เขาหลวงสุโขทัย ไม่ง่าย รีวิวโดย Tiewloeiterd

#เกินแปดบรรทัดนะ ^^ 🍃 ถ้าพูดถึงเขาหลวงสุโขทัย ข้อมูลในหัวน้อยมาก จังหวะได้ วันหยุดได้มีน้องที่รู้จักโพสต์ในเฟสบุ๊คพอดิบพอดี ทักไปจ้าาาาา พี่ขอจอยด้วย หลังจากคอนเฟิร์มกันเรียบร้อย ก็อ่านรีวิวดูยูทูปวนไป อยากรู้เส้นทางว่าประมาณไหน น้องบอกมาว่า "พี่คะ!! ทางขึ้นเขา 90% ทางราบ 10%" เราก็จะแค่ไหนเชียว‼

เขาหลวงสุโขทัย ไม่ง่าย

เขาหลวงสุโขทัย ไม่ง่าย

 วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 11.30 น.

 วันที่เดินทาง 15 ก.ค. 2563

#เกินแปดบรรทัดนะ ^^

🍃 ถ้าพูดถึงเขาหลวงสุโขทัย ข้อมูลในหัวน้อยมาก จังหวะได้ วันหยุดได้มีน้องที่รู้จักโพสต์ในเฟสบุ๊คพอดิบพอดี ทักไปจ้าาาาา พี่ขอจอยด้วย หลังจากคอนเฟิร์มกันเรียบร้อย ก็อ่านรีวิวดูยูทูปวนไป อยากรู้เส้นทางว่าประมาณไหน น้องบอกมาว่า "พี่คะ!! ทางขึ้นเขา 90% ทางราบ 10%" เราก็จะแค่ไหนเชียว‼

🍃 ก่อนเดินทางวอร์มจ๊ะ วอร์ม วิ่งๆๆ ซ้อมกำลังขา บทเรียนจากภูกระดึงทำให้เราเรียนรู้ว่าวอร์มเพื่อให้ขาชินก่อนขึ้นตอนลงจะได้ไม่ทรมาน ก่อนวันเดินทางก็ตื่นเต้น อยากไปแล้ว พอถึงวันเดินทางนัดหมายออกจากกรุงเทพตอน 3 ทุ่ม ไปถึงที่อำเภอคีรีมาศ ประมาณตี 4 แวะตลาดหาข้าวกินที่ตลาดเช้าหน้าวัดวาลุการาม (วัดโตนด) ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 18 กม.

🍃 พร้อมเดินทางต่อ!!! ไปอุทยานแห่งชาติรามคำแหง พอไปถึงทางเข้าอุทยานฯ ทุกคนต้องลงมาสแกน "ไทยชนะ" และเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ (ช่วงนี้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าอุทยานแห่งชาติทุกแห่งต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอป QueQ ก่อนนะคะ) เพราะมีเรื่องของการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ช่วงนี้ขึ้นไปบนเขาหลวงได้วันละ 140 คน ลงทะเบียนเรียบร้อยก็พร้อมไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ไปถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก็จะมีลานจอดรถให้ทุกคนได้จอดไว้ที่นี่ และมีห้องน้ำสะอาดๆ ให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนขึ้นยอดเขาหลวง

จุดนี้ให้บริการเช่าเต้นท์ ถุงนอน หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อยก็จะได้ใบเสร็จแล้วนำไปรับเต้นท์ด้านบน

อัตราค่าบริการ

🍃 ถึงปุ๊บก็ชุลมุนกับการเตรียมตัวเก็บกระเป๋าใหม่เพื่อขนของขึ้นไปใช้บนเขาหลวง เตรียมไปเต็มที่แบบจัดเต็ม และก็ไปจองเต้นท์ เต้นท์เช่าจากข้างล่างตรงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเลย จ่ายเงินให้เรียบร้อยแล้วนำใบเสร็จไปรับด้านบน ที่สำคัญมาก...อุทยานฯ จะให้กระดาษใบเล็กๆ พร้อมถุงดำให้เรานำขยะลงมาทิ้งด้านล่าง โดยต้องมัดจำเงินไว้ 200 บาท ตอนลงก็ต้องชั่งน้ำหนักขยะพร้อมลายเซ็นเจ้าหน้าที่แล้วนำมาคืนด้านล่างก็จะได้เงินมัดจำคืน

🍃 ความพีคกำลังจะมา... กระเป๋าและสัมภาระที่เราไปวางไว้เพื่อจองคิวลูกหาบ ดันเป็นคิวท้ายๆ และมีพี่เดินมาบอกว่า "น้องๆ ครับ ลูกหาบหมดนะครับ" ต้องเอาของขึ้นไปเองนะ ช็อคคคคค!!! ทำไงหละทีนี้ ไม่มีเวลาให้ทำใจ รื้อของค่าาาา อันไหนไม่จำเป็นขนออกให้หมด จัดระเบียบกระเป๋าใหม่

🍃 และสิ่งที่ต้องเอาขึ้นไปอีกอย่าง คือ น้ำขวด 1.5 ลิตร พี่ก็มาเตือนแล้วว่าให้หิ้วไป 2 ขวด (คนละ 3 ลิตร) พวกเราก็มองหน้ากัน 2 ขวดเลยเหรอ สรุปเอาไปแค่ขวดเดียวน่าจะพอ คิดเอง เออเอง บทเรียนนี้ทำให้รู้ว่า #อะไรที่ผู้ใหญ่บอกควรฟัง 😂 😂

🍃 พอเดินขึ้นไปเรื่อยๆ รู้เลยว่าน้ำเนี่ยสำคัญมาก อีกอย่างให้เตรียมข้าวเที่ยงติดไปด้วยเลย เอาแบบที่ว่าหิวเมื่อไหร่ก็แวะกินตอนนั้นได้เลย ความพีคยังไม่หมดแค่นี้ เจ้าหน้าที่แจ้งมาว่า "ปีนี้สุโขทัยแล้งมากทำให้น้ำบนเขาไม่มี ไม่มีน้ำให้อาบนะคะ" ไหนๆ ก็ตั้งใจมาแล้ว ลุยจ้าาาา ลุยแบบไม่มีอะไรกั้น ก่อนขึ้นตกลงกันแล้วว่าใครรีบไปก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอ

🍃 สตาร์ทขึ้นเขาหลวงที่เวลา 08.00 น. กับระยะทาง 3.7 กิโลเมตร (ตอนขึ้นใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง/ ตอนลงใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ) เดินจากทางเข้าไประยะหนึ่งเห็นทางราบก็ใจชื้นมานิดนึง ผ่านไปไม่ถึง 100 เมตร โอ้โหว!!! เห็นถึงอนาคตเลยจ้า ชันเชียวแหละ เดินไปได้สัก 370 เมตร ความรู้สึกเหมือนเดินได้ประมาณ 1 กิโลเมตร เหนื่อย เหนื่อยมากกก เหงื่อเนี่ยหยดกันติ๊ง ติ๊ง จะถอยก็ไม่ได้ ต้องไปต่ออย่างเดียว
ทางขึ้นยอดเขาหลวง 

ถ้าเป็นช่วงที่มีน้ำ ก็จะมีถังสีเขียวๆ แบบนี้ให้พวกเราได้เติมน้ำกันเรื่อยๆ


🍃 ระหว่างทางก็มีผู้ร่วมเดินทางตลอดเส้นทาง ต่างคนก็ต่างยิ้มให้กัน และตลอดการเดินทางมีนักวิ่งเทรลมาวิ่งอยู่ตลอดเส้นทาง ได้แต่อึ้งและมอง นับถือความอึดของสายเทรลมาก ทางเราหนะเหรอ เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก แวะชมธรรมชาติ ถ่ายรูป ระยะทางเดินขึ้นจะมีจุดให้แวะพักเรื่อยๆ ถ้าใครเคยไปภูกระดึงให้ตัดภาพนั้นไปได้เลย ภูกระดึงจะมีแต่ละซำที่จะมีของขาย เหนื่อยยังมีแวะพักหาของกินได้ แต่ที่นี่ไม่มี ฉะนั้นเตรียมของที่จะกินติดกระเป๋าไปได้เลย ในแต่ละจุดก็จะมีแคร่ให้นั่งพักไล่ตามระดับความสูงตามนี้เลย

〽 ประดู่ใหญ่ 1,000 เมตร กว่าจะถึงบอกเลยแวะพักไป 5 รอบได้ หอบจ้าาาาา

〽 มออีหก 1,400 เมตร

〽 จุดชมวิว 1,600 เมตร แวะถ่ายรูปสวยๆ ได้ มีที่ให้นั่งพัก

〽 ตะเคียนคู่ 1,950 เมตร ต้นตะเคียนที่ใหญ่มากกกกกก

〽 น้ำดิบผามะหาด 2,320 เมตร

〽 ชานเบิกไพร 2,700 เมตร

〽 ไทรงาม 3,000 เมตร แวะถ่ายรูปต้นไทรใหญ่ๆ

〽 ปล่องนางนาค 3,320 เมตร

〽 พระยาแล่นเรือ 3,520 เมตร จุดนี้จะมีทางราบให้เดินแปปนึง และจะเป็นจุดที่เป็นทางชันสุดท้ายก่อนจะถึงที่พัก

〽 ค่ายพักแรม 3,720 เมตร จุดกางเต้นท์ของเรา

🍃 ระยะทางสำหรับเราถือว่ายากพอสมควร ทางชัน เดินขึ้นอย่างเดียวเลย พอไปถึงจุดสุดท้ายที่จะถึงค่ายพักแรมเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แรงที่มีอยู่ใส่เต็มให้ถึงข้างบนค่ายพักแรม ในที่สุดก็ถึงแล้ววววววววว โคตรดีใจเลย ใช้เวลาไป 4 ชั่วโมงกว่าๆ และก็เดินไปหาน้องๆ เพื่อนๆ ที่ถึงก่อน ที่ไปเอาเต้นท์รอแล้ว พร้อมเสียงปรบมือ เราจำโมเม้นต์นี้ได้ แบบโอ้ยยย น้ำตาจะไหล และก็มีน้องๆ อีก 2 คนยังขึ้นมาไม่ถึงพวกเราก็นั่งรอที่เต้นท์ จนขึ้นมากันครบด้วยเสียงปรบมือจากเพื่อนๆ ทุกคน ❤
แผนที่การเดินทางของเราถ่ายไว้ เปิด Map ดูไปเรื่อยๆ

ระหว่างการเดินขึ้นเขาหลวงก็จะมีป้ายให้เราได้ศึกษาธรรมชาติ และดูว่าเราเดินถึงไหนแล้ว

ทางขึ้นจุดสุดท้ายก่อนจะถึงค่ายพักแรม ใช้ใจพยุงตัวเองขึ้นไป

ถึงแล้วววว

จุดให้บริการนักท่องเที่ยว ถ้าจะซื้อน้ำ ซื้อขนมก็ตรงนี้เลย 

ระยะทางเหมือนไม่ไกล แต่รู้สึกไกลมาก 5555

แผนที่เดินเท้าท่องเที่ยวบนยอดเขาหลวง

หน้าตาอาหารกลางวันที่ต้องติดขึ้นไปด้วย

และนี่ก็อาหารเย็นของเรา

เตรียมตัวเตรียมใจ

🎗 สัญญาณอินเทอร์เน็ต มีสัญญาณอ่อนๆ บางจุด แต่ส่วนใหญ่ไม่มีสัญญาณนะ + ปลั๊กไฟมีแชร์ๆ กันตรงที่ทำการตรงค่ายพักแรม แต่ปลั๊กน้อยเตรียม Power Bank ไปให้พอ

🎗 น้ำเปล่ามีขาย แต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวต้องการเยอะๆ อาจจะหมด ฉะนั้นเอาขึ้นไปให้พอไปเลย น้ำเปล่าขวดละ 30 บาท (ขวดเล็ก) ตามความสูงราคานี้ถือว่าไม่แพงเลยเอาจริง ถ้าอ่านตามรีวิวจะมีเขียนบอกว่ามีจุดให้เติมน้ำได้ ถังน้ำมีให้จริง แต่อย่างที่บอกว่าช่วงนี้แล้งหนัก น้ำไม่มีนะจ๊ะ เตรียมไปได้ เตรียมไป

🎗 ห้องน้ำ มีแยกชาย-หญิง แต่อย่างที่บอกไปว่าช่วงฤดูแล้งก็ต้องเข้าใจว่าน้ำอาจจะไม่ไหลในบางช่วงสามารถเข้าไปเช็คได้ที่เพจขออุทยานฯ ได้ จะมีข่าวแจ้งอยู่เรื่อยๆ

🎗 อาหาร+ของกิน ขนมมีขายนิดหน่อย ร้านขายของเล็กๆ บนเขาหลวง แต่ถ้าเป็นอาหารจริงจัง อาหารเย็น อาหารเช้า ต้องเตรียมขึ้นไปทำกินกันเองนะแบบปิคนิค เตาแก๊สปิคนิคมีให้เช่า แต่ถ้าคนใช้เยอะก็อาจจะไม่พอ เตรียมไปทำอาหารเองดีที่สุด

🎗 รองเท้า จริงๆ ใส่แบบไหนก็ได้แหละ เอาที่คิดว่าใส่สบายที่สุด ไม่กัด เอาแบบหนึบๆ ตอนขึ้นไม่เท่าไหร่ เอาที่ตอนลงเบรกให้อยู่ละกัน เขาหลวงตอนขึ้นกับตอนลงยากคนละแบบ ตอนลงนี่ทำเอาขาสั่นเหมือนกัน

🎗 ลูกหาบ มีจำกัด จะมีเยอะเฉพาะช่วงเสาร์-อาทิตย์ เพราะพี่แต่ละคนจะเอาของขึ้นไปเยอะมากไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดของเส้นทางที่เป็นทางแคบๆ ด้วย

เขาหลวงทำให้เรารู้ว่า...

🔖 #ได้หยุดคุยกันตัวเอง ฟังเสียงธรรมชาติ เดินไป ถ่ายรูปไป เสียงนก เสียงไม้ไผ่ ธรรมชาติสองข้างทางเดินทำให้เราได้อยู่นิ่งๆ และการตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตชั่วคราวทำให้เราได้รู้จักเพื่อนร่วมเดินทางมากขึ้น ถือว่าเป็นการ Social Media Detox ที่ดีมาก

🔖 #อยู่ที่ใจ เพราะถ้าใจไม่สู้ก็ไปไม่ถึงแน่นอน ระยะทางกับใจต้องไปด้วยกัน ตอนขึ้นเห็นแค่ทางขึ้น แต่พอตอนลงมองขึ้นไปแล้วแบบ นี่เป็นทางที่เราเดินขึ้นมากันเหรอ ทำกันไปได้ยังไง

🔖 #ธรรมชาติบำบัด ที่เค้าว่าเป็นเรื่องจริง ขึ้นไปด้านบนแล้วบอกเลยว่าวิวที่นี่สุดยอดมาก สวยมาก ภาพพาโนราม่าที่ต้องเห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น

🔖 #หลงรักการเดินเขาไปซะแล้ว ถามว่าเข็ดไหม ตอบเลยว่า ม่ายยยย ยิ่งไปเจออะไรที่ยาก ยิ่งท้าทาย ยิ่งสนุก

🔖 ทริปหน้าขอให้ขาหายดีก่อน ตอนนี้ถอยหลังลงบันไดมาหลายวันละ 555 ทริปหน้าค่อยว่ากันใหม่ ทริปนี้ขอบคุณ #เพื่อนร่วมทางทุกคนและมิตรภาพระหว่างการเดินทาง เลิฟๆ จ้า

ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/tiewloeiterd

ความคิดเห็น