ภูกระดึง ตึงทั้งตัว 2 วัน 1 คืนอันสุดโหด ไม่มีรถส่วนตัวก็เที่ยวได้ รีวิวโดย View Journey ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว

ลมพัดตึ้ง ครั้งหนึ่ง ณ ภูกระดึง ตึงทั้งตัว ⛰⛰ปลายหน้าหนาวเข้าสู่หน้าร้อน ปลายเดือนกุมภาพันธ์เที่ยวภูกระดึงคนเดียว 2 วัน 1 คืน ถึงจะตัวคนเดียวแต่ไม่เดียวดายน้าา ทริปนี้ถือว่าครั้งแรกในชีวิตในการพิชิตปีนเขาอันสุดโหด ในระยะทาง 5.5 km นอนเต็นท์คนเดียวครั้งแรกวิธีการเตรียมตัวก่อนมาเที่ยวภูกระดึง1.ควรเตร

ภูกระดึง ตึงทั้งตัว 2 วัน 1 คืนอันสุดโหด ไม่มีรถส่วนตัวก็เที่ยวได้

ภูกระดึง ตึงทั้งตัว 2 วัน 1 คืนอันสุดโหด ไม่มีรถส่วนตัวก็เที่ยวได้

 วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564 เวลา 11.40 น.

 วันที่เดินทาง 27 ก.พ. 2564

ลมพัดตึ้ง ครั้งหนึ่ง ณ ภูกระดึง ตึงทั้งตัว ⛰⛰
ปลายหน้าหนาวเข้าสู่หน้าร้อน ปลายเดือนกุมภาพันธ์

เที่ยวภูกระดึงคนเดียว 2 วัน 1 คืน ถึงจะตัวคนเดียวแต่ไม่เดียวดายน้าา
ทริปนี้ถือว่าครั้งแรกในชีวิตในการพิชิตปีนเขาอันสุดโหด ในระยะทาง 5.5 km นอนเต็นท์คนเดียวครั้งแรก

วิธีการเตรียมตัวก่อนมาเที่ยวภูกระดึง

1.ควรเตรียมร่างกายมาให้พร้อม เพราะระยะทางที่เดินนั้นไกล และชันในหลายช่วง
2.ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ระบายอากาศได้ดี เตรียมเสื้อกันหนาวไว้ด้วยค่ะ เพราะอากาศข้างบนเย็นมาก
3.รองเท้าควรใส่แบบหุ้มส้น รองเท้าเดินป่า หรือรองเท้ากีฬาได้ที่ส้นหนาๆ
4.เตรียมรองเท้าแตะไปด้วย ไว้ใส่เข้าห้องน้ำ รวมถึงผ้าขนหนู ยาสระผม แปรง-ยาสีฟัน (ห้องอาบน้ำมีแต่สบู่)
5.ไม้ trekking หรือถ้าไม่มีสามารถใช้ไม้ไผ่ที่มีไว้ให้ตรงทางขึ้น-ลงได้
6.ไฟฉายเตรียมไปด้วยค่ะ เพราะตอนกลางคืนแสงไฟน้อย มืดมากก
7.ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยาดม
8.สเปรย์หรือถุงกันทาก สำหรับไปช่วงปลายหน้าฝน
(ช่วงกลางเดือน ธ.ค. อาจจะไม่มีทากแล้ว)
9.สามารถนำเต็นท์ไปเองได้ แต่ถ้าไม่มีสามารถติดต่อที่จุดบริการนักท่องเที่ยวก่อนขึ้นภูได้ รวมถึงแผ่นรองนอน หมอน ผ้าห่ม ถุงนอนต่างๆก็เช่นกัน
10.เตรียมเฉพาะของที่จำเป็นถ้าจะแบกเอง หรือสามารถใช้บริการลูกหาบได้ กิโลละ 30 บาท
11.เตรียมเงินไปเยอะๆ เพราะของกินระหว่างทางเยอะมาก ราคาเรียกได้ว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว
12.ภูกระดึง เปิดให้ขึ้น-ลง ตั้งแต่เวลา 7.00-14.00 แนะนำว่ามาตั้งแต่เช้าจะดีที่สุด เพราะอากาศกำลังดี ยิ่งมาช่วง High season ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น คือ ลูกหาบหมด ของต้องแบกขึ้นเอง บันเทิงเลยทีเดียว


How To เริ่มเลยย

🚎เดินทางด้วยรถบัส ของ บ.แอร์เมืองเลย จากสถานีขนส่งหมอชิต ไปลงจุดจอดผานกเค้า
เหมารถสองแถวจากจุดจอดผานกเค้า (ร้านเจ้กิม) ไปส่งถึงอุทยานเลยค่ะ

ซื้อบัตรเข้าอุทยาน 40 บาท

เพื่อนร่วมทางของวิวเอง เราเจอกัน ณ ร้านเจ๊กิม

เส้นทางเดินป่าจ้า ระยะทางขึ้น 5.5km กี่ชั่วโมงจะถึงตอนไหน วัดใจกันดู

Are you ready?

Gooooo

ไหวไหม ไหวป่ะ

ถึงแล้ว ณ ซำแฮก มันแฮกจริงๆ ระยะทาง 800 เมตร แตงโมหวานๆไร้เมล็ดคลายร้อน

พร้อมแล้วไปกันต่อเลยยยย

แวะทุกซำ

พักก่อน ณ ซำกกหว้า

เดินจนตึง เมื่อไหร่จะถึง

เราเจอ ณ ซำๆหนึ่ง บานสะพรั่ง

พี่ลูกหาบสุดยอดจริงๆ อึด ถึก ทน ทำได้ไง

เจอบันไดแล้ว อีก 1 km จะถึงหลังแป
ทางขึ้นจะเป็นหินล้วนๆ ชันไปอีกก

ถึงแล้วววว ในที่สุดข้าคือผู้พิชิตภูกระดึงในครั้งหนึ่ง
ระยะทาง 5.5 km ใช้เวลา 5 ชั่วโมง สำหรับมือใหม่เดินป่า แล้วคนไม่ใช่สายฟิตอย่างเรา

ใครจะสนไม่สน นี่ลูกสน

ยังไม่จบนะคะ มีต่ออีก 3 km สุดท้าย
อ้ากกก 😓😓😓

ถึงลานกางเต็นท์แล้วว มาฟอกปอดยอดภูกระดึง

เต็นท์ลายทหารสีน้ำตาล วิวจองจากเว็ปของอุทยาน https://nps.dnp.go.th/
1 หลังนอนได้ถึง 3 คน แต่คืนนี้นอนคนเดียวจ้า

เช่าจักรยานล้อเล็ก 60 บาท ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก ระยะทางจากลานกางเต็นท์ 3 km หรือจะเดินไปก็ได้นะถ้าไหว

ตอนแรกแพลนไว้ว่าจะเช่าล้อใหญ่ไปผาหล่มสักวันนั้น แต่จักรยานหมด 😭😭😭😭

ปั่นต่อไป 3km ทางเดิน ทั้งดิน ทั้งหิน ที่พีคกว่านั้นคือทราย

ตะวันลับขอบฟ้า ณ ผาหมากดูก

หมูกระทะ ณ เวลานี้จะเยียวยาทุกสิ่ง ชุดละ 500 บาท
ทาน 5 คน 2 ชุด ถือว่าทั้งอิ่มแล้วคุ้มอยู่น้าา

Days 2 ....

ณ ผานกแอ่นเช้านี้ อุณหภูมิ 20 องศา
อยู่ห่างจากลานกางเต็นท์ 2 km
ตื่นตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง แล้วจะมีเจ้าหน้าที่พาเดินไปตอนตี 5

เดินกลับเต็นท์ ถ่ายมุมนี้ได้ฟิลล์เหมือนอยู่ต่างประเทศ

เจอต้นเมเปิ้ลข้างทาง ยังเจอใบแดงหล่นเหลือๆอยู่ เก็บมาสักหน่อย

เจอน้องกวางประจำถิ่นแล้ว

กินข้าว คืนเต็นท์ ฝากกระเป๋าจ้างลูกหาบเสร็จเรียบร้อย ภาระกิจต่อไปคือ อยากไปถ่ายรูปมุมมหาชนที่ผาหล่มสัก เช่าจักรยานล้อใหญ่ 410 บาท
ทำไมต้องเช่าล้อใหญ่ เพราะทางมักจะเป็นพื้นทรายแบบ นึกว่าอยู่หาดพัทยา ปั่นล้อเล็กไม่รอดแน่นอน

ปั่นไปตามเลียบผา ทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน แวะจอดทุกผา เจอพื้น ทั้งหิน ทั้งรากไม้ ทั้งทราย ทั้งเนิน โหดจริง

ปั่นไปหอบไป เกือบถอดใจกลับแล้วว

ถึงผาหล่มสักเป้าหมายแล้วววว ระยะทาง 9 km
ย้ำนะคะว่า 9 km

นี่คือมุมมหาชนที่ต้องการ ถือว่าคุ้มค่าแก่การมาถึง
มุมนี้ไม่แนะนำให้ตั้งกล้องถ่ายเองน้า เดี๋ยวกล้องตกผาเพราะลมแรงมาก

แวะทานของหวานซะหน่อย  ร้านโอปอ พิกัดผาหล่มสัก

เที่ยงกว่าๆแล้ววว เป้าหมายต่อไปคือปั่นจักรยานไปคืนที่หลังแป แล้วลงจากภูก่อนบ่าย 2 ปั่นกลับไปอีกทางเดิม 9 km

มีเวลายังเหลือ แวะถ่ายรูป ณ ผาเหยียบเมฆ

แวะมาผาหมากดูกอีกรอบ

คืนจักรยาน ณ หลังแปเรียบร้อย ถ่ายกับป้ายนี้อีกรอบก่อนลง

เตรียมตัวเดินลง ภาพสุดท้ายของบนยอดนี้

สุดท้ายนี้ ขอบคุณเพื่อนร่วมทางอีกทั้ง 4 ชีวิตที่ร่วมทางกันในครั้งนี้ เพราะภูกระดึง ถึงทำให้เราได้เจอกัน

มาคนเดียวแบบเงียบๆ ได้เพื่อนเพียบนะคะ

สรุปค่าใช้จ่ายในทริป

รถบัส แอร์เมืองเลย ไป-กลับ 943
เต็นท์+อุปกรณ์ 285
สองแถวผานกเค้า-อุทยาน ไป 60 กลับ 42
ค่าเข้าอุทยาน 40
ลูกหาบ ขึ้น 120 ลง 90
ใบติดกระเป๋า 10 (ขึ้น-ลง)
เช่าจักรยาน ล้อเล็ก ไปผาหมากดูก 60
เช่าจักรยาน ล้อใหญ่ ไปผาหล่มสัก 410

รวมทั้งหมด 2060

ราคานี้ยังไม่รวมค่าอาหารการกิน อันนี้อยู่ที่การสะดวกจ่ายของแต่ละคน ใครงบมากหรืองบน้อย เอาใช้เป็นแนวทางกันนะคะ ถ้าสรุปรวมทั้งหมดก็น่าจะเกือบๆ 3000 เหมือนกันค่ะ อาหาร 1 มื้อรวมน้ำดื่มก็เกือบๆหลักร้อย (นึกว่าเที่ยวญี่ปุ่น)
ถ้าอยู่ 2 คืน คูณ 2 ค่าเต็นท์อุปกรณ์นอน กับ ค่าอาหารกันค่ะ

ความคิดเห็น