เที่ยวเลยเถิด... วังเวียง เวียงจันทน์ 5 วัน 4 คืน รีวิวโดย Tiewloeiterd

สบายดี... ฟังทุกครั้งก็น่ารักเสมอ การเดินทางไปลาวในครั้งนี้ เพราะว่าภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องสื่อสารภาษาไรมาก และอยากเดินทางไปต่างประเทศแต่ไม่ไกลมาก ก็เลยลงเอยที่ลาว เช่นเคยถ้าใครหลายคนได้ติดตามทางเพจ #เที่ยวเลยเถิด เรามักจะเลือกการเดินทางที่ไปทางรถไฟ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราไปที่ลาว เพราะเราเอ

เที่ยวเลยเถิด... วังเวียง เวียงจันทน์ 5 วัน 4 คืน

เที่ยวเลยเถิด... วังเวียง เวียงจันทน์ 5 วัน 4 คืน

 วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เวลา 12.57 น.

 วันที่เดินทาง 20 ธ.ค. 2562

สบายดี... ฟังทุกครั้งก็น่ารักเสมอ การเดินทางไปลาวในครั้งนี้ เพราะว่าภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ต้องสื่อสารภาษาไรมาก และอยากเดินทางไปต่างประเทศแต่ไม่ไกลมาก ก็เลยลงเอยที่ลาว เช่นเคยถ้าใครหลายคนได้ติดตามทางเพจ #เที่ยวเลยเถิด เรามักจะเลือกการเดินทางที่ไปทางรถไฟ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราไปที่ลาว เพราะเราเองเลือกการเดินทางไปหนองคายโดยรถไฟ แล้วต่อรถ บขส. เข้าไปที่วังเวียง การเดินทางโดยรถไฟเป็นการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ นอนกันยาวๆ ซึ่งก็แพลนกันล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน เพราะตั๋วรถไฟเต็มค่อนข้างเร็ว ตั๋วรถไฟต้องไปซื้อที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ก่อนที่จะปริ้นท์ตั๋วออกมาพนักงานจะให้เราตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง



ทริปนี้แพลนของเรา 5 วัน 4 คืน (รวมคืนที่นอนบนรถไฟคืนแรกด้วย)
Day 1: กรุงเทพ - หนองคาย
17.00 น. เจอกันที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
19.00 น. ออกเดินทางโดยรถไฟ "ขบวนด่วนพิเศษ อีสานมรรคา" กรุงเทพ-หนองคาย ขบวนที่ 25 - 26 รถไฟออกตรงเวลาเป๊ะ
บรรยากาศที่ชานชาลา มีป้ายบอกชัดเจน



Day 2: หนองคาย - วังเวียง
06.45 น. ถึงสถานีรถไฟหนองคาย เราตื่นกันตอนตี 5 ล้างหน้า แปรงฟัน เก็บของ เพราะห้องน้ำบนรถไฟสะอาด พอถึงหนองคายจะได้เริ่มเที่ยวได้เลย ถึงปุ๊ปก็ต่อรถ Sky Lab จากสถานีรถไฟหนองคายไปที่ บขส. หนองคาย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที (50 บาท/ คน) ก็จะแชร์ๆ กันคนอื่นๆ ที่นั่งไปด้วยกัน เพราะเราจะไปขึ้นรถเข้าวังเวียงที่ บขส. หนองคาย นั่งรถชมวิว อากาศกำลังดีเลย พอไปถึง บขส.ก็ไปสอบถามที่ห้องขายตั๋วอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เพราะตื่นมาก็ยังไม่ได้ทานข้าวเช้ากันเลย ถามเวลาเสร็จก็ได้เวลาเดินลัดเลาะดูเส้นทาง หาร้านข้าว ร้านกาแฟนั่งและซื้อของใช้เพิ่มเติม เดินกันไปเดินกันมาก็มาลงเอยที่ร้านดวงใจ ตั้งอยู่ด้านหน้าของ บขส.เลย มีทั้งโจ๊ก ไข่กระทะ ชา กาแฟ อร่อยมาก
** ถ้าไม่อยากเดินทางโดยรถไฟ สามารถนั่งรถ บขส. ไปลงหนองคายแล้วต่อไปที่วังเวียงได้เลย ซึ่งรถที่เข้าวังเวียงจะเป็นรถของฝั่งลาวเลย แต่มีจำนวนเที่ยวจำกัด หรือถ้าไม่รีบมากหรือรถหมดก็สามารถนั่งรถบัสเข้าไปวียงจันทน์แล้วซื้อตั๋วเข้าวังเวียงได้ แต่ถ้าบินก็ต้องบินไปลงที่สนามบินอุดรธานีและซื้อตั๋วรถบัสของ บขส. ที่สนามบินได้เลยก็จะประหยัดเวลาในการเดินทาง แนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่ https://www.busticket.in.th/ ทางเราซื้อตั๋วล่วงหน้าเหมือนกัน แต่ขึ้นที่หนองคาย โดยต้องกดจองตามนี้เลย
จังหวัดต้นทาง: หนองคาย
จุดขึ้นรถ: สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.หนองคาย
จังหวัดปลายทาง: หนองคาย
จุดจอด: จุดจอดเมืองวังเวียง
รถมีวันละ 1 เที่ยว ต้นทางของรถฝั่งไทยคือมาจาก จ.อุดรธานีและก็จะมาแวะรับผู้โดยสารที่ บขส.หนองคาย
10.00 น. รถมาถึงแล้วววว ก็มาถึงช้านิดนึง จากนั้นก็ขึ้นรถเตรียมหมอนรองคอให้เรียบร้อย เพราะจากหนองคายไปวังเวียงนั่งกันยาวๆ นั่งไปได้ประมาณ 10 นาที ก็ถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองโดยบนรถจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้พวกเราเตรียมตัวว่าต้องทำอะไรบ้างและเก็บค่าผ่านด่าน คนละ 5 บาท (สำหรับคนไทย) และก็เตรียม Passport และใบผ่านแดน กรอกบนรถให้เรียบร้อย ทุกคนต้องลงจากรถ พร้อมสัมภาระเพื่อเข้าสแกนกระเป๋า ก็จะมีช่องสำหรับคนท้องถิ่นและคนต่างชาติ หลังจากตรวจเรียบร้อยก็ต้องเดินผ่านเข้าไปยังฝั่งลาว ต้องเสียค่า ตม.ลาว คนละ 40 บาท จ่ายเป็นเงินไทยได้ จากนั้นเราก็เข้าห้องน้ำ รถจอดรอฝั่งลาวเรียบร้อย อีกอย่างถ้าจะแลกเงินสามารถแลกตรง ตม. นี้ได้เลย แต่ถ้าคนเยอะ แนะนำให้ไปแลกจุดแวะพัก เพราะจุดนี้รถจะไม่ได้รอนาน คนครบก็ออกเดินทางเลย เดินทางกันยาวๆ (ระยะทางประมาณ 164 กม.) พอเดินทางไปได้ 3 ชั่วโมง จะได้แวะพักกันแล้ว เป็นจุดพักรถทัวร์ จุดนี้ก็แลกเงิน กินข้าวให้เรียบร้อย
จากนั้นเดินทางต่อไปอีกประมาณเกือบๆ 2 ชั่วโมง ถึงแล้ววังเวียง บอกเลยว่าถนนนี่คือสุด คดเคี้ยวสุดพลัง นอนหลับคอเอียง ฟังเพลงกันยาวๆ พอไปถึงวังเวียงเราก็ซื้อตั๋วขากลับไว้ก่อน ซึ่งก็จะมีหลายเส้นทางนะ ใครจะไปหลวงพระบางต่อก็ได้ หรือจะกลับเวียงจันทน์ก่อนก็ได้ พอได้ตั๋วขากลับแล้วก็ต้องขึ้นรถเพื่อเข้าในตัวเมืองวังเวียง (บขส. วังเวียงอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 - 15 นาที) 
16.00 น. พอลงรถในเมืองเสร็จก็เปิด Map จ๊ะ หาโรงแรมที่เราจองกันไว้จาก Agoda ถึงที่พักเก็บสัมภาระให้เรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่น ที่พักของเราอยู่ตรงแม่น้ำซองเลย วิวดีมาก ช่วงเย็นเราเดินหาบริษัททัวร์ท้องถิ่นสำหรับ One Day Trip ซึ่งจะเป็นการจอยกรุ๊ป ดีที่เราไปซื้อทัวร์กันก่อน เอาง่ายๆ คือ เป็นพวกเริ่มแพลนก่อน หลังจากนั้นพี่เจ้าของทัวร์ก็บอกว่า น้องมีคนมาจอยด้วยนะ ค่าทัวร์จะถูกลง ทางเราก็แฮปปรี้มีเพื่อนเที่ยวเพิ่ม

พร้อมขึ้นรถสกายแลปไปที่ บขส.หนองคาย

ร้านอาหารเช้าที่หนองคาย เดินออกมาหน้า บขส. อยู่ด้านขวามือ 

มาแล้ว รถที่เราจะเดินทางไปที่วังเวียง ซึ่งบนรถก็จะมีผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต้นทางอุดรธานี

จุดแวะพักรถ สามารถแลกเงิน กินข้าวเที่ยง ซื้อของกินเล่นได้ที่นี่เลย

ถึงแล้วที่พักของเรา ติดริมแม่น้ำซองเลย ของกินเพียบ

บรรยากาศจากบนโรงแรม


Day 3: One Day Trip (ผาเงิน/ บลูลากูน/ ถ้ำจัง/ สะพานสีส้ม/ พายเรือคายัค 1 ชั่วโมง)
05.30 น. ตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาเงิน ทางขึ้นมืดมากกก ระยะทาง 650 เมตร ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 30 นาที วิวข้างบนสวยมาก
08.00 น. ลงมากจากผาเงิน และเดินทางต่อไปทานข้าวเช้าที่บลูลากูน ตอนที่เราไปถึงด้วยความที่เช้ามากก็จะยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากนัก ก็เลยนั่งเล่น ถ่ายรูป ทางพี่คนขับรถก็จะให้เวลาเราพอสมควร เตรียมเสื้อผ้าไปเล่นน้ำกันได้
10.30 น. ออกจากบลูลากูนเดินทางไปถ่ายรูปที่สะพานสีส้ม และไปที่ถ้ำจัง ซึ่งจะอยู่ที่เดียวกัน
12.00 น. กลับมาทานข้าวเที่ยงที่ร้าน (บริษัททัวร์ที่เราซื้อ One Day Trip) กินข้าวเสร็จก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมโปรแกรมตอนบ่าย จะไปพายเรือคายัค เราสามารถออกแบบโปรแกรมได้
13.00 น. ออกเดินทางไปจุดปล่อยเรือคายัคกัน ถ้ากังวลว่าพายไม่เป็น บอกเลยไม่ต้องกังวัล เพราะมีไกด์สอน และพายประกบตลอด ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เพราะเราเองก็พายวนไป วนมา เข้าฝั่งบ้าง กว่าจะลงตัวเรือก็ล่องไปประมาณครึ่งทางแล้ว ระยะทางการพายเรือประมาณ 5 กม. ใช้เวลาประมาณ​ 1 ชั่วโมง ซึ่งเรือก็จะมาจอดตรงเเม่น้ำซองตรงจุดที่เราพักพอดี จากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อน และออกเดินหาไรกินช่วงเย็น
18.00 น. เดินเล่นที่ตลาดกลางคืนวังเวียง ไปหาของกินกัน ซึ่งตลาดแห่งนี้เปิดทุกวัน

เราใช้บริการบริษัททัวร์นี้ อยู่ข้างๆ โรงแรมของเราเลย ทางลงแม่น้ำซอง พี่เจ้าของใจดีมาก กันเอง ถามได้หมดทุกอย่าง สงสัยตรงไหนยินดีให้คำตอบ ไม่ซื้อไม่เป็นไร เห็นถึงความเป็นกันเองก็เลยใช้บริการพี่เค้าไป รับประกันไม่ผิดหวัง

จุดชมวิวผาเงิน

บรรยากาศก็จะประมาณนี้ ดีมาก ทางเดินค่อนข้างเหนื่อยใช้ได้ ถ้าแพลนจะไปที่นี่ต้องตื่นแต่เช้า เพราะวิวที่จะต้องขึ้นไปดู คือ พระอาทิตย์ขึ้น ขึ้นไปถึงก็เหงื่อเต็มตัวเลยจ้าาาา

บลูลากูน ตอนไปถึงคนยังไม่เยอะมาก รอซักประมาณ 09.00 น. นักท่องเที่ยวก็จะเริ่มทยอยมาเล่นน้ำ ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวเกาหลี

สะพานสีส้ม กับ ถ้ำจังจะอยู่บริเวณเดียวกัน ถ้าจะไปถ้ำจังก็ต้องเดินผ่านสะพานสีส้มก่อน 

พายเรือคายัคกัน บรรยากาศดี สนุกดี พายเรือครั้งแรกในชีวิตแล้วก็รอดถึงฝั่ง อยากไปพายอีกเลย

ตลาด Night Market วังเวียง เปิดทุกวัน ตอนเย็น ก็จะมีนักท่องเที่ยวมาเดินเล่น และมาหาของกิน


Day 4: วังเวียง - เวียงจันทน์ (ประตูชัย/ พระธาตุหลวง/ วัดศรีเมือง/ วัดศรีสะเกษ/ หอพระแก้ว)
ตื่นเช้ามาก็หาของกินแถวโรงแรม ส่วนใหญ่จะเป็นขนมปัง แซนวิช โรตี จะขายคล้ายๆ กันหมดเลย รสชาติก็ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ ราคาไม่แพง และชิ้นใหญ่มาก
08.45 น. ได้เวลารถตู้ที่เราซื้อตั๋วไว้ตั้งแต่มาถึงวังเวียงก็มารับเราที่หน้าโรงแรม หลังจากขึ้นรถทุกคนก็จะต้องกรอกชื่อ นามสกุล และรถตู้จะไปเช็คเวลาเดินทางที่ บขส.วังเวียงอีกรอบ
09.15 น. ออกเดินทางสู่เวียงจันทน์จ้าาาา เดินทางไปได้ประมาณ 1.30 ชม. รถก็จะจอดให้เราแวะพักเข้าห้องน้ำ ซึ่งจะเป็นคนละจุดกับตอนขามา จากนั้นเดินทางต่อกันกับเส้นทางที่คอฟัดคอเหวี่ยง
12.30 น. ถึงแล้วเวียงจันทน์ ลงรถกันแบบ งงๆ ถึงละเหรอ จากนั้นเดินเท้าไปที่พักประมาณ 1.2 กม. เก็บกระเป๋าเดินทาง พร้อมเก็บที่เที่ยวที่เวียงจันทน์ต่อ เพราะเวลาเราน้อย เราเที่ยวที่นี่แบบ Half Day Tour โดยการเหมาสกายแลปเที่ยวกันจ้า โบกและต่อราคากันที่หน้าที่พักเลย เอาราคาที่พอใจ 
18.00 น. เดินเล่นตลาดริมน้ำโขง (Night Market) จากที่พักก็ประมาณ 2 กม. ตลาดริมโขงบรรยากาศเหมือนเมืองไทยเลย ของส่วนใหญ่ก็จะนำเข้ามาจากประเทศไทย หนุ่ม สาว เดินเล่นกันเยอะเลย

อาหารเช้าที่วังเวียง ขนมปัง โรตี ชิ้นใหญ่มาก

รถตู้ที่เราเดินทางจากวังเวียงไปที่เวียงจันทน์ นั่งได้ประมาณ 13 ที่นั่ง ซึ่งคันที่เรานั่งมีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเลย หัวดำ 2 คนถ้วน 555

จุดแวะพักระหว่างเดินทางจากวังเวียงไปเวียงจันทน์

ไปเที่ยววียงจันทน์กันได้เลย เริ่มต้นที่ประตูชัย

พระธาตุหลวง

ที่พักที่วียงจันทน์ Sailomyen Cafe & Hostel


Day 5: เวียงจันทน์ - หนองคาย - กรุงเทพ
06.00 น. ตื่นมาทานอาหารที่ Hostel ได้เวลาเดินเล่นที่แม่น้ำโขง
09.00 น. กลับที่พักเก็บสัมภาระ และเดินไปที่ Central Bus Station (ซื้อตั๋วกลับไปที่หนองคาย) เราเดินกันจากที่พักไปประมาณ 750 เมตร พอไปถึงก็ซื้อตั๋วรถให้เรียบร้อย หาข้าวกิน 
12.40 น. รถออกจาก CBS ตรงตลาดเช้า เดินทางเข้าหนองคาย พอมาถึงด่าน ตม. ก็ต้องลงรถเพื่อตรวจลงตราจากฝั่งลาวเข้ามาฝั่งไทย และแล้วเราก็ถึงไทยแลนด์ จากนั้นก็หาที่ฝากของ ขากลับกรุงเทพ เราซื้อตั๋วนครชัยแอร์ไว้ ก็เลยไปฝากของที่นั่น (มีค่าฝากของด้วย ใบละ 20 บาท) ฝากของเสร็จก็ไปไหว้พระขอพรหลวงพ่อพระใสที่วัดโพธิ์ชัย และไปกินแหนมเนืองเติมพลัง 
22.00 น. ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพ นอนกันยาวๆ แยกย้ายกันพักผ่อน 

อาหารเช้าที่โรงแรมของเรา

ได้เวลาเดินทางเข้าหนองคายแล้ว เดินทางไปซื้อตั๋วรถกัน เที่ยวเวลามีตามนี้เลย

ไปเลยเถิดที่ลาวเป็นอีกทริปที่ประทับใจ อาหารการกินไม่ต้องพูดถึง ส้มตำเนี่ยดีทุกร้าน รสชาติก็จะแตกต่างกันออกไป นัวสุด  ส่วนเรื่องภาษาเข้าใจกันอยู่แล้ว ความมีมิตรไมตรีของผู้คนน่ารัก ส่วนบรรยากาศในวังเวียง หลายๆ คนที่เคยเดินทางไปแล้วจะเห็นเลยว่าคนเกาหลีอยู่ที่วังเวียงเยอะมาก สายเกาหลีต้องไป ถ้าเป็นสายกาแฟตอนนี้ทั้งที่วังเวียงและเวียงจันทน์ร้านกาแฟสไตล์ชิวๆ บรรยากาศดีๆ มีเยอะเลย ต้องไปเดินดูเรื่อยๆ ชอบร้านไหนก็แวะร้านนั้น ทริปนี้กลับมาพร้อมกับประสบการณ์หลายอย่าง และแพลนต่อไปของเรา คือ หลวงพระบาง เมื่อไหร่น้าาาาาน ค่อยว่ากัน อิอิอิ


ค่าใช้จ่าย
ค่ารถ
- รถไฟ กรุงเทพ - หนองคาย 998 บาท
- รถ บขส. หนองคาย - วังเวียง 340 บาท
- นครชัยแอร์ หนองคาย - กรุงเทพ 530 บาท
- รถ บขส. เวียงจันทน์ - หนองคาย 50 บาท (15,000 กีบ)
ที่พัก
- วังเวียง Grandview Riverside Hotel (2 คืน) 1,082 บาท  **ไม่รวมอาหารเช้า**
- เวียงจันทน์ Sailomyen Cafe & Hostel (1 คืน) 640 บาท **รวมอาหารเช้า**
ค่าเข้าชมสถานที่
- ค่าผ่านด่านไทย 5 บาท/ คน
- ค่าผ่านด่านลาว 40 - 50 บาท/ คน
- One Day Trip วังเวียง 600 บาท/ คน (จอยกรุ๊ป 6 คน)
- Half Day Tour เวียงจันทน์ 140,000 กีบ (เหมาสกายแลป)
- ประตูชัย (ขึ้นด้านบน) 3,000 กีบ
- พระธาตุหลวง 10,000 กีบ
- วัดศรีสะเกษ 10,000 กีบ
- หอพระแก้ว 10,000 กีบ

ติดตามเพจได้ที่ Go So Far: เที่ยวเลยเถิด
Link: https://www.facebook.com/tiewloeiterd

ความคิดเห็น