เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2) highlights: วายป่วงแต่เช้าที่ Hostelไปเกาะ Sentosaการเดินทางไป Fort Siloso Sky Walkปล. รูปที่ถ่ายมามันอาจจะพังไปสักหน่อย ให้โฟกัสความวายป่วงของเราดีกว่า พังกว่ารูปอีก 55555 ---------------------------------------------------------------------------

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2)

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2)

 วันพฤหัสที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 14.04 น.

 วันที่เดินทาง 26 ต.ค. 2562

เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 2)

highlights:

  • วายป่วงแต่เช้าที่ Hostel
  • ไปเกาะ Sentosa
  • การเดินทางไป Fort Siloso Sky Walk
    ปล. รูปที่ถ่ายมามันอาจจะพังไปสักหน่อย ให้โฟกัสความวายป่วงของเราดีกว่า พังกว่ารูปอีก 55555

---------------------------------------------------------------------------------

หลังจากตอนที่แล้ว [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 1)] ที่เราเข้าเมืองกันมาอย่างทุลักทุเล ก็สวัสดี DAY2 กับเช้าอันสดใสที่สิงคโปร์ หรอออ??? สดใสก็บ้าแล้วจ้ะทุกคน ระดับเรา Try to Try ไปไหนทำอะไรไม่เคยมีคำว่าง่าย 55555555555 เริ่มเปิดประเดิมอีเว้นท์แรกของวันด้วยการตื่นมาพร้อมกับเสียงคนคุยกัน คุยดัง คุยนาน คุยไม่หยุดไม่หย่อน คุยตั้งแต่ตอนเราเริ่มนอนยันแปดโมงเช้า ตล๊ก ไม่เคยคุยกันหรอคะแมรรร่ 555555555 

เรื่องมันมีอยู่ว่าเราจองที่พักแบบเป็น Hostel ที่นอนกันเป็นลักษณะคล้ายหอนอน ห้องนึงก็จะมีกันหลายเตียง แล้วที่สิงคโปร์ค่าครองชีพแพงมากกกกกกกกกกกกก แล้วตามกำหนดการณ์ในแพลนเดียวแพลนเดิมก่อนเลื่อนไฟลท์ 2 ครั้งก็คือเราจะมาถึงที่พักตอนประมาณเที่ยงคืนพอดี เราก็เลยตกลงกันว่าอยู่ไม่ต้องดีและแพงมาก รวมอาหารเช้าด้วย ดังนั้นหวยมันเลยมาออกที่จอง Hostel แบบ 8 เตียง แล้วเราก็เคยนอนที่พักแบบ Hostel มาบ้างแล้ว ก็เลยไม่ได้มีปัญหาอะไร 

แต่ๆ ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่นๆ ตรงที่ว่า ห้องมี 8 เตียง เรากับเพื่อน 2 เตียง แล้วมีเตียงที่เหลืออีก 6 เตียง ดันเป็นแก๊งผู้หญิงที่เป็นเพื่อนกันมาเที่ยวด้วยกัน 6 คนเลยอะแมรรรร่ คุณเริ่มเข้าใจความวายป่วงของเราหรือยังว่ามันเริ่มที่ตรงไหน 55555 

มันเริ่มจากตอนที่เรา Check in เข้าที่พักตอน 6 โมงเกือบ 7 โมงเช้า มันเป็นเวลาที่ประชากรในห้องเริ่มตื่นกันมาบ้างแล้ว บางคนก็เพิ่งลงจากเตียงแล้วเจอเรา บางคนก็เริ่มเก็บของใส่กระเป๋า บางคนก็เริ่มไปอาบน้ำ ด้วยความที่เราเหนื่อยมากกกก และเป็นคนนอนหลับได้ง่ายมากกกกเหมือน Shut down เครื่อง เราก็นอนลงไปเลยแบบไม่ได้คิดอะไร แล้วก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้วแหละว่าจะตื่นสักแปดโมงครึ่งเก้าโมง

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือช่วงใกล้ๆ แปดโมงเรารู้สึกตัวตื่นขึ้นเพราะเสียงคนคุยกันที่มีทั้งเสียงดังขึ้นและเสียงหัวเราะ จนเรานอนต่อไม่ได้ แล้วนอนไปตอนเกือบเจ็ดโมงตื่นมาแปดโมง ได้นอนแค่ชั่วโมงเดียวเราก็เลยรู้สึกหงุดหงิดมากกก และเสียงแก๊งเหล่านั้นไม่มีท่าทีจะเงียบลงใดใด 

เราก็เลยตัดสินใจไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน แก๊งนั้นตื่นกันมาตั้งแต่เช้าคงอาบกันหมดแล้วมั้ง แต่ปรากฏไม่จ้าาาาา นางแค่ตื่นขึ้นมาเม้าท์กันเฉยๆ แล้วนางก็เดินตามเราไปอาบน้ำจ้าาาาา บันเทิงล่ะทีนี้ ห้องน้ำที่ Hostel มีแค่ 3 ห้อง แล้วเป็นประเภทแบบห้องอาบน้ำกับห้องส้วมเป็นห้องเดียวกัน จ้าาาาา จ้าาาาาา 

แล้วแทนที่นางจะรีบเข้าห้องน้ำ รีบอาบน้ำเพื่อให้คนอื่นใช้ต่อ ไม่เลยจ้าาา นางทำตัวประหนึ่งเหมือนอยู่บ้าน คุยเล่นกันเสียงดังในห้องน้ำไม่เสร็จไม่สิ้นสักที เราก็เลยออกมาจากห้องน้ำเก็บกระเป๋าเช็คอุปกรณ์รอบนึงก่อนแล้วกลับเข้าไปใหม่ จนได้อาบน้ำ 

พออาบน้ำเสร็จเราก็เลยหลบแก๊งเหล่านั้นมาหาอาหารเช้ากินที่ห้องครัวเล็กๆ แคบๆ แบบนั่ง 3 คนก็เต็มแล้วอะนะ อาหารเช้าที่ Hostel เตรียมไว้ให้คือขนมปังเปล่าเป็นแถวๆ แล้วก็มีแยมกับเนย มีชากาแฟ แต่เราต้องบริการตัวเองและล้างจานเองด้วย เราก็หลบมานั่งเงียบๆ ภายในโซนห้องครัว 

สักพักก็มีคนหนึ่งในแก๊งนั้นเดินตามเข้ามา ก็เลยมีคนที่นั่งในห้องครัวอยู่ก่อนแล้วถามนางขึ้นมาว่ามาจากไหนกัน อิชั้นก็เลยกางหูฟังเลยจ้ะว่านางมากันจากไหนน ฟังไปฟังมาได้ความว่านางมาจากอินโดนีเซียไปเที่ยวที่มาเลกันมาแล้วก็เลยมาเที่ยวที่สิงคโปร์ต่อ อ๋อออออออมิน่าล่ะคุยกันไม่หยุดไม่หย่อนเชียว 55555 

แล้วเราก็รีบกินขนมปังกินกาแฟให้หมด (กาแฟสิงคโปร์แบบเป็นซองๆ ที่เขาเตรียมไว้ให้คือกาแฟมาเลเป็นซองๆ ที่หวานมากมากมากกกก เตือนไว้ก่อนนะจ๊ะ) เพราะคนเริ่มเข้ามาที่ห้องครัวเยอะมากแล้ว เราก็เลยกะว่าจะออกไปนั่งตรงระเบียงที่ Hostel จัดไว้ให้เพราะมันกว้างกว่า แต่ปรากฏว่าโต๊ะเต็มทุกที่เลยจ้ะ ไม่รู้คนมาจากไหนเต็มไปหมด นั่งคุยกันแบบไม่ลุกกันเลยทีเดียว 

เราก็เลยตัดสินใจไม่ทำไรกับที่นี่แล้ว เอาขวดไปกรอกน้ำแล้วไปเที่ยวข้างนอกกันดีกว่า (แนะนำใครที่จะไปสิงคโปร์นะ น้ำเปล่าที่นี่จะแพงมากกกก ดังนั้นเราควรจะเตรียมขวดเปล่าไปกรอกน้ำด้วย เขาจะมีจุดให้เรากรอกน้ำได้เลย แต่รสชาติน้ำก็จะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ มีไว้ประทังชีวิตก็พอ 5555) อึดอัดไม่ไหวและ 55555555 

และที่ตลกกว่านั้นคือพอเราจะออกจาก Hostel ที่นั่งว่างเต็มเลยจ้ะแมรรร่ ก่อนที่เราจะออกไปเที่ยว เราได้ Check out ออกจาก Hostel ก่อน แล้วก็ฝากกระเป๋าไว้ด้วย เพราะเราคิดว่าจะกลับมาไม่ทันเที่ยงแน่นอนก็เลยเซฟๆ ไว้

หลังจากวายป่วงกันมาทั้งเช้า เราก็ได้เวลาออกไปท่องโลกกันตอนสิบโมงกว่าๆ สถานที่แรกที่เราจะไปคืออออ "เกาะ Sentosa" ที่เลือกไปที่นี่ก่อนเพราะเรารู้มาว่า ที่เกาะนี้จะเห็นวิวมุมสูงแบบสวยม๊ากกก แล้วคนก็ไม่ค่อยไปกัน จำนวนประชากรก็ไม่น่าจะเยอะเท่าไหร่ ที่สำคัญเข้าฟรีด้วยจ้าาา ^^

เราก็มาตั้งต้นกันที่ MRT Farrer park ที่อยู่ใกล้ที่พัก ไป MRT Harbour Front เพื่อข้ามเกาะ ด้วยความที่มันเป็นวันเสาร์และเกาะ Sentosa คือเกาะมหาสนุกที่ทุกผู้ทุกวัยต้องไปกัน ดังนั้นก็อย่าไปคาดหวังว่า MRT จะมีที่นั่ง ยืนกันไปยาวๆ เลยจ้ะชั่วโมงนึง 55555 

แอบประทับใจความถูกของ MRT ที่นี่ตกเที่ยวละ 1$ หน่อยๆ เป็นอะไรที่ถูกมากกกกกกกกกกกกกก คือเราใช้เว็บ [https://www.lta.gov.sg/content...] เช็คราคาค่าโดยสารไปก่อน มันทำให้เราคำนวณได้ว่า ฉันต้องใช้บัตร Singapore Tourist Pass แบบ 3 วัน ราคา 20$ SGD. มันจะคุมเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้แบบไม่ต้องกังวลเลย >//<

หลังจากยืนกันมายาวนาน คนก็เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเราก็มาถึงกันที่ห้าง VivoCity ทางออกของ MRT มันจะบังคับให้เราโผล่ขึ้นมาในห้างได้เลย เราก็กระดี๊กระด๊าเดินดูของกันไปเรื่อยๆ 

แต่ที่จะเริ่มกระดี๊กระด๊ากันไม่ออกก็เพราะเราหาสถานี Monorail Vivocity ไม่เจอน่ะสิ ก็เลยเกิดอีเว้นท์เดินรอบห้างเกิดขึ้น 55555 ยังไม่ทันไปไหนกันเลยตัดกำลังตัวเองกันอีกแล้ว

เดินลากกันอยู่ 15 นาที ในที่สุดเราก็หาที่แลกตั๋วข้ามเกาะเจอแล้วววว TT^TT ซึ่งตั๋ว Sentosa express เราซื้อมาจาก Klook ในราคา 54฿ เพราะมันจะถูกกว่าซื้อที่หน้าเคาเตอร์นิดหน่อย

ได้ถ่ายรูปคู่กับน้องด้วยยย เพราะเมืองไทยยังไม่มี Monorail ที่เอามาใช้แบบสาธารณะเลยยย จะเจอได้แต่ในสวนสนุกเท่านั้น วิวบน Monorail ก็สวยมากกกกกกกกก เราจะนั่งจากสถานี VivoCity ไปลงที่ Beach Station เพื่อต่อรถฟรีไปยัง Fort Siloso Sky Walk

พอเราลงมาจาก Beach station ก็เดินตามป้ายมาอีกนิดเดียวก็จะเจอกับจุดให้บริการรถ Tram เส้นทางเลียบชายหาด จะมีป้ายบอกอย่างชัดเจนว่าสายรถจะไปที่ไหนบ้าง ซึ่งอันนี้จะฟรี เพราะเหมือนกับว่าเราจ่ายค่าข้ามเกาะมาแล้ว การสาธารณะอะไรในนี้ก็จะฟรีหมด ขึ้นกี่เที่ยว ลงกี่เที่ยวก็ได้ ยกเว้น Cable car ที่ราคาแพงม๊ากกกกก

พอขึ้นมาบนรถได้ก็ต้องรีบหาที่จับไว้ให้มั่นเพราะลุงแกเล่นขับได้วัยรุ่นมาก ไถลหน้าไถลหลังหัวเราะกันไปตลอดทาง จะไปคาดหวังได้นั่งสวยๆ ดูวิวข้างทางก็ ถ่ายรูปชิวๆ อย่าค่ะ เอาให้ตัวเองไม่ลงไปกองกับพื้นให้ได้ก๊อนนน ได้รูปมุมนี้มาก็ถือว่าฟลุคมากพอแล้ว 55555

เราก็นั่งรถ Tram เลียบชายหาดไปลงที่สถานี Siloso point เพราะเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับ Fort Siloso Sky walk ที่เราจะไปมากที่สุด แบบลงรถปุ๊ปเดินนิดเดียวพอไรงี้อะ 5555  

แล้วเราก็ลากๆ เดินๆ กันจนไปเจอกับ 7-11 แรกในสิงคโปร์ *0* ไหนนนนลองเข้าไปดูสิ๊ เขาว่ากันว่าที่นี่เป็นเมือง Cashless society ใช้บัตรเครดิตซื้อของไม่มีขั้นต่ำ เราก็เลยจัดเลยจ้ะ ขนมหนังปลาทอด 1 ถุง 555555555 

ขนมหนังปลาทอดที่สิงคโปร์อร่อยกว่าไทยเยอะมากกกกกกกกกในราคาที่เท่ากัน คือควรค่าแก่การซื้อเป็นของฝากมากจริงๆ แต่ราคาแอบแรงไปหน่อย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะประมาณ 7$ ตีเป็นเงินไทยสวยๆ ก็จะประมาณ 170฿ (_ _)""

เดินออกมาจาก 7-11 ประมาณร้อยเมตร เราก็จะเจอกับเสาทหารอะไรสูงๆ ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมน่าจะเป็นอันนี้แหละที่เราตามหาาาา ^^

ส่วนวิวบนหอคอยจะเป็นยังไง จะสวยพอที่จะเยียวยาเราจากความวายป่วงทั้งหมดทั้งมวลที่เจอมาได้หรือไม่ โปรดติดตามได้ในตอน [เที่ยวสิงคโปร์ โอ้โหนี่มันโคตรลำบาก (ตอนที่ 3)] และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น