ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ณ เอเวอเรตส์เบสแคมป์ บทนำ รีวิวโดย กระทิงเปลี่ยวเที่ยวรอบโลก

เป็นอีกครั้งที่การเดินทางอันยาวไกลบนแผ่นดินมังกรกำลังจะเริ่มต้นขึ้น การเดินทางครั้งนี้เหมือนเป็นการก้าวไปทีละก้าวอย่างเนิบช้า ค่อยๆซึมซับและเรียนรู้หลากหลายเรื่องราว ทั้งที่มองเห็นผ่านสายตา และการสัมผัสด้วยหัวใจ ผ่านความหลากหลายของสถานที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมของผู้คน และหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังคอยตามเป

ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ณ เอเวอเรตส์เบสแคมป์ บทนำ

ทีละก้าว สู่ขอบฟ้า ณ เอเวอเรตส์เบสแคมป์ บทนำ

 วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.05 น.

 วันที่เดินทาง 27 ธ.ค. 2562

เป็นอีกครั้งที่การเดินทางอันยาวไกลบนแผ่นดินมังกรกำลังจะเริ่มต้นขึ้น การเดินทางครั้งนี้เหมือนเป็นการก้าวไปทีละก้าวอย่างเนิบช้า ค่อยๆซึมซับและเรียนรู้หลากหลายเรื่องราว ทั้งที่มองเห็นผ่านสายตา และการสัมผัสด้วยหัวใจ ผ่านความหลากหลายของสถานที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมของผู้คน และหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังคอยตามเป็นเงาแห่งอดีตให้คนยุคปัจุบันที่เรียนรู้

เริ่มต้นการเดินทางที่เมืองฉงชิ่ง เมืองเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศจีน หรือใหญ่เป็นอันดับ 1 ของดินแดนจีนฝั่งตะวันตก แต่คนไทยกลับรู้จักเมืองนี้ค่อนข้างน้อย ซึ่งนอกจากความเจริญทางเศรษฐกิจแล้ว เมืองนี้ยังมีดีในแง่ของสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเมืองโบราณฉือชี่โข่ว และหมู่ถ้ำสลักหินต้าจู ที่เป็นตัวแทนของความยิ่งใหญ่แห่งแรงศรัทธาในพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี
จากนั้นจึงเดินทางด้วยรถไฟสู่มณฑลหูหนาน เพื่อสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น สะพานหินขนาดมหึมาในเมืองอู่หลง ประตูสวรรค์แห่งเทียนเหมินซาน ทิวทัศน์ของทิวเขาอันตระการตาที่จางเจียเจี้ย สถานที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์อวตารจนโด่งดังไปทั่วโลก ไม่เพียงเท่านี้หูหนานยังมีเมืองโบราณเฟิ่งหวงซึ่งงดงามไปด้วยวิถีชีวิตของผู้คนที่ผูกพันกับสายน้ำมานานนับร้อยนับพันปี โดยการเดินทางช่วงแรกนี้ผมเดินทางพร้อมกับเพื่อนร่วมทางที่คุ้นชิน ที่เคยเดินทางผ่านภูเขาและสายน้ำมาหลายต่อหลายครั้งจนกลายเป็นกลุ่มเพื่อนที่รู้ใจจนถึงปัจจุบัน
จากหูหนานผมต้องโบกมือลาเพื่อนๆเพื่อเดินทางคนเดียวสู่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย ซึ่งเกิดจากการรวมเมืองโบราณ 3 เมืองในยุคสามก๊กเข้าด้วยกัน โดยปัจจุบันยังคงเหลือหอคอยนกกระเรียนเหลืองอันโดดเด่น ที่เป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวในอดีตให้คนยุคปัจจุบันได้เรียนรู้
การเดินทางคนเดียวยังคงต่อเนื่องสู่เมืองไคฟง ในมณฑลเหอหนาน เมืองนี้เคยเป็นราชธานีของแผ่นดินมังกรในยุคอดีต ซึ่งคนไทยรู้จักชื่อเมืองนี้ดีจากเรื่องเปาบุ้นจิ้น แต่ไม่ค่อยมีใครรู้ว่าเมืองนี้ตั้งอยู่ตรงไหนในแผ่นดินจีน แม้ปัจจุบันจะแทบไม่เหลือร่องรอยของสิ่งก่อสร้างยุคอดีต แต่ทางการจีนก็ได้พัฒนาเขตเมืองเก่าให้เป็นตัวแทนที่ฉายภาพอันโรจน์รุ่งในยุคที่เป็นราชธานีให้คนยุคปัจจุบันได้เห็น อีกทั้งยังมีศาลไคฟงของท่านเปาบุ้นจิ้น ให้แฟนหนังแฟนละครได้มาสร้างจินตนาการและระลึกถึงคุณความดีที่ไม่มีวันดับสูญ


การเดินทางเพียงคนเดียวของผมสิ้นสุดลงที่เมืองซีอาน เมื่อผมได้เจอกับเพื่อนหน้าใหม่อีกถึง 11 คน ที่ชักชวนเดินทางไปทิเบตด้วยกัน โดยผ่าน Website หนึ่งที่เป็นเหมือนจุดรวมตัวกันของคนชอบเดินทาง โดยเริ่มจากการไปเที่ยวเขาหัวซานกันก่อนเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย และเป็นการสร้างความรู้จักที่ดีต่อกัน ก่อนที่การเดินทางอันยาวไกลด้วยกันจะเริ่มขึ้น
จากซีอานเดินทางด้วยรถไฟอย่างยาวนานรวม 2 วัน 2 คืน ผ่านเมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่ สู่ดินแดนหลังคาโลกทิเบต เพื่อชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของพระราชวังโปตาลา พระราชวังโบราณที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก พร้อมด้วยวัดทิเบตอันเก่าแก่ไม่ว่าจะเป็นวัดโจคัง กับวัดทาชิหลุนโบ ที่อบอวนไปด้วยแรงศรัทธาในพุทธศาสนาที่ไม่เคยจางหายไปจากผู้คน แม้ว่าองค์ดาไลลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณจะไม่ได้อยู่บนแผ่นดินทิเบตแล้วก็ตาม
การเดินทางในดินแดนหลังคาโลกสุดปลายทางที่เอเวอเรตส์เบสแคมป์ ณ ความสูง 5,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล สถานที่ที่ใกล้ขอบฟ้า จนเหมือนฝ่ามือแทบเอื้อมถึง
หากขอบฟ้าคือปลายทาง ความฝันคือแรงขับเคลื่อน การเดินทางครั้งสำคัญที่ก่อตัวขึ้นจากความฝัน จึงนำพาให้ผมก้าวออกจากโลกใบเดิม เพื่ออกไปแตะขอบฟ้า ณ จุดหนึ่ง ที่ขอบฟ้ากับขอบฝันมาบรรจบกัน

ความคิดเห็น