ตะลุยคิวชูเหนือ - Day3 Karatsu รีวิวโดย Voravud Santiraveewan

มาถึงวันที่สามกันแล้ว วันนี้เราจะไปเที่ยวเมือง Karatsu กัน โดยนั่งรถไฟจากสถานี Hakata ไปลงที่สถานี Karatsu ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆ จากนั้นต้องต่อรถบัสไปอีกคนละ 750เยน ตอนแรกก้อนึกว่านั่งรถบัสไปไม่ไกล แต่พอนั่งแล้วเฮ้ย ไกลอยู่นะเนี่ย ตามมาดูกันครับว่าเมือง Karatsu มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ถึงแล้ว Yobuko Mo

ตะลุยคิวชูเหนือ - Day3 Karatsu

ตะลุยคิวชูเหนือ - Day3 Karatsu

 วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 13.30 น.

 วันที่เดินทาง 17 พ.ย. 2564

มาถึงวันที่สามกันแล้ว วันนี้เราจะไปเที่ยวเมือง Karatsu กัน โดยนั่งรถไฟจากสถานี Hakata ไปลงที่สถานี Karatsu ใช้เวลาชั่วโมงเศษๆ จากนั้นต้องต่อรถบัสไปอีกคนละ 750เยน ตอนแรกก้อนึกว่านั่งรถบัสไปไม่ไกล แต่พอนั่งแล้วเฮ้ย ไกลอยู่นะเนี่ย ตามมาดูกันครับว่าเมือง Karatsu มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

ถึงแล้ว Yobuko Morning Market ถึงจะได้ชื่อว่า Morning Market แต่เห็นว่าเปิดถึงเที่ยงโน่นแหน่ะ ทริปนี้ไปถึงประมาณ 9 โมงกว่าๆได้ นอกจากตลาดแล้วยังมีบริการล่องเริอเที่ยวด้วย ที่ท่าเรือ Yobuko ข้างๆ โดยจะมีเรือสองลำสลับกันออก เรือลำนึงจะพาไปเที่ยวเกาะ อีกลำจะเป็นเรือท้องกระจก ใช้เวลาค่อนข้างเยอะ แล้วค่าตั๋วราคาสูงเอาเรื่อง เลยเดินไปหาอะไรหม่ำๆแทนดีกว่า

พอเห็นป้ายทางเข้าตะกี๊แล้ว ก้อเดินช๊อปได้เลย ตลาด Yobuko ใหญ่ติด 1 ใน 3 ของตลาดเช้าในประเทศญี่ปุ่น ยาวประมาณ 200 เมตร เต็มไปด้วยแผงขายอาหารทะเลสดๆ อาหารแปรรูป ผัก และดอกไม้ให้เลือกซื้อ

เอ๊ะ เห็นอะไรหมุนๆอยู่ไวๆ เดินเข้าไปดูใกล้ๆปรากฎว่าเป็นเครื่องประมาณว่าตากปลาหมึกให้แห้ง แต่ทำให้มันหมุนๆกันแมลงวัน เออ แปลกดี ไม่รู้บ้านเรามีแบบนี้บ้างป่าว

เดินๆไป เจอปลาหมึกอีกล่ะ เพราะว่าที่นี่เค้าขึ้นชื่อเรื่องปลาหมึก เลยมีปลาหมึก และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับปลาหมึกขายเต็มไปหมดเลย

ถึงปลาหมึกจะเป็นของขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของตลาด Yobuko แต่ของทะเลอื่นๆก้อมีขายเยอะแยะไปหมด เช่นปลาประเภทต่างๆ หอยซาซาเอะ อย่างร้านนี้ก้อเอาปลาตัวเล็กๆมาเสียบไม้ขาย

เดินๆไปเจออะไรแปลกๆ ลักษณะเหมือนปลา หรือเปล่า หรือตัวอะไรก้อไม่รู้ ได้ความว่าเอาไว้โรยข้าวกิน มี 3 แบบ 3 รส เค้าให้ชิมด้วย หลังจากลองชิมดู โอ้ยยยยย มันอร่อยมากๆ สรุปแล้วสมาชิกโดนกันไปคนละถุงสองถุงเอากลับมากินที่เมืองไทย

หลายๆร้านจะขายของสด ไม่มีทำเป็นอาหารให้ เดินๆไปเริ่มหิว มาเจอร้านส้มๆนี่ มีขายของกินอยู่ เลยรีบเดินเข้าไปไม่รอช้า จริงๆคือกำลังเดินหาของขึ้นชื่ออีกอย่าง ที่มาถึงตลาด Yobuko แล้วต้องกินให้ได้ ก้อมาซื้อกินที่ร้านนี้แหละ

นี่เลย ขนมจีบปลาหมึก ที่บ้านเราไม่มีเลยต้องลองสักหน่อย ลักษณะเป็นก้อนกลมๆ มีเส้นๆสีขาวเกาะติดอยู่บนผิวขนมจีบ ก้อเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากปลาหมึก จิ้มโชยุ แล้วลองชิมดู โอยยยย อร่อยอีกแล้ว อร่อยไปหมดทุกอย่างเลย ปลาหมึกไม่ได้มีกลิ่นคาวแรงๆแบบของบ้านเรามันหอมหวลนุ่มละมุนลิ้นเอามากๆ เอาเป็นว่าห้ามพลาด!!!!

จริงๆตั้งใจจะกินแต่ขนมจีบ แต่เห็นคนซื้อเจ้านี่กันเยอะ เลยขอบ้าง น่าจะเป็นขนมเซมเบ้ปลาหมึก คือเค้าเอาปลาหมึกทั้งตัว ไปกดทับกับแป้ง แล้วกดซ้ำไปซ้ำมาจนแบน ชิ้นใหญ่มากกกกกกกกกกก รสชาติแป้งก้อจะเค็มๆกรอบๆนิดนึง กินยากหน่อยเพราะปลาหมึกเหนียวหน่อยกัดยากอยู่ แต่รสชาติอร่อยมากกกกก แป้งกรอบๆเค็มๆเข้ากับปลาหมึกสุดๆ

แล้วก้อมาถึงทีเด็ดของวันนี้ เรามากินข้าวกลางวันกันที่ร้าน Ikahonke ซึ่งอยู่แถวๆ Yobuko Morning Market นั่นเอง โดยของขึ้นชื่อที่นี่จะเป็นปลาหมึกใส ซึ่งจับได้จากทะเลเกนไค (Genkai) ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมือง Saga นี่เอง Setปลาหมึกใสราคา 2,500 เยน จะมีอาหารในถาด กับปลาหมึกมาให้ 1 ตัว

ดูกันชัดๆกับปลาหมึกใส เนื้อมันจะใสๆหน่อยๆ มองเห็นทะลุได้ เค้าจะนำมาเสริฟแบบซาซิมิ มาแบบสดมากๆ ปลาหมึกยังดิ้นดุ๊กดิ๊กได้อยู่เลย คนเสริฟจะสอนวิธีทาน คือเค้าจะตัดหนวดปลาหมึกเป็นคำๆใส่ถ้วยน้ำจิ้ม แล้วราดโชยุ หนวดปลาหมึกก้อจะขยับดุ๊กดิ๊กๆ น่ากลัวอยู่ แต่มาถึงแล้วก้อต้องลองหน่อย ปกติเวลาเรากินปลาหมึกบ้านเราจะมีกลิ่นคาวๆปลาหมึกอยู่หน่อยๆ เหนียวๆ แต่ปลาหมึกใสพอเอาเข้าปากไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่นิดเดียว รสชาติหวานอร่อยสุดๆ เนื้อนิ่มจนแทบละลาย เนื่องด้วยมันสดจัด หนวดปลาหมึกก้อจะดูดๆในปากเรานิดนึงนะ แต่อร่อยมากจริงๆ confirm ใครไป Karatsu ถ้าไม่ได้กินปลาหมึกใสนี่ ถือว่าไปไม่ถึงจริงๆ

จานนี้เป็นหอยซาซาเอะ เป็นอาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของ Karatsu ลักษณะจะคล้ายๆหอยตาวัวบ้านเรา ลักษณะเป็นหอยฝาเดียว มีหนามที่เปลือกม้วนๆขึ้นไป นิยมเอามาย่างกิน รสสัมผัสนั้นจะไม่นุ่มเหมือนหอยอื่นๆ แต่ออกจะแข็งๆกรุบๆ เหมือนเคี้ยวกระดูกหมูอ่อนๆ รสชาติจะออกติดขมนิดๆ แปลกๆดี หอยซาซาเอะยังมีตำนานของมันด้วยว่า หากหอยตัวไหนอายุยืนผิดธรรมชาติจะกลายเป็นปีศาจแห่งท้องทะเล ชอบแกล้งแปลงตัวเป็นสาวสวยขอความช่วยเหลือในทะเล หลอกชาวประมงให้ช่วยขึ้นเรือ และตอบแทนด้วยการหลับนอนด้วย เมื่อหนุ่มชาวประมงเผลอก็จะกัดอัณฑะให้ขาดแล้วหนีลงทะเลไป อัณฑะที่ขาดไปจะกลายเป็นไข่มุก เป็นสมบัติของปีศาจหอยซาซาเอะสืบไป

มาถึงเมนูของแปลก ซาซิมิเนื้อปลาวาฬ เนื้อมันจะรสชาติแปลกๆหน่อยนะ ใครอยากลองในไทยเห็นมีขายหลายร้านอยู่ ไปลองได้

ในชุดปลาหมึกใสมีขนมจีบปลาหมึกใส่เข่งมาอย่างดีให้ด้วย จริงๆไม่ต้องกินที่ตลาดมากินที่นี่ก้อได้ เหมือนๆกัน แต่กินที่ตลาดจะได้บรรยากาศมากกว่า

ปลาหมึกใสพอเรากินไปสักพักจะเหลือแต่ส่วนหัว ทางร้านก้อจะมาหยิบไปทำเป็นเทมปุระให้ ตอนแรกก้อนึกว่าจะสู้กินแบบซาซิมิไม่ได้ แต่ไม่ใช่เลย อร่อยมากๆ กรุบๆกรอบๆ พอหม่ำกันจนอิ่มแล้ว ก้อได้เวลาไปเที่ยวกันต่อช่วงบ่ายครับ ช่วงเช้านี่เรียกได้ว่ามาเพื่อกินอย่างเดียวเลย 55555555

ช่วงบ่ายเราจะไปเที่ยวปราสาท Karatsu ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมือง Karatsu โดยนั่งรถเมล์จากตลาด Yuboku ตรงไปยังปราสาทเลย แต่เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปลงอีกป้าย เดินไกลหน่อยแต่ได้เดินข้ามสะพาน Jonai ด้วย นั่งรถเมล์ไปประมาณครึ่งชมก้อถึง

เมื่อรถจอดแล้ว เดินมาไม่ไกลจะเห็นสะพาน Jonai อยู่ ที่เห็นลิบๆอีกฝากของแม่น้ำคือปราสาท Karatsu นั่นเอง กลับมาถึงเมืองไทยแล้วเพิ่งรู้ว่า มุมนี้เป็นมุมมหาชนที่ช่างภาพนิยมไปถ่ายรูปกัน

สะพาน Jonai เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำ มัตสึอุระ (Matsuura) ไปยังสวน Maizuru Seaside Park ซึ่งปราสาท Karatsu ก้อตั้งอยู่ในพื้นที่ของสวนนี้นั่นเอง บริเวณราวสะพานจะทำเป็นไม้ทั้งหมด สวยงามมากๆเลย เดินเพลินๆแป๊ปเดียวก้อถึงอีกฟากล่ะ

วิวปราสาท Karatsu บนเนินเขา เมื่อมองจากไกลๆ ปราสาทแห่งนี้ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า Maizuru Castle หรือปราสาทนกกระเรียนร่ายรำนั่นเอง เนื่องจากตัวปราสาทมีลักษณะคล้ายกับนกที่กำลังสยายปีก มองดูกันออกไหมครับ

ทางเดินขึ้นไปชมปราสาท Karatsu เห็นแล้วใจละลายเลย กับใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งสีเขียว สีเหลือง สีแดง สวยมากๆเลย ระหว่างที่เดินไปลมพัดโชยมาใบไม้สีแดงๆร่วงหล่นลงมาต่อหน้า อย่างกับฉากในหนังยังไงอย่างงั้นเลย ถ้าใครเดินไม่ไหว มีลิฟท์บริการนะครับ แต่เสียเงิน ค่อยๆมาเดินทางนี้ดีกว่าเยอะ

ปราสาท Karatsu สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1602 โดย Terasawa Hirotaka ไดเมียวผู้ปกครองเมือง Karatsu คนแรก ต่อมาปราสาทได้ถูกทำลายลงในสมัยยุคฟื้นฟูเมจิ และได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปี 1966 โดยสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมเดิมทั้งหมด

ปราสาท Karatsu ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าว Karatsu โดยชั้นบนสุดของปราสาทสามารถมองเห็นวิวทะเลและเมืองได้อย่างชัดเจนสวยงามมากๆ

ปราสาท Karatsu มีทั้งหมดด้วยกัน 5 ชั้น โดยด้านในจะเป็นพิพิฑภัณฑ์แสดงโชว์ประวัติต่างๆ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่ยังหลงเหลืออยู่ถึงปัจจุบัน เช่น ตำรา หนังสือ ชุดเกราะ ถ้วยชามต่างๆ

ลานด้านหน้าปราสาท Karatsu ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม บรรยากาศดี และเป็นจุดถ่ายรูปอีกด้วย

ปราสาท Karatsu เสียค่าเข้า 410 เยน เดินเข้ามาปุ๊ปจะเจอท่อนไม้ขนาดใหญ่วางโขว์อยู่ เป็นท่อนไม้เก่าแก่โบราณเลย ลองนับดูจากวงปีของต้นไม้ดูได้

จากปราสาท Karatsu ชั้นบนสุด จะเห็นวิวเมืองได้โดยรอบ ด้านนี้จะเป็นวิวบ้านเรือน มีแม่น้ำไหลผ่านตรงกลาง และมีวิวภูเขาอยู่ลิบๆ สวยงามมากๆ

จากปราสาท Karatsu ชั้นบนสุด จะเห็นวิวเมืองได้โดยรอบ ด้านนี้จะเป็นวิวของอ่าว Karatsu จะเห็นสะพานข้ามแม่น้ำ และทะเลสวยๆได้ อากาศที่ญี่ปุ่นนี่แปลก เมื่อกี๊ตอนมาฟ้ายังใสๆ แต่พอจะกลับฝนดันตกลงมาได้ เลยถ่ายรูปได้ไม่เยอะ นั่งรถบัสกลับไปยังสถานี Karatsu และกลับไปพักแถวๆสถานี Hakata

ช่วงที่ไปเป็นช่วงปลายปี สถานี Hakata จึงมีการตกแต่งประดับไฟสวยงาม เทียบกับการประดับไฟที่สถานี Nagasaki แล้ว ของที่ Hakata สวยกว่ากันเยอะมากๆ เพราะสถานี Hakata เป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อไปยังเมืองต่างๆทั่วคิวชูนั่นเอง

ต้นคริสมาสต์หน้าสถานี Hakata สวยสุดๆ นอกจากการประดับไฟแล้ว ลานหน้าสถานี Hakata ยังมีการจัด Christmas Market ด้วย มีเวทีแสดงดนตรี และมีบู๊ทขายของกิน คนเยอะแยะเชียว เดินกันเพลินเลยครับ

ให้ชมบรรยากาศหน้าสถานี Hakata กันอีกสักภาพ ก่อนที่จะรีบกลับโรงแรมไปนอน เพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้าย้ายที่เที่ยวที่นอนไปอีกเมืองครับ


ติดตามกันต่อได้ที่

https://www.facebook.com/TravelofSalaryMan/

https://www.facebook.com/voravuds

ความคิดเห็น