
ก่อนออกเดินทางแวะชมคลิปก่อนได้ ทริปนี้มีอุปกรณ์ใหม่ โดรนน้อง DJI NEO กำลังเห่อจัดคลิปเต็มๆไปเลยคลิปนึง
รูปทั้งหมดถ่ายจาก Nikon D7200 fix35 tamron 70-300 tokina11-20 และ Iphone 12
ทริปนี้ไปช่วงตุลา 67
ออกเดินทางกลางคืนเช่นเคยสองทุ่ม ล้อหมุนไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยสายเอเชีย ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ออกเดินทาง จุดหมายเช้าแรกของเราวันนนี้คือดอยเสมอดาว เส้นทางมาก็ไม่ยาก แต่ถ้ามากลางคืนแบบนี้ให้เราวิ่งเข้าเมืองจะง่ายกว่า ถ้าตอนกลางวัน gps จะพาผ่านอุทยานขุนสถานตอนกลางคืนจะคดเคี้ยวไปหน่อย ให้เราปักมาทางตัวเมืองก่อนจะวิ่งง่ายกว่า
ทำเวลาได้ดี เรามาถึงดอยเสมอดาวช่วงตี 5 ผมเลือกขับต่อจากอุทยานมาอีกประมาณ 2 กิโล ระหว่างทางจะผ่านลานกางเต็นท์หลายที่ผมเลือกที่ ไร่ผาสัก ขับมาถึงฟ้ายังมืดก็เลยถือโอกาศงีบสักตื่น
ตื่นมา 6 โมงกว่าเห็นทะเลหมอกรอตอนรับขาวๆ เราไปชมกันเลย

รูปนี้ที่เห็นขาวๆนั้นมันทะเลหมอกนะครับแต่มันไม่เห็นท้องฟ้าเพราะเมฆก็หนา ตัดเลยมองไม่ค่อยออก ไปดูรูปต่อไปกัน


วันนี้ทะเลหมอกแน่นพอสมควรเลย

แต่ก็มีเมฆหนามองไม่เห็นท้องฟ้า



พระอาทิตย์กำลังสาดส่องผ่านก้อนเมฆใหญ่ลงมา



กำลังสงสัยว่าเมฆเหมือนฝนจะตกหรือป่าวเป็นอากาศที่เย็นกำลังดีมีความชื่นและน้ำค้างหนามากเช้านี้





เช้าแรกก็ชื่นใจ คุ้มค่าแก่การอดหลับอดนอน


สวยงามถูกใจถ้าฟ้าเปิดอีกหน่อยจะแจ่มมาก




อยู่กันไม่นานมากครับจุใจก็ไปกันต่อ




เส้นทางยังปกคลุมไปด้วยหมอก



เริ่มเข้าถนน 1081 ถนนลอยฟ้าสุดสวย

แวะโค้ง I love






วันที่ไปเป็นวันศุกร์ปลายตุลา นึกว่าคนจะน้อย ที่ไหนได้บอกเลยว่าแน่น

โค้งเลข 3 แทบแตก ทำให้รอบนี้อดจอดถ่ายรูปริมถนนสวยๆเลยเพราะว่ารถเยอะมาก จะจอดบ่อยมันก็ไม่เหมาะ


แต่ก็ยังพอหามุมถ่ายรูปสวยๆได้ครับ




อาป๋มร้อนคับพ่ออออ

ไปต่ออีกจุดโค้งพับผ้า


วิวดีวิวสวย


ได้ลองอุปกรณ์ใหม่สักทีจุดนี้ น้องโดรนจิ๋ว DJI NEO มีตังค์ซื้อโดรนสักที เพราะว่าตัวนี้ราคาไม่ถึงหมื่น เลยไหว 555

ไปดูรูปและคลิปจากน้องได้เลย



บินครั้งแรกก็จะเกร็งๆหน่อยแต่โดยรวมบินง่ายอยุ่ครับมือใหม่เล่นได้ไม่ยาก แต่ที่ยากคือต้องศึกษาข้อกฎหมายให้ดี บินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ ผมขึ้นทะเบียนเรียบร้อย จะบินก็ตามป่าเขาที่ไม่ใช่อุทยานเท่านั้น



ไปใส่บันไดท้ายมาใหม่ บอกเลยว่าเท่จัดถูกใจ ใช้งงานได้จริงนะ ปีนขึ้นแร็คหลังคาสบายจะจัดของได้ง่ายๆ

มีอีกหลายโค้งให้แวะแต่ขี้เกียจและ คนเยอะไปหน่อยเลยตรงมาที่บาอเกลือ
มาถึงบ่อเกลือตอนประมาณ เที่ยงกว่า แวะเข้าเส้นในบ่อเกลือก่อนเลย

บินโดรนสักช็อต


ทุ่งนากำลังอยู่ฤดูเก็บเกี่ยวสีเหลืองทอง บางที่ก็เกี่ยวไปหมดแล้ว




จากนั้นเราก็ไปต่อที่สะปันแวะกินข้าวกลางวันแต่เรายังไม่เที่ยวสะปันวันนี้ จุดหมายของเราคือที่ห้วยโทน ซื้อสเบียงอะไรให้เรียบร้อย พร้อมแล้วก็ลุยต่อ

ถึงสามแยกนี้ถ้าตรงไปขึ้นห้วยหมี เราจะตบขวาไปบ้านห้วยโทนกันก่อน ตอนนี้ไม่มีฝนแล้วเส้นทางไม่น่าจะยากอะไร

ขับมาเรื่อยๆถึงร้าน KM 4 แวะถ่ายรูปคาเฟ่ก่อนได้ วิวสวยที่พักก็มี



เริ่มเข้าสู้เส้นทางบ้านห้วยโทน ตั้งแต่แยกมาบ้านห้วยโทนเราจะเหมือนอยู่คนละเมืองกับสะปันเลย ทั้งที่ห่างกันแค่ 4 โล คนแทบไม่มีเงียบสงบมาก

ที่นอนของเราคืนนี้บ้านสวนนาไร่ ที่นี้จากทางขึ้นมาประมาณ 4-6 โลได้ เส้นทางวันที่ไปแห้งแล้วรถขับสอง แต่ไม่เตี้ยแบบเรา suv หรือเก๋งใจถึงๆมาได้สบาย ที่พักอยู่ประมาณตรงกลางระหว่างไปถึงจุดสูงสุดของหมู่บ้าน จากจุดนี้เราต้องขึ้นไปอีก 4 โลได้ ระหว่างทางขึ้นมาจะมีที่พักโฮมสเตย์เรื่อยๆ วิวสวยงามแตกต่างกันออกไป

บ้านของเราหลังนี้เลยทั้งหลังมีสองห้อง

ไปชมวิวบรรยากาศที่พักกันเลย


เห่อจริงโดรนใหม่ตรงไหนบินได้ก็จะขยันน่าดู


หลังเดียวเดี่ยวๆริมผาเลย


วิวจากระเบียงสวยงามที่พักราคา หัวละ 800 บาทพร้อมอาหาร เช้าเย็น

มาถึงช่วงบ่าย2 กว่า แดดกำลังแร้ง แรง


อากาศก็ดีลมมีความเย็นๆหนาวๆแต่กลางแดดร้อน ผมเลยได้นอนอีกตื่น ตื่นมาอีกทีก็ 4 โมงกว่า


ช่วงเย็นเราขับขึ้นไปอีกประมาณ 2 กิโล จะเป็นจุดชมวิวนาขั้นบันไดกลางหมู่บ้าน

เส้นทางตรงนี้รถผมก็ยังมาได้สบาย มีกระโดกกระเดกทางลูกรังสลับปูนบ้าง แต่น้อง Hev มีโหมด Glawel สำหรับทางลูกรังมาให้ด้วยบอกเลยมั่นใจขึ้นเยอะ แอบอวยย อิอิ
แต่เส้นทางต่อจากนี้ถ้าไปจุดยอดชมวิวสูงสุดอีกประมาณ 4 โล เขาว่าทางจะดุดันกว่านี้ แต่เราไม่ได้ไปและแค่นี้พอวิวเดียวกันแต่จะอยู่สูงกว่าครับ

วิวจุดนี้ก็คือดีงาม








แสงเย็นคือสวยมากก








กลับมาที่พัก 6 โมงพอดี แสงอาทิตย์กำลังหมดวันแรก

มื้อเย็นของเราวันนี้เป็นอาหารพื้นบ้าน

เมื่อแสงแดดหมดลงดวงดาวก็เจิดจรัสอยู่เต็มท้องฟ้า

ในที่สุดปีนี้ก็ได้ล่าทางช้างเผือกเป็นเชือกแรกและเชือกเดียวของปีนี้ เพราะอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการล่าช้างพอดี ชื่นใจจริงๆครับทริปนี้ คนชอบดาวมันว้าววมาก

ตกกลางคืนลมแรงพอสมควร หอบลมหนาวมาแบบกำลังไหว นอนในผ้าห่มยังพออุ่นหลับสบาย หรือว่าเพลียก็ไม่ทราบ

ตื่นเช้ามารับทะเลหมอกที่สองกันสำหรับทริปนี้

ห้วยโทนไม่ทำให้ผิดหวัง

ชมหมอกกันไป


ซูมเข้าไป ไปดูยาวๆเลย










มาดูมุมสูงบ้าง


ไอ้หมาตื่นแล้วก้าบบ



พี่สาวยังไม่ตื่น



พี่เกลตื่นแว้ววว











มาบินโดรนอีกรอบ









ชอบรูแนี้มาก เห็นสายน้ำ ทะเลหมอก ภูเขา





จุใจมากห้วยโทน
ข้าวต้มมือเช้า



อาบน้ำแต่งตัวแล้วไปกันต่อ


ออกจากบ้านห้วยโทน 10โมง


ถึงสามแยกเลี้ยวขวามาต่อที่บ้านห้วยหมี

เส้นทางห้วยหมีก็ประมาณ 4 โลมีชันมากแค่เนินนี้ในรูป แต่เทปูนแล้ว นอกนั้นก็เป็นลูกรังหินลอยก้อนใหญ่ๆแต่ไม่ได้ชันมาก รถไม่โหลดมาได้สบายครับ ช่วงหน้าแล้งแบบนี้นะ


แวะชมลานกางเต็นท์ 3

และเราก็ไปจอดถ่ายรูปกันที่ลาน 2 ลาน 1-2-3 อยู่ติดๆกันเลยวิวคล้ายกันเลือกชมได้




รูปนี้บินออกไปที่ลาน 1

อันนี้หันมาที่ลาน 2 ที่เราอยู่


วิวดีสวยงามอลังกาล ภูเขาใหญ่เวอร์



แอ็คเท่ๆสักรูป

เอ้าเย้ๆๆ ในรูปมีคนไม่เย้ แต่ร้องแง๊ๆๆๆ










วิวโคตรดี ว้าวมาก



เส้นทางประมาณนี้ ลองดูในคลิปพอมีอยู่






ลงมาถึงสะปันแล้ว บอกเลยว่าห้วยหมี ห้วยโทนต้องไป ใครรถไม่พร้อมเขามีบริการราคาไม่แพง คุณจะพบกับความดิบๆธรรมชาติที่ยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างมากเหมือนสะปัน นะครับลองดู




แวะคาเฟ่หยุดเวลา นาที่นี้เกี่ยวไปหมดแล้วตอนนี้




นักท่องเที่ยวเยอะพอสมควรก็คือเป็นช่วงวันเสาร์ด้วย เราก็เลยไปกันต่อไปครับ

ออกจากสะปันที่นอนคืนที่สองไม่ไกลมาก ขยับมาบ้านเปียงซ้อ

เส้นทางก็มีช่วงที่ดุนิดหน่อย ไม่เหมาะกับเก๋งโหลด แต่เห็นว่าตอนนี้ที่เขียนรีวิวเขาทำทางใหม่แล้วปีนี้รถเก๋งน่าจะไปได้สบายแล้วครับ

เรานอนกันที่บ้านเปียงซ้อโฮมสเตย์

วิวดีงามอีกเช่นเคย


ราคาห้องพักเพียง 1200 ถ้าหลังข้างหน้าน่าจะ 1300-1400

บินอีกแล้ว เก็บชั่วโมงบินหน้าดู






แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจากภาพนี้ช่วงเวลา 17.50 ภูเขาเริ่มบังแสงอาทิตย์หรือลมแรงก็ไม่ทราบมันเกิดไวมาก อยู่ดีดี ดาวเทียมในรีโมทโดรนก็หายไปจับพิกัดโดรนไม่ได้ บินกลับที่เดิมไม่ถูก แล้วโดรนก็ตัวเล้กมาก เราก็มองไม่เห็นว่ามันอยู่ตรงไหน ลมก็พัดน้องไปไกลจนมองไม่เห็นพยายามยื้ออยู่นาน จนสุดท้ายมันกลับมาไม่ได้ เราเห็นกระท่อมปลายนา 1 หลัง ตัดสินใจบินให้ชนกระท่อม เพื่อให้มันไปตกที่กระท่อมเพื่อหวังว่าจะได้หาเจอง่ายหน่อย
ยังดีว่าในแอพมันมีคลิปสุดท้ายที่ภาพก็ไม่ค่อยชัดเพราะเรากำลังก้มๆเงยๆโดรนสู้กับลมหมุนซ้ายขวาหาทางกลับ ให้ที่พักดูเขาบอกว่าน่าจะกระท่อมของที่พัก โฮมสเตย์เหมือนกันแต่เป็นอีกที่ ห่างไปเกือบกิโลเมตร โอ้โห ลมมันพาไปไกลมาก ตอนนี้ก็มืดสนิทเขาบอกตอนเช้าเดี่ยวพาไปดู


เอาล่ะมากินหมูทะกันก่อนละกัน จริงๆกินก่อนบินไปสองคำเลยขอบินดูแสงเย็น

รูปนี้ยังยิ้มได้เพราะยังไม่ได้บิน


หลังจากโดรนตกก็เลยกินไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่555 มันกังวลๆพึ่งซื้อนะโว้ยย แต่ก็มั่นใจแหละว่าต้องหาเจอเราตกแบบชัดเจน แต่มันก็ยังใจเสียนิดนึงอยู่ดี

ก็ยังพอได้ถ่ายแสงเย็น

และทางช้างเผือกอีกสักหน่อย ก่อนเข้านอนด้วยใจก็ลุ้นนิดนึง แต่ก็หลับได้อยู๋อากาศหนาวมาก


6.30 น้องที่พักมาเรียกแต่เช้าเลย ขอบคุณมากครับพานั่งเวฟไป ลงไปทางทำสวนทำนาถ้าไปเองก็บอกเลยไปไม่ถูก อ้อลืมบอก GPS ที่แสดงตำแน่งอ่ะก็ไม่ตรงนะ เพราะเคสเราคือดาวเทียมหายมันเลยระบุเป็นตำแหน่งที่ยังมีสัญญาญซึ่งไม่ใช่ตรงที่เราบินไปลงกระท่อม จะต่างกับเคสที่เผลอบินชนต้นไม้แล้วเครื่องตกอันนั้นจะจับพิกัดไ้ด้ตรงอยู่ครับ

ต้องอวยตัวเองสักหน่อยว่าเราก็ไหวพริบพอดี พอเจอมันเลยโม้ได้ 555 เราเลือกตกได้ถูกมากตกที่กระท่อมน้องนอนไม่เปียกน้ำค้างด้วยมีหลังคาบังเพราะตอนชนเราบินให้มันสวบๆไปทางใต้กระท่อมน้องเลยไม่เจ็บหนัก และข้อดีคือมีการ์ดป้องกันใบพัด น้องเลยปั่นยอดหญ้าเขียวๆติดมาแล้วก็ตกนอนอย่างสวยงาม

นี้่เส้นทางลงไปหาน้อง

ยิ้มได้อีกครั้ง ให้สินน้ำใจน้องที่พักไปนิดหน่อยถือว่าเลี้ยงน้ำจริงๆเขาพาไปฟรีเราต้องขอบคุณน้องๆที่พัก บ้านเปียงซ้อโฮมสเตย์ มากจริงๆครับ

ข้าวต้มร้อนๆ


ลองเทสบินได้ปกติ แต่ยังแหยงๆเหมือนลมจะแรงวันนี้ไม่กล้าบินสูง 5555

เก็บของเตรียมไปกันต่อ



วันนี้มาในทีมสีชมพู




ปีนขึ้นหลังคาขอรูปรวมเท่ๆหน่อย

กลับมาถ่ายรูปมุมเดิม


รูปบนปัจจุบัน
รูปล่างนี้ประมาณ 6 ปีที่แล้วตอนขี่มอเตอร์ไซต์มา 2 คนรีวิวเก่าๆยังมีสมัยยังไม่มีลูกยังอุ้มเมียไหวยุนะ 55




บรรยากาศระหว่างทางสวยงามทุกกิโลเมตร




ลงมาถึงบ่อเกลืออีกครั้ง

ขึ้นไปต่อเส้นภูคาจะข้ามไปปัว

จุดชมวิว 1715 ได้เห็นวิวสักที ปกติมาแต่หน้าฝน ฟ้าปิดตลอด


ถนนลอยฟ้าภูคา มองมุมนี้สวยมากถ้าหน้าฝนคงจะสวยกว่านี้





ลงมาถึงปัวแวะกินข้าวกันที่ ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

พิซซ่าอร่อยสมที่ชาวเน็ตว่ากันครับ อย่างอื่นก็โอเค แวะมาทานกันได้

ที่ร้านบรรยากาศดีมีโซนปลาด้วย





ไปกันต่อที่โรงบ่มปัวคาเฟ่


มุมถ่ายรูปสวยงามตามท้องร่อง




ใครจะหมี่เหลืองกับป๋ม




คืนที่สามในจังหวัดน่าน เจอกันที่ดอยสกาด

ที่นี้บ้านแม่โฮมสเตย์ หัวละ 900 บาท อาหารสองมื้อ





วิวดีงามเหมือนเดิม

ที่พักเป็นหลังใหญ่มีสองห้องนอน เรามา 4 คนเด็ก2 ก็เหมาหลังไปเลย








มาดูที่พักกัน ที่พักนี้ดีมากๆ มีห้องโถงใหญ่มาก

ห้องนอนก็ใหญ่ดีเลย

วิวก็สวยงาม ลูกสาวเริ่มจะถ่ายรูปเป็นแล้ว



ที่นี้ระเบียงปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กไม่ต้องกลัวตกมีพื้นที่เยอะวิ่งเล่นสบาย



มื้อเย็นมีทั้งขันโตก หมูกระทะ จุกๆ



นอนหนาวทุกคืนหลับสบาย เช้านี้ไร้ทะเลหมอก ที่นี้คงต้องลุ้นตอนหน้าฝนเท่านั้น

มื้อเช้าก็ดี



วิวสวยบรรยากาศดี รถถึงวิ่งไม่ยาก ดอยสกาดแนะนำเลย





ก่อนลงดอยสกาด คาเฟ่สักที่


ที่นี้ก็วิวสวยมีที่พักด้วย




บินโดรนอีกสักรอบทริปนี้ รีวิวนิดหน่อยสำหรับมือใหม่เล่นโดรน เจ้า DJI NEO คือบินง่ายมาก เล็กพกง่าย ขอเสียคือจะสู้ลมได้ไม่ดีเท่ารุ่นใหญ่ๆเขาครับ และภาพก็จะดรอปกว่าตัวสูงๆ ไว้มีตังค์จะอัพตัวใหม่ครับ






กลับมาเข้าเมือง

วัดภูมินทร์

กระซิบรักบันลือโลก กระซิบไปกระซิบมาลูกสองแล้วจ้า


พี่สาวจับมือน้องชายภาพนี้น่ารักมากพ่อชอบ







ซุ้มลีลาวดี








เติมพลังยามบ่าย ข้าวซอยเมืองน่าน

ก่อนออกจากเมืองน่าน แวะขนมหวานบ้านยายภรณ์ เป็นอันจบทริป


ออกจากน่านยิงยาวกลับบ้านเรา ถึงพิดโลกเข้ามีงานสแดงคอนเสริตอะไรกันเเนี้ย

แสงสวยไม่เบา
กลับถึงบ้าน 5 ทุ่มเวลากำลังสวยจบทริปอยากจุใจ 4 วัน 4 คืน
มาดูค่าเชื้อเพลิง
ค่าน้ำมัน น้ำมัน 600 16.75ลิตร
ค่าแก้ส
500 34.74 ลิตร
588 34.88ลิตร
320 17.41ลิตร
350 19.25ลิตร
500 27.49ลิตร
400 24.39ลิตร
300 19.17 ลิคร
รวม 3558 บาท 194.08 ลิตร

ทริปนี้ ไปทุกดอยไม่ต้องคอยข้างล่าง
น้อง Xpander HEV ทำได้ดีมีตินิดหน่อย
บรรทุกเต็ม ดันดอยกำลังเหลือเฟือ
รู้เทคนิคแล้ว ไม่จำเป็นต้องเทคแรงๆแบบรถน้ำมันกำลังทอร์คไฟฟ้า ดึงขึ้นเขาได้สบายแบบตอนขี่กระบะเลย จอดคาเนินชันๆก็ไปได้ แค่ต้องเลี้ยงให้แบตไฮบริดมีตลอด รถจะมีกำลังขึ้นได้
เพราะข้อติของคันนี้คือ แบตไฮบริดลูกมันเล็กไปหน่อย ถ้าดันขึ้นเขายาวๆแบบไม่มีพักเลยเช่น ภูคา เปียงซ้อ
(ห้วยโทนห้วยหมีก็ชันแต่สั้นๆเป็นทางดินลูกรัง เราค่อยๆไต่อยู่แล้วแบตพอใช้งาน)
พอแบตไฮบริดหมด มันจะขึ้นแบบช้าไม่พุ่งแบบตอนมีแบต แต่ก็ยังขึ้นได้ปกติ แต่ความรู้สึกมันเลยจะดูอืดๆแบบรถสันดาบปกติ
ส่วนเส้นทางระหว่างดอยที่มีขึ้นลง กด TRAMAC B ขับสนุกมาก ช่วงลงจากดอย ใช้เกียร์B แตะเบรคน้อยมากครับ ได้ไฟกลับเต็มเปี่ยม
ส่วนอัตราเชื้อเพลิงรอบนี้
วิ่งไป1921 โล เติมแก้สไป2958 น้ำมัน600
รวมใช้ไป 194ลิตร 3558
ตกกิโลละ 1.85 บาท 9.9โลลิตร แก้สทางเหนือแพงมากเจอแต่18บาท ตัวเลข 9.9 จะดูกินไปนิด แต่จากการขับขี่ปรู้ดปร้าดและการบรรทุกแล้ว รับได้เพราะตีเป็นเงิน ยังไม่ถึง2บาท ถ้าน้ำมันล้วนทริปนี้คงโลละ3บาทกว่าแน่นอนครับ
เป็นทริปที่ครบรสเช่นเคยจุใจทุกที่ทุกครั้งทีไ่ด้ออกเดินทางคือการไปเก็บความทรงจำกับลูกๆ จะใกล้จะไกลก็มีความสุข เก็บเกี่ยวช่วงเวลาแบบนี้ไว้ให้มากที่สุดก่อนที่พวกเขาจะโต แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าวันนี้ครอบครัวตะลอนเที่ยวสวัสดีจ้าา

เที่ยวทั่วไทยไปกับ Xpander
เหลี่ยมพาเที่ยว
วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 เวลา 21.06 น.