สัมผัสมนต์เสน่ห์หลวงพระบาง พัก Sofitel Luang Prabang รีวิวโดย พากันเที่ยว

สบายดี หลวงพระบางครั้งที่ 2 ของเราเหตุผลที่ทำให้กลับมาเยือนที่นี่อีกคงเป็นเพราะความสงบไม่วุ่นวาย ความเป็นธรรมชาติที่เป็นเสน่ห์ของ “หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก ที่สุขสงบ อบอุ่นด้วยรอยยิ้ม” หลวงพระบาง ตั้งอยู่ทางเหนือของสปป.ลาว อดีตเคยเป็นนครหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็

สัมผัสมนต์เสน่ห์หลวงพระบาง พัก Sofitel Luang Prabang

สัมผัสมนต์เสน่ห์หลวงพระบาง พัก Sofitel Luang Prabang

 วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลา 19.57 น.

 วันที่เดินทาง 26 พ.ย. 2562

สบายดี หลวงพระบางครั้งที่ 2 ของเราเหตุผลที่ทำให้กลับมาเยือนที่นี่อีกคงเป็นเพราะความสงบไม่วุ่นวาย ความเป็นธรรมชาติที่เป็นเสน่ห์ของ “หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก ที่สุขสงบ อบอุ่นด้วยรอยยิ้ม”

หลวงพระบาง ตั้งอยู่ทางเหนือของสปป.ลาว อดีตเคยเป็นนครหลวงของอาณาจักรล้านช้าง ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี พ.ศ. 2538 ใช้เงินกีบเป็นหลักในการซื้อขายโดย 1 บาท ประมาณ 230 กีบ แต่สามารถใช้เงินบาทได้ คนไทยสามารถเข้าหลวงพระบางได้โดยไม่ต้องทำวีซ่าด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามานี้เลยทำให้ “หลวงพระบาง” เป็นเมืองที่ง่ายแก่การไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง

ไม่จำเป็นต้องมีเวลาและงบประมาณมาก ก็ออกเดินทางไปสัมผัสเมืองที่มีมนต์เสน่ห์อย่างหลวงพระบางได้

หลวงพระบางเองก็ยังมีธรรมชาติท่ามกลางขุนเขาที่สวยงาม พร้อมทั้งยังอนุรักษ์วัฒนธรรมลาวให้คงไว้ได้อย่างน่าอิจฉาเลยทีเดียว สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่หล่อหลอมให้ “หลวงพระบาง” มีเอกลักษณ์แบบยากที่จะหาเมืองไหนเหมือนได้ในปัจจุบัน รีวิวนี้เลยขอพาเพื่อนๆมาสัมผัสเสน่ห์ของหลวงพระบางไปด้วยกันนะคะ

ทริปนี้เราออกเดินทางโดยสายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดที่ครองใจเราทั้งในเรื่องของการบริการและความตรงต่อเวลา

ได้ลองชิม Inspired RED Burger ที่นำเอาเอกลักษณ์และรสชาติเฉพาะตัวของอาหารพื้นเมืองภาคเหนือของประเทศไทย มาอยู่ในรูปแบบเบอร์เกอร์ขนมปังสีแดงสดประกบกับไส้อั่วไก่โฮมเมดเนื้อนุ่ม

เวลาเดินทางก็ถือว่ากำลังสบายๆ ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า Slow Life ตามสไตล์หลวงพระบาง

ขาไป กรุงเทพฯ - ดอนเมือง ถึง หลวงพระบาง 13:55 - 15:20

ขากลับ หลวงพระบาง ถึง กรุงเทพฯ - ดอนเมือง 15:50 - 17:20


จากความคิดที่อยากพาคุณแม่เดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจใกล้ๆ เมืองไทย ที่ที่เราจะสามารถเดินเล่นใช้ชีวิตได้อย่างไม่เร่งรีบ

หลวงพระบางจึงเป็นตัวเลือกแรกๆที่เรานึกถึง ทริปนี้เราได้มีโอกาสเข้าพักโรงแรมสวยๆถึง 2 แห่งด้วยกัน ที่แรกจะขอพามาชมที่พักสุดสวยและคลาสสิค โรงแรมโซฟิเทล หลวงพระบาง (Sofitel Luang Prabang) กันก่อน

สำหรับเตย Sofitel Luang Prabang เป็นโรงแรมที่มีความอบอุ่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โรงแรมสะท้อนถึงความสวยงามและเรียบง่ายอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองหลวงพระบางหากแต่ยังคงมาตรฐานการบริการแบบ 5 ดาวอย่างแท้จริง ⭐⭐



บรรยากาศบริเวณล็อบบี้เป็นล็อบบี้แบบเปิด โดยใช้ส่วนใต้ถุนของเรือนมาเป็นจุดต้อนรับ พนักงานที่นี่ยิ้มแย้ม น่ารักกันทุกคน รู้สึกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น

เรือนไม้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรม มีทั้งหมดสามหลัง หลังแรกคือล็อบบี้ ส่วนหลังที่สองเป็นห้องประชุมขนาดเล็กและด้านล่างมีครัวสำหรับสอนทำอาหารค่ะ

ส่วนหลังที่สามคือส่วนของ Le SPA ค่ะ ทั้งสามหลังอยู่ล้อมรอบสนามหญ้าที่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นอยู่

พามาชมบรรยากาศรอบๆกันก่อนนะคะ จุดเด่นคือความเงียบสงบและความร่มรื่น บรรยากาศเหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ 🌹🌿




ตัวอาคารมีความคลาสสิค ผสานกลิ่นอายโคโลเนียลสไตล์ฝรั่งเศส ที่นี่มีความเป็นส่วนตัวมากเพราะทั้งโรงแรมมีเพียง 25 ห้องพักและเป็นห้องสวีททั้งหมดเลยค่ะ

สระว่ายน้ำเป็นอีกมุมที่สวยและเตยชอบมาก


บรรยากาศริมสระดูมีสีสันยิ่งขึ้นด้วยหมอนอิงสีสันสดใส



เปลนี้ถ้าได้ลองนอนอาจจะหลับได้เลยค่ะ ลมพัดเย็นๆ


เจ้าบ้านสุดน่ารักที่วิ่งเล่นอยู่รอบๆโรงแรม ถ้าโชคดีจะได้เจอค่ะ น้องมี 2 ตัว ชื่อ Mano กับ Mino 🐇

ก่อนเข้าห้องจะมีพนักงานมาล้างเท้า สครับและนวดผ่อนคลายให้ รู้สึกดีมากจริงๆค่ะ สบาย



มาชมห้องที่เราเข้าพักกันบ้าง Garden Suite ขนาด 55 m² เปิดเข้ามาเจอเตียงนอนสี่เสาแบบนี้ สวยมั้ยคะ?




มุมนั่งเล่นกว้างขวาง


ทางโรงแรมจัดเตรียม Welcome Amenity พร้อมการ์ดต้อนรับไว้ให้ สร้างความประทับใจและรอยยิ้มได้ตั้งแต่เข้ามาในห้องเลยค่ะ


มาชมในส่วนของห้องน้ำกันบ้างนะคะ



สิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้ครบครันทั้งเตารีด รองเท้าแตะ bathrobe


ในส่วนของห้องอาบน้ำมีทั้ง rain shower และอ่างอาบน้ำ



ที่พิเศษไปกว่านั้น เปิดประตูออกมาจะเจออ่างอาบน้ำแบบ Outdoor ด้านนอกที่มาพร้อมวิวสวน เขียวสดชื่นสบายตา น่าแช่มากๆค่า 🛁





ทางเดินเล่นแสงเงาสวยงาม จะเห็นว่าที่นี่ตกแต่งค่อนข้างเรียบง่ายแต่ลงตัว




ห้องอาหาร GOVERNOR’S GRILL ห้องอาหารรูปแบบเต้นท์ เปิดโล่ง รับบรรยากาศธรรมชาติที่อยู่รายล้อม

มื้อค่ำวันนี้มีโอกาสได้ลองทานอาหารภายในโรงแรม แต่ละจานตกแต่งมาสวยงามน่าทานแล้วยังรสชาติดีด้วยค่ะ

ไส้อั่วที่นี่ไม่เหมือนบ้านเรา เตยชอบแบบนี้มากกว่าเพราะไม่มัน เหมือนทานไส้กรอก


ที่หลวงพระบางอาหารส่วนใหญ่จะใช้วัตถุดิบที่สามารถหาได้จาก Local เค้าจึงนิยมทานเนื้อควายมากกว่า ไม่มีเนื้อวัว เปิดใจลองชิมดูแล้วจะพบว่าอร่อยนะคะ ต้องลองจริงๆ



เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้าไปตักบาตรกันจ้า วันนี้เลยมาเตรียมชุดสวยๆไว้ใส่ไปตักบาตร

ใครไม่ได้เตรียมผ้าซิ่นไปไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ที่หลวงพระบางเค้าก็มีร้านให้เช่าชุดสวยๆด้วยนะคะ จะใส่มาตักบาตรหรือถ่ายรูปเดินเล่นในเมืองก็เข้ากับบรรยากาศมากๆเลยจ้า ไปเกาหลีเรายังเช่าชุดฮันบกใส่กันแล้วทำไมมาหลวงพระบางจะไม่ลองนุ่งซิ่นดูล่ะ

.
เราเช่าชุดเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนเย็นจากร้าน Sao Sinh ค่ะ ตัวร้านอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม 3 Nagas Luang Prabang มีผ้างามๆให้เลือกเยอะมาก ไปจนถึงอุปกรณ์ทำผม เครื่องประดับ กระเป๋า พร็อพต่างๆ มีครบ จบที่ร้านนี้ร้านเดียวเลย

ใครเคยดูคลิปของแกงค์หิ้วหวี ที่มาเที่ยวหลวงพระบางก็มาเช่าชุดจากร้านนี้เหมือนกันน้า >> https://www.facebook.com/SaoSinhLP

เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการไป ‘ตักบาตรข้าวเหนียว’ หากไม่ได้ร่วมตักบาตรข้าวเหนียว มันก็เหมือนกับว่าทริปหลวงพระบางยังไม่สมบูรณ์ นั่นจึงทำให้พวกเราตื่นกันแต่รุ่งสางของวันรุ่งขึ้น เพื่อมารอตักบาตรข้าวเหนียวกันแต่เช้าตรู่เลยค่ะ

ทุกๆ เช้าราวตีห้าครึ่ง พระสงฆ์และสามเณรจากทุกวัดในตัวเมืองราว 300-400 รูป จะออกมาบิณฑบาตตามท้องถนน ชาวหลวงพระบางใส่บาตรด้วยข้าวเหนียวเพียงอย่างเดียว เมื่อพระกลับวัดแล้ว พอถึงเวลาฉัน แต่ละวัดจะเคาะเกราะไม้ไผ่เป็นสัญญาณให้ชาวบ้านรับรู้ ชาวบ้านก็จะยกพาข้าวหรือสำรับกับข้าวที่เตรียมไว้แต่เช้าไปถวายพระที่วัด



เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม คนที่นี่จะนุ่งผ้าซิ่นและพาดสไบเวลามาตักบาตร เราก็ไม่พลาดที่จะแต่งกายตามประเพณีเช่นกันค่ะ



จุดที่เรามาตักบาตรกันอยู่ด้านหน้าโรงแรม 3 Nagas Luang Prabang โรงแรมพี่น้องกับ Sofitel Luang Prabang ถ้าใครมาพักแล้วอยากมาตักบาตรตอนเช้าสามารถแจ้งกับพนักงาน Guest service ได้เลยนะคะ ทางโรงแรมจะเตรียมข้าวเหนียวให้ ตักบาตรเสร็จแล้วเลยขอถ่ายภาพกับรถแดงที่เป็น Signature ของ 3 Nagas คันนี้สักหน่อย




พี่ปุ๊กกี้และคุณฝ้ายผู้น่ารักผู้คอยดูแล และสร้างสีสันตลอดทริปหลวงพระบางนี้เลยค่ะ



เดินมาถ่ายรูปด้านหน้าพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง


อิ่มบุญอิ่มใจจากการตักบาตรข้าวเหนียวแล้ว “ตลาดเช้า” ในซอยข้างๆวัดโพนชัย ดูจะเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวหลายคนๆที่จะมาเดินจับจ่ายซื้อของหรือมาสัมผัสวิถีชีวิตยามเช้าในหลวงพระบาง

เพราะไม่มีแหล่งช้อปปิ้งสมัยใหม่อย่างห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เกต ฉะนั้น ทุกๆเช้าชาวเมืองหลวงพระบางจึงต้องออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของจากตลาดเพื่อนำกลับไปปรุงเป็นอาหารที่บ้าน โดยเฉพาะที่ตลาดเช้าแห่งนี้ สำหรับสินค้าที่วางขายอยู่ทั่วไปก็มีตั้งแต่ ผัก ผลไม้ อาหารปรุงสำเร็จ ขนมพื้นบ้าน ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เนื้อสัตว์ทั่วไป รวมถึงปลาแม่น้ำโขงและสัตว์ป่านานาชนิด ที่คนลาวนิยมนำมาปรุงอาหาร

มีขนมครกเหมือนบ้านเราด้วย 😄


เดินตลาดเช้าเสร็จแล้วเราขอมาเติมท้องให้อิ่มกันที่ ร้านกาแฟประชานิยม กันค่ะ ทุกๆเช้าในร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งชาวเมืองหลวงพระบางและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มานั่งจิบกาแฟยามเช้าที่ร้านกาแฟประชานิยม

ได้บรรยากาศริมฝั่งโขง ยิ่งเช้านี้อากาศเย็นสบายด้วย บรรยากาศเป็นใจเสียจริง


เมนูของที่ร้านก็จะเป็นโจ๊ก ปาท่องโก๋ ชา กาแฟต่างๆ เช้าๆได้อะไรแบบนี้คือดี



แต่อาหารเช้าที่โรงแรมเราก็ดีงามไม่แพ้กันน้า เค้าจะจัดเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ย่อมๆ ส่วน Main dish สั่งจากเมนูเอาค่ะ





“วัดเชียงทอง” สุดยอดวัดงาม แห่ง“หลวงพระบาง”

เมืองหลวงพระบางมีวัดวาอารามอยู่มากมาย โดยในบรรดาวัดมากมายเหล่านั้น “วัดเชียงทอง” ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่สวยงามที่สุดในหลวงพระบาง และเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้างที่ใครไปเยือนหลวงพระบางแล้ว(ต้อง)ไม่ ควรพลาดการชมวัดเชียงทองด้วยประการทั้งปวง

วัดเชียงทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของแขวงหลวงพระบาง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2102-2103 ในสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้างและล้านนา ก่อนที่พระองค์จะทรงย้ายเมืองหลวงจากหลวงพระบางไปยังนครหลวงเวียงจันทน์ นับเป็นตัวแทนของศิลปะสกุลช่างล้านช้างที่งดงามและสมบูรณ์ และนับเป็นวัดสำคัญวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในศึกฮ่อธงดำบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง ใน พ.ศ. 2428 ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีของวัดเชียงทองเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้นปัจจุบันเราอาจจะไม่ได้ชมความงดงามของวัดที่ได้ชื่อว่าเป็น สุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้างก็เป็นได้

ความโดดเด่นของวัดเชียงทอง คือ พระอุโบสถ (ชาวลาวเรียกว่า “สิม”) ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามอลังการมากจนได้รับการกล่าวขานมากที่สุด

หอพระพุทธไสยาสน์ ลักษณะเป็นวิหารขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ด้านข้างพระอุโบสถ ผนังด้านนอกประดับด้วยกระจกสีตัดเป็นชิ้นเล็กๆและนำมาต่อเป็นรูปต่างๆ บนพื้นสีชมพูสวยงามมากค่ะ



มุมที่คนมาวัดเชียงทอง ต้องไม่พลาดถ่ายรูปกับหน้าต่างบานนี้



จากนั้นเรามาแวะกันที่ Le Banneton Café

ร้านเบเกอร์รี่สไตล์ฝรั่งเศสในหลวงพระบาง ร้านนี้เป็นคาเฟ่ชิลๆที่สามารถมานั่งใช้ชีวิตวิถี Slow life จิบกาแฟ มองดูผู้คน ☕



ร้านนี้ครัวซองค์และเบเกอรี่อร่อยมากกกๆ ครัวซองค์กรอบนอก นุ่มใน Lemon tart ก็เปรี้ยวหวานลงตัว 🍋🥐




อันนี้เป็น Cheese burger (Buffalo burger) 👍ถ้าใครทานเนื้อก็อยากให้ลองค่ะ


มาหลวงพระบางคราวนี้ตั้งใจว่าจะต้องไม่พลาด ส้มตำป้าติ๋ม ทั้งร้านมีเมนูส้มตำอยู่แค่เมนูเดียวคือตำหลวงพระบาง ที่เหลือจะเป็นซี่โครงหมูทอด ไก่ทอด ไส้อั่ว แหนม แต่ลูกค้าแน่นร้าน แบบถ้ามาช้าคือหมด ! ก็แปลว่าต้องเด็ดจริงแหละ



ได้มาลองชิมแล้วก็บอกเลยว่าตำหลวงพระบางของป้าเค้าเด็ดจริง เมนูอื่นๆก็อร่อยทั้งแหนมทอด ไข่เจียวยังดีเลยอะ 🌶🌶🌶

อันนี้คือไคแผ่น (สาหร่ายทอด)


สรุปร้านนี้เรา recommend เลยจ้า มาหลวงพระบางเผื่อท้องไว้ให้ตำหลวงพระบางป้าติ๋มสักมื้อนะคะ 💗


ที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้เราแวะมาที่ Ock Pop Tok (ออกพบตก) ศูนย์ทอผ้าและหัตถกรรมลาวแบบดั้งเดิม

เราสามารถแวะมาชมขั้นตอนการย้อมสีผ้า ทอผ้า ปักผ้า และพิมพ์ลายจากศูนย์เรียนรู้นี้ได้ด้วย



ที่นี่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง บรรยากาศดีเชียว มีส่วนที่เป็นรีสอร์ทและร้านอาหารด้วยนะคะ

ถ้าไม่ทานอิ่มมาแล้วก็คงจะได้ลองชิมอาหารที่นี่

เราขอจบรีวิวทริปหลวงพระบาง Part แรกไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวตอนหน้าเตยจะพาไปชมบรรยากาศของ Pullman Luang Prabang ขอบอกว่าสวยไม่แพ้กันเลย จะเป็นอีกบรรยากาศนึงเลยค่ะ แล้วจะพาไปล่องเรือแม่น้ำโขง ชมวิวตอนพระอาทิตย์ตกกันด้วย


ฝากรอติดตามด้วยนะคะ 😘











ความคิดเห็น