ทริปแรกของหนูพาไปดูทะเลหมอกที่จังหวัดเลย รีวิวโดย เหลี่ยมพาเที่ยว

        สวัสดีครับ เหลี่ยมพาเที่ยวกลับมาแล้วหลังจากหายไปปีกว่า ไม่ได้เลิกเที่ยว แต่ว่าเพราะเรามีลูก หลังจากรีวิวล่าสุด เราก็ได้ผลิตบุตรออกมา ช่วงท้องน้องฟางก็แพ้หนักมากกว่าจะหายแพ้ จะเข้าเดือนที่5นู้นน ประจวบเหมาะกับเจอโควิดต้นปี 63 ก็เลยแทบไปไหนไม่ได้ ก็เลยไม่ได้รีวิวอะไร

ทริปแรกของหนูพาไปดูทะเลหมอกที่จังหวัดเลย

ทริปแรกของหนูพาไปดูทะเลหมอกที่จังหวัดเลย

 วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 เวลา 15.50 น.

 วันที่เดินทาง 26 พ.ย. 2563

        สวัสดีครับ เหลี่ยมพาเที่ยวกลับมาแล้วหลังจากหายไปปีกว่า ไม่ได้เลิกเที่ยว แต่ว่าเพราะเรามีลูก หลังจากรีวิวล่าสุด เราก็ได้ผลิตบุตรออกมา ช่วงท้องน้องฟางก็แพ้หนักมากกว่าจะหายแพ้ จะเข้าเดือนที่5นู้นน ประจวบเหมาะกับเจอโควิดต้นปี 63 ก็เลยแทบไปไหนไม่ได้ ก็เลยไม่ได้รีวิวอะไร มีแค่ไปเที่ยวใกล้ๆเท่านั้นเองง 

จนถึงตอนนี้ลูกสาว น้องเกล 5 เดือนกว่าเลยได้ฤกษ์พาออกเที่ยวไกลๆสักที จริงๆมีลองซ้อมพาไปเที่ยวทริปใกล้ๆ นอนแปลกที่ตามโรงแรม สองทริปแล้ว ทริปนี้เลยจัดยาว 4 วันเดินทางไกลขับรถกันทั้งวันทั้งคืนตามฉบับตอนที่พ่อกับแม่เที่ยวตอนหนูยังไม่เกิด และทริปนี้ตามจริงคือจะไปงานแต่งเพื่อนที่จังหวัดหนองคาย อำเภอท่าบ่อ แต่ก็ตามสูตร จะไปไหนไกลๆ เราก็ถือโอกาศไปเที่ยวด้วยเลยทริปนี้จึงเกิดขึ้นมา พร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย แต่รีววิวจะเขียนแค่ 3 วันนะครับเพราะไปเมาบ้านงาน งานแต่งเพื่อนอยู่วันนึงครับ55


ตารางทริปคร่าวๆ เดินทางวันที่ 26-29/11/63
ออกกลางคืนมาเช้ามืดที่ด่านซ้ายแล้วสว่างที่นาแห้ว-ภูเก้าง้อม-ภูค้อน้อย-ภูหัวฮ่อม-วัดโพธิ์ชัยนาพึง-พระธาตุศรีสองรัก เข้าที่พัก เลยพาเลซ และกินมื้อเย็นที่บ้านพี่ตั้มเมืองเลย

เช้าที่สอง เช็คอินที่แรกอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมาน และต่อด้วยจุดเช็คอินใหม่ Sky wolk เชียงคาน ต่อด้วยเชียงคานยามบ่าย จากนั้นเลาะริมโขง แวะร้านฮักโขง อำเภอ สังคม และ ไปนอนที่ท่าบ่อ 

เช้าที่สามเที่ยวตลาดท่าเสด็จ-สะพานมิตราภาพไทย-ลาว และกลับมางานแต่ง

เช้าที่สี่ วัดผาตากเสื้อ ร้านกาแฟ เฉอคาเฟ่ และร้านอาหารจ๊วดคาเฟ่ขอนแก่น-กลับ กทม.

แวะชมคลิปก่อนได้ครับ ฝากกดไลค์และติดตามช่องด้วยนะครับ

รูปทั้งหมดถ่ายจาก Nikon D7200 tokina 11-20 fix35 tamron 70-300 vc และคลิปจาก Gopro4 silver


ทริปนี้เป็นทริปแรกที่จะลูกสาวเดินทางกลางคืน กังวลมากกลัวลูกจะงอแงเพราะต้องนั้งรถทั้งคืน ตอนแรกกะว่านอนก่อน ค่อยออก ตี 2-3 แล้วก็มาคิดได้ว่าอยากมาให้ทันเช้าแถวนาแห้วใกล้ๆทางขึ้นภูค้อ เผื่อจะเจอทะเลหมอก ก็เลยว่าจะออกสักเที่ยงคืนให้ลูกหลับก่อน

แต่พอถึงวันจริงๆ 4 ทุ่มลูกก็ยังไม่มีทีท่าจะง่วง ช่วงนั้นหลับ4-5 ทุ่มตลอด เลยตัดสินใจเอาขึ้นรถเลย เพราะสักเกตหลายทีเวลาลูกอยู่ในรถหลับง่ายมาก ก็เลย ออกกันตั้งแต่ 4 ทุ่มนั้นล่ะ

พอออกจากบ้านดอนเมืองมาได้ไม่ถึง 15 ลูกสาวก็หลับอย่างง่ายดายไม่งอแงเลย เกินคาดไปกว่า ตลอดทางลูกหลับตลอดมีตื่นมากินนมแม่ แล้วก็หลับต่อพ่อแม่แวะเข้าปั้ม ก็ตื่นมาแปบนึงแล้วก็นอนต่ออีก เลือดพ่อแม่มันแรงต้องแบบนี้ชอบเดินทางใช่ไหม555


ขับมาชิวๆ 120-130 เรื่อยๆ มาอัดน้ำมันถังแรก B10เต็มๆที่ บางจากสระบุรี 1300 บาท 63.88 ลิตร เดี่ยวมาจับกิโลเริ่มจากตรงนี้ว่าจะใช้น้ำมันไปเท่าไหร่พึ่งจะได้เดินทางไกลพันโลครั้งแรกสำหรับยางตัวนี้



มาถึง ปตท.หล่มสักประมาณตี 3 ผมเริ่มไม่ไหมขอนอนสักงีบ หรือว่าเริ่มแก่แล้วไม่ฟิตเลย 555 ก็เลยนอนสักตื่น นอนไปนอนมาตื่นมาตอนประมานตี 4.45 เอาละเหลืออีกประมาณ 100โลหน่อย รีบเหยียบเลย ทางก็เป็นเขาแล้วช่วงเข้าหล่มเก่าจะไปด่านซ้าย เลย ใส่ 4H Fulltime ไปเลย มั่นใจขึ้นอีกเยอะตอนบนเขาา นั้นไงอวยไทรทันแต่เริ่มเรื่องเลย อิอิ

มาถึงรูปนี้จุดชมวิวด่านซ้ายผีตาโขนตอน ตี 5.45 ท้องฟ้าเริ่มจะมีแสงสว่างน้อยๆที่ปลายขอบฟ้า มองลงไปเห็นอะไรขาวๆ

โอ้วนี้มันทะเลหมอกนี่หน่า ตอนนี้รีบหยิบกล้องกับขาตั้งกล้องลงมาถ่ายแสงโดยรวมยังมืดอยู๋ต้องใช้ขาตั้ง

แล้วอากาศตอนนั้นก็หนาวใช่ย่อยใส่ขาสั้นมาอีก มือนี้ถึงกับสั่น เลยได้ลั่นมาสามสี่ใบ ภาพมันสั่นไปหลายรูป

เป็นการเปิดทริปที่สวยงามทะเลหมอกด่านซ้ายมีแสงไฟจากถนนแซมขึ้นมา มีหอไอเฟลอยู่ตรงกลางซะด้วย อิอิ

ขับต่อมาเราก็มาอยู่ในหมอกขาวๆในรูปบนแล้ว ขับมาเรื่อยๆจนพ้นตัวหมอกได้ไม่นานเราก็ถึง ภูเก้าง้อม

ตรงนี้เป็นจุดชมวิวข้างทางช่วงระหว่างด่านซ้ายมานาแห้วจะถึงก่อนนาแห้วไม่กี่กิโล ยังไงก็ต้องเจอใครจะมานาแห้ว

ทะเลหมอกกำลังสวยงามเช้านี้ออกมาต้อนรับพวกเรา

จุดชมวิวนี้เขากำลังทำทางเพื่อรองรับให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปสภาพเลยเรียบพึ่งเกลี่ยกันได้ไม่นานเป็นดินแดงเลย 

สวยงามตามท้องเรื่องไปดูรูปกันเลย

ระหว่างรอคุณแม่แต่งหน้าเราก็ถ่ายรูปรถไปเรื่อยก็คนบ้ารถ

เป็นทะเลหมอกแรกของปี 2563ของผมเลย เพราะทั้งปีนี้แทบไม่ได้เที่ยวไหนไกล ถือเป็นรางวัลส่งท้ายปีนี้

ผมถ่ายรูปอยู่สักพัก สาวน้อยก็ตื่นพอดี ตื่นมาด้วยความงงๆ ที่นี้มันที่ไหนวะเนี้ย

น้องเกลหน้านิ่ง ช่วงนี้ยังยิ้มไม่ค่อยเป็น เห็นอะไรก็ก็จะทำหน้างงตลอดเวลา 555

ทะเลหมอกแรกของหนูพ่อทำสำเร็จ

ถ่ายรูปลูกรูปเมียจนจุใจ ก็ครอบครัวสักใบ อิอิ

ไปต่อลงมาถึงตัวเมืองนาแห้ว ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก

ไม่รอช้ารีบขึ้นภูค้อกันต่อ ที่ภูค้อนี้เท่าที่ทราบตอนนี้คือมีสองทางขึ้น ถ้าตาม Google map จะพาขึ้นทางหลังที่ว่าการอำเภอนาแห้วซึ้งเป็นทางที่ผมไป จะไปเจอกับภูค้ออีกจุดหรือภูค้อน้อย แต่ถ้าภูค้อไร่ลุงนำนั้นต้องขึ้นจากทางโรงพยาบาลนาแห้ว ซึ่งผมก็พึ่งรู้ว่ามันเป็นคนละจุด รอบนี้เลยได้ไปแค่จุดเดียวคือตาม Google map เลยเป็นภูค้อน้อย

เส้นทางจากถนนหลักประมาณ 3 กิโลเมตร ทางลูกรังสลับคอนกรีตบางช่วง 

และเป็นช่วงประมาณโลสุดท้ายที่เป็นดินแดงล้วนและมีต่างระดับชันและทางแคบกระโดกกระเดก แต่ไม่โหดอะไรรถขับ4*4 มาได้หมดเดิมๆก็มาได้สบายมาก แต่ถ้าขับสองไม่แนะนำมีช่วงชันตรงท้ายหน่อยนึงครับ ส่วนถ้าขึ้นทางโรงพยาบาลนาแห้วเขาบอกว่าทางจะโหดกว่านี้อีกหน่อยครับ ไว้ค่อยมาใหม่

ผมใช้เวลาไม่นานไม่เกิน 15 นาทีก็ขึ้นมาถึง

ต้องร้องว้าวอีกแล้ว ทะเลหมอกแน่นๆอีกแล้วครับงานนี้

เท่ากับว่าเช้านี้ได้เจอทะเลหมอกไปแล้ว 3 จุดสุดยอดไปเลย แต่ก็ได้เจอแค่วันแรกครับวันอื่นไม่ได้เจออีกเลย 555

ไปดูรูปกันเลย ที่จุดนี้สามารถกางเต็นท์ได้มีห้องน้ำ ถ้าใครไม่มีรถขับ 4 ก็ติดต่อรถขึ้นมาได้ครับเข้าเพจภูค้อได้เลยผมก็สอบถามทางก่อนมาจากทางเพจภูค้อครับ

ชมรูปกันยาวๆเลย ตอนที่ถึงช่วง 8 โมงหมอกยังแน่นมากๆ สอบถามเจ้าถิ่นบอกว่าช่วงที่ผมไปนั้นมีหมอกแน่นๆแบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วครับโชคดีจริงๆ

แต่ที่จุดนี้วิวจะจะมีต้นไม้ใหญ่บังหน่อยอาจจะไม่เปิดกว้างเท่าฝั่งไร่ลุงนำครับจากที่ดูรูปมา แต่ก็สวยโอเคเลยครับ ยังไงลองมาเที่ยวกันได้ครับ

พี่คนดูแล ปิ้งข้าวจี่ชุบไข่ให้กิน แถมยังชวนกินข้าวต้มไข่ลวกกาแฟด้วย มีน้ำใจดีมากครับ แต่ผมกินแค่ข่าวจี่แล้วก็ลงครับ ส่วนค่าบำรุงสถานที่สำหรับคนที่ขึ้นมาชมวิวอย่างเดียวก็ไม่ได้ฟิกตายตัวแล้วแต่จะให้ตามเห็นสมควรได้เลยครับ

ขาลงหมอกยังแน่นๆ ทริปนี้ฟางจะถ่ายรูปไม่ค่อยได้เพราะต้องอุ้มแต่ลูกตลอดเวลา ผมเลยต้องจอดถ่ายเองเลยไม่ค่อยได้รูปเส้นทางมากนัก

ออกมาวิ่งต่อมาอีกประมาณ 20โล ก็มาถึงจุดชมวิวภูหัวฮ่อม

อากาศยังเย็นสบายๆแม่จะสายมากแล้วก็ตาม

เปลี่ยนจากชุดนอนเป็นชุดเที่ยวได้แล้วสาวน้อย

นั่งเล่นลมเย็นๆอยู่พักนึวพอแดดเริ่มแรงขึ้นก็ออกเดินทางต่อ

มุมไหนสวยก็จอดถ่ายตามประสาคนบ้ารถ

ขับกลับออกมาแวะชมวัดโพธิ์ชัยนาพึง

กินมื้อเช้าควบมื้อกลางวันที่ ก๋วยเตี๋ยวป้าจ้อม รสชาติอร่อย

และตบท้ายด้วยโกโก้ปั่นชื่นใจที่นาแห้วคอฟฟี่

ขับย้อนกลับที่ภูเก้าง้อมแวะถ่ายรูปอีกรอบคาวนี้ไม่มีหมอกแล้ววิวก็สวยไม่ธรรมดา

วิวระหว่างทางนาแห้วมาด่านซ้ายนี้สวยมากหลายจุดแต่จอดไม่ได้มันอันตราย

อันนี้ภูเปือยเห็นป้ายอะไรก็แวะจอดตลอด

ขับกลับมาถึงด่านซ้ายเลยแวะอีกที่ ที่พระธาตุศรีสองรัก

ยังสวยงามเช่นเดิมครับ

ยิงยาวเข้าตัวเมืองเลย วันนี้เราจะนอนกันที่ เลยพาเลซ จองผ่านโครงการเที่ยวด้วยกันที่พักเหลือ 420 บาทเอง

ห้องกว้างขวางอุปกรณ์ครบคัน ไม่นานนีกผมก็น็อค นอนจนถึงเย็น

เย็นนี้ไม่มีอะไรมากนัดกับพี่ชายเจ้าถิ่นเมืองเลยไว้ ไปกินข้าวบ้านพี่เขา

พี่ตั้มเมืองเลยคงจะเคยเห็นรีวิวก่อน ที่มาจังหวัดเลยก็ต้องมาเจอแกทุกที แล้วก็กลับที่พักนอนจบวันแรก

เช้าวันที่ สอง กว่าจะออกจาโรงแรมก็ 9 โมงกว่า

มากินมื้อเช้าที่ร้านมะกัน 

แล้วไปเที่ยวกันต่อที่อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมาน

สวยงามเลยนะครับดูจากแผนที่แล้วเป็นผืนน้ำเดียวกันกับแพห้วยกระทิงที่เคยมารอบก่อนครับแต่เป็นคนละด้าน ห้วยน้ำหมายจะอยู่ท้ายๆเลยเข้าคนละทาง

เดินมาที่ริมอ่างแดดร้อนมากๆ ร้อนแค่ไหนอาเกลก็ไม่หวั่นฝึกไว้ลูกเป็นลูกพ่อต้องอดทน โดนแดดโดนลมต้องไม่เป็นไร จะได้แข็งแรง อิอิ

ขับออกมาเจอต้นไม้ใหญ่เลยแวะอีกสักหน่อย

จากนั้นยิงยาวมาที่เชียงคาน กับจุดเช็คอินใหม่ Sky wolk เชียงคาน วันที่ไปคนเยอะมากๆ กำลังฮอทฮิตเลย ไปถึงแล้วต้องจอดรถไว้แล้วขึ้นรถบริการเพราะด้านบนจะไม่มีที่จอด ค่ารถคนละ20บาทรวมขึ้นลงแล้วขึ้นคันไหนก็ได้ และต้องซื้อถุงคลุมเท้าคู่ละ 30 รวมก็คนละ50 บาท

นั้งรถมาแปบเดียวก็ถึงด้านบนวิวสวยดีครับ

เนื่องจากคนเยอะที่นี้เลยจัดการให้เข้าเป็นรอบๆมีศาลาให้พักรอด้านข้าง

ถ่ายรูประหว่างรอ หนูจะมองแม่แบบนั้นทำไมลูกกก

ถึงคิวแล้วก็เดินเข้าไปดู แดดกำลังร้อนเลยช่วงบ่ายโมงพอดี

ถึงตรงกระจกมีความเสียวพอประมาณแต่ไม่มากครับ

วิวสวยงามครับมุมนี้ แต่คนเยอะจริงๆช่างยากเย็นที่จะถ่ายไม่ให้ติดใครเลย 555

วิวแม่น้ำโขงกว้างไกล

เดินแปบเดียวก็ครบรอบครับ ร้อนด้วยเลยอยู่ไม่นาน แล้วก็นั้งรถลงมาข้างล่างไปต่อ

ขยับเข้ามาที่ตัวเมืองเชียงคายถนนคนเดิน 

เดินเล่นนิดนึง

ยังคงมีมนต์เสน่ห์ให้ชวนกลับมาเยือนทุกครั้งสำหรับที่นี้เชียงคาน

ตั้งใจจะมากินจุ่มนัวยายพัดวันนี้แต่ไปไม่ทันปิดสะก่อนอดเลย

ก็เลยกินร้านตรงริมถนนด้านนอกมื้อนี้ 80 บาทใช้คนละครึ่งได้

แม่กินข้าวไวๆหนูหิวนมแล้ว

เติมพลังคนแล้ว รถก็หิวบ้าง น้ำมันถังแรกที่เติมจับจากสระบุรี มาหมดที่เชียงคานพอดี 

เติมกลับไปเต็มถังได้ทั้งสิ้น  1350บาท หรือ63.14 ลิตร  วิ่งไปได้ 623 กิโลเมตร เดี่ยวจะว่าด้วยเรื่องไมล์เพี้ยนอีกทีตอนท้าย



จากนั้นก็เดินทางต่อเลาะริมโขง 

รอบก่อนเคยวิ่งมาจากหนองคาย วันนี้วิ่งย้อนไปทางหนองคายบ้างวิวตลอดทางสวยงามลัดเลาะไปเรื่อยๆ

มาถึงสักคมตอน 4 โมง แวะพักที่ร้าน ฮักโขง

เป็นร้านคาเฟ่เก๋ๆริมโขงครับ ร้านนี้ก็ใช้คนละครึ่งได้ มื้อนี้อีก 80 บาท

จากนั้นก็ยิงยาวไปถึงท่าบ่อ 5โมงกว่า ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วคืนนี้อยู่กะชาวแก็งก็ดื่มกันตามปกติแล้วก็เข้าที่พักนอน เที่ยวมา 2 วันแล้วลูกสาวยังไม่มีอาการงอแงเลย ดีใจมากครับเป็นสัญญาณดีจะได้พาเที่ยวได้เต็มที่ แต่ที่เห็นไม่ยิ้มนั้นไม่ได้เป็นอะไรนะครับ ช่วงนั้นทำหน้างงตลอดเวลานานๆจะหลุดยิ้มมาที ถ่ายก็ไม่ทัน 555

เช้าวันที่สามตามสูตรนานๆเจอเพื่อนทีกว่าจะตื่นก็สายแล้ว ขับย้อนจากที่พักออกมาเที่ยวตลาดท่าเสด็จกับเพื่อนๆ

หรืออีกชื่อว่าตลาดท่าเรือ

กินมื้อเช้าควบเที่ยงกันที่ร้านแดงแหนมเนียงรสเด็ด มากินหลายคนใช้คนละครึ่งไป 4 คนตกเหลือคนละ 100มื้อนี้

อาหารอร่อยครับสมชื่อเสียง

เดินชมของในตลาด

มองไปเห็นสะพานมิตรภาพแบบไกลๆ

จากนั้นก็เลยขยับมาดูใกล้ๆ 

ไว้มีโอกาศโควิดซารอผ่อนรถหมดอีก 3 ปีคงได้ขับรถไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านบ้างครับ

หลังจากนั้นก็กลับมาที่พักเตรียมเข้างานแต่ง งานแต่งของเพื่อนที่หนองคายนี้เริ่มงานตอน 4 โมงแห่ขันหมากเข้าแล้วก็เข้าโต๊ะเลยรอพิธีเสร็จก็เริ่มงานเลี้ยงทันที คืนนี้ก็อยู่กันครึ่งคืนยินดีกับเพื่อนกันสุดเหวี่ยง ปล.ช่วงนั้นที่ไปยังไม่มีการแพร่ระบาดโควิดรอบสองนะครับ งานเลยจัดได้ตามปกติ

ถึงแม้จะเมาแค่ไหนเลือดนักเที่ยวยังพรุ่งพร่าน ตื่นเช้าจนชินเมาก็ยังต้องตื่นมา ดูเวลา 6โมงเช้า ลูกกับเมียยังหลับสบาย สกิดฟางไปวัดผาตากเสื้อกันเถอะ หอบลูกไปนอนต่อในรถ รีบบึ่ง หวังเผื่อจะโชคดีมีทะลหมอกให้ชม ระยะทางจากโรงแรมมาวัดผาตากเสื้อประมาณ 50 โล มาถึงตอน 6.40 

วันนี้ไร้หมอกแห้วตามเคย แต่มีสายหมอกข้างล่างนั้นกำลังสงสัยว่าหมอกหรือควัน

ลูกยังหลับเลยเดินมาถ่ายรูปคนเดียวเพราะเคยมาแล้วเมื่อปีก่อน และน้องฟางยังไมไ่ด้แต่งหน้าเลย 555

ถ่ายรูปแปบเดียวก็กลับแต่บรยากาศตอนเช้าหนาวกำลังดี อารมณ์เหมือนเปิดแอร์เบาๆ

จากนั้นก็กลับมาหาข้าวเช้ากินแถวที่พัก เตรียมออกวันนี้ยิงยาวเข้ากทม ออกจากที่พัก ประมาณ 9 โมง 

แวะร้านเฌอคาเฟ่ อยู่ริมถนนหลักเลย

ถ้ามาช่วงนาเขียวจะสวยกว่านี้มากช่วงนี้ข้าวเกี่ยวไปหมดแล้ว

วันนี้มาในชุดไฮโซโบว์ใหญ่

ออกจากร้านก็ยิงยาวมาที่ขอนแก่น แวะพักหาพ่อหนุ่มหน้ามนต์คนขอนแก่นสมาชิกที่ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆที่พึ่งแต่งงานไปปีที่แล้ว ใครเคยอ่านรีวิวเก่าๆคงจะจำได้ 

ร้านจ๊วดคาเฟ่ ร้านอาหารและคาเฟ่ที่บรรยากาศดีมาก และคนก็เยอะมากๆๆ นั้งรอคิวเป็นชั่วโมงถือว่าพักในตัวยังแฮงค์ๆอยู่

ที่นี้มีศาลาเยอะพอสมควรแต่ คุณจะนั้งจะนอนกันทั้งวีนก็ตามใจ เลยต้องรอคิวกันนานเสียหน่อย

ถ่ายรูปเล่นรอบๆระหว่างรอคิว

นี้ไงพ่อหนุ่มเต้หน้ามนต์ วันนี้แฟนสาวตั้งท้องได้ประมาณ 4 เดือนแล้ว ตามกันมาติดๆ ทริปต่อไปได้เที่ยวด้วยกันคงจะเจี๊ยวจ้าวกันน่าดู 555

ถึงคิวแล้ว บรรยากาศมันน่านอนจริงๆ 

อาหารรสชาติอร่อยเลยครับมาทานกันได้ไม่แปลกใจทำไมคนเยอะ

กินอิ่มแล้วก็นอนกันสักงีบ ใช้คนละครึ่งออีกเหลือคนละ 100กว่าบาทมื้อนี้

จากนั้นก็แยกย้ายกันตอนบ่ายสาม

จากนั้นก็ยิงยาวเข้า กทม. วันนั้นช่างเป็นวันที่รถเยอะมากๆ น่าจะเพราะตรงกะงานอีสานเขียวพอดี เห็นรถมอไซต์รถคลาสสิคเยอะมาก 

น้ำมันมาหมดอีกทีตอนแถวๆจะเข้าโคราช เลยเติมไปอีก 800 บาทได้มา 37.91 ลิตร

รถติดตลอดทางยิ่งช่วงโคราชยิ่งโคตรติดวันนี้ขับเหนื่อยเลย ในที่สุดก็มาถึงบ้าน ประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง

ถึงบ้านวิ่งไปได้ระยะทางจับตั้งแต่สระบุรีจนถึงบ้าน 1527 โลเหลือน้ำมันอีกตามรูป

เหลือขับในกทม ขับมาจนน้ำมันหมด รวมแล้ววิ่งไป 1715 กิโลเมตรกับน้ำมัน

1300 บาท 63.88 ลิตร

1350 บาท 63.14 ลิตร

800 บาท 37.91 ลิตร

รวม 3450 บาท 164.93 ลิตร หาร 1715 ตกกิโลเมตรละ 2.01 บาทหรือ 10.39 กิโลเมตร/ลิตร 

กับการใช้งานความเร็วเดินทางปกติ 110-130 มีเหยียบบ้างนิดหน่อยและรถติด รวมถึงใช้ขับ 4 ด้วยช่วงจังหวัดเลย

ว่าด้วยเรื่องไมล์เพี้ยนไมล์แข็ง หลังจากตอนนี้ยกรถขึ้นมาสองนิ้ว และขยับไซด์ยางเป็น 285/75R16 

จากเดิมเป็นขนาด 265/70r16 ทำให้เส้นรอบวงใหญ่ขึ้นไมล์เลยแข็งขึ้นหมุนหนึ่งรอบระยะทางเลยไม่ได้เท่าเดิม ดูจากเว็บคำนวนพบว่าค่าไมล์เพี้ยนไป 7.2% เท่ากับว่าไมล์รถผมได้ระยะทางเท่าไหร่ต้อง บวกไปอีก 7.2% จึงจะได้ระยะทางที่ถูกต้องเท่าเดิม ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะ แต่ถ้าผมเข้าใจผิดใครมีวิธีคิดก็พิมพ์บอกกันได้ครับ

ฉนั้นสรุปได้ว่า ระยะทางที่จับครั้งนี้ไมล์รถขึ้น 1715*7.2% จะได้เท่ากับ 1838 กิโลเมตร

คำนวนน้ำมันใหม่ก็จะได้

3450 บาท 164.93 ลิตร หาร 1838 ตกกิโลเมตรละ 1.87 บาทหรือ 11.14 กิโลเมตร/ลิตร ครับ

สรุปว่าล้อใหญ่ก็กินน้ำมันขึ้นมาอีกหน่อยจากปกติส่วนใหญ่จะได้ตัวเลขอยู่ 12 

และทริปนี้ขับค่อนข้างเรียบร้อย ตั้งแต่เป็นพ่อคนความห้าวในการขับรถก็ลดลงไปเยอะ รถก็เลยประหยัดน้ำมันขึ้นโดยปริยาย เพราะถ้าขับซัดๆแบบแต่ก่อน ตัวเลขทริปนีี้อาจจะตกไปอยู่เลข 9 กิโลลิตรได้ครับ จบการรายงาน อิอิ

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทริปนี้นอกจากค่าน้ำมันก็มีค่ากินทั่วไปที่แจ้งไว้บนรีวิวแล้ว ที่พักสองคืนหลัง ก็ไปมั่วบ้านงานเลยจ่ายแค่คืนแรกที่จังหวัดเลยครับ

จบไปอีกหนึ่งทริปหลังจากไม่ได้ออกทริปไกลๆมานาน ทริปนี้ปลุกไฟในการเดินทางกลับมาได้อีกครั้ง และลูกสาวก็แข็งแรงพร้อมเดินทางได้แล้ว ตลอดสี่วันไม่มีอาการงอแงเลย เวลาอยู่บ้านลูกหลับจะเปิดประตูจะลุกจากเตียงต้องย่องเบาอย่างกับเป็นขโมย 5555 หูดีมากตื่นอย่างง่าย แต่พอขึ้นรถทีไร กินนมแม่แปบเดียวเดี่ยวก็หลับ จะเปิดเพลลงดังยังไงคุยกะแม่ดังแค่ไหนก็ไม่ตื่นหลับสนิทดีมากบนรถ สงสัยจะชอบเที่ยวเหมือนพ่อกับแม่แน่ๆ  เดี่ยวจะค่อยๆเริ่มพาเที่ยวในรูปแบบที่พ่อกับแม่ไป ทริปหน้าเดี่ยวจะพาไปกางเต็นท์ครั้งแรกติดตามได้เลยจ้า

ขอเปลี่ยนจากคู่รักตะลอนทัวร์เป็นครอบครัวตะลอนเที่ยวนะครับ แล้วพบกันใหม่สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

ความคิดเห็น