เที่ยวเชียงของ นอนผาตั้ง ลัดเลาะริมโขงขึ้นยอดดอยภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง รีวิวโดย สตั๊ดดอย ร้อยเรื่องราว

..ทริปนี้มีเวลา 3 วัน 2 คืน อยากขึ้นไปนอนหนาวทางภาคเหนือสักที่หนึ่ง และก็เป็นครั้งแรกของผมที่อยากลองไปเที่ยวจังหวัดอื่นดูบ้างที่ไม่ใช่เชียงใหม่ และสะดวกกับการเดินทาง หวยเลยมาออกที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเยอะแยะมากมายไม่แพ้เชียงใหม่ ผมเลือกใช้บริการของไทยแอร์เอเชียเจ้าเก่าที่

เที่ยวเชียงของ นอนผาตั้ง ลัดเลาะริมโขงขึ้นยอดดอยภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง

เที่ยวเชียงของ นอนผาตั้ง ลัดเลาะริมโขงขึ้นยอดดอยภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง

 วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 20.43 น.

 วันที่เดินทาง 7 พ.ย. 2562

..ทริปนี้มีเวลา 3 วัน 2 คืน อยากขึ้นไปนอนหนาวทางภาคเหนือสักที่หนึ่ง และก็เป็นครั้งแรกของผมที่อยากลองไปเที่ยวจังหวัดอื่นดูบ้างที่ไม่ใช่เชียงใหม่ และสะดวกกับการเดินทาง หวยเลยมาออกที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเยอะแยะมากมายไม่แพ้เชียงใหม่ ผมเลือกใช้บริการของไทยแอร์เอเชียเจ้าเก่าที่มีโปรโมชั่นเย้ายวนใจออกมาอยู่เรื่อยๆ กับ บริการรถเช่าของ AVIS เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดเชียงราย

ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ หลังจากรับรถที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงแล้ว จะขับรถเป็นวงกลมมุ่งหน้า อ.เวียงเชียงรุ้ง - พญาเม็งราย - ขุนตาล - เชียงของ - เวียงแก่น - เทิง กลับสนามบิน วันแรกขับรถไปเที่ยวชิลๆแถวเชียงของแวะจุดชมวิวตามรายทางตั้งแต่ไกลที่สุดไล่ลงมาก่อน เริ่มต้นที่จุดเช็คอินที่ 1.หาอะไรรองท้องกันก่อนกับร้านอาหารเล็กๆชื่อดังในอ.เชียงของ

1.ผัดไทยโบราณครัวบ้านยิ้ม

ร้านตั้งอยู่ย่านตลาดถนนคนเดินเวียงแก้ว ตรงข้ามธนาคารออมสินสาขาเชียงของ เวลาเปิด-ปิดร้านมี 2 รอบ คือช่วงเวลา 10.00-14.30 น. และ 17.00-21.00 หยุดทุกวันจันทร์ เมนูขึ้นชื่อคือ ผัดไทยสูตรโบราณ ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท ตามมาด้วยผัดไทยประเภทต่างๆ ทั้งผัดไทยหมูนุ่ม ผัดไทยกุ้งสด ผัดไทยทรงเครื่อง ผัดไทยไร้เส้นกุ้งสด แล้วไปจบที่ผัดไทยถาด นอกจากนั้นยังมีประเภทอาหารจานเดียว อาหารทานเล่น อีกหลายเมนูตามคอนเซ็ปร้านที่ว่า Cook with love Served with a smile ใครผ่านไปแถวเชียงของอย่าพลาดไปลิ้มลองกันได้

2.ห้วยทรายมาน

จากครัวบ้านยิ้มขับรถเลียบริมโขงขึ้นเหนือไปราวๆ 10 กิโลเมตร จุดนี้จะเป็นจุดชิมวิวเล็กๆริมถนนเส้นเชียงแสน-เชียงของ มีชื่อว่าห้วยทรายมานจากจุดชมวิวเราสามารถมองเห็นวิว สปป.ลาวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโดยมีน้ำโขงเป็นเส้นกั้นเขตแดนทางธรรมชาติ

3.จุดชมวิวสำนักสงฆ์เทพนิมิต

จุดชมวิวที่อยู่สุดเขตแดนสยามทางฝั่งอ.เชียงของตั้งอยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์เทพนิมิต เป็นจุดที่มีความสวยงามยิ่งนักมองเห็นภาพมุมสูงของลำน้ำโขงไหลลัดเลาะไปตามตะเข็บชายแดนไทย-ลาว มองเห็นถนนหนทางอีกทั้งบ้านเรือนผู้คนทางฝั่ง สปป.ลาวได้ชัดเจน ในช่วงหน้าหนาวหากใครอยากชมทะเลหมอกทางฝั่งอ.เชียงของแนะนำว่าต้องมาที่นี่เลย ช่วงเช้าๆจะมีไอความเย็นที่เกิดจากการกลั่นตัวของสายน้ำโขงระเหยขึ้นมากลายเป็นไอหมอก ปกคลุมไปตามแนวลำน้ำโขงจนมองไม่เห็นแม่น้ำกันเลยทีเดียว

4.จุดผ่านแดนถาวรท่าเรือบั๊ค

จุดผ่านแดนถาวรในอดีต สมัยก่อนใครจะข้ามไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ต้องมาข้ามแดนยังจุดนี้ ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางต่อไปยังหลวงพระบางโดยทางเรือ และรถบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศ ผู้คนมากหน้าหลายตามากระจุกตัวกันอยู่แถบนี้ ทำเอาเศรษฐกิจแนวชายแดนเมืองเชียงของเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ต่อมาสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ที่อยู่ก่อนเข้าเมืองเชียงของราวๆ 10 กม.ได้สร้างเสร็จเมื่อประมาณปี 56 ด่านพรหมแดนเชียงของเลยย้ายไปตั้งอยู่ที่นั่น จุดนี้เลยซบเซา มีแค่ชาวบ้าน ข้ามไปมา แต่ถ้าใครอยากจะลองข้ามไปเที่ยวชมบรรยากาศเมืองห้วยทรายก็ไม่ยาก เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวตรง ตม.บริเวณท่าเรือนั้นได้เลยเสียค่าเรือไปกลับไม่กี่บาท

5.พิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ - ซังวาคาเฟ่

จากขับรถไปเหนือสุดของเชียงของแล้วตอนนี้เราค่อยๆขับย้อนกลับลงมาทางใต้ มาที่ ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ เพื่อแวะชมศิลปะผ้าทอพื้นบ้านของชาวไทลื้อศรีดอนชัย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทีในพิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำซึ่งเป็นที่รวบรวมผ้าทอสวยๆ ตลอดจนเครื่องแต่งกายไทลื้อโบราณที่หาชมได้ยากมาเก็บไว้ณ.ที่แห่งนี้

ซังวาคาเฟ่

ตั้งอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ทางด้านหลัง ตัวร้านตกแต่งแบบย้อนยุค มีของสะสมเก่าๆเป็นของประดับตกแต่งร้าน มีลานระเบียงที่กว้างขวาง เหมาะแก่การนั่งจิบกาแฟชมวิวท้องทุ่งนา ภูเขา หรือจะเดินเล่นลงไปยังสะพานไม้ที่ทอดยาวออกไปกลางทุ่ง มีเถียงนาเล็กๆสำหรับนั่งพักผ่อนซึมซับบรรยากาศกันอย่างเต็มที่

6.จุดชมวิวห้วยเอียน

ตั้งอยู่ระหว่างทางระหว่างอ.เชียงของ ไปยังอ.เวียงแก่น บริเวณจุดชมวิวห้วยเอียนจะมองเห็นวิวแม่น้ำโขงไหลผ่านขนานเป็น พรมแดนไทย-ลาว มองเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่บนแม่น้ำอย่างสวยงาม รวมถึงวิวทิวทัศน์ของฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็คือเมืองห้วยทราย สปป. ลาว ได้อย่างชัดเจน


7.ดอยผาตั้ง

ตั้งอยู่บ้านผาตั้ง อ.เวียงแก่น ดอยผาตั้งเป็นจุดชมวิวบนยอดดอย บนเส้นทางสายเวียงแก่น-เทิง ซึ่งจะมีจุดชมวิวอีก 3 แห่งคือ ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว และภูชี้ฟ้าที่อยู่ใกล้ๆกัน ทั้ง 3 ภูอยูในแนวของเทือกดอยผาหม่น บนรอยต่อของเส้นแบ่งพรมแดนไทย-ลาว ดอยผาตั้งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,800 เมตร ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวดวงอาทิตย์ขึ้นและตก ในยามเช้าจะมีทะเลหมอกที่สวยงามไหลปกคลุมไปตามแนวลำน้ำโขงที่อยู่เบื้องล่าง ยามเย็นดวงอาทิตย์ตกก็สวยงามไม่แพ้กัน บนดอยมีจุดชมวิวอยู่หลายจุด ตั้งแต่ผาบ่อง ป่าหินยูนนาน ช่องเขาขาด เนิน 102 และเนิน 103 ที่ไกลสุดก็แค่ 900 เมตร เส้นทางเดินสบายๆไม่หนัก เดินชิลๆไม่นานก็ถึงยอด นอกจากนี้ยังมีม้าไว้สำหรับให้บริการพานั่งขี่ม้าขึ้นดอยไปกลับ ราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง ไกลสุดก็เนิน 103 ราคา 350


8.ภูชี้ฟ้า

ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานภูชี้ฟ้า บ้านร่มฟ้าไทย อ.เทิง จ.เชียงราย ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่งในเมืองไทยมาช้านาน หน้าหนาวของทุกปีจุดหมายปลายทางแห่งนี้แทบไม่เคยว่างเว้นจากผู้คนที่แวะเวียมาเยี่ยมเยือนกันอย่างล้นหลาม ยิ่งในวันสิ้นปีมองไปทางไหนก็เห็นแต่หัวคนเต็มไปหมด จุดชมวิวแห่งนี้ถือว่าต้องพกดวงมาด้วย ถ้าอยากจะชมวิวดวงอาทิตย์ขึ้นแบบฟ้าเปิด มองเห็นทะเลหมอกชัดเจน เพราะบางครั้งเอาแน่นอนกับสภาพอากาศบนนั้นไม่ค่อยได้ วันที่ไปก็มีฝนตกทั้งที่เข้าหน้าหนาวแล้ว ทางแก้ของผมเลยขึ้นทั้งเช้าและเย็นกันพลาด อย่างน้อยก็ได้ขึ้นไปดูแสงสวยๆของอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า แต่ก็แอบหลอนนิดๆ เพราะมีผมอยู่บนยอดคนเดียวในช่วงโพล้เพล้

ยามเช้ามีฝนพรำลงมาเล็กน้อยทำให้ฟ้าปิด ลุ้นอยู่นานว่าจะเห็นแสงอาทิตย์ลอดลงมาบ้างรึเปล่า แต่ฟ้าก็ไม่เป็นใจ ทำให้ต้องยกเลิกแผนขึ้นภูชี้ดาว-ภูชี้เดือนไปอย่างน่าเสียดาย


บนเส้นทางสายเวียงแก่น-เทิง จากผาตั้ง ไปภูชี้ฟ้า จะมีจุดชมวิวสวยๆหลายจุด อยู่ข้างถนนที่ไหลลัดเลาะไปตามเหลี่ยมเขา

ในส่วนที่พักมีมากมายตามเส้นทาง เลือกเอาตามใจชอบมีหลายราคาไม่แพงมาก ส่วนตัวผมพักที่ผาตั้งฮิลล์วิวด้านหลังของที่พักจะเป็นจุดชมวิวดวงอาทิตย์ตกที่ไม่มีอะไรมาบดบังสายตา ถือเป็นทางเลือกหนึ่งถ้าใครไม่อยากเดินไปชมดวงอาทิตย์ตกบนยอดดอย

9.วัดร่องเสือเต้น

จุดสิ้นสุดของการเดินทางเป็นวงกลม มาสิ้นสุดที่วัดร่องเสือเต้นเพราะอยู่ใกล้สนามบินที่สุด จะได้ไม่เสียเวลา วัดนี้ถือว่าเป็นแลนด์มาร์ค แห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายคู่กันมากับวัดร่องขุ่นของ อ.เฉลิมชัย งานศิลป์และสถาปัตยกรรมต่างๆภายในวัด รูปแบบเดียวกันกับของวัดร่องขุ่น เพราะศิลปินผู้สร้างเป็นศิษย์เอกของ อ.เฉลิมชัย ชื่อว่า อ.พุทธา กาบแก้ว หรือที่คนรู้จักกันว่า สล่านก วัดนี้จะออกแบบมาเป็นโทนสีน้ำเงินดูแปลกตา ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีปฎิมากรรม ทางด้านพุทธศิลป์อีกมายมาย ลองเดินชมกันได้รับรองว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจที่ได้มาพบเจอ


-ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ได้เข้ามาชม และ กด like กด share เป็นกำลังใจน่ะครับ

-แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือพูดคุย สอบถามข้อมูลการเดินทาง Fanpage : สตั๊ดดอยร้อยเรื่องราว

-ติดตามบทความเก่าๆ ได้ที่นี่ครับ ทริปเดินทางทั้งหมด





ความคิดเห็น