เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 3) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 3) highlight: Fort Siloso Sky Walk --------------------------------------------------------------------------------- จากตอนที่แล้ว [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2)] ที่เราวายป่วงกันมาพอสมควร เราก็มาถึงกันที่ Fort siloso skywalk กันจนได้

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 3)

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 3)

 วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 14.52 น.

 วันที่เดินทาง 26 ต.ค. 2562

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 3)

highlight:

  • Fort Siloso Sky Walk

---------------------------------------------------------------------------------

จากตอนที่แล้ว [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2)] ที่เราวายป่วงกันมาพอสมควร เราก็มาถึงกันที่ Fort siloso skywalk กันจนได้ เย้ ^^ เห็นเสาเขียวๆ สูงๆ อยู่ไกลๆ เราก็ใจชื้นมากแล้วว 

บอกก่อนเลยว่าเหตุผลที่เราเลือกมาที่นี่เพราะเราเป็นคนที่ชอบประวัติศาสตร์ ความเก่า สตอรี่ต่างๆ สถาปัตยกรรมอะไรต่างๆ บวกกับการที่เราไปสิงคโปร์กันวันเสาร์อาทิตย์ (ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง 55555) ที่ทุกสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ จะอุดมไปด้วยคน คน คน และคนนนน เราก็เลยมองหาว่าสถานที่ไหนน้าาาาา ที่จะมีคนน้อยๆ แล้วเราก็ต้องชอบที่จะไปด้วย ก็เลยมาลงกันที่ Fort siloso sentosa แห่งนี้นี่เองง

ซึ่ง Fort siloso เนี่ยคือ พิพิธภัณฑ์ป้อมชายฝั่งจากสงครามโลกครั้งที่ 2 (WWII นั่นแหละแกรร) ความน่าตื่นเต้นสำหรับเราก็คือว่าที่เมืองไทยเราจะไม่ค่อยเจอพิพิธภัณฑ์อะไรแบบนี้เท่าไหร่ แต่ที่สิงคโปร์เราจะพบได้เกือบทั่วทั้งเกาะสิงคโปร์เลยทีเดียว เพราะในสมัยก่อนนั้นสิงคโปร์เคยเป็นป้อมรักษาดินแดนของชนชาติอังกฤษ ดังนั้นมันก็จะมีกลิ่นอายสงครามจางๆ ที่คนรุ่นใหม่มองข้ามกันไป

แล้วพอเราดูรีวิวคือเราชอบม๊ากกกกกก มีทั้งป้อมปราการ มีทั้งอุโมงค์ มีทั้งประวัติศาสตร์ โห้วววววคือน่าตื่นเต้นสุดๆ แถมความดีงามพระรามแปดคือที่นี่เข้าฟรีจ้าาาาา >////<

ระหว่างทางที่เราเดินกันมาก็ไม่ได้เงียบเหงาสะทีเดียว เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวเดินตามๆ กันมาด้วยเหมือนกัน เราคิดว่าน่าจะดังในหมู่คนต่างชาติแต่คงไม่ดังในหมู่คนไทย พอเรามาถึงฐานของเสาเราก็จะเจอกับป้าย Fort siloso sentosa เรามาถูกที่แล้วพี่น้องงง >///<

ซึ่งพอเรามาถึงจริงๆ มันเป็นสถานที่ที่เงียบมากๆ ไม่มีคน ไม่มีใครเลย ทั้งๆ ที่ตอนนี้เวลาเที่ยงครึ่ง บนเกาะ Sentosa เอ๊ะหรือนี่จะเป็น Unseen sentosa กันนะ 5555555

ถ้าเรามาถึงตรงนี้มันจะมี 3 ทางให้เราเลือกไปที่ Fort siloso ทางด้านหน้าน่าจะลำบากที่สุด เพราะมันเป็นทาง Trail เหมาะกับคนที่มีเวลาเดินชมนก ชมไม้ไปเรื่อยๆ 

แต่ด้วยความที่เราไม่มีเวลา แล้วนอนน้อยมาก และเหนื่อยสะสมสุดๆ ไม่มีทางที่เราจะไปทางนี้แน่นอน 555

ส่วนทางด้านซ้ายก็คือบันไดวน ที่สูงม๊ากกกกก วนไปถึงสวรรค์เลยมั้งน่ะ เดินไปกี่ปีจะถึง 5555555

เราก็เลยมาเลือกทางสุดท้ายที่สะดวกสบาย และควรค่าแก่การมาที่สุดแล้ว ก็คือการขึ้นลิฟท์จ้ะ แล้วก็ไม่ใช่ลิฟท์ธรรมดาไก่กานะเธ๊อออออ มันคือลิฟท์แก้วที่เห็นวิวแบบ 180 องศา 

วิวคือแบบหวีดมากกกกกกกก น้ำทะเลสีฟ้ากับสถาปัตยกรรมแปลกตา มันคุ้มม๊ากกกกกกกกกกับการดั้นด้นมาที่นี่ คุ้มจนรู้สึกว่าการนั่งเครื่องมาสิงคโปร์อย่างลำบากลำบนแล้วได้เห็นวิวนี้ก็คือคุ้มแล้ว มันเยียวยาจิตใจจากความวายป่วงทั้งหมดทั้งมวลที่เจอมาได้อย่างดี อะไรอย่างอื่นก็คือโบนัสแล้วอะ สวยยยยยมากกกกก แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ที่ช่วงนั้นเราคิดว่าฟิลเตอร์กล้องสีนี้มันสวยภาพที่ได้มาคือพินาศมาก 5555555

พอออกจากลิฟท์มาเราก็จะเห็นกับป้ายที่บอกว่า ถ้าจะไป Fort siloso ให้เดินประมาณ 5 นาที เดินห้านาทีในสภาพที่ยับเยินมากขนาดนี้ ทั้งนอนน้อย ปวดหลัง ปวดเท้า กินข้าวไม่อิ่ม เราอาจตายได้เลยนะ 5555 ก็เลยตกลงกันว่าเราจะถ่ายรูปเล่นปักหลักกันอยู่นี่แหละ เดินไม่ไหวแล้ววว TT^TT (ถ้ามีโอกาสได้ไปอีกอาจจะได้ไปซ่อมที่นี่)

แล้วดูจากสภาพก้อนเมฆมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ฝนจะตก เพราะสิงคโปร์ก็เหมือนกับภาคใต้บ้านเราที่มีฝนตกบ่อยมากกกกก 

เราก็เลยเสพภาพเสพบรรยากาศความสวยงามตรงนี้ให้เต็มที่ก่อนที่ฝนจะตก

แล้วที่นี่ก็จะมีทางเดินโปร่งใสให้พอได้ตื่นเต้นนิดหน่อยด้วยย สูงม๊ากกกกกขาสั่นเลย 5555

แล้วด้วยความที่มาสถานที่สวยม๊ากกกกกกขนาดนี้ เราก็อยากจะมีรูปตัวเองไว้เป็นที่ระทึกกับที่นี่ด้วย แต่รูปที่ออกมาคือพังมาก 55555555 คือแกรรรฉันยืนกินขนมหนังปลาทอดไม่พอยังจะแลบลิ้นออกมาอี๊กกกก 555555555 สงสัยต้องได้เก็บตังไปซ่อมที่นี่อย่างจริงจังสะแล้วมั้งงงง TT^TT

ส่วนตอนหน้าเราจะไปวายป่วงกันที่ไหนยังไง โปรดติดตามได้ในตอนต่อไปจ้าาา และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น