ว่าจะไปส่องดอยหลวงที่สันป่าเกี๊ยะ รีวิวโดย Titi goaround

ฝันอยากไป trekking ขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมากแต่หาเพื่อนไปไม่ได้ จะไปปีนคนเดียวก็ยังไม่กล้าเพราะต้องไปกางเต้นท์นอนอยู่ข้างบนโน่น เลยหาที่สูงที่อยู่ใกล้ๆ แล้วนั่งมองดอยก็ยังดี ก่อนหน้านี้เห็นนางจากมุมของบ้านระเบียงดาวมาแล้ว คราวนี้อยากเห็นจากมุมสันป่าเกี๊ยะบ้าง สิ่งที่อยากเพิ่มเติมมาคืออยากเห็นนางพญาเสือ

ว่าจะไปส่องดอยหลวงที่สันป่าเกี๊ยะ

ว่าจะไปส่องดอยหลวงที่สันป่าเกี๊ยะ

 วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 15.57 น.

 วันที่เดินทาง 17 ม.ค. 2562

ฝันอยากไป trekking ขึ้นดอยหลวงเชียงดาวมากแต่หาเพื่อนไปไม่ได้ จะไปปีนคนเดียวก็ยังไม่กล้าเพราะต้องไปกางเต้นท์นอนอยู่ข้างบนโน่น เลยหาที่สูงที่อยู่ใกล้ๆ แล้วนั่งมองดอยก็ยังดี ก่อนหน้านี้เห็นนางจากมุมของบ้านระเบียงดาวมาแล้ว คราวนี้อยากเห็นจากมุมสันป่าเกี๊ยะบ้าง สิ่งที่อยากเพิ่มเติมมาคืออยากเห็นนางพญาเสือโคร่งบนสันป่าเกี๊ยะด้วย ทริปในกลางเดือนมกราคมจึงเกิดขึ้น

การขึ้นสันป่าเกี๊ยะต้องใช้โฟร์วิลเท่านั้นและควรไปจองรถของเจ้าถิ่น เอ๊ย! ของคนในพื้นที่เพราะทางเป็นทางดินที่แคบและขรุขระสุดๆ ตลอดทางที่ลุงคนขับพาขึ้นไปพวกเราต้องเอื้อมแขนไปจับที่จับด้านบนตลอดเวลาไม่งั้นร่างอาจจะร่วงจากที่นั่งได้ พอเห็นรถสวนมานี่แทบกลั้นหายใจ คิดไม่ออกว่าลุงจะหลบยังไง แต่ด้วยลุงชินพื้นที่รู้ว่าลักษณะโค้งแต่ละโค้งเป็นยังไง จุดไหนมีที่หลบ การบีบแตรในทุกๆ โค้งจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก พอขึ้นไปถึงข้างบนบอกเลยว่าสุดคุ้ม ตรงสถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะมีดอกไม้เยอะมากคนที่ชอบถ่ายภาพแนว macro นี่ชอบเลย ส่วนดอกซากุระเมืองไทยที่เราอยากมาดูมันยังไม่บานจ๊ะ ถ้าบานคงสวยมากเพราะเห็นมีเป็นแนวไม่แพ้ที่ขุนวางเลยที่สำคัญต้นใหญ่มาก

ตรงสถานีเกษตรนี้ก็มีบ้านพักแต่พวกเราจองไม่ทันเลยต้องไปจองของหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน
แทน สองที่นี้อยู่ไม่ไกลกันมากห่างกันแค่ประมาณ 400 เมตร เดินถึงกันได้ จะว่าไปวิวก็สวยทั้งสองแห่งแต่จะได้มุมสวยที่ต่างกันออกไป ตรงสถานีเกษตรนี้จะมีมุมที่เปิดกว่าเห็นเขาหลวงได้ชัดเจนและเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ แต่ที่หน่วยจัดการน้ำจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกที่งดงาม ลุงคนขับรถปล่อยให้พวกเราเดินเล่นที่ตรงสถานีเกษตรก่อนที่จะพาไปส่งที่หน่วยจัดการต้นน้ำ

พอไปถึงที่พักก็เริ่มค่ำมืดใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า พวกเราแยกย้ายกันอาบน้ำที่ใช้คำว่าแยกได้เพราะเราเช่าบ้านพัก 1 หลัง มันมี 3 ห้องนอน ห้องนอนหนึ่งนอนได้ประมาณ 4 คน แต่เราไปกันแค่สามคน เรียกว่ากระจายตัวยังไงที่นอนก็เหลือ อ่อ! ยังมีห้องรับแขกกว้างๆ พร้อมโซฟาให้นั่งเล่นคุยกันอีก ทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่บอกแล้วแต่จะให้ โอย..โอ๊ย จะดีไปไหน พออาบน้ำเสร็จเวลาถ่ายรูปก็มาถึงพระอาทิตย์ดวงโตกำลังจะลับขอบฟ้า พร้อมกันนั้นแม่บ้านก็มาตั้งตั้งโต๊ะอาหารให้พวกเราที่ระบียง จะบอกว่าอาหารที่ดูง่ายๆ อย่างต้นจืด ผัดผัก ไข่เจียว และน้ำพริกหนุ่ม มันเป็นอาหารที่รสชาติอร่อยมากบวกกับอากาศที่หนาวตอนนั้นอุณหภูมิประมาณ 14 องศา แล้วนั่งกินข้าวที่ระเบียงดูวิวพระอาทิตย์ตกลับทิวเขา สิ่งนี้คือที่สุดของการกินข้าวเลย

เช้าวันถัดมาเราเดินขึ้นเนินเขาไปที่สถานีเกษตรอีกครั้งเพื่อไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นที่มีฉากหลังเป็นดอยหลวง แต่..แต่ หมอกมาบังดอยหลวงมิดเลยค่ะ ไม่ได้ทั้งรูปพระอาทิตย์และดอยหลวง แป่วววว! เอ้าถึงไม่ได้รูปในฝันแต่บรรยากาศรอบตัวก็ยังสวยอยู่ ถ่ายและชื่นชมสิ่งที่มีดีกว่าปล่อยให้ความผิดหวังมาทำลายความงามรอบๆ ตัวไป

พอถ่ายรูปเสร็จก็ยืนมองคนที่กำลังเก็บเต๊นท์และขนของขึ้นรถเตรียมลงเขากันแต่ละคนต่างก็ทำหน้าที่ตัวเอง ที่ดีมากๆ คือไม่มีใครเสียงดังและไม่ทิ้งขยะไว้บนนั้นเลย มันคือที่สุดแล้วของคนที่รักการเที่ยวแล้วเห็นคนที่เที่ยวมีจิตสำนึกแบบนี้ เราเดินลงเนินเขากลับที่พักแล้วถ่ายรูปรอบๆ ที่พักไว้ก่อนที่จะโบกมือลาสันป่าเกี๊ยะ

พวกเราไปตามล่าหาดอกนางพญาเสือโคร่งกันต่อที่ขุนวาง และก็เหมือนกันกับบนดอยค่ะมันยังไม่บาน(ฮ่าๆๆๆ) มองขึ้นไปบนต้นเห็นบานแค่ประมาณ 30 % แต่ไม่เป็นไรถ่ายเจาะเอาเฉพาะส่วนที่บานก็ได้ และที่สำคัญดอกอื่นๆ ก็สวยงามไม่แพ้กัน ที่สำคัญได้เห็นรถของพ่อที่เจ้าหน้าที่จัดแสดงไว้กลางสวนแค่นี้ก็คือที่สุดของชีวิตแล้ว

ความคิดเห็น