การเดินทางของมนุษย์เงินเดือน ตะลุยเวียดนามใต้ Muine-Dalat-HoChiMinh Day2 Dalat รีวิวโดย Voravud Santiraveewan

ดาลัท เป็นเมืองพักผ่อนสมัยที่ยังตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ที่นี่จึงมีบ้านเรือนสวยๆสไตล์ฝรั่งเศสอยู่เยอะ เช้าวันที่สองเราเดินทางโดยรถยนต์จากมุยเน่ ไปยังดาลัท ใช้เวลาประมาณ 4ชม ช้ากว่า GPS เพราะที่นี่เค้าห้ามขับรถเร็วเกิน 90km/hr ระหว่างนั่งรถไปยังเมืองดาลัท จะเห็นร้านกาแฟอยู่ข้างทางเยอะมาก สมกั

การเดินทางของมนุษย์เงินเดือน ตะลุยเวียดนามใต้ Muine-Dalat-HoChiMinh Day2 Dalat

การเดินทางของมนุษย์เงินเดือน ตะลุยเวียดนามใต้ Muine-Dalat-HoChiMinh Day2 Dalat

 วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 22.19 น.

 วันที่เดินทาง 25 พ.ย. 2562

ดาลัท เป็นเมืองพักผ่อนสมัยที่ยังตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ที่นี่จึงมีบ้านเรือนสวยๆสไตล์ฝรั่งเศสอยู่เยอะ เช้าวันที่สองเราเดินทางโดยรถยนต์จากมุยเน่ ไปยังดาลัท ใช้เวลาประมาณ 4ชม ช้ากว่า GPS เพราะที่นี่เค้าห้ามขับรถเร็วเกิน 90km/hr


ระหว่างนั่งรถไปยังเมืองดาลัท จะเห็นร้านกาแฟอยู่ข้างทางเยอะมาก สมกับเป็นเมืองแห่งกาแฟ แต่ที่ประหลาดคือ ร้านกาแฟส่วนใหญ่ จะผูกเปลญวนไว้ด้วย ซึ่งร้านกาแฟแบบนี้เค้าจะเรียกว่า ร้านกาแฟนอน เปลพวกนั้นก้อไว้ให้ลูกค้านอนนั่นเอง แปลกดี บ้านเราดื่มกาแฟแล้วตาค้าง แต่บ้านเค้าดื่มกาแฟแล้วนอน เรื่องของเรื่องคือ เวียดนามได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสมาคือ ช่วงกลางวันเค้าจะมีเวลาพักให้นอนกลางวัน บางคนบ้านใกล้ก้อกลับไปนอนที่บ้าน พวกบ้านไกลก้ออาศัยร้านกาแฟนอนพวกนี้แหละครับ



Crazy House หรือบ้านคนเพี้ยน เกิดจากไอเดียสุดบรรเจิดของลูกสาวคนที่สองของประธานาธิบดีแห่งเวียดนาม ซึ่งจบด้านสถาปัตย์มาจากประเทศฝรั่งเศส ตัวบ้านนี่เรียกได้ว่าไม่มีความธรรมดาเลย มีพื้นที่ลดลั่น สูงต่ำ แปลกประหลาด ทางเดินก้อโผล่จากตรงโน้นที ตรงนี้ที พิลึกพิลั่นสมชื่อจริงๆ เรียกได้ว่าเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ใน Wonderland ของ Alice เลยทีเดียว



Crazy House หรือบ้านคนเพี้ยนนั้น ว่ากันว่า เกิดจากความฝันของสถาปนิกผู้สร้าง ประมาณว่าเธอฝันเห็นอะไรก้อจะนำมาต่อเติมก่อสร้างต่อไปเรื่อยๆ วันต่อมาฝันเห็นอะไรก้อมาสร้างต่อๆกันไปอีก เรียกได้ว่าไม่ธรรมดากันเลยทีเดียวครับ และตัว Crazy House นี้อยู่บนเนินเขา และมีหลายๆส่วนที่อยู่สูงมากๆ วิวดีเลยทีเดียว สามารถมองเห็นเมืองดาลัทได้แบบกว้างๆเลย



Crazy House หรือบ้านคนเพี้ยนนั้น ว่ากันว่า เกิดจากความฝันของสถาปนิกผู้สร้าง ประมาณว่าเธอฝันเห็นอะไรก้อจะนำมาต่อเติมก่อสร้างต่อไปเรื่อยๆ วันต่อมาฝันเห็นอะไรก้อมาสร้างต่อๆกันไปอีก เรียกได้ว่าไม่ธรรมดากันเลยทีเดียวครับ และตัว Crazy House นี้อยู่บนเนินเขา และมีหลายๆส่วนที่อยู่สูงมากๆ วิวดีเลยทีเดียว สามารถมองเห็นเมืองดาลัทได้แบบกว้างๆเลย



ระหว่างที่เดินเที่ยวอยู่ใน Crazy House หรือบ้านคนเพี้ยน จะเห็นได้ว่าการก่อนสร้างก้อยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีจุดที่ก้อสร้างต่อเติมเพิ่มเติมอีกหลายส่วน ส่วนในภาพนี้เป็นแอเรียโลกใต้บาดาล โดยทางเข้าจะเป็นการเดินเข้าไปในหอยสังข์ขนาดใหญ่ สวยมากๆเลยทีเดียว ถ้าพลาดส่วนนี้ไปจะเสียดายมากๆ



พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิ์เบ๋าได๋ (Bao Dai’S Summer Palace) เป็นหนึ่งในสามของพระราชวังขององค์จักรพรรดิ์เบ๋าได๋ ซึ่งเป็นจักรพรรดิ์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์เหงียน (ราชวงศ์สุดท้ายก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง) เนื่องด้วยเป็นพระราชวังฤดูร้อน หรือพูดง่ายๆคือบ้านพักตามอากาศ สถานที่จึงไม่ใหญ่มาก และไม่ได้ตกแต่งหรูหรามากนัก



พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิ์เบ๋าได๋ (Bao Dai’S Summer Palace) ใช้เวลาก่อสร้างนาน 5 ปี โดยก่อสร้างด้วยสไตล์อาร์ทเดคโค ตามแบบศิลปะแบบยุโรป การตกแต่งออกไปทางโทนเหลือง ที่นี่เป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิ์ก่อนที่จะลี้ภัยทางการเมืองไปยังฝรั่งเศสในปี 2518 หลังจากพระราชวังนี้ได้ถูกเป็นเป็นสถานที่ทำงานของพรรคคอมมิวนิส ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิฑภัณฑ์ในทุกวันนี้



พระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิ์เบ๋าได๋ (Bao Dai’S Summer Palace) ประกอบด้วยตึกอิมพิเรียล 3 หลัง ส่วนที่เรียกว่า Dinh3 เป็นส่วนที่คนนิยมมาเยี่ยมเยียนที่สุด ภายในอาคารยังมีเครื่องเรือนจำนวนมากมายที่ยังคงสภาพเดิมอยู่ โดยส่วนที่เราสามารถเข้าเยี่ยมชมได้จะมี บัลลังก์จักรพรรดิ ห้องทรงงาน ห้องบรรทม ห้องอาหาร รวมถึงส่วนที่พักของพระมเหสี



ด้านหลังของพระราชวังฤดูร้อนของจักรพรรดิ์เบ๋าได๋ (Bao Dai’S Summer Palace) ยังมีสวนสวยๆสไตล์ยุโรป ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี แม้สวนจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก้อสวยเลยล่ะ



สถานีรถไฟดาลัท เป็นสถานีรถไฟเก่า สร้างในรูปแบบของสถาปัตยกรรมสไตล์ฝรั่งเศส เป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดของเวียดนาม และอินโดจีน เปิดใช้งานในปี 1938 และปิดตัวไปในปี 1990 เส้นทางสายนี้มีความยาว 84 กม



สถานีรถไฟดาลัท ได้รับการยอมรับว่าเป็นวัฒนธรรมประจำชาติอันเก่าแก่ของเวียดนาม ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ภายในสถานียังมีหัวขบวนรถไฟเก่าให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างใกล้ชิด มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายภาพกันมากมาย



แม้ว่าปัจจุบันสถานีรถไฟดาลัทจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว แต่ก้อยังเปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ โดยเปิดเดินรถเป็นระยะทางประมาณ 7Km จุดหมายปลายทางจะเป็นวัดที่ก่อสร้างขึ้นมาจากกระเบื้องทั้งหมด



Dalat Flower Park หรือสวนดอกไม้แห่งดาลัท ดาลัทเป็นเมืองแห่งดอกไม้ในหุบเขา ที่นี่ดอกไม้บานตลอดทั้งปี ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของผู้ที่รักดอกไม้ ด้านในมีพื้นที่กว้างใหญ่พอสมควร มีดอกไม้นานาพรรณปลูกอยู่ และมีมุมให้ถ่ายรูปมากมาย



ตลอดทางที่นั่งรถผ่านในเมืองดาลัท ถ้ามองดีๆจะสังเกตเห็นข้างๆทางจะมีการปลูกต้นไฮเดรนเยียกันเยอะแยะไปหมดเลย และพุ่มดอกไฮเดรนเยียก้อจะมีให้เห็นกันทั่วเมือง ใน Dalat Flower Park ก้อมีปลูกไว้เต็มไปหมดเลย



ใน Dalat Flower Park นอกจากดอกไฮเดรนเยียแล้ว ยังมีดอกกุหลาบสวยๆ ดอกโตๆเต็มไปหมดเลย ถ่ายรูปกันจนเมื่อยเลยครับ



เดินเข้ามาด้านในสุดของ Dalat Flower Park ตรงกลางจะมีคลองที่ขุดไว้ มองกลับออกไปยังทางเข้าเป็นวิวที่สวยไม่น้อยเลยทีเดียว มุมนี้นักท่องเที่ยวมาต่อคิวกันถ่ายรูปเยอะมากๆ



พอดีว่าคืนนี้โรงแรมอยู่ใกล้ๆกับ Dalat Walking Street พอกลับเข้าโรงแรมก้อเลยเดินมาดูสักหน่อย คนเยอะมากๆเลย ฝั่งนึงจะขายพวกเสื้อผ้า ซึ่งราคาถูกมากๆ และอีกฝั่งจะขายพวกของกิน โดยรวมๆแล้วของไม่ค่อยน่าซื้อเท่าไหร่ มาเดินเอาบรรยากาศ แล้วก้อมาดูของกินเนี่ยแหละ 5555 เพราะก่อนมามีคนแนะนำเมนูที่ต้องลองที่เวียดนาม



นี่เลย หนึ่งในเมนูห้ามพลาด เมื่อมาเที่ยวเวียดนาม พิซซ่าเวียดนาม แต่เค้าไม่ได้เอาไปอบในเตาเหมือนพิซซ่าที่เราคุ้นๆกันนะ เค้าปิ้งกันแบบนี้แหละ ผมไม่รอช้า เดินเข้าไปสั่ง 5 อันทันที พอได้มาอันนึงแล้ว จู่ๆแม่ค้าก้อบ่นพึมพัมๆอะไรไม่รู้ แล้วยกร้านเดินหนี เฮ๊ยๆ เหลืออีกสี่อันนะ พอไปดูข้างหลัง เหมือนมีพวกเทศกิจเมืองไทยมาจับ สักพักแม่ค้ากลับมาตั้งขายที่เดิม แล้วทำให้จนครบ เฮ้ออออ เกือบอดกินแล้วสิ



หน้าตาของพิซซ่าเวียดนาม เป็นแป้งกรอบๆ ใส่ไข่ ใส่ผักชี กับหอม แล้วก้อมีไส้กรอก จบด้วยการโรยซอสมะเขือเทศ จากนั้นเค้าจะม้วนๆแล้วยื่นให้ เห็นเหมือนไม่มีอะไรแต่รสชาติอร่อยดีเหมือนกัน แปลกๆดี



อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดเวลามาเวียดนามคือ Hot Dog นี่แหละ แป้งจะเป็นแป้งกรอบๆ คล้ายๆพวกขนมปังแป้งจี่ ใส่ผัก กะหอมใหญ่นิดหน่อย แล้วเค้าจะมีหมูสับเป็นก้อนๆต้มอยู่ในน้ำซุป ก้อจะเอาหมูสับใส่เข้าไป แล้วราดน้ำซุปที่ว่านั่นแหละ อร่อยอีกแล้ว ซุปมันจะเผ็ดๆหน่อยๆ กินแล้วเพลินมาก



ต้องออกตัวก่อนว่า นี่กินมื้อเย็นที่โรงแรมมาแล้ว แล้วต่อด้วยพิซซ่าเวียดนาม กับ Hotdog ตามด้วยน้ำเต้าหู้อีกถ้วย อ้อ น้ำเต้าหู้เวียดนามก้อไม่ควรพลาด เป็นอะไรที่หอมมากๆ อร่อยสุดๆ พอเดินมาเจออาหารแปลกๆ หน้าตาคล้ายๆขนมครก ซึ่งก้อคือขนมครกเวียดนามนั่นเอง จะใช้แป้งเหมือนขนมครก ตรงกลางเป็นไข่กับหมูสับ เสียดายมากๆที่อิ่มแล้ว อดลองเลย มีอีกอน่างที่ห้ามพลาดคือเต้าฮวยเวียดนามครับ อร่อยสุดๆ พอดีหน้าโรงแรมมีขายพอดี เลยได้ลองชิม



พออิ่มแปร้ก้อได้เวลากลับโรงแรมนอนล่ะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาลุยดาลัทกันต่ออีกวันนึง



https://www.facebook.com/TravelofSalaryMan/

https://www.facebook.com/voravuds


ความคิดเห็น