ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนา ของเมืองไทย รีวิวโดย ถ่ายไปเที่ยวไป

เราออกเดินทางช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนเที่ยง เราขับรถออกจากกรุงเทพฯมุ่งสู่พหลโยธินผ่ายดอนเมืองออกรังสิต และเลี้ยวขวาเข้าสายที่1 เพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวจังหวัดสระบุรี และขับตามถนนสาย21 เพื่อมุ่งหน้าเข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อเลยตัวจังหวัดมาสักระยะก็เลี้ยวซ้า

ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนา ของเมืองไทย

ทุ่งแสลงหลวง ผืนป่าสะวันนา ของเมืองไทย

 วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 20.27 น.

 วันที่เดินทาง 25 ก.ค. 2563

เราออกเดินทางช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อนเที่ยง เราขับรถออกจากกรุงเทพฯมุ่งสู่พหลโยธินผ่ายดอนเมืองออกรังสิต และเลี้ยวขวาเข้าสายที่1 เพื่อมุ่งหน้าสู่ตัวจังหวัดสระบุรี และขับตามถนนสาย21 เพื่อมุ่งหน้าเข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อเลยตัวจังหวัดมาสักระยะก็เลี้ยวซ้ายที่ถนน 2258 ทางไปเขาค้อ และขับไปตามทางถนนสายนี้เรื่อยๆ รักษาตำแหน่งปลายทางเอาไว้นั่นก็คือ หนองแม่นาโฮมสเตย์ 16.560747, 100.893256

ลุงพงษ์ ประธานชุมชนคนรักป่าหนองแม่นา และประธานชุมชนฯ ออกมาต้อนรับเราไม่ทันเพราะมัวแต่ไปส่งไปรษณีย์ให้ลูกบ้าน (555+) ยังดีน้องเอ็ม สุพัตรา ตุ้มคำ (ลูกสาวลุงพงษ์) อยู่บ้านเพราะมัวแต่ล้างห้องน้ำและทำความสะอาดบ้านคอยต้อนรับพวกเรา และก่อนมาลุงบอกมาว่าให้มานอนบ้านฟรีๆลุงไม่คิดตัง แต่ลุงอยากกินอาหารทะเล เราเลยจัดกุ้งกับปลาหมึกไปให้หลายกิโล และกลัวเน่าด้วยเพราะต้องเอากุ้งปลาหมึกแช่น้ำแข็งในลังโฟมรั่วๆ เก่าๆของเรา


พอมาถึงเราก็พักเหนื่อยที่โฮมสเตย์บ้านลุงพงษ์เนี่ยะแหล่ะ มีเงาะสดๆกำลังกินออกเต็มต้น เราเลยสอยมากินกันอย่างสะใจและไม่เกรงใจลุงเลยนะฮะ ก่อนจะไปหาอะไรถ่ายรูปกันที่ ที่ทำการอุทยานฯทุ่งแสลงหลวง และรอช่วง 3-4 โมงเย็นพวกเราก็กลับมาทานกับข้าวพื้นบ้าน และอาหารทะเลกันอย่างอร่อยเมามันส์ ทริปนี้ก็แค่อยากตามเก็บหางดาบปีกโค้ง ,ผีเสื้อเจ้าหญิงคาลิโดเนีย ก็แค่นั้น 555 (ถ้าโชคเข้าข้างนะ)

พอสัก4โมงเศษๆฝนก็กระหน่ำลงมาอย่างแรง เราเลยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตก ก็เลยนั่งกินต่อไปสักพัก เกือบๆจะ6โมงเย็นฝนหยุดตกฮะ... เราเลยเก็บกล้องบึ่งรถไปอย่างรวดเร็วที่จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ ถ้าด้านบนที่จอดรถเต็ม นักท่องเที่ยวจะต้องจอดกันด้านล่างและรอขึ้นรถกะบะคนละ 10บาท (ขึ้น-ลง) แต่ต้องรอคิวนะแต่ใครอยากเดินขึ้นก็ตามสบายฮะ เราขอบายเพราะทางชันมากๆ

เช้าวันที่2, 26 กรกฎาคม 2563 วางแผนจะไปจุดชมวิวดุสิตา และต่อด้วยการหาถ่ายผีเสื้อเทพๆ แถวๆระหว่างทางเข้าที่ทำการฯ และในแก่งบางระจัน แต่อยากจะบอกว่า...พวกเรากินแห้วตั้งแต่เช้า อันดับแรกจุดชมวิวดุสิตาเข้าไม่ถึงเพราะไปเจอรถติดหล่มขวางทางอยู่ อันดับที่สองผีเสื้อที่ทำการฯก็มีแต่ผีเสื้อพื้นๆ ส่วนที่แก่งบางระจันก็เงียบสนิท (พวกเราไม่ได้ขึ้นเรือไปด้านในแก่งบางระจันนะ) ถ้าไปก็มีสิทธ์ได้ผีเสื้อดีๆอยู่แต่ก็กลัวฝนจะลงหนักเนื่องจากอากาศวันนี้ทั้งวันไม่เป็นใจเลยสักนิด

เราเลยขับรถไปทุ่งกังหัน (ไร่GBเขาค้อ) ปรากฎว่านักท่องเที่ยวก็เยอะตามสไตล์วันหยุดยาว ค่าที่จอดรถ 10 บาท ค่าเข้าไร่GB ก็คนละ10บาท สถานที่ข้างในก็เป็นสวนดอกไม้ท่ามกลางสายหมอก นี่ขนาด10โมงกว่าๆแล้วยังมีหมอกอยู่เลยอาจเป็นเพราะว่าฝนเมื่อวานเย็นนี้ที่ตกหนักมาก อากาศเช้าของวันนี้เลยเย็นสบายหมอกเยอะเหมาะกับการไปพักผ่อนมากๆ ตรงนี้เราได้ผีเสื้อหางติ่งแววเลือน มา1ชนิด ก็ถือว่าได้ย้อมใจนิดหน่อย

เช้าวันที่3, 27 กรกฎาคม 2563 เดินทางกลับแล้ว ก่อนกลับก็จะไปถ่ายวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วสวยๆ แล้วก็ค่อยเดินทางกลับ ที่ไหนได้ไปถึงวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว 6โมงเช้า คนหยั่งกับหนอนจริงๆ เลยบอกเพื่อนว่าไม่ต้องหาที่จอดหรอกเพราะคงไม่มีที่จอดแน่ๆเลย สู้ไปหามุมถ่ายพระธาตุฯไกลๆน่าจะดีกว่า เราเลยขับออกมาจอดรถถ่ายตรงร้านกาแฟสวัสดิการ อุทยานแห่งชาติเขาค้อ 16.776898, 101.067275 ได้มุมสวยถ่ายสบาย แต่อสจต้องใช้ช่วงเทเล 500mm.ถ่ายน่าจะกำลังดี

จริงๆขากลับก็ถ่ายไล่เก็บเบี้ยริมทางมาเรื่อยเปื่อยไม่มีสาระหรือ จุดเด่นอะไรมากมายเพราะอากาศก็ร้อน รูปที่ได้ก็ไม่ค่อยสวยแต่ก็มีที่นี่ เขาคลังนอก เมืองศรีเทพ ที่พอจะดูได้นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แวะเลยเข้าไปที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ นะเพราะเวลาก็ไม่ค่อยมี เอาไว้โอกาสหน้าค่อยไปใหม่อีกสักครั้ง... สรุปส่งท้ายเราขอปรบมือและไว้อาลัยให้กับทริปแห้วๆของเราในครั้งนี้ด้วย ครั้งหน้าขออย่าให้เป็นเช่นนี้อีกเลย สาธุ

ความคิดเห็น