รีวิว การยื่นวีซ่า สวิตเซอร์แลนด์ และการเตรียมเอกสาร Oct (ตุลา) 2019 รีวิวโดย เป็ดน้อยในดงหมอก

รีวิวนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ช่วงเดือนตุลาคม 2019 รีวิวนี้จะบอกถึงการเตรียมเอกสาร จนถึงขั้นตอนการนัดหมาย รวมไปถึงการเดินทางไปยื่นวีซ่าโดยผ่านตัวแทน VFS Global รีวิวนี้จะเป็นการรีวิวแบบสั้นๆแต่ละเอียด ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ อย่างแรกที่จะบอ

รีวิว การยื่นวีซ่า สวิตเซอร์แลนด์ และการเตรียมเอกสาร Oct (ตุลา) 2019

รีวิว การยื่นวีซ่า สวิตเซอร์แลนด์ และการเตรียมเอกสาร Oct (ตุลา) 2019

 วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 16.35 น.

 วันที่เดินทาง 30 ก.ย. 2562

รีวิวนี้อยากจะมาแชร์ประสบการณ์การขอวีซ่าท่องเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ช่วงเดือนตุลาคม 2019 รีวิวนี้จะบอกถึงการเตรียมเอกสาร จนถึงขั้นตอนการนัดหมาย รวมไปถึงการเดินทางไปยื่นวีซ่าโดยผ่านตัวแทน VFS Global รีวิวนี้จะเป็นการรีวิวแบบสั้นๆแต่ละเอียด ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ



อย่างแรกที่จะบอก “เอกสารปึ๊ก เอกสารแน่น ข้อมูลเป๊ะ” ไม่มีอะไรต้องกลัว....เพราะแต่ละครั้งที่ผมยื่นวีซ่า ถ้าโดนปฎิเสธ ผมไม่เคยคิดว่าจะยื่นใหม่ เพราะมั่นใจว่าเตรียมและยื่นเอกสารสุดๆก็ได้แค่นี้แล้วแหละ ฮ่าๆๆ



ขั้นตอนการตรียมเอกสาร

1. เข้าลิ้งค์นี้ไป Download เอกสารมาเป็น checklist ก่อนเลยครับว่าเราต้องเตรียมอะไรบ้าง https://www.vfsglobal.ch/switzerland/thailand/Thai/pdf/Schengen-Tourist-Visa-new.pdf

2. ไปที่หน้าเวปเลื่อนแทปไปที่ แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าออนไลน์ - > เลือกใบคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น



3. ถ้ายังไม่เคยมี User เข้าใช้งานให้กดปุ่ม New User แล้วก็มา Login เข้า Visa Application Form Login



4. กรอกรายละเอียด ใบสมัครวีซ่าเชงเก้นออนไลน์ให้ครบทั้ง 6 แทป



5. เมื่อกรอกรายละเอียด และ Submit แล้วเราจะได้ E-mail 1 ฉบับจาก VFS โดยจะมีเอกสารแนบ เป็นใบคำร้องขอวีซ่าเชงเก้นตามที่เรากรอก ให้ Print ออกมาเอกสารที่จะต้องยื่นข้อที่ 1. เลยครับ



มาดูเอกสารที่ต้องเตรียมต่อกันเลยดีกว่า

1. ใบคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น (กรอกรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว)

2. รูปถ่าย 3.5 cm x 4 cm เลือกร้านที่เป็นงานหน่อยก็ดี ผมไปถ่ายร้านตรงข้ามศูนย์หนังสือจุฬา 1 ชุด 290 บาทได้ทั้งรูปวีซ่าเชงเก้น และ รูปวีซ่าออสเตรเลีย (ว่าจะไปปีหน้า)

3. Passport ตัวจริง

4. สำเนา passport 2 ชุด ถ้ามีเชงเก้นก่อนหน้านี้ให้ถ่ายสำเนามาอีก 1 ชุด (เชงเก้นผมอยู่เล่มเก่า ผมก็ถ่ายทั้งเล่มเก่าเลยมาอีก 1 ชุด)

5. หนังสือรับรองเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)

6. เอกสารจองตั๋วเครื่องบิน ทั้งไปและกลับ ผมยื่นไปทุก Flight ที่ผมเดินทางตลอดทริปเลยนะครับ พอดีได้ตั๋วโปรสิ้นปี วัดใจกันไปเลย (จริงๆแค่ใบจองก็ได้ แต่ผมซื้อเลยเดี๋ยวตั๋วโปรหมด)

7. ประกันการเดินทางต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านบาทหรือ 30000 ยูโร แต่ผมตระหนักถึงเรื่องค่าปลอดภัยพอสมควร ผมซื้อแบบครอบคลุมค่าใช้จ่าย 5 ล้านบาทไปเลยครับ รายชื่อบริษัทประกันที่สถานทูตสวิตเซอรฺแลนด์รับรอง คลิกที่ลิ้งค์นี้ครับ https://www.vfsglobal.ch/Switzerland/Thailand/pdf/List-Of-Travel-Medical-Insurance-Tourist-Curent-Updated.pdf

8. เอกสารจองที่พัก ถ้ามีผู้ร่วมทริป ให้ติดต่อ Agency ให้ใส่ผู้ร่วมทริปในเอกสารการจองที่พักด้วยนะครับ

9. แผนการเดินทางละเอียด ผมทำใส่ใน Excel เป็น Column เลยว่าวันนี้อยู่ที่ไหน เที่ยวที่ไหน เดินทางอย่างไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ (ก็เค้าบอกละเอียดนิ)

10. ใบรับรองการทำงาน และ Bank Statement 3 เดือน (ทริปนี้ผมเดินทาง 2 คนแต่แฟนผมอยู่บ้าน ก็ก็เขียนใบรับรองว่าผู้ร่วมทริปจะอยู่กับเราทั้งทริป เดี่ยวข้อมูลส่วนนี้ท้ายๆว่ากันในเอกสารเพิ่มเติมครับ) ส่วน Bank Statement 3 เดือน เอกสารข้อนี้ผมทำจดหมายชี้แจงอธิบายที่มาเงินเก็บ พร้อมแจ้งและแนบ Statement ตัวจริงที่ไปขอจาก Bank ทั้งของผมและของแฟนรวมทั้งหมด 5 บัญชี ผมแนบไปหมดเลย และตามความรู้สึกผมเรื่องเงินในบัญชี ผมคิดว่าควรจะมีเงินใน บัญชี 6 หลัก 1XX,XXX ก็น่าจะ ok หรือต่ำสุดไม่ควรน้อยกว่า 7X,XXX (ความเห็นส่วนตัว)

11. ถ้าผู้ร่วมทริปเป็นเด็ก ต้องมีใบสูติบัตร และ ใบรับรองของผู้ปกครองไปแสดงด้วย

จริงๆแล้ว Checklist ที่สถานทูตต้องการก็มีเพียงเท่านี้ครับ แต่เพื่อความจริงจังและให้สุด บอกไปแล้วว่าเอกสารปึ๊ก ไม่มีอะไรต้องกลัว ผมแนบเอกสารไป 3 – 4 ตัวเพื่อความมั่นใจไปอีก

12. จดหมายแนะนำตัว ระบุว่าเราชื่ออะไร ทำงานอะไร มีแผนจะไปไหนกับใคร ไปวันที่เท่าไหร่ กลับวันที่เท่าไหร่ หาโหลด Platform เอาตาม Internet ได้ครับ

13. จดหมายระบุที่มาเงินเก็บ ก็จะบอกว่าในการยื่นครั้งนี้ เราจะใช้กี่บัญชีในการยื่น มีบัญชีอะไรบ้าง รายได้เราอยู่ที่เท่าไหร่ หาโหลด Platform เอาตาม Internet ได้ครับ

14. ถ้าผู้ร่วมทริปไม่ได้ทำงาน เราก็ต้องมีจดหมายการเป็น Sponsor ให้กับผู้ร่วมทริป โดยแนบบัญชีเราไปด้วย และเขียนว่า เค้าจะอยู่กับเราตลอดทริปแน่นอน

15. สำเนาบัตรเครดิต ผมให้ไปก่อน ว่าเออ..มีบัตรเครดิตอีกนะ อะไรประมาณนั้น



เอกสารทั้งหมดที่ยื่นเป็นภาษาไทยจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือแปลเป็นหนึ่งในภาษาประจำ ชาติของประเทศสวิตเซอรแ ลนด์ (ภาษาเยอรมัน, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาอิตาลี) โดยสามารถแปลที่ศูนย์รับแปลเอกสารที่ใดก็ได้ “แต่ไม่สามารถแปลเอกสารด้วยตังเอง” อันนี้ก็ไม่ทราบว่าจริงจังแค่ไหน ทางที่ดีเอกสารทั้งหมดก็ให้ออกมาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดก็จบครับ

จบ....การเตรียมเอกสาร



มาดูเรื่องการนัดหมายกันบ้าง

1. เข้า Website แล้วไปที่ Tab การนัดหมายเพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่า



2. ยื่นคำร้องที่ศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์

3. คลิกที่ “กรุณาคลิกที่นี่เพื่อจองนัดหมายผ่านระบบสำหรับการยื่นเอกสารสมัครวีซ่าที่วีเอฟเอส”



4. Login เข้าระบบนัดหมาย



5. เลือก Schedule Appointment



6. เพิ่มชื่อผู้สมัครเข้าไปเลยโดยกดปุ่ม Add Applicant ครับ เราสามารถจองได้สูงสุด 5 คนนะครับ กรอกรายละเอียดของผู้สมัครแต่ละคน เมื่อ Submit แล้วระบบจะให้เลือกวันที่เราต้องการจะยื่นเอกสารครับ รวมถึงให้ระบุเวลาด้วยว่าจะยื่นรอบไหน



7. เราจะได้ E-mail อีกฉบับนึงเป็นจดหมายเชิญเพื่อยื่นเอกสารวีซ่า ให้ Print ออกมาเพื่อไปยื่นกับคุณพี่ด้านหน้าศูนย์ VFS ได้เลยครับ



วันยื่นเอกสาร

ให้เราไปที่ตึก จามจุรี สแควร์ ชั้น 4 นั่นคือสถานที่ตั้งของ VFS Switzerland ครับ อยู่หัวมุมแยกสามย่าน ตรงข้ามวัดหัวลำโพง อีกฝั่งตรงข้ามสามย่านมิดทาวน์ครับ ที่ตึกมีที่จอดรถครับ ชั้น 8 กับ ชั้น 8A ค่าจอดรถ 2 ชม.แรกฟรี ชม.ถัดไปจำไม่ได้ว่ากี่บาทเพราะไม่ได้เสีย

ให้เราไปถึงก่อนครึ่งชม. ครับ วันที่ผมไปดูแล้วคนไม่ค่อยมีผมนัด 12:15 แต่ผมไปถึง 11:30 ผมรอถึง 11:45 ก็ลองไปยื่นดูก็สามารถเข้าได้เลยครับ ไปที่ Counter รับบัตรคิว รอแค่ 2 คิวเองครับ

พอถึงคิวเราก็ยื่นเอกสารที่ Counter พนักงานก็จะรับเอกสารมาตรวจ จนไม่น่าจะมีอะไรต้องสอบถาม แล้วก็ให้เราไปนั่งรอ จังหวะนี้ผมก็แจ้งว่าจะชำระโดยบัตรเครดิต “เค้ารับบัตรเครดิตด้วยนะเออ” ดีจัง ฮ่าๆๆ แล้วก็แจ้งให้ส่ง EMS ให้ด้วย ขี้เกียจมาเอา บวกเพิ่มอีก 220 บาท ถ้าใครอยากให้ส่ง EMS ด้วยก็บวกอีก 70 บาทเพื่อรองรับความตื่นเต้น แต่ผมคิดว่าเตรียมพร้อมมาพอสมควรคิดว่าผ่านชัวร์ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร และ กว่าจะไปก็เดือนธันวาเลยไม่เอาดีกว่า

สรุปรวมค่าวีซ่าทั้งหมดที่ผมจ่ายก็คือคนละ 3088 บาท รับใบเสร็จและพนักงานแจ้งเลข EMS พนักงานบอกไหนๆมาแล้วก็ให้ไปเข้าห้องลับ ฮ่าๆๆ ห้องตรวจสแกนไบโอนั่นแหละ ถ่ายรูป ปั๊มลายนิ้วมือ ประมาณนั้น ไม่มีคิวเลยก็จัดไป จริงๆแล้วถ้ามีเชงเก้นเดิมไม่ต้องถ่ายรูป ปั๊มลายนิ้วมือใหม่ก็ได้ ให้คนอื่นมาทำแทนก็ได้ แต่ไหนๆก็มาแล้วก็อัพเดตกันไปเลย....



เท่าที่จำได้น่าจะมีแค่นี้ครับ ย้ำอีกที อยากให้พยายามใส่ใจในรายละเอียดเอกสารเยอะๆ ถ้ามั่นใจ ถ้าปึ๊ก ถ้าแน่น ผมว่ายังไงก็ผ่าน หลายๆคนกลัวการยื่นวีซ่ากลัวจะไม่ผ่านนู้นนี่นั่น เช่นแฟนผม ฮ่าๆๆ ผมบอกกับแฟนว่าถ้าไม่ผ่านก็คงไม่ยื่นแล้ว เพราะก็เตรียมเอกสารแบบรายละเอียดสุดๆแล้วเหมือนกัน คงต้องเปลี่ยนประเทศ แต่ในใจก็รู้อยู่แล้วยังไงก็ผ่านแน่นอน


สุดท้ายครับ ข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ฝากชมคลิปผ่าน Youtube กันด้วยนะครับ อันนี้จะบอกรายละเอียดเป็นคลิปเลยทีเดียว


ความคิดเห็น