One day trip : รีวิวใครไม่ขามม เกาะขาม!!!!! รีวิวโดย phapparn

One day trip : รีวิวใครไม่ขามม เกาะขาม!!!!! #onedaytrip 13 พฤษภาคม 2562 ถ้าพูดถึงเกาะในชลบุรี แว๊บแรกหลายๆคนคงจะนึกถึงเกาะล้าน ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แต่ในช่วงนี้มีอีก 1 เกาะที่กำลังเป็นกระแสที่มาแรง แซงทางโค้ง เนื่องจากตัวเกาะยังมีสภาพสมบูรณ์ และสะพานไม้ชื่อดัง ที่หลายๆคน

One day trip : รีวิวใครไม่ขามม เกาะขาม!!!!!

One day trip : รีวิวใครไม่ขามม เกาะขาม!!!!!

 วันพฤหัสที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 13.22 น.

 วันที่เดินทาง 13 พ.ค. 2562

One day trip : รีวิวใครไม่ขามม เกาะขาม!!!!!

#onedaytrip

13 พฤษภาคม 2562

ถ้าพูดถึงเกาะในชลบุรี แว๊บแรกหลายๆคนคงจะนึกถึงเกาะล้าน ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แต่ในช่วงนี้มีอีก 1 เกาะที่กำลังเป็นกระแสที่มาแรง แซงทางโค้ง เนื่องจากตัวเกาะยังมีสภาพสมบูรณ์ และสะพานไม้ชื่อดัง ที่หลายๆคนอยากจจะตามไปเช็คอิน นั้นคือ “เกาะขาม” นั่นเอง!!!

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus 200



****ต้องขอออกตัวก่อนว่าทริปนี้พวกเราเริ่มต้นกันจากตลาดหนองมน เนื่องจากพวกเราศึกษาที่มหาลัยชื่อดังย่านบางแสน


ในทริปนี้เรามีผู้ร่วมชะตากันทั้งหมด 6 สาว ซึ่งทริปนี้ทางเราตั้งงบไม่เกินคนละ 1000 บาทถ้วน รวมทุกอย่าง เพราะช่วงนั้นค่อนข้างไม่มีเงินกันเลยก็ว่าได้ พวกเราขึ้นรถตู้จากหนองมน-สัตหีบกันตอน 8.30 น. และประเด็นหลักของจุดนี้ก็คือ #กฏความชะนี การโดนโก่งราคาจากนายหน้า จริงๆแล้วราคามันควรอยู่ที่ 80 บาท แต่คือนางโก่งคือก่อนหน้านั้นรถตู้คันก่อนหน้า คุณพี่เค้าบอกว่าพวกน้องๆลงกม.1 นะ ค่ารถก็คนละ 80 บาท แล้วค่อยต่อรถสองแถวเข้าไปคนละ 20 บาทเราก็ขอบคุณคุณพี่เค้าไป แต่ตรงจุดขึ้นรถมันจะมีนายหน้าอยู่ นางก็เดินมาเก็บ 100 บาท นี่ก็ถามไปว่าไม่ใช่ 80 บาทหรอ นางก็ดึงดันจะเอา 100 ด้วยความที่ตื่นเช้า บวกกับความมึนงง สับสน เลยจ่ายไปคนละ 100 บาทแบบงงๆ สักพักรถก็มา เราก็นั่งรถไปเรื่อยๆ ต้องบอกตรงๆเลยว่าอากาศในเช้าวันนั้นคือไม่ดีเลย ระหว่างทางก็มีฝนตกประปรายตลอดทาง

ตามแพลนคือจะลงรถกันที่ กม.1 ที่สัตหีบ แต่ก็นั้นแหละคนขับขับเลย แล้วบอกให้ลงตรง กม.5 แทนละกันแล้ว ไปรอรถสองแถวเอา #กฏความชะนี2 คือไม่รู้ว่าจะต้องขึ้นรถฝั่งไหน ยืนเกาะกลุ่มคุยกันว่าควรต้องรอรถฝั่งไหน บังเอิญข้างๆมีร้านอาหารตามสั่ง ดูท่าทางคุณป้าค่อนข้างใจดี เลยเดินเข้าไปถาม คุณป้าก็น่ารักมาก ตอบด้วยโทนเสียงที่อบอุ่น และรอยยิ้มบนใบหน้าว่า "ลูกไปรอฝั่งตรงข้ามเลยลูก เดี๋ยวจะมีรถสองแถวโผล่มา" ต้องขอขอบคุณคุณป้ามากกที่ชี้ทางสว่างให้แก่ชะนี 6 คน หลังจากข้ามถนนไปอีกฝั่งก็พบว่า มันมีทางแยกเข้าไปอีก กับถนนใหญ่ ด้วยความชะนี #กฎความชะนี3 คือเลือกศาลาติดถนนใหญ่จ้า ก็นั่งรอไปสักพักมีรถตู้มาจอด แล้วถามว่าพวกหนูจะไปไหน ชะนีตอบไปว่า "อ่ออ เกาะขามค่ะ" คุณพี่ก็ยืนนิ่งแล้วเอ่ยปากว่า "ต้องไปรอในซอยหนู" ซึ่งระหว่าบทสนทนาก็มีคุณป้าวัยกลางคนเดินลงมาจากรถพอดี แล้วบอกกับพวกเราว่า "หนูไปรอที่ศาลาใหญ่นู้นลูก ไปๆ ตามป้ามา เดี๋ยวป้าก็จะไปเหมือนกัน" พวกเราก็เดินตามมคุณป้าไปต้อยๆ และแวะเข้าห้องน้ำเล็กน้อยระหว่างรอรถ และเข้าห้องน้ำเสร็จรถก็มาพอดี ถือว่าดวงดีละกันได้ไม่ต้องรอนาน ปรากฏว่าบนรถ ถ้าดูจากการแต่งตัวแล้วคงเป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน นั่งอยู่บนรถประมาน 5-6 คน ไม่รวมพวกเรา รถสองแถวก็พาเรามาส่งที่จุดซื้อตั๋วเรือข้ามเกาะ ในราคาคนละ 250 บาท ซึ่งเป็นราคาที่พอรับได้ ซื้อเสร็จก็นั่งรถสองแถวต่อไปอีก เพื่อไปยังท่าเรือเขาหมาจอ เผื่อที่จะเตรียมตัวข้ามเรือ พอไปถึงท่าเรือฟ้าก็เริ่มโปร่งเริ่มมีแดดเล็กน้อย ปลาเล็กปลาน้อยระหว่างทางก็น่ารักมาก เพลินมากก แฮปปี้สุด

ภาพถ่ายจาก Iphone6 : จุดขาวๆในน้ำไม่ใช่ขยะ มันคือ ปลา!!!

พอขึ้นเรือ ปรากฏว่าวันนั้นสำหรับเราว่าคนก็เยอะนะ ขนาดวันจันทร์นะเนี่ย ถ้าวันหยุดน่าจะเยอะกว่านั้น เรือที่ข้ามไป คือเรืออารมณ์แบบเรือประมงใหญ่ๆ

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus 200


บนเรือมันควรจะมีปลา แต่กลับแทนที่ด้วยจำนวนคน ที่ไม่ต่ำกว่า 100 คนแทน ทุกที่ ทุกตารางนิ้วบนเรือถูกอัดแน่นไปด้วยคนที่มาจากหลากหลายที่ จนทำให้พวกเรา 6 คนได้ไปนั่งที่ห้องควบคุมเรือแทน55555

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus 200


แต่ก่อนหน้านั้นดิฉันและสหาย 1 คน ได้ออกไปที่ท้ายเรือและได้พูดคุยกับหัวหน้าทัวร์เล็กน้อย ซึ่งหัวข้อบทสนทนาคงหนีไม่พ้นอายุเท่าไหร่ เรียนที่ไหน ปีไหนแล้ว มาจากจังหวัดอะไร บลาๆ สักพักก็มีทหารเรือมาตามให้ไปนั่ง เพราะกลัวว่าจะเมาน้ำมันจากห้องเครื่อง ยอมรับเลยว่ากลิ่นแรงมากกก ก็เลยเชื่อนางเดินตามนางไปนั่งในห้องคุมหัวเรือกับเพื่อนๆแทน นั่งมาประมาน 20 นาทีก็ถึงเกาะแล้วจ้า อยู่ใกล้ทางออกสุดแต่ก็ได้ออกเป็นกลุ่มสุดท้าย55555 พอลงไปปุป โอโหหห เหมือนฝันอะ น้ำใสมากกก

ภาพถ่ายจาก Iphone6

สิ่งแรกที่เห็นคือสะพานไม้อันโด่งดังของที่นี่ที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องถ่าย พวกเราเลยเสียเวลากับการถ่ายรูปจุดนั้นไปประมาน 30 นาทีว่าจะได้ หลังจากนั้นเราก็เข้าไปในเกาะ เติมพลัง หาอะไรทาน ซึ่งบนเกาะมีอาหารและน้ำขายบนเกาะนะคะ และถ่ายรูปจุดต่างๆเล็กน้อย ระหว่างรอย่อยก็เดินไปอีกฝากของเกาะ ก็ได้มุมสงบ และสวยไม่แพ้กัน

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus200

หลังจากนั้น เตรียมตัวลงน้ำจ้า ลงน้ำรอบนี้มี 3 คนด้วยกัน 3 สาวผู้ทนน้ำ ทนแดด ทนฝน ลงไปดำน้ำกัน

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus200

คือต้องบอกก่อนเลยว่าวันนั้นอากาศและสภาพน้ำเหมาะกับการดำน้ำตื้นมากก ด้วยความที่น้ำลดในระดับที่พอดี น้ำไม่ขุ่น และช่วงที่เราลงดำน้ำ คือคนไม่เยอะเริ่มซาๆแล้ว ก็คือเพลินมากวันนั้นเจอปลาหลากหลายชนิดมากก เจอปลิงทะเลด้วยรอบนี้ ปะการังสัมผัสได้ว่ายังสวย ยังสมบูรณ์ แต่ก็นั้นแหละ พอเปิดให้คนมาท่องเที่ยวก็ต้องแลกกับความเสื่อมสภาพจากนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม ที่ไม่ได้ศึกษาถึงกฎต่างๆที่ควรปฏิบัติระหว่างการดำน้ำ อย่างเช่น การเหยียบปะการัง ซึ่งคิดว่าคงเป็นส่วนน้อยๆ ภาวนาว่าต่อไปไม่ควรเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก หลังจากดำน้ำเล่นกันประมาน 2 ชม ก็รีบขึ้นมาอาบน้ำ เพราะอีก 1.30 ชม. จะต้องขึ้นเรือกลับแล้ว ก็รีบอาบน้ำ รีบแต่งตัว และรีบเก็บของเผื่อที่จะขึ้นไปยังจุดชมวิว ระหว่างทางคือไม่น่าขึ้นเลย เอาจริงๆก็แอบหวั่นเหมือนกัน เพราะสภาพคือป่ารกร้าง มีต้นไม้ล้ม เอาดีๆ ก็แอบคิดว่าจะวกหัวกลับไป

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus 200


แต่ก็นะ #กฎความชะนี4 อยากสำรวจ เพราะกลัวว่าจะติดใจในภายหลัง เลยขอเพื่อนๆว่าขอลองต่ออีกหน่อย พอเดินไปอีกนิดมันก็ถึงจุดๆนึง ซึ่งบอกเลยว่าสวยมากกก อารมณ์แบบในสารคดีอะ เป็นภาพติดตาที่สวยมาก

ภาพถ่ายจาก Iphone6


ตอนแรกคิดว่าจะจบ แต่แอบเหลือบไปเห็นทางขึ้นที่ขึ้นต่อไปอีก ทางค่อนข้างชันเลยทีเดียว ในหัวคืออยากไปมาก แต่กลัวเพื่อนๆไม่โอเค แต่ก็อยากรู้ เลยปริปากถามเพื่อนๆว่า "มีใครอยากไปต่อมั้ย" มีใครอยากไปต่อมั้ย ทุกคนเงียบ แต่ก็มีเสียงนึงเอ่ยขึ้นมา "เค้าเอง" นั่นคือหญิงสาวจากนราธิวาส เราตกลงกันว่า ให้เพื่อนๆไปรอที่ 3 แยกที่เราเดินผ่านกันมาก่อนหน้านี้ เพราะสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการเดินจุดชมวิวแบบเดินวน ที่จะวกกลับไปจุดนั้น ทุกคนตกลง นี่ก็แอบพูดขำๆว่า ถ้าอีก 30 นาทียังไม่ลงมา ไปตามเจ้าหน้าที่ด้วยนะ55555 เราก็แยกกับเพื่อนกันจาก 6 เหลือ 2 เดินขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยสัมภาระและรองเท้าที่ไม่เหมาะกับการเดินขึ้นเขาในเส้นทางแบบนี้เลย ทางค่อนข้างชัน แล้วมีหิน ดินแอบลื่น ยอมรับเลยว่าเดินยากมาก แต่ก็สู้ จะไปให้สุด เดินไปเรื่อยๆ ถึงจุดที่ 2 ซึ่งจากมุมมองที่ชันที่มันแหงนหน้าขึ้นไปเห็นเป็นไม้ยื่นออกมา #กฎความชะนี4 จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ อีนี่จินตนาการไปว่าเป็นหลังคาศาล แบบเห้ยย อาจจะมีศาลตั้งอยู่เลยรีบหันไปห้เพื่อนที่อยู่ด้านหลังว่า "ต้า มันเหมือนเป็นศาลเลยอะ" มองหน้าต้าด้วยความหวาดกลัว เลยถามต่อว่า "เอาไงดี" เพื่อนถาม "กลัวมั้ย" ป่านตอบว่า "กลัวนะ" แต่ถ้ามีคนนำก็ไปได้ เพื่อนเลยบอกว่าขึ้นไปก่อน ไปไหว้ไปบอกเค้าบลาๆ นี่เลยให้ต้านำ แต่พอขึ้นไปแล้ว อีดอกก นางคือชานไม้ไว้สำหรับชมวิว ลูกกก เด๋อมากก ยืนขำกันนานมากก **ลืมถ่ายจากมุมมองตอนขึ้นมา แบบขำมากๆอะ นึกย้อนไปอยากให้ทุกคนเห็นหน้าเราสองคนมากก ตลกกแต่ยอมรับเลยว่าวิวตรงจุดนี้สวย สวยมาก มันเป็นความรู้สึกที่สวยแบบบอกไม่ถูก

ภาพจาก Iphone6

เดินต่อมาอีกนิดนึง อันนี้เป็นจุดสุดท้ายแล้ว และเป็นจุดใหญ่สุด ต้องเกริ่นเลยว่าจุดนี้ ส่วนตัวคิดว่าสวยที่สุด แบบแสงได้ มุมได้ คือมุมประมาน 180 องศา ประทับใจมาก ยืนกันนิ่งๆดู และจำได้เลยว่าตอนนั้นคือพูดขอบคุณเพื่อนเลยที่ยอมมาเป็นเพื่อน ถ้าไม่มีเพื่อนคงอดได้เห็นภาพสวยๆแบบนี้อะ

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus 200



ภาพถ่ายจาก Iphone6

หลังจากชื่นชมตรงนี้แล้วก็เดินลงกันมา ซึ่งทางลงคืออีดอกกชันไปไหนน บวกกับความลื่น ความมีหินเพิ่มความยากไปอีก

ภาพถ่ายจากฟิล์ม kodak colourplus 200


#กฎความชะนี5 ไม่ลื่น แปลว่าไม่ถึง ลื่นไปจุกๆ คนละ 1 555555 แต่ไม่เจ็บอะไรมาก แค่ตกใจ ไม่มีแผล ลื่นแบบสวยๆ เพราะคว้าเชือกทัน เดินลงกันด้วยความช้า และลำบากมา ก็หันไปถามกันเล่นๆว่า ทำไมต้องทำตัวให้ลำบากวะ 5555 แต่ก็นั่นแหละความอยากรู้อยากเห็นละ ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงเพื่อนตะโกนเรียก เราก็ตะโกนตอบไปบ้าง5555 แต่ฟังไม่รู้เรื่องนะ ตะโกนไปแค่ว่า แปปนึง กำลังลงไป ใจเย็นๆ แค่นี้แหละวนไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าเสียงที่ได้ยินคือเสียงเพื่อนรึปล่าว


ภาพถ่ายจาก Iphone6


และก็ใช่แบบที่เราคิด ทางเดินเป็นทางเดินวน ไปจบที่ทางสามแยก ตามที่เราคิดเอาไว้ในตอนแรก แต่กลับลงไปไม่เจอเพื่อนๆ ก็คิดว่าคงไปนั่งรอที่ม้านั่งแหละ และก็เป็นแบบที่คิด ยังไม่ทันได้พักก็ต้องรีบเดินไปยังจุดขึ้นเรือกลับ ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปบ้างไรบ้าง กรุบๆ เพราะตอนนั้นแสงกำลังสวย อากาศกำลังโอ ได้มาเยอะมากๆ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรูปหมู่กัน ก็นั่งเรือกลับไป แบบถ่ายรูปขายขำกันมารูปสองรูป


และเราก็เดินทางกลับไปยังจุดขึ้นรถกลับบางแสน ซึ่งก่อนขึ้นรถคือทุกคนหิวน้ำ และหมดสภาพกันมาก โชคดีที่ฝั่งตรงข้ามมี family marts จึงแบ่งคนไปซื้อของกินมาไปกัน 3 คน และคือพอถึง family marts ปุปรถมาปัป เลยรีบหยิบๆ วิ่งข้ามถนน มาขึ้นรถกัน รถคือโล่งทุกคนได้นั่งอย่างสบาย และพูดคุยกันเล็กน้อย บวกกินนู้นกินนี่กัน สักพักทุกคนคือหมดสภาพ หลับเป็นตาย ไม่รู้ว่าคนอื่นตื่นกันตอนไหน แต่ดิฉันไปตื่นตอนที่ถึงหนองมนแล้ว แต่ค่ารถรอบนี้คือไม่ถามราคายื่นไปเลยคนละ 80 จบแบบสวยๆ เชิ่ดๆ ไม่ยอมให้หลอกจ่ายเสร็จปุปก็นั่งรถแดงมาลงหน้ามอ และแยกย้ายกันกลับหอจ้า

ทริปนี้คือเป็น onedaytrip ที่สนุกมาก ได้รู้อะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้น เช่นอย่ากลัวในสิ่งที่ยังไม่ได้เห็น อย่ายอมแพ้จนกว่าจะสุดทาง อะไรหลายๆอย่างอะ โดนหลอกบ้าง อะไรบ้างสีสัน ค่าโง่ละกัน สนุกมากก ขอบคุณเพื่อนๆทั้ง5 ที่ร่วมเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนหลังสอบ เที่ยวหลังจากจบปี1 แบบเต็มตัว สนุกมากๆ แฮปปี้สุดๆ ไว้หลังสอบรอบหน้าไปกันอีกน้า ไอเลิ้บบบ

ค่าเสียหาย(ต่อคน)

ค่าไป-กลับ หนองมน-สัตหีบ 180 บาท

ค่ารถสองแถวไป-กลับ ท่าเรือ 60 บาท

ค่าเรือไปกลับเกาะขาม 250 บาท

ค่าดำน้ำ 50 บาท

ค่ากินจุกจิกไม่เกิน 250 ต่อคน

คะแนน 8/10

-หักห้องน้ำที่ค่อนข้างสกปรกและมีกลิ่น

ตารางเที่ยวเรือเกาะขาม

https://www.kohkham.com/index.php/ferry-boat-menu.html

****อยากจะพูดคุย แนะนำ หรือสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ email : [email protected] หรือ FB : Thittita Ninsri



ความคิดเห็น