มานอนเกียจคร้าน ที่บ้านคลาสสิก ชื่อ "ศิลป์โสภา" ณ หนองคายซิตี้ รีวิวโดย go_with_puay

สวัสดีค่ะ ^^ สาวอิสานสายเกียจคร้าน ที่ต้องการที่สงบพักผ่อนแบบแมวป่วยอย่างเรา แล้วดันมีวันว่างๆ 2 วัน ที่จะทิ้งไปเฉยๆ ก็คงจะเสียดายหมึกพิมพ์ที่หน้าปฏิทินไปเท่านั้น ก็ออกเดินทางซะหน่อย จะไปที่ไหนได้อีกนอกจาก "หนองคายชิคๆ" กันละค่ะ รอบนี้เราเริ่มการเดินทางโดยรถไฟสายท้องถิ่นจาก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธาน

มานอนเกียจคร้าน ที่บ้านคลาสสิก ชื่อ "ศิลป์โสภา" ณ หนองคายซิตี้

มานอนเกียจคร้าน ที่บ้านคลาสสิก ชื่อ "ศิลป์โสภา" ณ หนองคายซิตี้

 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 23.37 น.

 วันที่เดินทาง 7 ก.ย. 2563

สวัสดีค่ะ ^^

สาวอิสานสายเกียจคร้าน ที่ต้องการที่สงบพักผ่อนแบบแมวป่วยอย่างเรา

แล้วดันมีวันว่างๆ 2 วัน ที่จะทิ้งไปเฉยๆ ก็คงจะเสียดายหมึกพิมพ์ที่หน้าปฏิทินไปเท่านั้น

ก็ออกเดินทางซะหน่อย จะไปที่ไหนได้อีกนอกจาก "หนองคายชิคๆ" กันละค่ะ

รอบนี้เราเริ่มการเดินทางโดยรถไฟสายท้องถิ่นจาก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ราคาถูกเหมือนนั่งฟรี 

รถไฟมาละค่ะ เวลาประมาณ 10 โมงเช้า นั่งกินลมชิมวิวไปเพลินๆ หวานๆ เย็นๆ 

เพราะรถท้องถิ่นเค้าจอดทุกสถานีค่ะ แต่ก็ไม่ถึงกับชักช้านะ

ประมาณเที่ยงนิดๆ เราก็ถึง "หนองคายชิคๆ" แล้ว

ลงจากรถไฟ เราก็นั่งรถสามล้อเครื่องซึ่งจอดเรียงรายหน้าสถานี ราคาแพงกว่านั่งรถไฟ 2 ชม.

เมื่อกี้อีกค่ะ แต่ก็เนาะถือว่าช่วยคุณลุงคุณป้ากันไปค่ะ ราคานั่งเข้าเมืองก็ตามระยะเลยค่ะ เรานั่ง 40 บาท 

จอดที่ "ตลาดท่าเสด็จ" หรือ "ตลาดอินโดจีน" 

มาช็อปหรอ ?? ป่าวคะ เรามาคาเฟ่ ที่เราชอบอยู่ที่นึง 

ร้าน "กาแฟเวียด" 

คือส่วนตัวชอบกลิ่นรสของกาแฟเวียดนามมากกกก เคยมาร้านนี้แล้วครั้งนึง

รู้สึกว่าเหมือน ครั้งนี้เลยไม่พลาดที่จะซ้ำค่ะ ร้านตั้งอยู่ในตลาดท่าเสด็จเลยค่ะ ถ้าเริ่มเดินจากแดงแหนมเนืองเข้ามาเรื่อยๆ ร้านจะอยู่ซ้ายมือฝั่งติดน้ำโขงค่ะ ปักในพี่ goo ได้นะ ในเมนูกาแฟดริปแบบเวียดนามของที่ร้านจะมี 2 สไตล์ค่ะ แบบฮานอยกับแบบดานัง ต่างกันที่ในชุดดริปของดานังจะมีนมมาด้วย(เหมือนนมข้นจืด) แต่ตัวกาแฟเป็นตัวเดียวกันค่ะ ส่วนเมนูอาหารก็หลากหลายค่ะ 

ทานอาหารเสร็จ จิบแฟหอมๆ เข้มๆ กลิ่นเอกลักษณ์

อ่านหนังสือนิดๆหน่อยๆ พอหายเหนื่อย             

เราก็ออกมาเดินย่ำๆกลำแดด เพื่อเดินเท้าไปยังที่พักที่เราจองไว้กันค่ะ  เดินกันมาน่าจะประมาณกิโลกว่าๆ เราก็มาถึงที่พักของเรากันแล้วววว

" Silsopa Hostel & Art Gallery " 

จากการกลำแดดร้อนยามบ่ายเหงื่อท่วมกาย เมื่อถึงที่พักเช็คอินแล้ว อาบน้ำเปิดแอร์นอนตีพุงเลยจ้าาา

พักหายเหนื่อยละ มาชมที่พักคนขี้เกียจกันหน่อยดีกว่า

ในส่วนของ art gallery มีการแสดงงานศิลปะอยู่ที่มุมของที่พัก คือเรียกได้ว่าเปิดประตูเข้ามาก็พบผนัง เพดาน ทางเดิน บันได มีตั้งกรอบงานศิลปะเรียงรายเต็มไปหมด แต่ในแง่ของความเป็นโฮสเทลความสะดวกสบายก็ครบตามรูปแบบของโฮสเทส ที่สะอาดสะอ้าน ลงตัวไปกับงานศิลปะมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

* มุม art *



* มุม Hostel *

5 โมงเย็นลงมานั่งอ่านหนังสือเรื่อยเปื่อยในส่วนของมุมนั่งเล่น 

นั่งมองเฮียเค้ากำลังนอนอย่างสบายใจ คงเป็นวันขี้เกียจของเฮียเค้าเหมือนกันสินะ

ทางที่พักมีจักรยานให้ยืมด้วยนะคะ 

ปั่นเล่นเบาๆ ชมเมืองกันซักหน่อย

เราหาข้อมูลมาว่าหนองคายก็มี Sky bar เด้อออ แต่ชื่อว่า "Sky bear" อยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมอมันตา เราก็ปั่นจักรยานตุเลงตุเลง มาจอดตรงป้อมยาม โรงแรมสุดหรูของจังหวัดหนองคาย ทำการล็อคล้อฝากน้องไว้กับพี่ รปภ. ซักแปบ

บนดาดฟ้า เราจะเห็นวิวเมืองที่ไม่ได้แออัดจนเกินไปและวิวโขง บรรยากาศพาชิลและสบายตามากๆ เลยค่ะ

วิวสุดท้ายก่อนพายุจะเข้า ฟ้าจะผ่าเปรี้ยงๆ

ดื่มด่ำเรียบร้อยก็ไปรับจักรยานที่ป้อมยามและปั่นกลับอย่างสบายใจ

ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้ากันที่ส่วนของคาเฟ่ ข้างๆกัน กับชุดอาหารเช้าที่ทางที่พักให้เลือกทาน

ในราคาชุดละ 69/99 บาท เราเลือกที่ 69 บาท

ฝนกำลังปรอยๆ บรรยากาศชวนให้ขี้เกียจอีกละ

ยังไงละค่ะ กินเสร็จก็ขึ้นไปนอนต่อหน่ะสิ 55555

และก็สมควรแก่เวลาที่ต้องกลับกันละคะ แวะดื่มกาแฟไล่ตัวขี้เกียจกันก่อน ที่ศิลปโสภาคาเฟ่ที่เดิมเลยย

จากนั้นเราก็โบกสามล้อเครื่อง เพื่อไปส่งที่สถานีรถไฟหนองคาย เป็นการจบทริปนอนง่อยๆ ของเราละคะ

บ๊าย บายยยยยย

อ่ะ...เปิดวาปให้ก็ได้

@ ศิลป์โสภา Silsopa hostel@ ร้านอาหาร กาเฟเวียด Cà Phê Việt

--------------------------------------------------------

My note : 

ทริปนี้เราเคลื่อนที่น้อยมาก เพราะความตั้งใจของเราคือการมาพักผ่อนนอนเน่าๆ และเราก็ได้สิ่งนั้นกลับบ้านไปอย่างเต็มกระเป๋า ได้พูดคุยครุ่นคิด ตอบโต้และสนทนากับตัวเอง มันก็สนุกดีนะ ก็พยายามไม่ให้ความคิดมันฟุ้งซ่านไปไกลจนเลอะเทอะ แต่มันก็มีบ้างอะนะ  5555555




ความคิดเห็น