ลุยทางฝุ่นขึ้นไปนอนบน " ห้ ว ย ค อ ก ห มู " | ราชบุรี รีวิวโดย เที่ยวแบบเรา : Once-a-month

" พี่ขี่รถขึ้นห้วยคอกหมูกัน "คำชวนของน้องคนนึงที่ชวนมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักทีสุดท้ายเวลาและโอกาสที่เหมาะสมก็มาถึง 555 ดูเป็นทางการมั้ยจากการที่ศึกษาเส้นทางดู คิดในใจว่า " มันก็ไม่น่าจะยากมาก ถ้าเทียบกับหลายๆ ที่ "แล้วก็ตอบตกลงรับคำชวนของน้องไปจะรอด หรือ จะร่วง ติดตามชมกัน เช้าวันที่

ลุยทางฝุ่นขึ้นไปนอนบน " ห้ ว ย ค อ ก ห มู " | ราชบุรี

ลุยทางฝุ่นขึ้นไปนอนบน " ห้ ว ย ค อ ก ห มู " | ราชบุรี

 วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.

 วันที่เดินทาง 21 ธ.ค. 2562

" พี่ขี่รถขึ้นห้วยคอกหมูกัน "
คำชวนของน้องคนนึงที่ชวนมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักที
สุดท้ายเวลาและโอกาสที่เหมาะสมก็มาถึง 555 ดูเป็นทางการมั้ย
จากการที่ศึกษาเส้นทางดู คิดในใจว่า " มันก็ไม่น่าจะยากมาก ถ้าเทียบกับหลายๆ ที่ "
แล้วก็ตอบตกลงรับคำชวนของน้องไป
จะรอด หรือ จะร่วง ติดตามชมกัน


เช้าวันที่ 21 ธันวาคม 62 ถึงเวลานัดของเรา ทริปนี้เราไปกันทั้งหมด 4 คัน เป็นรถตระกูล 500 ของ Honda ทั้ง 3 คัน ส่วนอีกคันเป็น pcx เรานัดเจอกันตามทางไปเรื่อยๆ ถึงตัวเมืองราชบุรีเราก็แวะกินข้าว ซื้อเสบียง เพื่อทำอาหารข้างบน

ซื้อของเสร็จเราก็เดินทางกันต่อ let's go ใช้เวลาจากตัวเมืองไปถึงทางขึ้นก็ประมาณ 1.30 ชม. แล้วก็มาถึงปากทางที่จะขึ้นห้วยคอกหมู ตรงปากทางนี้จะมีร้านขายของชำ ถ้ายังขาดเหลืออะไรก็แวะซื้อกันได้นะ

เห็นป้ายห้วยคอกหมูอีก 6 กม. ไม่รอช้าพร้อมลุยแล้ว

ขี่เข้ามาก็จะเป็นถนนราดยาง ไต่ความชันไปเล็กน้อย ไม่นานเราก็มาเจอกับทางดิน หลายๆ คนบอกว่าห้วยคอกหมูเนี่ยไปไม่ยาก แค่ผ่านเนินแรกไปก็ได้แล้ว และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรา


เนินแรกที่ยาวนาน

ขี่ขึ้นมาได้นิดเดียว ก็ให้สายซ้อนลงเดินกันแล้ว ส่วนหนุ่มๆ ก็ต้องไปช่วยกันพยุงรถให้ขึ้นกันไปที่ละคัน ส่งไปถึงจุดพักก็พากันเดินลงมาช่วยอีกคัน

แล้วก็ถึงคิวของเรา

หลังจากภาพข้างบนเพื่อนๆ คิดว่าเรารอดมั้ย ตอบไปเลยว่า " ไม่รอด " เก็บแต้มไปก่อนเลย ไหนบอกว่าทางง่ายๆ ช่วยกับพยุงรถกันขึ้นมาแล้วก็ไปกันต่อ

แต่หลังจากนี้ก็ได้เก็บแต้มกันทุกคน มีอยู่รอดแค่คันเดียวคือ pcx ตอนนี้อากาศทั้งร้อน ฝุ่นก็มาก แล้วพวกเรายังขึ้นกันไม่พ้นเนินแรกเลย เรามานั่งพักหารือกันว่าจะเอายังไงต่อ จะลุยต่อ หรือจะหันหลังกลับดี แล้วเราก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะ " กลับ " เพราะถ้าไปต่ออาจจะเสี่ยงที่รถและคนจะเป็นอันตราย

เรากลับลงมานั่งพักตรงร้านค้าปากทาง เพื่อหาที่พักกันในคืนนี้ ระหว่างที่เราคุยกันก็มีการสอบถามราคารถ 4wd ที่ขึ้นข้างบน ก็ได้ความว่าค่ารถ 1,000 บาทสำหรับไป-กลับ และ 1,500 บาทสำหรับไปค้างคืน พวกเราเราเลยคุยกันว่าถ้าไปกางในรีสอร์ตราคาก็พอๆ กับที่เราหารค่ารถกันขึ้นข้างบน อีกอย่างทุกคนก็ยังอยากขึ้นกันอยู่ เลยดีลรถของพี่ที่ร้านเลย

เปลี่ยนแผน

สุดท้ายก็ยังได้ขึ้นไปข้างบน อาจจะไม่ใช่วิธีที่ตั้งใจไว้ แต่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แบบนี้ก็โอเค

นั่งรถกันไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงยอดแล้ว เอาจริงเส้นทางนี้เป็นอย่างที่หลายๆ คนเค้าบอกกันแหละ พอพ้นเนินแรกมาทางก็ขี่ง่ายกว่า ถือว่าเก็บไว้เป็นข้อมูลเผื่อครั้งหน้าจะได้เตรียมตัวให้ดีกว่านี้

พอมาถึงด้านบนก็จะเจอกับเนินเขาซ้ายมือ เข้ามาอีกนิดก็จะเป็นลานโล่งๆ จอดรถเสร็จ ขนของลง แล้วไปหาจุดที่เราจะกางเต็นท์กันก่อนเลย

เราได้ที่กางเต็นท์กันแล้ว ก็บนเนินนั่นแหละ จริงๆ มันคือลาน ฮ.

กางเต็นท์ กางทาร์ปกันเสร็จก็เริ่มเตรียมทำอาหารกันต่อ พี่ๆ ช่วยทำกับข้าว ส่วนเราก็เก็บภาพบรรยากาศแทน

และบรรยากาศข้างบนยามเย็น คนก็ทยอยขึ้นมาเรื่อยๆ จนลาน ฮ. เริ่มจะไม่มีพื้นที่ราบพอที่จะกางได้แล้ว แต่ก็ยังมีที่ด้านล่างกางได้อยู่นะ

ด้านบนนี้มีร้านค้าอยู่ มีทั้งพวกอาหารแห้ง ขนม เครื่องปรุงต่างๆ แล้วก็มีข้าวตามสั่งด้วยนะ เผื่อใครที่ไม่อยากทำกับข้าวก็สามารถมาสั่งทานกันได้ ก็จะมีข้าวกะเพราหมู / ไก่ และข้าวผัด ราคาก็ 40-45 บาท

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ พวกเราก็ไม่พลาดที่จะผลัดกันถ่ายรูปเก็บไว้

ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอ เราไปกินข้าวกันเถอะเดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด กับข้าวของเรามื้อนี้ผัดผักบุ้ง หมูย่าง ไข่เจียว หมูแดดเดียวทอด แล้วเราก็สั่งข้าวผัดหมูที่ร้านมาเสริมทัพด้วย

พร้อมกับเครื่องดื่มเย็นๆ

เสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำกันเถอะ เพราะตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ แถมลมก็พัดมาตลอด ห้องน้ำแลห้องอาบน้ำจะอยู่ด้วนบนตรงที่พักของพี่ๆ ตระเวนชานแดน

อันนี้ห้องส้วม ก็จะมีตรงนี้ 4 ห้อง และอีกจุดถัดไปจากห้องอาบน้ำ เป็นแบบนั่งยอง

ห้องอาบน้ำเดินตรงขึ้นมาอีกหน่อย มีทั้งหมด 5 ห้อง เป็นแบบตักอาบ

ทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำมีไฟส่องสว่าง ส่วนน้ำที่ใช้พี่เจ้าหน้าที่เค้าก็จะไปเปิดปั๊มน้ำให้ พวกเราก็ใช้กันอย่างประหยัดกันด้วยนะ

ด้านบนนี้ก็จะมีที่กางเต็นท์ด้วยนะ แต่จากการสอบถามพี่เจ้าหน้าที่ได้ความว่า จะเปิดให้ขึ้นมากางก็ต่อเมื่อด้านล่างเต็มหมดแล้ว นอกจากนั้นก็ยังมีที่นั่งเล่น ศาลาพระ และที่พักของพี่เจ้าหน้าที่

ตรงห้องอาบน้ำมีเขียนว่าจุดชมวิวอีก 120 เมตร แต่วันนี้มืดแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเราค่อยตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน ส่วนวันนี้กลับเต็นท์ไปนอนพักผ่อน เจอกันพรุ่งนี้เช้า


อรุณสวัสดิ์ ...

เช้านี้อากาศเย็นสบาย ส่วนเมื่อคืนก็หนาวนิดหน่อย อากาศเมื่อคืนประมาณ 23 องศาได้ น้ำค้างแรง และมีลมพัดเอื่อยๆ ต้องห่มถุงนอนนอนกันเลย

เช้านี้พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นตรงหน้าเต็นท์เลย

แต่เดี๋ยวเราล้างหน้าแปรงสีฟัน เดินไปดูพระอาทิตย์ตรงจุดชมวิวกัน

ทางเข้าก็จะเป็นซุ้มต้นไผ่ เดินตรงเข้ามาเลย

แปปเดียวก็มาถึงจุดชมวิวแล้ว ใกล้มากๆ ตรงจุดชมวิวจะมีป้ายฐานปฏิบัติการ ร้อย ตชด. 137 สุดเขตแดนสยาม จุดชมวิวห้อยคอกหมู

จากจุดนี้มองออกไปก็จะเป็นฝั่งพม่าแล้ว ไกลๆ โน่นเป็นร่องเขา มีหมอกจางๆ พอให้เห็นอยู่

ตอนนี้พระอาทิตย์ก็เริ่มจะโผล่จากเขาแล้ว เราสามารถดูพระอาทิตย์ขึ้นจากตรงนี้ได้ แต่ก็อาจจะมีต้นไม้บังอยู่ ถ้าอยากดูพระอาทิตย์ขึ้นเราสามารถเดินกลับไปที่จุดที่เรากางเต็นท์ได้ มองจากมุมนี้ก็สวยไปอีกแบบ

ถ่ายรูปกันสักหน่อย ก่อนกลับไปกินข้าวกัน

กลับมาถึงเต็นท์เดินผ่านร้านค้า ได้ยินแว่วๆ ว่ามีข้าวต้ม ไข่ลวกขายด้วย เราก็จัดซะเลย ข้าวต้มร้อนๆ ใส่ไข่ลวก ราคาก็ชามละ 25 บาท ไข่ลวกเพิ่มอีก 10 บาท

กลับไปที่เต็นท์ก็มีขนมปังปิ้ง กับนมข้นกินอีก

อิ่มแล้วก็แยกย้ายกันเคลียของ เก็บเต็นท์ เก็บเสร็จพี่เค้าก็เอารถขึ้นมาเราพอดี อย่าลืมเก็บขยะลงไปด้วยนะ

สำหรับทริปห้วยคอกหมูนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี
ทั้งได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ ( นี่เรายังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่านี่เราเจอกันครั้งแรก )
เส้นทางที่คิดว่าเตรียมตัวมาดีแล้ว คิดว่ายังไงก็ขึ้นไหว แต่ก็ยังไม่พอ ไว้ไปเก็บประสบการณ์จากที่อื่นก่อนแล้วค่อยมาลุยกันใหม่

สรุปค่าใช้จ่าย

- ค่ารถ 4WD ไปกลับ : 1,500 บาท
- ข้าวตามสั่งด้านบน : 40-45 บาท
- ข้าวต้มด้านบน : 25 บาท
- นอกจากนั้นก็จะเป็นค่าอาหารที่ซื้อกันมาจากด้านล่าง

ความคิดเห็น