เที่ยววันธรรมดาก็ม่วนได้..ปักหมุดกินแหลกตัวแตกที่อุดรธานี รีวิวโดย Tatae Sutharat

ม่วนคักวันธรรมดาที่อุดรธานี..ปักหมุดกินแหลกตัวไม่แตกห้ามกลับ . . ท่านผู้โดยสารโปรดทราบบบ ขณะนี้เรากำลังนำท่านเข้าสู่เที่ยวบินกินแหลก @ อุดรธานี โปรดปลดเข็มขัดให้พร้อม เตรียมยาช่วยย่อยให้ดี เรากำลังนำท่านลงจอดในไม่ช้าาาา . . ขอกรี๊ดดังๆย้อนหลังให้แต้มบุญตัวเองที่ได้ร่วมทริปนี้ เป็นอีสานครั้งแรกในช

เที่ยววันธรรมดาก็ม่วนได้..ปักหมุดกินแหลกตัวแตกที่อุดรธานี

เที่ยววันธรรมดาก็ม่วนได้..ปักหมุดกินแหลกตัวแตกที่อุดรธานี

 วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 14.03 น.

 วันที่เดินทาง 19 ก.พ. 2563

ม่วนคักวันธรรมดาที่อุดรธานี..ปักหมุดกินแหลกตัวไม่แตกห้ามกลับ

.

.
ท่านผู้โดยสารโปรดทราบบบ
ขณะนี้เรากำลังนำท่านเข้าสู่เที่ยวบินกินแหลก @ อุดรธานี
โปรดปลดเข็มขัดให้พร้อม เตรียมยาช่วยย่อยให้ดี
เรากำลังนำท่านลงจอดในไม่ช้าาาา
.

.
ขอกรี๊ดดังๆย้อนหลังให้แต้มบุญตัวเองที่ได้ร่วมทริปนี้ เป็นอีสานครั้งแรกในชีวิตเราเลยค่ะ เอาล่ะคนนึงแพ้ปลาร้าอีกคนไม่ทานหมู
อะไรจะเกิดขึ้นบ้างมาตามชมเลยค่ะ


สายที่เราเลือกคือ สายที่ 2 อุดรธานี

- ชมมรดกโลกทางวัฒนธรรม ณ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
- ตะลุยกิน 5 เมนู จากร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดังเมืองอุดรฯ

- รับประทานอาหารไทย อีสานประยุกต์ที่ร้านซาหมวย & ซันส์

เห็นตารางทริปชิลๆดูหลวมๆ
แต่มั่นใจว่ากางเกงไม่หลวมกับบ้านแน่นอน
เพราะ route เส้นทางจริงๆนั้นนน ตามนี้เลยค่ะ

เรามาเริ่มเส้นทางสายกินกันเลยค่ะ

DAY I --


ทางทีมงานนัด ตี4ครึ่ง ที่สนามบิน
เพื่อลงทะเบียนรายงานตัวและแจกพร็อพเพิ่มเติม อิอิ
เสื้อธีมอุดร เด้อจ้าา เหลืองเป็ดน้อย
มีหมอนรองคอ ป้ายชื่อ และสเปรย์ละอองเย็น

เราออกเดินทางด้วยสายการบินAirAsia ไฟลท์ FD3348

เราจะวอร์มอัพท้องเราด้วยนี่เลยจ้า Breakfast on board

เป็นข้าวกระเพราไก่ + ของหวานข้าวเหนียวมะม่วง
ดี๊ดี

อิ่มปุ๊ป แลนด์ปั๊ป ไวกว่ารถติดใน กทม. ไปอี๊กกกกก

หลังจากลงเครื่องเราก็ไปต่อมื้อเชาสไตล์อุดรฯ

ที่นี่เลยจ้า

ร้าน คิงส์โอชา...

ร้านอาหารเช้าชื่อดังเก่าแก่ของอุดรธานี เปิดตั้งแต่ตี4จนถึงประมาณ 11โมงเช้า

มาถึงก็จะเจอกับเซ็ทน้ำชาที่ทางร้านมีบริการอยู่แล้ว

ทีมงานว่าสั่งเองตามสบายเลยจ้า ห๊ะะะ งั้นลุยเลยนะะ

เมนูที่เราสั่งมาก็เบาๆค่ะ
ขึ้นชื่อของที่นี่คือ ไข่กระทะ
ซึ่งเป็นอาหารเช้ายอดฮิตของภาคอีสาน โรยหน้ามาด้วยหมูสับ หมูยอและกุนเชียง

ข้าวไข่เจียว + หมูยอทอด เมนูดูธรรมดาแต่พอตักไข่เจียวเข้าปากแล้วมันแบบกรอบฟูนุ่ม

จนงงว่า เอ๊ะ ชั้นกินไข่เจียวอยู่จริงเหรอ มันแปลกมากกก

สตูว์ไก่ เป็นน่องสะโพก

รสกลมกล่อมดี ไม่หวานมาก เค็มนิดๆ ทานกับข้าวเปล่าอร่อยดี

ข้าวเกรียบปากหม้อ  อันนี้ดี แป้งไม่หนา น้ำจิ่มถั่วเด็ด ไส้อร่อยมาก

แบบกุ่ยช่าย + หมูสับด้านในเผ็ดนิดๆ

ข้าวเปียกเส้น สไตล์ก๋วยจั๊บญวน

อร่อยแบบไม่ต้องปรุง

ขนมปังเนยน้ำตาล ขนมปังเหนียวนุ่มฉ่ำเนย

ดีมากกกกกก

จริงๆมีสั่งน้ำด้วยแหละ ถ่ายไม่ทันหมดก่อน 5555 กาแฟเย็นดีมาก ชาดำเย็นก็ดีไม่หวานมาก


พิกัดร้าน

คิงส์โอชา
22/1 ถนน สี่ศรัทธา ตำบล หมากแข้ง
อำเภอเมืองอุดรธานี อุดรธานี 41000

หลังจากอิ่มท้องเราก็แวะมาสักการะกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม



ท่านคือใคร สำคัญอย่างไร จิ้มด้านล่างเลยจ้า
พระประวัติ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอองค์ที่ 25 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาสังวาลย์
ธิดานายศัลยวิชัย ( ทองคำ ณ ราชสีมา )
เมื่อสมโภชเดือนแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชทานนามว่า
พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่
เพราะเมื่อประสูติมีผู้นำทองคำก้อนใหญ่
ซึ่งขุดได้ที่ตำบลบางสะพานในเวลานั้นได้เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย
ทรงถือว่าเป็นศุภนิมิตมงคลสำหรับพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้


พระราชกรณียกิจ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งจังหวัดอุดรธานี จากที่ตั้งกองบัญชาการมณฑลลาวพวนที่บ้านหมากแข้ง
ในพุทธศักราช 2436
ได้ทรงริเริ่มสร้างบ้านหมากแข้งให้เกิดความเจริญจากหมู่บ้านชนบทจนเป็นเมืองอุดร
และต่อมาได้ยกฐานะเป็นจังหวัด นับเป็นการก่อสร้างรากฐานความเจริญวัฒนาถาวรให้เกิดแก่เมืองอุดรธานีจวบจนปัจจุบัน

แอบเสี่ยงเซียมซีมา ความหมายดีมากๆเลย

ไกด์ท้องถิ่นและรถรางพร้อมแล้ว


เราไปต่อกันเลยค่ะ. ที่ต่อไปก็คือแลนมาร์คของจ.อุดรธานี น้องเป็ดเหลือง

ซึ่งระหว่างทางไกด์ก็จะเล่าเรื่องราวของจ.อุดรธานีให้เราฟังแบบเพลินๆกันไปเลย

มาถึงแล้ว สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม  อ๊ะ อ้าวววว พี่เป็ดหาย

เนื่องจากว่าพายุเข้าที่อุดรฯ พี่แกเลยลอยไปเที่ยวตามหลังคาบ้านระแวกนั้น บาดเจ็บไปฮะ

เราก็เลยถ่ายมาแต่น้องเป็ดเด็กๆแทน         

จากนั้นก็ไปต่อที่ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ตึกสีเหลืองที่คนอุดรคุ้นกันดีในชื่อ

‘ตึกราชินูเก่า’

รูปแบบของอาคาร  เป็นอาคารแบบโคโลเนียล (Colonial) ที่เป็นการนำเอารูปแบบองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมคลาสสิกมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับภูมิอากาศเขตร้อน

ตามที่ฝรั่งเศสนำมาใช้กับอาณานิคมอินโดจีน และได้รับความนิยมมาถึงทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงด้วยโดยช่างก่อสร้างชาวญวน

ตัวอาคารหันหน้าอาคารไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้านหลังติดกับหนองประจักษ์

หนองน้ำขนาดใหญ่

ภายในเป็น แหล่งศึกษาเรียนรู้และเผยแพร่เกียรติประวัติของจังหวัดอุดรธานี  เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศึกษาด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี

ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเรียนประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานีตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน

รูปที่มีทุกบ้าน เรายืนมองภาพเหล่านี้นานมากเลยแหละ

เราชอบโซนไดโนเสาร์มากๆ ดูเรียลดี ฉายบนกำแพงที่มันเหมือนหิน มันดูแบบ3Dมากก


พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี
สถานที่ตั้ง : ถนนโพศรี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
ช่วงเวลาทำการ : 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันจันทร์
ราคาค่าเข้าชม : ไม่มีค่าใช้จ่าย

ต่อมาระหว่างทางเราได้แวะไปไหว้พระขอพรกันที่

วัดโพธิสมภรณ์ (พระอารามหลวง)

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ 5

โดยมหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร(โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร

ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านหมากแข้งสร้างวัด ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดใหม่ ต่อมา

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงประทานนามว่า “วัดโพธิสมภรณ์” ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรผู้สร้างวัดนี้

ก้มมองนาฬิกา เที่ยงแล้ววว ไปต่อกันที่ร้าน

พรแหนมเนือง เป็นร้านดั้งเดิมของเมืองอุดร

ที่ราคาถูกมากกก รสชาติดีเกินราคา ร้านนั่งสบาย รองรับได้เยอะ มาดูกันค่ะว่าทานอะไรไปบ้าง

กุ้งพันอ้อย แหนมเนือง กระยอสด

(ปอเปี๊ยะสด-มังสวิรัติ) กระยอทอด (ปอเปี๊ยะทอด) ข้าวผัดเวียดนาม บั๋นหอย(หมูทอด)

ขนมเบื้องญวน แหนมสด หมูยอทอด

เนื่องจากเพื่อนร่วมทริปไม่ทานหมู ทางร้านก็จัดแบบมังสวิรัติให้จ้า

พิเศษสุดคือได้ชิมเมนูพิเศษที่เจ้าของร้านเอามาแนะนำ

คือพันหอม กับหมูยอทรงเครื่อง เด็ดมาก

พิกัด

ร้านพรแหนมเนือง

4/8-10 อธิบดี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี

เวลาเปิดปิด 06.00 – 20.00 น.

อิ่มแล้วก็ไปเก็บของเตรียมตัวสำหรับเย็นนี้กันเถอะ

เราพักที่ De Princess Hotel ที่พักตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศสระดับ 4 ดาว
เข้ามาแล้วรู้สึกเหมือนเป็นเจ้าหญิงเบาๆ

คอนเซ็ปต์โรงแรม ความเรียบหรูดั่งอัญมณี De Princess Hotel  จึงเน้นใช้สีน้ำเงิน ฟ้า สีขาว สีเงิน

คือสัมผัสได้ถึงความluxury ตั้งแต่ก้าวขาเข้ามาในโรงแรม

น้องเป็ดเย็นๆมาต้อนรับฮับผมมมม

Welcome drink ของที่นี่คือ น้ำอัญชันมะนาว

สีช่างเข้ากับบรรยากาศโรงแรมจริงๆ

มาดูห้องพักกันค่ะ เป็นห้อง Deluxe Room รูม  สัมผัสแรกหลังจากก้าวเข้าห้องไปคือ กลิ่น...

หอมมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เป็นผู้หญิงอ่าเนอะ อะไรหอมๆนี่กรี๊ดเป็นพิเศษ

สไตล์การตกแต่งห้องด้วยหินอ่อนก็ทำให้รู้สึกเย็นสบายผ่อนคลาย

เตียงนุ่มสบายเหมาะแก่การทิ้งตัว

น่าจะหลับสบายทีเดียว

ไหนซ้อมนอนซิ ทีมอุดรนอนน้อย มากเว่ออออ 5555555

สิ่งอำนวยความสะดวกหลักๆ ประกอบไปด้วย มินิบาร์

ตู้เซฟ ไดร์เป่าผม อินเตอร์เน็ต Wifi

เครื่องทำชา/กาแฟ ทีวีแอลซีดี โทรศัพท์ และ..เครื่องชั่งน้ำหนัก ตอนแรกตกใจ เอ๊ะ

ทีมงานเตรียมให้สายกินเหรอ555

เพิ่งเคยเจอครั้งแรกที่มาพักโรงแรมแล้วเจอเครื่องชั่งน้ำหนัก

มีบริการเปิดเตียงให้ด้วยค่ะ

กลับมาพร้อมนอนเลย มีคุ้กกี้ด้วย1ชิ้น  ไม่ธรรมดาเด้อออ

ไปเดินสำรวจมา

มีสระว่ายน้ำอยู่ชั้นเดียวกับที่เราพักเลย ซึ่งน่าจะเป็นบาร์ตอนกลางคืนด้วย

บริการห้องอาหารที่ชื่อ De' Nang De Dining เขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสแต่สามารถเว้าเป็นภาษาอีสานได้ว่า..

เด๊อ นาง เดอ.... เก๋ป่ะ

ห้องอาหารแห่งนี้ยังให้บริการบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าโดยจะเริ่มตั้งแต่

6.30 - 11.00 น. และห้องอาหารจะเปิดยาวไปจนถึง 23.00น. ไม่ได้พักที่ De Princess ก็สามารถมาทานอาหารได้เช่นกันค่ะ

เราขอตัดรวบมาที่เมนูอาหารเช้าของห้องอาหารเลยนะคะ

เพื่อความต่อเนื่อง^^

อาหารเช้าที่นี่ฟินไม่ต่างจากร้านอาหารเลย

คือตามมารตฐานก็จะเป็นพวกข้าวต้ม พร้อม เครื่องต่างๆ ไส้กรอก ไข่ดาว

โซนข้าวสวยก็มีเมนูเช่นผัดผัก มีโซนขนมปัง ครัวซองต์ เนย แยมต่างๆ ผลไม้ โยเกิร์ต

ซีเรียล โซนกาแฟ น้ำผลไม้

แค่นี้ก็ดูอิ่มใช่ป่ะ พิเศษสไตล์อุดร เด้อจ้า

มีโซนข้าวเปียกเส้น ซึ่งทางเราก็ไม่พลาดสั่งมาด้วย

แล้วก็มีบริการไข่กระทะ

ซึ่งสั่งกับทางพนังงานโรงแรมได้เลยค่ะ ไข่กระทะมาพร้อมขนมปังสไตล์ท้องถิ่น

ฟินมั้ยให้ทายย

พิกัด

De Princess เลขที่ 135/135 หมู่ที่ 14 ถนนนิตโย ซอยบ้านเก่าจาน ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

ย้อนกลับมาเข้ามาในทริปเราต่อค่ะ หลังจากเก็บของทีมงานให้เราพักแป๊ปนึง เจอกันอีกทีตอน4โมงเย็น

แง๊ ฝนตกจ้า แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้

ไปต่อกันที่นี่เลยค่ะ

บ้านนาคาเฟ่

ที่ต้องขับรถออกจากตัวเมืองมา ทางเข้าก็ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้

เมื่อเข้ามาเราจะพบกับคาเฟ่เล็กๆสีขาวสบายตาทางขวามือ

พอเข้าไปในร้าน สายตาน้องนั้นก็ไปประทะกับตู้เค้ก แม่จ๋า หนูกินหมดเลยได้มั้ยค๊า

ฮือออ มันน่ากินไปหมด เลือกไม่ถูก เลยต้องนัดกับเพื่อนก่อนเลือกไม่ซ้ำได้แบ่งกันอิอิ

ตัวคาเฟ่เป็นอาคารเรือนกระจก มีมุมที่นั่งติดกระจกที่สามารถชมบรรยากาศริมน้ำได้

ถ้ามาช่วงกลางวันคงจะชิลน่าดู

โดยจุดเด่นของร้านนี้คือขนมรสชาติ หวานน้อย ไม่มีไขมันทราน แต่น้องอยากทานทุกชิ้นทำไงดี

นี่คือเค้กที่เรากับเพื่อนเลือกมาค่ะ

ได้เค้กแล้วเราก็ถือไปทานที่โรงนาค่ะ

สถานที่ดินเนอร์ของเราในคืนนี้

มาแอบดูอาหารที่ทางร้านจัดเตรียมให้กันค่ะ น่าทานมากๆแต่ละอย่าง มีแหนมเห็ดด้วย อยากลองมานานแล้ว

ส้มตำเจ๊ไก่เจ้าดังก็มาตำให้ถึงที่เลยจ้า

ขอตำปูไม่ร้าไม่เผ็ดให้หนูหน่อยค่าาา

แล้วก็มีwelcome drinkให้ด้วยนะคะ มะกรูดอัญชัน มะนาว ขุ่นพระ น้ำอะไรอ่ะ 555

แว๊บแรกตกใจแต่พอได้ลองมันเข้ากันได้แบบไม่น่าเชื่อ

หลังจากอิ่มแล้วเราก็มีกิจกรรมกันนิดหน่อยค่ะ เอนเตอร์เทนจากทีมงานและทริคดีๆในการเขียนกระทู้จาก

คุณบอย  Co – founder & Chief Technology Officer

ถึงคืนนี้จะไม่ได้เล่นเกมส์แต่ก็ได้รางวัลมาน๊า เป็นกระเป๋าผ้าสไตล์มัดย้อม พรุ่งนี้ใช้เลยอิอิ

พิกัด

บ้านนาคาเฟ่ หมู่ที่ 1 ตำบลหมูหม่น อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 9.00-18.30 น.

End of DAY I

DAY II
หลังจากเช้าฟาดเบรกฟัสตามที่เรารีวิวห้องอาหารไปด้านบนแล้วก็ไปต่อกันที่นี่เลยค่ะ
ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดร

ศาลเจ้าของชาวจีนที่ใหญ่โต และสวยงาม มีสวนหย่อมริมหนองบัว บริเวณโดยรอบศาลชมวิวกลางน้ำ เป็นที่เคารพของชาวอุดร ว่ากันว่าที่นี่ศักดิ์สิทธ์มากๆ และเซียมซีแม่นมากเด้อ

การสักการะกราบไหว้ ใช้ธูปรวม 30 ดอก

จุดไหว้ที่ 1-6 แต่ละจุดใช้ธูปรวม 5 ดอก ปักตรงกลาง 3 ดอก ปักด้านข้าง ข้างละ 1 ดอก

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกที่ควรแวะมาสักการะยังศาลเจ้าแห่งนี้ ได้แก่ “ทีตีแป่บ้อ” เรียกสั้นๆว่า “ทีกง” หรือ

ชื่อในภาษาไทย คือ “ศาลเทพยดาฟ้าดิน” ซึ่งเป็นการกราบไหว้สักการะสวรรค์ หรือเหล่าเทพยดาที่อยู่บนสรวงสวรรค์นั่นเอง

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สอง คือ “ปึงเถ่ากงม่า”หริอ ชื่อภาษาไทย คือ”เจ้าปู่เจ้าย่า”

โดยภายในศาลจะมีรูปบูชา “เจ้าปู่เจ้าย่า” อยู่ภายในซึ่งลูกหลานชาวอุดรส่วนใหญ่จะมากราบไหว้เพื่อขอพรในความเป็นสิริมงคลอยู่เสมอ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สาม คือ ศาลเจ้าพ่อหนองบัว เนื่องจากที่ตั้ง ของ ศาลเจ้าปู่ย่านั้น

ตั้งอยู่ริมหนองบัวหรือในปัจจุบันมีการสร้างสวนสาธารณะหนองบัวขึ้นวึ่งก็ได้มีการอัญเชิญเจ้าพ่อหนองบัวมาสถิตย์อยู่ภายในบริเวญศาลเจ้าปู่ย่า

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สี่ คือ “ตี่จู๋เอี๊ย” หรือ ชื่อภาษาไทย คือ เจ้าที่เจ้าทางซึ่งก็คือสิ่งศกดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาดูแลสถานที่นั้นๆ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งที่ห้า คือ พระสังกัจจายน์ ซึ่งได้ขุดพบใต้ต้นไทรในบริเวณศาลเจ้าปู่-ย่า เมื่อ พ.ศ.2530

สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งที่หก คือ “ฉั่งง่วนส่วย” เป็นองค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์เป็นอย่างยิ่ง

เป็นที่นิยมสักการะของนักเรียน นักศึกษา ในการจะไปสมัครสอบครั้งสำคัญแต่ละครั้ง

เราเข้าข้างในไปเสี่ยงเซียมซีกันเถอะ

เสี่ยงเซียมซีแล้วเห็นคำทำนาย ถึงกับหน้าซีดต้องฝากเจ้าปู่ เจ้าย่าไว้เลยจ้า

หลังจากนั้นเราก็ไปต่อที่

ร้านชาผิงอัน ตรงศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน

มาจิบชาบัวแดงและหมั่นโถวเพื่อสุขภาพ ชาหอมมากๆ ทานคู่หมั่นโถวดีมากค่ะ

แอบออกไปเดินเล่นกันเถอะ

ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน สถานที่ตกแต่งโดยจำลองบรรยากาศแบบจีน เหมือนยกเมืองจีนมาไว้ใจกลางอุดร

โดยสร้างขึ้นเพื่อเชิดชูองค์เจ้าปู่เจ้าย่า เป็นสถานที่สงบ เย็นสบาย เเละสวยงามมาก

มีบ่อปลาคาร์ฟด้วยนะ ไปให้อาหารปลากันเถอะ

ดูเป็นคนใจดี รักน้ำ รักปลา รักหนูหน่อยนะคะรอนานแล้ว เอ้ยยย 555

ศาลปูย่า

ร้านชาผิงอัน

ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานี

พิกัด

ที่อยู่: 888 ถนน ศาลเจ้าเนรมิต ตำบล หมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี อุดรธานี 41000

เปิด-ปิด  09.00 -19.00 น.

ไม่เสียค่าเข้าชม

จากนั้นก็ไปชิมกาแฟต่อที่ร้าน Dose Factory

Welcome drink มาแบบดื่มปุ๊ปตื่นเลย แก้วช็อตเล็กๆคือ กระเจี๊ยบมะขาม อร่อยดีค่ะ

บรรยากาสร้านจะออกแนวโปร่งๆแบบโกดัง เทา ดำ บรรยากาศดิบๆ เท่ๆ ตามสไตล์อินดัสเตรียล

ซึ่งวันนี้คุณนิ่ม เจ้าของร้านได้มาทำการดริปกาแฟให้พวกเราเพื่อเตรียมทำเมนู Dose Delight

Signature ของที่นี่อีกด้วย^^

เมนู Dose Delight คือ เป็นกาแฟ Cold Brewผสมเลม่อน กาแฟรสละมุน ไม่ขมมาก

เมื่อผสมกับเลม่อน และน้ำมะนาว สดชื่นมาก และถ้าอยากเพิ่มความสดชื่นให้มากขึ้นทานคู่กับผลไม้ที่วางมาคู่กันเลยค่ะ

ยิ่งมะนาวยิ่งดีมากกก

ติดใจมากๆเลยค่ะเมนูนี้ อ้อ เจ้าของร้านบอกว่ากาแฟที่ร้านดื่มแล้วหลับได้ ดื่มกลางคืนก็ได้ เพราะไม่แรง อิอิ

หน้าตาเหมือนดื่ม L แต่มันเปรี้ยวมะนาว 55555

Dose Factory

พิกัด : ซอยนเรศวร (หลังเรือนจำจังหวัดอุดรธานี)  อำเภอเมืองอุดรธานี อุดรธานี

โทรศัพท์ : 092-991-9225

เวลาทำการ : 11:00–22:00  น.

ดื่มกาแฟกระตุ้นน้ำย่อยแล้วเราก็ต้องไปทานมื้อเที่ยงจ้า

ไก่ตุ๊ป่อง

แว๊บแรกอะไรนะ ตุ๊บป่อง ไก่อ้วนลอยน้ำหรือยังไง 55

ไก่ตุ๊ป่อง ซึ่งก็คือไก่แป๊ะซะแบบอุดรฯ เป็นการเอาไก่บ้านไปต้มด้วยสูตรพิเศษของทางร้าน ทำให้เนื้อไก่ เหนียวนุ่ม ฉีกกินง่าย (เสิร์ฟมาเป็นตัว) ทานกับเส้นเล็กที่ขอบอกว่า แค่เส้นเล็กก็อร่อยแล้วอ่ะ ตักน้ำไก่ราด ใส่น้ำจิ้ม โอ๊ยย ขอเพิ่มอีกจานค่า

เมนูอื่นๆที่สั่งมาก็ กุ้งฝอยชุบแป้งทอด ส้มตำ แกงเห็ดขอนขาวและหวาย หมกปลา ปลาเนื้ออ่นทอด ที่เด็ดไม่แพ้กับเจ้าไก่ตุ๊ป่องเลย

ครัวตุ๊ป่อง (ไก่แป๊ะซะ) อุดรธานี

248 หมู่ 8 ถนนอุดร-หนองสำโรง

ตำบลหมู่ม่น อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โทร. 04-293-0511, 08-9944-9365

ขายทุกวันเวลา 10.00-20.00 น.

ต่อมาเราจะไปตามรอยยุคก่อนประวัติศาสตร์กันที่นี่เลยค่ะ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง หรือ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
จัดแสดงวิถีชีวิตของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 5,000-1,400 ปีมาแล้ว
ร่องรอยของความรู้ความสามารถหรือภูมิปัญญาที่พัฒนาแล้วในหลายๆด้าน
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง มีสถานที่ให้ชม 2 ส่วน
ส่วนแรกคือ อาคารพิพิธภัณฑ์

ส่วนที่2

ตั้งอยู่ทางด้านขวาของทางเข้า อยู่ในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน

เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดที่เป็นแหล่งโบราณคดีแห่งแรกในประเทศไทย เป็นนิทรรศการถาวร

เราจะนั่งรถรางไปชมกันค่ะ รถรางพร้อมแล้วไปกันเลยค่าา

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จึงเป็นที่ยอมรับจากคณะกรรมการมรดกโลก

องค์การยูเนสโก (Unesco) ให้ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกอันดับที่ 359 ในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2535

ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็น "แหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียง" และนับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอันดับที่ 4 ของประเทศไทย

ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

ระหว่างขากลับเราก็นั่งชมบรรยากาศความเป็นอยู่ของคนบ้านเชียง

เหมือนซุปตาร์เลยค่ะ มีแต่คนโบกมือให้ น่ารักมากกก

เราได้ผ่านจุดสำคัญ ที่ทำให้บ้านเชียงเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งโบราณคดีด้วยค่ะ

คือจุดที่ ศาสตราจาร์ Stephen B. Young สมัยยังเป็นนักศึกษาซึ่งบุตรชายของอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ

เดินทางมาเก็บข้อมูลที่บ้านเชียงเพื่อทำวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เดินสะดุดรากต้นนุ่น หกล้มลงไปกับพื้น จึงสังเกตเห็นเศษภาชนะดินเผาลายเขียนสีปรากฏอยู่ตามผิวดิน

จึงเลือกเก็บตัวอย่างกลับมาให้อาจารย์ชิน อยู่ดี ภัณฑารักษ์ของกรมศิลปากรตรวจสอบ

รวมถึงมีการส่งต่อไปหาค่าอายุที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย จนนำมาสู่ความโด่งดังของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ในเวลาต่อมา

แล้วเราก็ยังผ่าน

บ้านไทพวน

บ้านหลังนี้สร้างอยู่ในบริเวณแหล่งโบราณคดีที่เคยขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมาก

โดย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ได้เสด็จมาทอดพระเนตรหลุมขุดค้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2515 โดยได้ประทับ ณ บ้านหลังนี้

ทรงถามถึงทุกข์สุข และชีวิตความเป็นอยู่แบบไทพวน

บ้านไทพวนหลังนี้เป็นเรือนไม้จริง หลังคาจั่วมุงแป้นเกล็ด ยกใต้ถุนสูง ฝาไม้ตีซ้อนเกล็ด

หน้าต่างเป็นบานคู่ไม้ขนาดเล็ก ตัวเรือนแต่ละหลังเชื่อมต่อกันด้วยชานไม้ และมียุ้งข้าวแยกต่างหากอีกหลังหนึ่ง

เรือนชาวไทพวนจะใช้บันไดพาดกันชานด้านในการขึ้นลง และจะเก็บบันไดขึ้นบนเรือนในตอนกลางคืนเพื่อความปลอดภัย

เป็นรูปแบบหนึ่งของเรือนพื้นถิ่นในประเทศไทย

อุ้ยยย นั่นอะไร คุ้นๆ จอดพี่จอดดดด

7-11 บ้านเชียง จ้าาา

7-11 ก็อยากดู ขนมก็อยากซื้อ อิอิ

การแต่งกายของที่นี่ก็ชาวบ้านเชียงเลยจ้า

ขออนุญาตพี่คนสวย ยิ้มหวานๆให้หนูหนึ่งรูป

ต่อไป เราจะไปเขียนไห กันที่ เทศบาลตำบลบ้านเชียงค่ะ

มีของเบรคมาต้อนรับด้วยย ไม่ปล่อยให้น้องท้องว่างจริงๆ

เราจะเริ่มลงมือละนะะะะ

เสร็จแล้วววว

ไหแบบ Limited Edition ไหแบบ One and only เพราะให้ทำซ้ำก็ทำไม่ได้แล้ว5555

ออกมาด้านนอกก็จะเจอกับร้านขายของฝาก

โชคดีมากที่เราเจอคนท้องถิ่นกำลังรำแห่บั้งไฟพญานาคพอดี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง

ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 13 ถนนสุทธิพงษ์ ตำบลบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี 41320

อัตราค่าเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

ในส่วนของมื้อค่ำเรามาฝากท้องกันที่ ซาหมวย & ซันส์
ที่นี่เป็นร้านอาหารไทย-อีสาน ประยุกต์

ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักตามฤดูกาลมาปรุงแต่งเป็นแต่ละเมนู

สำหรับชื่อร้านที่มาก็คือเป็นชื่อคุณแม่ที่เปิดกิจการตัดเสื้อ พอมาเปิดเป็นร้านอาหารก็เลยมีคำว่า แอนด์ซันส์ เติมต่อท้าย

สองพี่น้อง เชฟและเจ้าของร้านนั่นเอง

และอาหารที่เราจะได้ทานกันในค่ำนี้จะมาแบบ เซ็ต Tasting menu สำรับฉบับปัจจุบัน อีสานหน่าแฮ้งคัก

ซึ่งแต่ละคำสตอรี่ก็จะต่างกันไปโดยเชฟจะมาอธิบายก่อน เพื่อที่เราจะได้สัมผัสรสชาติและความรู้สึกต่ออาหารมากขึ้น

น่าสนุกเนอะ

เริ่มกันที่เมนูแรกกันเลยค่ะ

ออกสตาร์ทที่เครื่องดื่ม เป็นน้ำเสาวรสผสมกับอีสานรัม

ให้ความรู้สึกคล้าย ค็อกเทลตัว Screwdriver นิดๆ เปรี้ยวๆสดชื่น หอมเสาวรสและดอกมะลิ

The relish น้ำพริก

น้ำพริกมะหมากมาด แตงโมอ่อน เป็นน้ำพริกสูตรโบราณ

โดยรวมรสชาติอมเปรี้ยว เหมือนน้ำพริกมะขาม

ซุปมะเขือ งาขาวดำ สาระแหน่ มะเขือยาวย่าง

น้ำพริกถั่วเน่า รสชาติแปลกดีไม่เคยทานมาก่อนเลยถั่วเน่า

ย่างถั่วเน่าเผากะเทียมพริกใส่มะเขือย่าง ทานมะเขือเทศแบบต้น โทมาทิลโล

อ่อมไก่ บ้าน กับน้ำจิ้มพริกแอ้วไข่จั๊กจั่น

Wild green mustard / chicken dumpling / Chilli kombucha / Cicada roe

อ่อมไก่ ปั้นเป็นกุ่ยช่าย กรอบๆคือสต๊อกไก่ใส่แป้งแล้วทอด น้ำจิ้มหอมแดงดำน้ำส้มสายชูหมัก พริกแห้ว ก้อนๆคือ ไข่จั๊กจั่นๆ

แกงส้มกิมจิชูผักหวานไข่มดแดง แนม ปลาค้าวสะเดากรอบ

Mountain chives / Jicama / Pak Wan pesto / Ant egg / Fish n Neem flower

ปลาค้าวโรยด้วยปลาช่อนแห้ง สะเดารสขม เล็กๆคือกระชายดอง แกงส้มผักหวานรสกิมจิ ไข่มดแดงรมควัน

แหนมเนือง

Phil's natural pork / Pork liver / Pine apple / Rice / Sour edible leaves

แหนมเนืองที่เป็นตัวหมูสามชั้น น้ำจิ้มดอกกะเจียว ตับบด แยมสัปปะรด ข้าวตัง ขิงดอง กระเทียมดอง ผักชีเปนเมอแรงกรอบๆ

รสชาติอร่อย แปลกจากแหนมเนืองที่เคยทานมากๆ

ภูเขา

Mountain /Mushroom / Mountain crab roe / Water algae / Purslane

แรงบันดาลใจจากเขา ของจากป่าชุมชน ซอสปูภูเขา ปูคาย มันเยอะเนื้อหวานต่างจากปูนา

หวานเหมือนปูม้า ผสมซอสมะเขือเทส เห็ดนางฟ้า หอมแดงดำ

เห็ดกะด้างกรอบ ใบผักเบี้ย สาหร่ายน้ำจืด ก้อยไหหลำ

อันนี้ส่วนตัวไม่ชอบ แอบทานไม่หมดมันออกขมๆ กลิ่นคล้ายๆอบเชย

ก้อยกุ้งแม่น้ำมูล กับ ฉู่ฉี่มันกุ้ง แล สาโทบ๊วย แก่งคุ้ดคู่

Mun River prawn / Plum rice wine

กุ้งแม่น้ำห้วยหลวงย่างราดซอสชู่ชี่ ชะอมทอด ข้าวจี่ไม่ใส่ไข่กรอบนอกนุ่มใน ในเสาวรสคือก้อยหางกุ้งแม่น้ำ

ดื่มกับสาโทบ๊วย เข้ากันมากๆ ชอบเซ็ทนี้สุดๆ

ฮีทสิบสองคลองสิบสี่

Wild duck / Corn / Coconut juice

เป็ดรมควัน ซอสน้ำมะพร้าวเคี่ยว

สังขยา กรามอนเต้วนิลลา ข้าวหมาก แล ข้าวเกรียบกล้วย แยมมะม่วง

Gramonte vanilla / Egg / Fermented rice / Banana / Mango / Natto

ข้าวเหนียวสังขยา วนิลาสด ข้าวหมากตีไข่ขาวแล้วฟรีส แผ่นแครกเกอร์ กล้วยน้ำว้าดองน้ำผึ้ง1ปี ซอยมะม่วง ผงถั่วเน่า

เข้ากันแบบๆไม่น่าเชื่อ

จบที่เมนู

ลูกตาลลอยแก้ว วุ้นใบบัวบก สละ ใส่ดอกจำปีหอมๆ

คอร์สนี้ ราคาอยู่ที่ 1,700 บาท ต่อท่าน

ใครอยากลองทานอาหารที่มากกว่าความอร่อยคือความสนุกตื่นเต้นที่เชฟได้ปรุงออกมาแต่ละเมนู

เชิญได้เลยค่ะ

พิกัด ร้านซาหมาย แอนด์ ซันส์

ถนนโพนพิสัย อุดรธานี เยื้องซอยสนามแบดมินตันเอราวัณ

วันเวลาเปิดบริการ : อังคาร-อาทิตย์

มื้อกลางวัน : 11:00 น.- 14:30 น.

มื้อแลง : 17:00 น.- 21:30 น.

ขากลับเราแวะที่ถนนคนเดินด้วยย

มีจัดแสดงโชว์ไฟพอดี

แต่อิ่มแล้วอ่าเนอะ ไม่ได้ซื้ออะไรมาก

จริงๆนะ

.

.

End of DAY II


DAY III

เช้ามาวันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปแล้วว ฮืออ

ลากกระเป๋าลงมารอเพื่อนๆที่ล็อบบี้

ที่โรงแรมมีโซนไลบราลี่ด้วยนะ เอาไว้แบบนั่งชิลอ่านหนังสือหรือทำงานเบาๆได้

วันนี้เราลงสายเลยไม่ทานข้าวที่โรงแรม

เตรียมท้องไปลุยที่นี่เลยค่ะ

Madam Pahtehh 2515

มาดามพาเท่ห์2515

คาเฟ่ชิคๆในบรรยากาศย้อนยุค

เหมือนพาเรากลับไปในปี พ.ศ. 2515

ภายในร้านตกแต่งสไตล์วินเทจ

เป็นร้านอาหารเช้า-กลางวัน

หรือ ที่นิยมเรียกว่า brunch

มาดาม พาเท่ห์ เป็นร้านอาหารถิ่นของอุดร ผสมผสานระหว่างความเป็น เวียดนาม ฝรั่งเศส และไทย

(เวียดนามรับอิทธิพลจากฝรั่งเศส ไทยรับอิทธิพลมาจากผู้อพยพชาวเวียดนามอีกที)

สาขาที่เรามาในวันนี้คือสาขาที่ 2

อาหารส่วนใหญ่เน้นเป็นเช็ตตามแบบญวน-ฝรั่งเศส คือเสิร์ฟพร้อมขนมปังแบบใดแบบหนึ่ง

ทีมงานสั่ง ขนมปังสามสหาย ไว้ให้ ที่เหลือให้ลุยกันเอง

เรามาดูเมนูที่สั่งกันค่ะ

ไข่กระทะทรงเครื่อง สูตรเวียดนาม

ข้าวต้มเห็ดชาจีน + กระดูกอ่อน

เฝอเนื้อ

โรตีเฟรนฟราย

ครัวซอง เนย แยม

สเต็กเนื้อโคขุน

สตูว์ซี่โครงหมู

เครื่องดื่มต่างๆ กาแฟโบราณ แดงมะนาวโซดา

มันไม่ได้มาจานเล็กๆนะ อย่างที่บอกว่าเป็นเซ็ทมากันแบบอลังมากกก

จนต้องยืนถ่ายบนเก้าอี้ 5555

รสชาติดี ดีมากกก ก

ชอบสุดคือไข่กระทะ มันมีน้ำซุปในตัว อร่อยมากก ใครไปห้ามพลาดเมนูนี้ค่ะ

พิกัด

Madam Pahtehh 2515

304 24 ถนน ประจักษ์ศิลปาคม ตำบล หมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี อุดรธานี 41000

เปิด 07.00 -15.00 (ปิดวันจันทร์)

หลังจากอิ่มแล้วเราไปต่อกันที่..

ศูนย์เรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก

เป็นกลุ่มทอผ้าโบราณที่ทำจากบัวแดง

ย้อมด้วยบัวแดง รวมทั้ง ผ้าฝ้าย ผ้าไหมที่ทอด้วยกี่โบราณแบบดั้งเดิม

น้องณเดชนอนอยู่ใต้โต๊ะเลยจ้า

น้องขอนั่งด้วยเด้อออ

ซึ่งวันนี้เราจะมามัดย้อมผ้าเราด้วยตัวเอง

มาดูกันว่าจะเอามาได้เรื่องมั้ย555

เสร็จแล้วค่า ระหว่างรอตาก

เราก็ได้เข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ

เป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของชาวอีสาน ชาวอีสาน

ถือว่าเป็นประเพณีเรียกขวัญ ให้มาอยู่กับตัว

จากนั้นผู้ใหญ่ก็มาผูกข้อมือเราด้วยด้ายขาวพร้อมกับอวยพร

ไปแอบดูคุณแม่ๆทอผ้ามาค่ะ

ผ้าผืนเป็นแสนนน

ขุ่นพระะะะ

ขอบคุณ​มากนะคะที่ต้อนรับกันอย่างอบอุ่น ❤️

พิกัด

ศูนย์เรียนรู้กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก

63 หมู่ 18 ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี

เปิดทำการทุกวัน 08.00 -​17.00

ต่อไปเราก็ไปหาอะไรลงพุงกันที่ชบาบาร์น

ครัวอีสานวินเทจ

บรรยากาศสบายๆเหมือนทานข้าวที่บ้าน

เราสั่งกันมาแบบเบาๆ จริงๆ

เริ่มที่เมนูนี้เลยอยากทานมาก

ห่อผักหอยแครงลวก

ก็เหมือนเมี่ยงหอยแครงทานกับน้ำจิ้มแซ่บๆ อร่อยมากก ฮือออ

ตำลาวกะด้อ

อันนี้เราทานไม่ได้แต่ผู้ติดต่อเราทานได้!

ไม่พอเด้อจ้าา ขอปลาร้าเพิ่มจ้าาา

รีเควสไปอีกกก ซอยพริกบีบมะนาวคิดเพิ่มเท่าไหร่คะะ

แต่ที่ร้านใจดีให้ฟรีเลยจ้าา อิแม่ฟิน5555

ละก็ยังมีพวกลาบเป็ดหนังกรอบ พล่าเนื้อมะเขืออ่อน แกงอ่อมไก่ คอหมูย่าง ต้มแซ่บ หม่ำหมู ส้มตำแซ่บๆอีกด้วย

จากนั้นก็ตบท้ายด้วย ไอศครีมกะทิ

มะพร้าวมาเป็นลูกเลยจ้า

พิกัด ชบาบาร์น

เลขที่ 68 ซอยเสนีย์พิทักษ์ชน 4 อุดรธานี (ร้านอยู่หลังไทวัสดุ)​


หลังจากของคาวผ่านไปทางเราก็จะไปต่อของหวานกันค่า
ที่นี่เลย
ร้าน Le Bonheur
เป็นคำภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า “ความสุข”
สุขยังไงมาดูกันเลยค่า

บรรยากาศ​ของร้านเหมือนกับมานั่งทานขนมชมสวนและบ่อปลาคาร์ฟในบ้าน

และเมนูสุดพิเศษที่เราได้ลองทานในวันนี้ก็คือ

La Poire Rouge (ลูกแพรโพชไวน์แดงฝรั่งเศส) ราคา 620.-

ซึ่งไวน์ที่นำมาโพชนั้นก็เป็นไวน์full - bodied จาก Bordeaux เลยน๊าา

ตุ๋นกว่า3ชั่วโมงผสมเครื่องเทศ โป๊ยกั๊ก อบเชย ฝักวานิลลาจากมาดากัสการ์

และโรสแมรี่ ราดด้วยซอสรูบิโน ดูลเซอ ซาบายอง

โรยด้วยครันชี่พีแคนครัมเบิลและไซรัปไวน์แดง

ส่วนทางนี้จะเป็นไวน์ขาว

Poire Blanche (ลูกแพรโพชไวน์ขาวอิตาลี) ราคา 530.-

ถ้าใครสายหวานเราแนะนำตัวไวน์ขาวเลยค่ะ

พอได้ทานแล้วแบบ พี่ค๊าาาสวรรค์​ไปทางไหนน

มันฉ่ำมันฟินมากกก

น้องลุคคคค แมวในร้านค่ะ❤️

คุณแม่เจ้าของร้านน่ารักมากๆค่ะ ใส่ใจลูกค้าสุดๆ

แนะนำให้ไปลองเลยค่ะ

เจ้าเมนูนี้สอบถามมาว่า

สามารถwalk-in และสั่งได้เลยค่ะ

ไม่มีจำกัดจำนวนเสิร์ฟต่อวัน

แต่แนะนำว่าให้โทรสอบถามล่วงหน้าหรือสั่งจองล่วงหน้าก่อนก็จะดีกว่า

พิกัด

ร้าน LE Bonheur Dessert Shop - อุดรธานี

ซ.จันทร์ เจริญสุขเข้ามาหาซ.จักรแก้ว3

เปิดทุกวัน 11.30- 21.00

ยังนะยังไม่จบ จากของหวานเราก็วกกลับมาของคาวอีกครั้งที่..

อรุณีเมี่ยงทอด

เป็นร้านอาหารสไตล์​เวียดนามชื่อดังของอุดรฯ

ของเด็ดก็ตามชื่อร้านเลยค่ะ

เมี่ยงทอด..

แป้งกรอบๆที่ด้านในเป็นไส้หมูเผ็ดนิดๆ ทานกับน้ำจิ้มถั่วรสตัดกันกำลังดี

แหนมคลุก

ที่ใช้ข้าวทอดคลุกเครื่ิองเทศ แหนม หนังหมูแลัหมูรวนสุก อันนี้ดีมากกก ยิ่งตักมาทานกับเมี่ยงทอดยิ่งฟิน

พิกัด อรุณีเมี่ยงทอด

ถ.ประชารักษา ต.หมากแข้ง อ.เมือง จงอุดรธานี เมืองอุดรธานี อุดรธานี 41000

เนื่ิองจากเวลายังพอเหลือทีมงานใจดีมากกกไม่สงสารพุงน้องเล้ยยยย

พาไปคาเฟ่ต่อค่ะ ที่นี่เลย

Under The Tree

คาเฟ่บ้านไม้บรรยากาศ​น่ารัก ฝนตกนิดๆโรแมนติก​มากอ่ะพูดเลยยย

เราสั่งเค้กมาชิม2อย่างค่ะ

เรดเวลเวด ของโปรดที่ไปที่ไหนต้องสั่ง กับ ลอนดอนชีสเค้กละมุนดีมาก

เครื่องดื่มสั่งเป็นอิตาเลี่ยนโซดา น่าจะชื่อวันเดอร์ฟรุ๊ต

น่ารักน่าทานสุดๆ

เห็นหลอดในแก้วมั้ยคะ..?

ที่นี่ใช้ "หลอดข้าว" ค่ะ

หลอดดูดรักษ์โลกที่สามารถใช้ได้นาน 1-2 ชม.

ทำจากแป้งข้าวเจ้าและข้าวสาลี

สีของหลอดทำมาจากผัก,งาดำ,บีทรูท ไม่ทำให้รสชาติของเครื่องดื่มเปลี่ยนไป ที่สำคัญหลอดนี้ทานได้จ้าา แทะเพลินเลย

Under The Tree Cafe’

พิกัด : ถนน ประชารักษา ตำบล บ้านเลื่อม

อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

เอาล่ะ ได้เวลากลับสู่ความจริงกันแล้ว

ถึงเวลาต้องกลับกันแล้วค่ะ

เราเดินทางกลับกันด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชียเช่นเดิม ไฟลท์ FD3357

มีน่องฝนแห่งอุดรธานีมาส่ง

ลาแล้วเด้อออ

ถ้ามีโอกาสจะกลับมาแน่นอน❤️

ฟ้าก็สวยดี

พี่คะเลี้ยวซ้ายจอดเมฆก้อนที่5ได้มั้ยค๊าาา

สักพักเริ่มไม่สวยละ

ใจแอบสั่นเบาๆ แอร์ไม่เสิร์ฟ​ซักทีน้าา

พออากาศเคลียร์ปุ๊บก็เสิร์ฟ​ปั๊ป พี่กัปตันเก่งมากก

เมนูขากลับ มองเวลามันจะแลนด์ละอ่ะ

แต่.. น้องหิวอีกแล้วอ่ะ

หน้าตาตอนโดนเพื่อนจับได้ว่ากินอีกแล้ว

เพื่อนร้ายยยย

แลนด์เร็วกว่ากำหนด สุดยอดเลยฮะ

อากาศๆแต่กัปตันไทยแอร์เอเชียก็สามารถพาผู้โดยสารลงอย่างปลอดภัย

สุดท้ายนี้..

เราต้องขอขอบคุณทาง

Pantip.com​ / การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) / สายการบินAirAsia

สำหรับประสบการณ์​สุดพิเศษ​ครั้งนี้นะคะ

ไปเองทำไม่ได้แบบนี้แน่นอน

ขอบคุณทีมงานที่ดูแลเราและเพื่อนๆเป็นอย่างดี

ใส่ใจรายละเอียดสุดๆ ไม่ทานปลาร้าไม่ทานหมูก็ช่วยดูแล

ขอบ​คุ​ณจากใจจริงๆค่ะ ❤️


ความคิดเห็น