มิงกาลาบา ไปเป็นMoanaที่มัลดีฟแดนพม่ากันมั้ย? รีวิวโดย In The Conner of This World

'มิงกะลาบา' เป็นภาษาพม่า แปลว่า 'สวัสดี' ใช่ค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปลองเป็นโมอาน่า ที่เกาะที่ขึ้นชื่อได้ว่ามัลดีฟแห่งพม่า และเกาะแห่งนี้มีชื่อว่า"เกาะซาลิ" นั่นเองค่ะขึ้นชื่อว่าอยู่ประเทศพม่า หลายๆคนคงคิดไปว่าคงเดินทางลำบาก ต้องนั่งเครื่องบิน ไหนจะต้องพาสปอร์ตอีก แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยค่ะ เกาะแห่งน

มิงกาลาบา ไปเป็นMoanaที่มัลดีฟแดนพม่ากันมั้ย?

มิงกาลาบา ไปเป็นMoanaที่มัลดีฟแดนพม่ากันมั้ย?

 วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 10.18 น.

 วันที่เดินทาง 13 ต.ค. 2562

'มิงกะลาบา' เป็นภาษาพม่า แปลว่า 'สวัสดี'

ใช่ค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปลองเป็นโมอาน่า ที่เกาะที่ขึ้นชื่อได้ว่ามัลดีฟแห่งพม่า และเกาะแห่งนี้มีชื่อว่า"เกาะซาลิ" นั่นเองค่ะ
ขึ้นชื่อว่าอยู่ประเทศพม่า หลายๆคนคงคิดไปว่าคงเดินทางลำบาก ต้องนั่งเครื่องบิน ไหนจะต้องพาสปอร์ตอีก

แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยค่ะ เกาะแห่งนี้นั่นไปได้ง่ายมาก ไม่ต้องนั่งเครื่องบินหรือใช้พาสปอร์ตด้วยซ้ำ แล้วมันยังไงล่ะ? มาค่ะ ตามไปดูกันเถอ

ทริปนี้เราเริ่มจาก"สายใต้ใหม่" เพื่อขึ้นรถทัวร์ Night Bus ไปยังจ.ระนองฮิ ที่ที่ท่าเรือไปยังเกาะซาลิตั้งอยู่นั่นเอง ซึ่งการเดินทางโดยรถทัวร์นั้นจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงค่ะ



เมื่อถึงระนองในเช้ามืดวันต่อมา ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เราเลยพักผ่อนด้วยการนอนพัก และเดินเล่นในตัวเมืองระนอง เก็บแรงไว้ใช้ในวันต่อไปซึ่งเราจะไป 'เกาะซาลิ' (Sali Island) กันนั่นเอง

การเดินทางไปเกาะนี้นั้นจะไปได้กับ Sea Star เจ้าเดียวเท่านั้น
ทริปนี้เราเลยทำการจอง One Day Trip ผ่านทางเว็บไซด์ Mamy Booking ค่า

เช้าวันต่อมารถของทางบริษัทก็มารับกันถึงที่เลยทีเดียว พร้อมด้วยอาหารเช้า อย่างข้าวต้ม ขนม และน้ำดื่มที่รอไว้บริการทุกคนที่ท่าเรือระหว่างรอเวลาขึ้นเรือ

ได้เวลาก็ไปกระโดดขึ้นสปีทโบ๊ดกันเลย ซึ่งในเรือก็จะมีไกด์ประจำเรือไปและพี่ๆพนักงานไปคอยดูแลด้วยค่ะ

นั่งเรือมาประมาณห้านาที เราก็มาถึงตม.พม่ากันค่ะ พี่ๆพนักงานก็จะขึ้นไปทำเอกสารผ่านแดนให้เรากันประมาณสิบนาที ก็นั่งรอในเรือกันไป

แต่หันซ้ายมา 'เอ๊ะะะะ วัดอะไรน่ะสวยจัง' นี่คือสิ่งที่เราคิดกับ'วัด'ที่เห็นอยู่บนฝั่ง

ทันใดนั้น พี่ไกด์ที่เหมือนอ่านความคิดทุกคนออกก็พูดขึ้นมาว่า "ส่วนทางซ้ายมือนี่ก็เป็นร้านอาหารนะครับ คนไทยมานึกว่าวัด ยกมือไหว้กันใหญ่เลย"

เอ้าาา สาธุ ขอให้มีอาหารกินเยอะๆ เพี้ยง! 5555

นั่งเรือต่อมาประมาณอีกห้าสิบนาที เราก็ได้โดดมาถึงเกาะกันแล้วค่าาา

แค่แว๊บแรกที่เห็นก็คว้ากล้องขึ้นมาถ่ายแทบไม่ทันเลยทีเดียว สวยมากกกก

หาดทรายสีขาวนวลสะอาดตา ตัดกับน้ำทะเลใสไล่เฉดสี บวกกับความสงบเนื่องจากเป็นเกาะส่วนตัว

โหยยย เชื่อแล้วล่ะ ที่นี่เป็นมัลดีฟแห่งทะเลพม่าได้จริงๆ

ทันใดนั้นเองวิญญาณโมอาน่าก็เข้าสิงเรอย่างไม่ทันตั้งตัว

'See the line where the sky meets the sea? It calls meeeeeee'


อันนี้เป็นเรือที่ชาวบ้านใช้กันจริงๆค่ะ จริงๆตอนแรกมันลอยอยู่กลางทะเลนะ แต่ด้วยความที่มันขึ้นไปยืนทรงตัวได้ยากมากกกก จนเราจมเรือดิ่งลงมหาสมุทรกลายเป็นไททานิคไปซะงั้น เลยมีผู้ใจดีลากเรือมาเกยตื้นและพี่ไกด์ที่ช่วยจนได้รูปนี้มาจนได้ 55555

บนเกาะก็จะมีชิงช้า และมุมต่างๆให้มาถ่ายรูปกันได้อย่างเต็มที่เลยล่ะค่ะ

เหนื่อยก็นักพัก มองวิวทะเลสวยๆได้ที่ม้านั่งเก๋ๆแบบนี้ได้เลย

มาดูความใสของน้ำทะเลกันให้ชัดๆ

ใสกิ๊ง จนมองเห็นปลาตัวเล็กๆที่ว่ายวนไปวนมาได้เลยล่ะ

พอเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นไปได้สักพัก ถึงเวลาใกล้เที่ยง พี่ไกด์ของเราก็จะเรียกไปทานข้าวกันค่ะ

ซึ่งอาหารกลางวันก็จะเป็นแบบบุฟเฟต์ มีทั้งแกง ทั้งน้ำพริก อาหารทะเล หมึกย่าง กุ้งเผา และขนมต่างๆ ตักได้เลยเต็มที่จ้า

เย้! พรที่ขอไว้กับร้านอาหารสำเร็จแล้วววว

น่ากินใช่ม๊าาา?


ทานอาหารเสร็จแล้วเราก็มีเวลาเหลืออยู่บนเกาะอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เราจะออกเดินทางต่อไปยังอีกเกาะเพื่อไปดำน้ำกันต่อ

ระหว่างนี้ใครจะทำอะไร จะเดินเล่น ถ่ายรูป ว่ายน้ำ ดำน้ำ นอน ก็ตามสบายเลยค่ะ

ใกล้เวลาที่จะต้องลาเกาะซาลิกันไป แต่ก่อนออกจากเกาะเราก็ได้บังเอิญเจอกับ'เจ้าถิ่น'ผู้แสนน่ารักตัวนี้ค่ะ

น้องนากน่ารักมาก เชื่องคน วิ่งมาหา เกาะขา เกาะแขน นอนกลิ้งเหมือนแมวเลย
อร๊ายยยยย น้องงง >///<

ในที่สุดก็ถึงเวลาลาน้องนากและเกาะซาลิเพื่อนั่งเรือไปต่อยังจุดดำน้ำ ณ 'เกาะบาราไชค์' ( Balachike Island ) กันแล้วล่ะ

มาดูกันดีกว่าว่าโลกใต้ท้องทะเลขอที่นี่จะเป็นยังไง

ชีวิตใต้ท้องทะเลที่นี่เรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์มากเลยทีเดียวล่ะค่ะ

เราสามารถเห็นได้ตั้งแต่ปลาตัวเล็กว่ายกันเป็นฝูง ไปจนถึงปะการังที่อลังการพอตัวเลย

ใครอยากเจอน้องนีโม่ มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวังเลยล่ะค่ะ เพราะจะสามารถเจอได้แทบทุกย่อมปะการังเลยทีเดียว

ใครว่ายน้ำไม่เป็น ไม่ต้องห่วงนะ เพราะมีทั้งเสื้อชูชีพ ห่วงยาง และพี่ไกด์หลายคนที่คอยดูแลอยู่ค่ะ

ใช้เวลาดำน้ำที่นี่ประมาณห้าสิบนาที พี่ไกด์ทั้งชาวไทยทั้งชาวพม่าก็ทำการต้อนฝูงปลาไทยขึ้นเรือ

เพื่อไปดำน้ำกันต่อที่จุดดำน้ำ 'เกาะห้า' ซึ่งนั่งเรือออกไปอีกไม่ไกลนัก

ที่นี่เราจะไม่ได้ขึ้นหาดค่ะ แต่จะตรงดิ่งลงทะเลไปดำน้ำกันเลยยยย

อีกห้าสิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทีนี้ล่ะเราก็ได้เวลาที่ต้องอำลาทะเลพม่ากันจริงๆแล้ว

จากนี้เราจะต้องนั่งเรือกลับไปยังเมืองท่าของพม่าเพื่อรับเอกสารคืน และกลับไปยังประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ได้เห็นธรรมชาติที่งดงามแบบนี้แล้ว เราต้องขอพูดคำเดียวกับพี่ไกด์ 'ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันรักษาเอาไว้เพื่อให้เราได้ชื่นชมกันแบบนี้ไปนานๆเลยนะ'

จบทริปกันไปแล้ว แต่ความประทับใจไม่จบเลยจริงๆ ทั้งธรรมชาติที่แสนสวย สงบจากทั้งเกาะน้องใหม่อย่างซาลิ และจุดดำน้ำที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสองที่ รวมไปถึงการดูแลจากพี่ๆพนักงานทุกคน

เรียกได้ว่าทริปนี้เป็นทริปที่คุ้มจริงๆเลยล่ะ


ใครที่สนใจอยากจะลองไปสัมผัสมัลดีฟแห่งพม่ากันบ้างก็ไปดูรายละเอียดทัวร์กันได้ที่นี่นะคะ >> https://mamybooking.com/th/tour/new-program-sali-island-must-explore.html
หรือใครอยากจะพูดคุย ถามอะไรเราเพิ่มเติม แวะมาเยี่ยมกันได้ที่นี่เลยค่า >> https://www.facebook.com/InTheCornerOfThisWorld


แล้วเจอกันใหม่ทริปต่อไปนะ :)






ความคิดเห็น