Koh Tao - เกาะเต่าในมุมที่เปลี่ยนไป เกาะที่ไม่เคยเงียบเหงา รีวิวโดย อาทิตย์หน้าไม่ว่าง

ในช่วง covid ที่ผ่านมาฉันมีโอกาสได้ไปเกาะเต่า ไปด้วยสถานการณ์ที่ไม่ค่อยมีผู้คน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ไม่ค่อยมีแม้แต่ชาวต่างชาติที่เดินกันไปมาเหมือนเมื่อก่อน  ฉันได้เดินทางไปกับเพื่อนอีก 2 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด  เกาะเต่าจากในข่าว ต่างบอกว่าน่ากลัวไม่เหมาะสำหรับนักเดินทางผู้หญิง แต่ถ้าเ

Koh Tao - เกาะเต่าในมุมที่เปลี่ยนไป เกาะที่ไม่เคยเงียบเหงา

Koh Tao - เกาะเต่าในมุมที่เปลี่ยนไป เกาะที่ไม่เคยเงียบเหงา

 วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 21.00 น.

 วันที่เดินทาง 14 ก.พ. 2564

ในช่วง covid ที่ผ่านมาฉันมีโอกาสได้ไปเกาะเต่า

ไปด้วยสถานการณ์ที่ไม่ค่อยมีผู้คน ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ไม่ค่อยมีแม้แต่ชาวต่างชาติที่เดินกันไปมาเหมือนเมื่อก่อน 

ฉันได้เดินทางไปกับเพื่อนอีก 2 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมด 

เกาะเต่าจากในข่าว ต่างบอกว่าน่ากลัวไม่เหมาะสำหรับนักเดินทางผู้หญิง แต่ถ้าเรามัวแต่กลัวเราก็คงจะไม่ได้ไปสักที เราจึงเริ่มจองจองรถไฟ จองที่พักและจองทริปดำน้ำก่อนออกเดินทาง เพียง 1 เดือน 

การเดินทางไปเกาะเต่านั้นไม่ยากมีหลายทาง ทั้งรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน และฉันเลือกที่จะไปด้วยรถไฟเพราะมันสะดวกสบายและได้นอนทั้งคืน 

พอถึงวันเดินทาง กลับซื้อตั๋วรถไฟผิด ต้องวิ่งหารถทัวร์เพื่อไปวันนั้น แต่เนื่องจากชนกับวันที่รัฐบาลประกาศหยุดยาวทำให้หารถที่จะไปทดแทนนั้นยากเหลือเกิน

สุดท้ายมาเจอรถเที่ยวสุดท้ายพอดีที่ตอกข้าวสารจึงขอร้องอ้อนวอน 1 บังคับว่าให้เขา รับเราไปด้วย สุดท้ายก็ได้ไปนั่งแถวสุดท้ายของรถทัวร์พอดี ก็ได้เดินทางออกคืนนั้น

เดินทางกลางคืนด้วยรถทัวร์ มาถึงท่าเรือช่วงเช้ามืดพอดี ก็ได้เห็นว่า นักท่องเที่ยวก็ยังแห่กันมาเที่ยวกันเยอะมาก คนรอขึ้นเรือมีทั้งคนไทย ทั้งต่างชาติ ฝรั่งเยอะแยะมากมายก็แอบตกใจเหมือนกัน

เราจองการเดินทางจากท่าเรือไปเกาะด้วยเรือเร็วลมพระยา ก็ไปขึ้นเรือกันค่ะ

เหลือค่อนข้างใหญ่และมีที่นั่งเยอะพอสมควรมีทั้งโซน indoor และ Outdoor 

มีที่นั่งหลายแถวหลายตอนเลือกเอาได้ตามสบาย

ส่วนฉันก็เป็นพวกประเภทเมารถเมาเรือก็เลยออกไปนั่งท้ายเรือสูดบรรยากาศก็ช่วยได้อยู่เหมือนกัน

เดินทางครั้งนี้ได้เจอน้องเต่าด้วยน้องกำลังจะไปรักษาตัวบนฝั่ง แต่ก็ไม่รู้ว่าน้องป่วยเป็นอะไร

เดินทางสักชั่วโมงได้ก็มาถึงเกาะเต่าแล้ว ทะลน้ำใสเป็นสีฟ้า

ท้องฟ้าตอนนั้นก็เป็นใจ บรรยากาศดีมากๆ

ช่วงที่เราไปเป็นวันที่รัฐบาลประกาศหยุดยาว 3 วันพอดีอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวแห่กันมาช่วงนี้ท่าเรือก็จะดูวุ่นวายไปหน่อย

มาถึงที่พักที่ได้จองไว้จะได้จองที่พักเป็นแพ็คเกจทัวร์ที่พัก 3 วัน 2 คืนรวมโปรดำน้ำก็เลยเลือกโรงแรมนี้เพื่อนๆที่จะมาก็สามารถดูตามเว็บหรือตามเพจได้ก็จะมีโรงแรมที่ดิวไว้กับแพ็คเกจพวกนี้เยอะๆราคาถูกๆพันกว่าๆก็มี

ที่พักที่ฉันเลือกมานี้อยู่ริมทะเลห้อง ห้องกว้าง และห้องน้ำก็กว้างเช่นกัน

หน้าห้องเป็นวิวทะเล เดินออกมาจากห้องก็คือสามารถลงเล่นน้ำได้เลย

ถึงที่พักแล้วก็เก็บข้าวเก็บของพักผ่อนให้หายเหนื่อยสักพักก็ออกไปเที่ยว และเลือกที่จะเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวบนเกาะกับทางรีสอร์ทที่พัก

ที่แรกที่เลือกไปคือจุดชมวิวจอห์น -สุวรรณ

ระหว่างทางเดินขึ้นก็ได้แต่ตะโกนว่าไอ้จอห์น มึงช่างหามาเนอะ ทางลำบากลำบนขนาดนี้ก็อยากที่จะมากัน

แต่พอขึ้นไปแล้วก็หายเหนื่อยเขาว่ากันว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดบนเกาะเต่า ใครจะไม่อยากมาล่ะเนาะ

สามารถมองเห็นวิวของเกาะเต่าได้แบบ 360 องศามีเกาะตรงกลางแบ่งซ้ายและขวาสวยมากๆ

เดินขึ้นไปด้วยความเหนื่อยและลงก็เหนื่อยเช่นกันก็เลยเริ่มเดินหาร้านอาหารและร้านน้ำดื่มเพื่อแก้กระหายก็มาเจอร้านตรงนี้อยู่ข้างล่างจอห์นสุวรรณพอดี

นั่งพักจนหายเหนื่อย ก็เริ่มเย็นแล้ว ก็เลยคิดกันว่ากลับไปเล่นPaddle Board เล่นน้ำทะเลที่พักกันดีกว่า

เล่นน้ำจนนั่งมองพระอาทิตย์ตก บรรยากาศดีชิวๆมากเลย

เล่นน้ำเสร็จแล้วก็เข้าที่พักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าขับรถออกไปหาอะไรกินก็มา Search เจอร้านนี้ เป็นร้านที่ขึ้นชื่อ เหล่าดารานักแสดงที่มาเที่ยวเกาะเต่ามาจะมากินกันร้านนี้ถ้าเพื่อนๆซื้อก็น่าจะเจอว่าชื่อร้านอะไร เป็นร้านติดทะเลมีที่นั่งอยู่บนชายหาด ให้แสงสว่างด้วยเทียน บรรยากาศดีเหมือนกันนะ

อาหารที่สั่งมาก็เป็นเมนู signature ของทางร้านไม่รู้ว่าอร่อยหรือหิวกันแน่แต่หมดเกลี้ยงทุกจาน 

ไฮไลท์ก็คือหอยนางรม หอยใหญ่สมกับเป็นสุราษฎร์จริงๆ

ตื่นเช้ามาอีกวันก็มานั่งชิวๆหน้าห้องพักก่อนที่จะไปดำน้ำ ช่วงที่เราไปก็เป็นหน้าฝนแต่ว่าไม่เจอฝนเลยสักนิด ท้องฟ้าก็ใสน้ำก็ใสไม่ขุ่นเลย

ออกมาเดินเล่นริมชายหาดดูชาวประมงออกเรือไปหาปลา เดินชิวๆ แบบที่ไม่ค่อยมีคนเงียบสงบมากๆ ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ได้สบายๆ

กินข้าวเช้าเติมพลังก่อนออกไปดำน้ำเช้านี้

มีรถมารับถึงโรงแรมไปถึงท่าเรือแล้วออกเดินทางไปดำน้ำพร้อมกับเพื่อนๆร่วมทริป ทริปที่เราจองมีทั้งหมด 5 เกาะที่จะไป เริ่มที่เกาะแรกกันเลย

ก่อนหน้าที่ไปเลยคือเกาะนางยวนเห็นเขาว่าเป็นเกาะที่สวยอันดับต้นๆ หมายถึงนักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะอย่างที่คิดบางตา แต่ก็ไม่ได้น้อยจนทำให้วังเวง

อันนี้ทางเดินขึ้นไปจุดชมวิว เราเห็นหางแถวควรต่อขึ้นไปข้างบนล้นออกมาก็เลยท้อแท้ไม่ไปก็ได้นี่ขนาดไม่ค่อยมีคนนะเนี่ย

ถ่ายรูปข้างล่างเอาก็ได้ฮ่าๆๆ

แลนด์มาร์คของที่นี่ก็คงจะเป็นคล้ายๆทะเลแหวกละมั้งมีชายหาดอยู่ตรงกลางระหว่างทะเล 2 ฝั่ง แบบนี้

เห็นไหมว่าน้ำเป็นสีฟ้าใส สวยงามมากๆ แต่ก่อนนี้เราก็ยังไม่ได้ดำน้ำกันมัวแต่เดินถ่ายรูปและนั่งกินน้ำก็หมดเวลาแล้ว เหลืออีกตั้ง 4 ที่ที่เราจะไปดำน้ำกันก่อนดีก็เลยปล่อยผ่านเดินชมบรรยากาศไปก่อน

จุดดำน้ำต่อไปก็จะไม่มีเกาะให้ลงเหมือนก่อนนางยวนก็คือลงเล่นน้ำจากเรือได้เลย

เล่นน้ำเหนื่อยๆส่วนมากเกาะหลังๆก็ไม่ค่อยมีคนเล่นแล้วเพราะว่าอหมดแรงด้วยแดดที่แผดเผา ก็จะนั่งคุยกันเฉยๆซะมากกว่า

จบทริปดำน้ำนี้ก็กลับที่พักนอนตื่นเช้ามาเตรียมออกเดินทางกลับ

เวลาแห่งความสุขนั้นสั้นเสมอเหมือนผึ้งมาไม่เท่าไหร่ก็ต้องกลับซะแล้ว 3 วัน 2 คืนเกาะเต่าไม่พอจริงๆ

ความรู้สึกที่ได้มาเกาะเต่า ยอมรับว่าต่างไปมากจากก่อนที่จะได้มาคิดว่าคนที่นี่น่ากลัว นอกจากทะเลที่สวย และจุดชมวิวที่ดึงดูอาจจะดูไม่ค่อยน่ามาเที่ยวเท่าไหร่ แต่พอมาถึงจริงๆแล้วคนบนเกาะเต่าน่ารักมากๆ เป็นกันเองและดูแลนักท่องเที่ยวดีมากเป็นเหมือนญาติพี่น้องที่รู้จักกันมานานเสียด้วยซ้ำ 

เหตุการณ์ที่ประทับใจ ฉันได้เดินไปบนถนนและแวะซื้อโรตี ก็จะมีพี่ป้าน้าอาที่นั่งขายของอยู่ข้างหน้าร้านโรตี เหมือนจะตั้งวงดื่มกัน เขาก็ชวนเรามานั่งกินด้วยด้วยความที่เป็นคนไทยด้วยกัน ไอ้เราก็ยังไม่มีที่ไปก็เลยไปนั่งแจม คุยกันไปคุยกันมาถูกคอ เล่าถึงเรื่องราวบนเกาะเต่ามากมายให้ได้ฟัง แนะนำที่ท่องเที่ยวร้านอาหารที่ควรจะไปบนเกาะเต่ามากมาย เลี้ยงขนมเลี้ยงเบียร์เหมือนรู้จักกันมานาน การมาเกาะเต่าครั้งนี้ได้ความช่วยเหลือจากผู้คนมากมาย เจอแต่เรื่องดีๆยังไม่เจอเรื่องที่น่ากลัวหรืออันตรายใดๆเลย

ทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือ แนะนำสิ่งดีๆ ให้กับเราแม้ว่าจะไม่รู้จักกันมาก่อนถึงว่าคนใต้ ใจดีกันทุกคน อันนี้คือเรื่องจริงตั้งแต่เราได้มาเที่ยวใต้หลายๆจังหวัดเราเจอแต่ผู้คนที่เป็นมิตร และใจดีกับเราเสมอ

สุดท้ายนี้ถ้ามีเวลามากกว่านี้ฉันก็จะกลับมาเที่ยวเกาะเต่าอีกครั้งในวันที่ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ความคิดเห็น