับ สร้างขึ้นเพื่อ เป็นที่พักผ่อนของเทพเจ้าอะมอนรา (สุริยะเทพ) และครอบครัว หารลุ๊กซอร์ [Luxer Temple] วิหารที่เดิมเคยเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกับ วิหารคาร์นัค ห่างออกมาทางใต้ราว 3 ก.ม. ในสมัยโบราณเคยมีเสาโอเบลิสก์ตั้งอยู่สองตันเคียงกัน ปัจจุบันเสาตันหนึ่งถูกนำไปตั้งไว้ที่จัตุรัสคองคอร์ด กรุงปารีส เพื่อเป็นของขวัญแด่กษัตริย์นโปเลียนหลุยส์ของฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1835 ชมรูปปั้นเต็มตัวของฟาโรห์ตุตันคามอนและมเหสี ขนาดเท่ากัน ทางเดินภายในวิหาร จะตรงเป็นแนวนับจากประตูทางเข้า ไปจนถึงห้องบูชาเทพเจ้าด้านในสุด ซึ่งมีเพียงฟาโรห์เท่านั้นที่เข้าได้ วิหารแห่งนี้ยังมีมัสยิดที่ ใช้ทำพิธีทางศาสนาอยู่เป็นปกติ สร้างอยู่บนคานของวิหารโบราณ โดยอาศัยเป็นรากฐานของอาคารมัสยิด อยู่ร่วมกันทั้งที่ต่างเวลาและต่างวาระกันมากหลายพันปี

วิหารได้รับการปฏิสังขรณ์สานต่อจากฟาโรห์องค์ต่อมาหลายพระองค์ แต่ที่เด่นที่สุดจนวิหารแห่งนี้ดูสมบูรณ์แบบสวยงามนั้นเป็นฝีมือของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ที่นี่เปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองเพื่อการพักผ่อนของเทพอะมอนราและครอบครัวคือเทวีมัตและเทพคอนส์หรือคอนชู
วิหารลักซอร์ ( Luxor Temple ) มีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Castle”หรือ “Fortification” ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “ป้อมปราการ” สมัยที่นโปเลียนบุกอียิปต์ตอนแรกเค้าเชื่อกันเลยว่าวิหารลักซอร์เป็นพระราชวังมากกว่าวิหารเพราะรูปสลักสงครามการทำศึกและภาพโหดจนดูไม่น่าจะเป็นศาสนสถานได้ จริงๆ แล้วสมัยก่อนก็ถือว่าการทำสงครามเป็นการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างหนึ่ง หน้าวิหารมีเสาโอเบลิสก์ตั้งโดดเด่น 1 ต้น เป็นสัญลักษณ์ควบคู่วิหารแห่งนี้ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง เข็มแข็ง มั่นคง มีความหมายถึงชีวิต ความสว่างและความรุ่งโรจน์ โดยเสาโอเบลิสก์ต้นนี้มีความสูง 22.55 เมตร หนัก 227 ตัน เดิมยอดเสามีทองคำหุ้มแต่คาดว่าถูกขโมยทองไปตั้งแต่ 600 B.C. ปกติแล้วมักจะนิยมวางเสานี้เป็นคู่ แต่ปัจจุบันอีกต้นถูกนำไปตั้งไว้ที่ปลาซเดอลาคองคอร์ด กลางกรุงปารีส เพื่อเป็นของขวัญแก่ประเทศฝรั่งเศสในสมัยของโมฮาเหม็ด อาลี ดาชา (Mohamed Ali Dasha) เมื่อปี ค.ศ. 1819 ประตูทางเข้าสู่วิหารมีรูปสลักลอยตัวของฟาโรห์รามเสสที่ 2 ประทับนั่งทั้งสองข้าง หลังกำแพงเป็นห้อง Great Court ของรามเสสที่ 2 มีห้องบูชาเทพอะมอนราและครอบครัว และถูกประดับด้วยเสาคู่เรียงรายถูกตกแต่งใหม่ด้วยเสาทรงสถาปัตยกรรมแบบกรีก-โรมันขนาดเล็ก หัวเสาทรงคอรินเธียน (Corinthian) มีโดมโค้งเหนือทางเข้า


17. วิหารคาร์นัก (Great Temple of Karnak) : มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดของอียิปต์ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลักซอร์ 3 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพเจ้าอะมอนรา (สุริยะเทพ)และเพื่อเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อของอียิปต์โบราณ คาร์นักเป็นชื่อหมู่บ้านของเทพอะมอนรา เดิมชื่อเมืองวาเซ็ต แล้วต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนครธีบส์ เป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรไอยคุปต์มาตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 11 จนถึงราชวงศ์ที่ 21 รวมเวลานับ 1,000 ปี (2120-1085 ปีก่อนคริสตกาล) วิหารคาร์นัค (Karnak Temple) วิหารโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยอาคารใหญ่โตมากมายหลายหลัง และที่งดงามสะดุดตาคือ Hypostyle Hall หรือห้องเสา ซึ่งประกอบด้วยเสาปาปิรุสใหญ่ขนาด 10 คนโอบ สูง 23 เมตร 137 ต้น เรียงเป็นแถวสลักด้วยอักษรโบราณและภาพเทพเจ้า



18. Day 9 หุบเขากษัตริย์ (The Valley of the Kings) สถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งค้นพบ
74. สถานที่สุดท้ายก่อนเดินทางกลับไคโร คือ ที่นี่เป็นหุบเขาแห่งสุสานที่ฝังหลุมศพของกษัตริย์และราชวงศ์ในราชอาณาจักรใหม่ (ตั้งแต่ราชวงศ์ที่ 18 ถึง 20 ของอียิปต์โบราณ)
หุบเขากษัตริย์ ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์ ฝั่งตรงข้ามกับเมืองธีปส์ หรือเมืองลักซอร์ในปัจจุบัน
ในปี 2006 ได้มีการค้นพบห้อง (เควี 63) และในปี 2008 ได้ค้นพบทางเข้าสุสานอีก 2 แห่ง หุบเขานี้มีหลุมศพอยู่ 64 แห่ง มีห้องมากกว่า 120 ห้อง เป็นที่ฝังพระศพที่สำคัญของราชวงศ์ของอาณาจักรใหม่แห่งอียิปต์โบราณ รวมถึงยังมีสุสานของบุคคลสำคัญอีกหลายแห่ง สุสานตกแต่งด้วยภาพของเทพเจ้าอียิปต์และได้ให้ข้อมูลความเชื่อเกี่ยวกับพิธีศพในช่วงเวลานั้น สุสานทั้งหมดดูเหมือนจะถูกเปิดและโจรรกรรมวัตถุโบราณไปแล้ว แต่ก็ยังให้แนวคิดเกี่ยวกับความมั่งคั่งและอำนาจในการปกครองในยุคนั้น หุบเขากษัตริย์ โด่งดังมาจากการค้นพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน (ที่เป็นที่เลื่องลือด้านคำสาปฟาโรห์) และยังถือเป็นหนึ่งในสถานที่โบราณคดีที่โด่งดังที่สุดในโลก ในปี ค.ศ. 1979 ถูกยกให้เป็นมรดกโลก ร่วมกับส่วนที่เหลือของธีบันเนโครโพลิส การค้นพบการขุดค้นหาวัตถุโบราณและการอนุรักษ์ยังคงดำเนินการต่อไป และยังถือเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม การขุดค้นหุบเขากษัตริย์ Valley of the Kings
หุบเขากษัตริย์ Valley of the Kings เป็นที่ตั้งของสุสานหลวงของเหล่าบรรดาฟาโรห์ เชื่อพระวงศ์ รวมถึงขุนนางผู้ทรงอิทธิพลในราชวงศ์ที่ 18 – 20 สุสานในหุบเขากษัตริย์นั้นถูกค้นพบมานานมากแล้วตั้งแต่ก่อนคริสตกาลราว 278 BC ซึ่งมีหลักฐานว่าถูกค้นพบแห่งแรกเป็นสุสานของรามเสสที่ 7
19. ปี 2004-2005 ในวันที่ 10 มี.ค. 2005 จึงได้มีการค้นพบสุสานแห่งใหม่ในหุบเขากษัตริย์ ซึ่งกลุ่มผู้ค้นพบสุสานนี้คือทีมงานนักโบราณคดีจาก University of Memphis ประเทศอเมริกา นำโดยดร.ออตโต ชาเดน (Dr. Otto Schaden) สุสานที่เพิ่งค้นพบนี้ถูกเรียกว่า KV63 ภายในสุสานแห่งนี้มีมัมมี่ของสตรี ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นพระนางคิยาหนึ่งในมเหสีของอัคเคนาเตน หรือไม่ก็พระนางอังค์เซนอมุนมเหสีเอกของตุตันคาเมน ในปี 2011 วงการโบราณคดีอียิปต์ก็ได้ขุดพบสุสานใหม่อีกแห่ง ซึ่งภายในสุสานแห่งนี้มีมัมมี่สตรีชื่อว่าเนห์เมส บาสเตต (Nehmes Bastet) นักร้องหญิงแห่งวิหารอมุนที่คาร์นัค ในสมัยราชวงศ์ที่ 22 ซึ่งสุสาน KV64 นี้เป็นผลงานการค้นพบของทีมงานจาก University of Basel ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ร้านขายของที่ระลึกเยอะมาก ผมก็ซื้อหนังสือประวัติต่างๆมา 1 เล่ม ราคาจาก 100 ปอนด์ ต่อไปต่อมาได้ 60 ปอนด์ก็เพียงพอแล้ว
20. Day10 City tour in Cairo


80. Cairo city tour visiting Islamic Cairo, the Citadel and Mosque of Salladin, the Coptic area and Hanging Church.

ตลาดข่าน (Khan el Khalili) เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในอียิปต์ มีของฝากของขายมากที่สุด มีตรอกซอกเล็กซอกน้อยให้เดินเล่นช้อปปิ้ง ***ระวังจะโดนดักปล้นแบบผม เพราะเดินคนเดียว ในซอยเปลี่ยนโดนเลย วัยรุ่นประมาณ 6 คนมาล้อมผมแล้วค้นตัว แต่โชคดีที่มันเจอบัตรประจำตัวทหารสหประชาชาติ มีภาษาอาราบิกด้วย ผมเลยขู่ไปว่าเป็นตำรวจ พวกมันเลยกลัววิ่งหนีเลย ผมเลยรอด แล้วรีบกลับมาเข้ากลุ่ม ตลาดนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนทั้งผู้ค้า ผู้ซื้อ นักท่องเที่ยว มีของฝากของขายแทบทุกอย่าง อาทิ เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องทองแดง ทองเหลือง เครื่องเทศ ขวดน้ำหอม ของที่ระลึก ของใช้ ของกิน มากมาย รูปนี้ที่ร้านขายน้ำหอมเพื่อนชาวเยอรมันที่มาคนเดียวเหมือนกัน เขาชื่นชอบประเทศไทยมากอยากมาเที่ยวไทยมาก ขอข้อมูลตลอดเลยสนิทกัน การซื้อขายก็เป็นแบบต่อรองกันได้ (ต่อให้สุดๆ ราคาบอกมาโอเวอร์มาก) การจับจ่ายแบบไม่เหมือนใคร เพราะต่อรองกันได้แบบสุดๆ สนุกสนาน ผู้ขายไม่แสดงอาการโกรธ ตลาดข่าน สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1382 หรือประมาณ 6 ร้อยกว่าปีเลย สร้างโดย Emir Djaharks el-Khalili ซึ่งปัจจุบันก็เป็นที่ที่ค้าขายในสไตล์อียิปต์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาเดินเล่น ซื้อของ
ในตลาดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกครับ สินค้ามีขายตั้งแต่วางแบกะดิน และตั้งวางขายในร้านรวงตลอดสองข้างทาง.

21. ชม Old Coptic Cairo ย่านมรดกโลก เมืองเก่าของไคโร ชมโบสถ์เซ้นท์เซอร์เจียส โบสถ์คริสต์ในแดนมุสลิม เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในกำแพงเสาหิน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 3-4 เป็นที่หลบภัย ของครอบครัวพระเยซูคริสต์จากเยรูซาเล็มกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิลว่า ระหว่างที่พระองค์ยังอยู่ในวัยทารก เป็นช่วงที่กษัตริย์แฮรอดของจูเดีย สั่งฆ่าทารกผู้ชายที่เกิดใหม่ทุกคน โจเซฟและมาเรีย (ต่อมาเป็นเซ็นต์โจเซฟและพระนางมารี) ได้นำพระเยซูคริสต์ ซึ่งถือกำเนิดในช่วงนั้นเดินทางหลบหนีมาซ่อนภัย ในประเทศอียิปต์เป็นเวลา 4 ปี



22. Day 10 Party in the night
87. คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่บางส่วนต้องแยกย้ายกันกลับ ก็เลยฉลองกัน แต่ก็มีบางส่วนเดินทางต่ออีก 5 วัน ไปยังดาฮับฝั่งติดกับประเทศซาอุฯ เสียเงินเพิ่มแค่ 100 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าถูกมาก ติดตามต่อ 3/3 ครับ ทะเลแดงครับ


ความคิดเห็น