วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี รีวิวโดย สายลม ที่ผ่านมา

หลวงพ่อโต องค์ใหญ่หน้าวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี มาถึงอำเภอบางระจัน สิงห์บุรี ทั้งที จะไม่แวะวัดพระนอนจักรสีห์ วัดคู่บ้านคู่เมืองก็ดูจะกระไร แม้นเวลาจะล่วงเลยมาจนเย็นแล้วก็ตาม แต่ของแวะกราบพระเสียหน่อยเถอะ เพื่อเป็นสิริมงคล ตำหนักพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) นอกจากองค์พระนอนจักรสีห

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี

 วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 13.31 น.

 วันที่เดินทาง 23 ต.ค. 2562

หลวงพ่อโต องค์ใหญ่หน้าวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สิงห์บุรี

มาถึงอำเภอบางระจัน สิงห์บุรี ทั้งที จะไม่แวะวัดพระนอนจักรสีห์ วัดคู่บ้านคู่เมืองก็ดูจะกระไร แม้นเวลาจะล่วงเลยมาจนเย็นแล้วก็ตาม แต่ของแวะกราบพระเสียหน่อยเถอะ เพื่อเป็นสิริมงคล

ตำหนักพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕)

นอกจากองค์พระนอนจักรสีห์ ที่ประดิษสถานอยู่ในวิหารพระนอนฯ แล้ว ภายในวัดยังมีสิ่งต่าง ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ตำหนักพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๕) หรือบรรดารูปปั้นจำลองของเกจิอาหารต่าง ๆ ของประเทศไทย

เรือแข่งด้านข้างอุโบสถ

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3032 (สายสิงห์บุรี - สุพรรณบุรี) ระยะทางประมาณ 4 กม.

รูปปั้นจำลอง เกจิอาจารย์

สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัย ที่มีความงดงามมาก มีความยาวทั้งสิ้น 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ และ 7 นิ้ว ลักษณะ พระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ พระเศียรหันไปทางทิศตะวันออก พระกรขวายื่นไปด้านหน้า ไม่งอพระกรขึ้นรับพระเศียร เหมือนแบบไทย

นอกจากนี้ยังมีพระแก้ว พระกาฬ เป็นพระพุทธรูปนั่งศิลา ลงรักปิดทอง และพระนั่งขัดสมาธิเพชร อันศักดิ์สิทธิ์ และมีพุทธลักษณะงดงาม ด้านหน้าวิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ ต้นไม้สำคัญในพุทธประวัติ ผลิดอกบานสะพรั่ง อยู่เสมอ

"หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ " เป็นรูปของพระพุทธเจ้าปางไสยาสน์เทศนาปาฏิหาริย์ แก่อสุรินทราหู ผู้เป็นยักษ์ เพื่อลดทิฎฐิของอสุรินทราหูที่ถือว่ามีร่างกายใหญ่โตกว่ามนุษย์ พระพุทธเจ้าจึงเนรมิตร่างกายให้ใหญ่กว่ายักษ์ "หลวงพ่อพระนอน" จึงเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่และยาว สร้างโดยท้าวอู่ทอง มีความยาว ๓ เส้น ๓ วา ๒ ศอก ๓ คืบ ๗ นิ้ว ( ๔๗.๔๐ เมตร ) พระเศียรชี้ไปทางตะวันออก หันพระพักต์ไปทางทิศเหนือ มีความงดงามอย่างมาก

ภายในวิหารพระนอนจักรสีห์

มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า สิงหพาหุมีพ่อเป็นสิงห์พอรู้ความจริงคิดละอายเพื่อนว่าพ่อเป็นสัตว์เดรัจฉานจึงฆ่าสิงห์ตาย ภายหลังรู้สึกตัวกลัวบาปและเสียใจเป็นอย่างมาก จึงสร้างพระพุทธรูป โดยเอาทองคำแท่งโต ๓ กำมือ ยาว ๑ เส้น เป็นแกนขององค์พระ เป็นการไถ่บาปและพระพุทธรูปมีอยู่ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชามาหลายชั่วอายุคน

พระบาทพระนอนจักรสีห์ และพระประจำวัน

จนองค์หลวงพ่อพระนอนได้พังทลายลงเป็นเนินดิน กาลนานต่อมา ท้าวอู่ทอง ได้นำพ่อค้าเกวียนผ่านมาทางนี้ แล้วพบแกนทองคำฝังอยู่ในเนินดิน และทราบเรื่อง สิงหพาหุ เกิดความเลื่อมใสและเห็นเป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา จึงชักชวนพ่อค้าเกวียนก่อสร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้น โดยใช้ทองแท่งทองคำที่พบนั้นเป็นแกนองค์พระ

พิพิธภัณฑ์ของทางวัดด้านหลังองค์พระ

จน พ.ศ. ๒๒๙๗ และ พ.ศ. ๒๒๙๙ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยา ได้เสด็จมานมัสการและซ่อมแซมองค์พระพร้อมทั้งได้สร้างพระวิหาร พระอุโบสถ และเสนาสนะต่าง ๆ ขึ้นใหม่ พ.ศ.๒๔๒๓ และ พ.ศ. ๒๔๔๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จมานมัสการ และวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลปัจจุบัน ได้เสด็จมานมัสการพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์

พระพุทธรูปในพระวิหาร

จึงนับได้ว่า " หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ " เป็นปูชนียวัตถุที่ทรงไว้ซึ่งปาฏิหาริย์ล้ำค่า เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะแม้แต่การสร้างองค์หลวงพ่อพระนอนในครั้งที่ ๒ ก็ยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอน แต่องค์พระยังสมบูรณ์ขนาดนี้ จะป่วยการกล่าวไปใยถึงประวัติในการสร้างครั้งแรกที่ทรุดโทรมลงจนมีสภาพเป็นเนินดินธรรมดา ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด

หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์

เพราะเหตุนั้น " หลวงพ่อพระนอนจีกรสีห์ " จึงเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนให้การเดินทางมากราบไหว้บูชา เพื่อเป็นพุทธานุสสติ ในอันจะน้อมนึกถึงคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ เสมอมาไม่เคยขาดมานานแสนนานแล้ว และเพื่อให้สมพระเกียรติของ " หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ " และการเป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิด วรวิหาร " ท่านเจ้าคุณพระเมธีปริยัติโยดม " จึงได้วางแนวทางในการพัฒนาพระอารามออกเป็น เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส เขตฆราวาส

นอกจากนี้ ทางวัดก็ยังมีนโยบายที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งปริยัติ ปฏิบัติแก่พระภิกษุสามเณร ตลอดถึงพุทธศาสนิกชนให้มีความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธศาสนา

พระสงฆ์และแม่ชี กำลังทำวัตรสวดมนต์

การเดินทาง มีรถประจำทาง สาย 462 (สุพรรณบุรี - โคกสำโรง) และรถสองแถวประจำทาง สายสิงห์บุรี - ดอนปรู และสิงห์บุรี - ท่าช้าง ผ่านหน้าวัด

ขอบคุณข้อมูลจาก :: http://www.dhammathai.org


ความคิดเห็น