หลีเป๊ะ ทะเลเป๊ะมาก รีวิวโดย Titi goaround

ทริป dream list เกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการตื่นเช้าที่บวกกับความตื่นเต้นที่เราแทบจะนอนไม่หลับเพราะอยากไปถึงหลีเป๊ะเร็วๆ การเดินทางของพวกเราเริ่มจากดอนเมืองเพื่อไปลงที่หาดใหญ่แล้วค่อยต่อรถตู้ไปที่ท่าเรือปากบารา เมื่อถึงแล้วก็นั่งรอเวลาเรือเฟอร์รี่ออก เรือพาพวกเราไปแวะเกาะตะรุเตาก่อน เกาะนี้เป็นเกาะที

หลีเป๊ะ ทะเลเป๊ะมาก

หลีเป๊ะ ทะเลเป๊ะมาก

 วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 16.08 น.

 วันที่เดินทาง 1 พ.ค. 2562

ทริป dream list เกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการตื่นเช้าที่บวกกับความตื่นเต้นที่เราแทบจะนอนไม่หลับเพราะอยากไปถึงหลีเป๊ะเร็วๆ การเดินทางของพวกเราเริ่มจากดอนเมืองเพื่อไปลงที่หาดใหญ่แล้วค่อยต่อรถตู้ไปที่ท่าเรือปากบารา เมื่อถึงแล้วก็นั่งรอเวลาเรือเฟอร์รี่ออก เรือพาพวกเราไปแวะเกาะตะรุเตาก่อน เกาะนี้เป็นเกาะที่มีตำนานทางการเมืองนั่นก็คือเป็นที่ขังนักโทษการเมืองในช่วงปี 2475 

จากนั้นเรือก็พาแวะเกาะไข่ เกาะที่นอกจากจะมีทรายที่ขาวละเอียดและน้ำทะเลฟ้าครามใสสวยงามแล้วยังมีไฮไลท์อยู่ที่ซุ้มรักนิรันดร์ที่เป็นช่องหินโค้งที่เชื่อกันว่าถ้าคู่รักจับมือกันเดินผ่านซุ้มนี้แล้วจะได้แต่งงานกัน

กว่าจะถึงเกาะหลีเป๊ะก็เอาบ่ายแก่ๆ เกือบค่ำมืด ทันทีที่ได้เหยียบผืนทรายนุ่มๆ ขาวๆ ของเกาะในฝันแล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นมาทันที ความรู้สึกมันเหมือนเราได้จับต้องความฝันที่เราฝันมานานได้สำเร็จ 

หลังจากเช็คอินเรียบร้อยก็เดินเล่นถ่ายรูปเก็บบรรยากาศความงามแถวๆ รีสอร์ท

เช้าวันถัดมาคือเช้าที่จะได้ออกเรือไปเที่ยวและดำน้ำตามเกาะต่างๆ ที่อยู่รอบๆ หลีเป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะรอกลอย เกาะผึ้ง เกาะดง และเกาะยาง

คนพาเที่ยวพาคณะเราไปร่องน้ำจาบังเพื่อดำน้ำดูปะการัง 7 สีด้วยแต่ด้วยกระแสน้ำวันนั้นค่อนข้างแรงทุกคนที่ลงจึงต้องจับเชือกและมุ่งไปทิศทางเดียวกันบนเชือกเส้นนั้น เราเองก็ลงไปเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ต้องถอยกลับเพราะสิ่งที่เห็นมีแค่ปลาตีนของกลุ่มคนที่ลงไปก่อนหน้า mission failed ณ ที่แห่งนี้(ฮา) และจากนั้นเรือก็พาไปจอดดูกองหินที่เหมือนมีมนุษย์ยักษ์มาจับหินก้อนใหญ่ไปวางทับซ้อนกันอยู่ที่เกาะหินซ้อน

แล้วเรือก็พาพวกเรามาแวะกินข้าวกลางวันที่เกาะราวี เกาะนี้คนค่อนข้างเยอะแต่ไม่ได้วุ่นวายเพราะทัวร์ทุกทัวร์จะพาลูกค้ามาแวะกินข้าวที่นี่ หลังจากกินข้าวเสร็จก็ออกเดินเล่นเพื่อที่จะให้เท้าได้สัมผัสกับทรายนุ่มๆ ขาวๆ ของเกาะแห่งนี้ แล้วสุดท้ายก็พาร่างไปนั่งเล่นบนชิงช้าที่อยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ การได้นั่งเล่นในที่อากาศที่เย็นสบายเพราะลมทะเลและทะเลสวยๆ มันช่างมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

พอเรือออกจากเกาะราวีก็มุ่งหน้าไปที่เกาะหินงามซึ่งหินก็งามสมชื่อโดยเฉพาะช่วงที่น้ำทะเลสาดซัดขึ้นมากระทบกับหินก้อนกลมมนสีเข้มทำให้เกิดประกายขึ้นมายิ่งทำให้หินสวยมากขึ้นไปอีก และกิจกรรมโปรดของทุกคนที่มาที่นี่คือการเรียงหิน ทางเราคิดว่าไม่ต้องเรียงก็ได้รูปหินเรียงอยู่แล้วเพราะกองหินมีอยู่เกือบทุกมุมของเกาะ

 วันถัดมาคือวันสบายๆ พวกเดินเที่ยวรอบๆ เกาะหลีเป๊ะแบบไม่รีบร้อน ตรงไหนสวยก็แวะถ่ายรูปอยากกินอะไรก็แวะกินแบบชิวๆ บนริมหาดทรายขาวๆ นุ่มๆ นั่งมองทะเลสีฟ้าครามสวยๆ ใสๆ ที่ค่อยๆ พาคลื่นสีขาวน้อยๆ มากระทบทรายริมหาด ช่างเป็นวันที่เติมเต็มความเป็นหลีเป๊ะได้ดีที่สุดอีกวันหนึ่งเลยทีเดียว

ความคิดเห็น