ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 8 ) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7)] ที่เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงไก่ขัน ในที่สุดดดดด วันนี้เราก็จะได้ไปลองสอนหนังสือเด็กๆ กันแล้ววว ตื่นเต้นๆ เราไม่เคยสอนหนังสือเด็กเล็กๆ ขนาดนี้มาก่อนเลย แอบกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะไม่รอด 5555 ตอนแรกเรานึกว่าจะไม่ได้มาสอนหนังสือแล้ว เพร

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 8 )

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 8 )

 วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เวลา 11.46 น.

 วันที่เดินทาง 14 พ.ย. 2563

หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7)] ที่เราตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงไก่ขัน ในที่สุดดดดด วันนี้เราก็จะได้ไปลองสอนหนังสือเด็กๆ กันแล้ววว ตื่นเต้นๆ เราไม่เคยสอนหนังสือเด็กเล็กๆ ขนาดนี้มาก่อนเลย แอบกลัวอยู่เหมือนกันว่าจะไม่รอด 5555

ตอนแรกเรานึกว่าจะไม่ได้มาสอนหนังสือแล้ว เพราะด้วยความที่วันนี้เป็นวันเสาร์เด็กๆ ก็น่าจะหยุดเรียนกัน แต่เป็นไงมาไงไม่รู้ก็มีคนนัดเด็กๆ มาให้เราจ้าา เราก็เลยตามพี่แฟร์มาดูแลเด็ก ขอให้มันเป็นความทรงจำดีๆ ในชีวิตบ้างก็แล้วกันเนอะ 5555

และแล้วเราก็ได้ค้นพบความจริงว่าเด็กที่อายุน้อยมากๆ จะพูดภาษาไทยไม่ได้จ้าาาา แต่ยังดีที่มีเด็กโตคอยแปลภาษาให้

จากนั้นด้วยความโปรของครูพลอยที่งัดคำศัพท์เด็กผู้ชาย (หยะป่า) กับเด็กผู้หญิง (หยะมี) เป็นภาษาลาหู่ขึ้นมาเรียกจัดแถวได้อย่างทันท่วงที

พอเรียกจัดแถวอะไรกันเสร็จเรียบร้อยก็พากันเดินไปที่โรงเรียน ตอนแรกเราเข้าใจว่าโรงเรียนที่ว่าคือโรงเรียนที่สร้างใหม่อยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านไปไกลลิบๆ ที่ไหนได้คือโรงเรียนอันเดิมของเมื่อคืนที่ไฟดับนั้นเอง TT^TT อดเห็นโรงเรียนเลยยย

เหล่าครูอาสาก็พากันหอบหิ้วของที่มีคนบริจาคมาให้เด็กๆ เดินไปด้วยกัน

และในที่สุดก็เดินมาถึงโรงเรียนกันจนได้

และมนุษย์เราผู้ซึ่งไม่เค๊ยยยยยยไม่เคยดูแลเด็กเล็กมาก่อน ก็ได้แต่เก็บภาพเด็กๆ ทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเดียว แลดูมีประโยชน์สุดๆ 55555555 แล้วแถมเกมบางเกมเราก็แอบลืมวิธีการเล่นไปแล้วด้วย แต่ไม่เป็นไรครูพลอยเอาอยู่ 55555

พอแดดเริ่มร้อนก็ให้เด็กๆ เข้ามาในห้องเรียนเพื่อทำกิจกรรมด้านในกันต่อ ก็จะมีการแจกอุปกรณ์การเรียนที่มีผู้ใจดีบริจาคมาให้เด็กๆ ก่อนเลย

แล้วก็แบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆ ให้ทำกิจกรรมวาดภาพระบายสีกัน ครูอาสา 1 คน ต่อเด็ก 5 คน แมรรร่ฉันจะตายไหม 55555

แต่ด้วยความว่านอนสอนง่ายของน้องๆ ทำให้เรารู้สึกว่าน้องสอนง่ายม๊ากกกก บอกอะไรก็ฟัง ไม่ดื้อ ไม่ซน ให้ระบายสีก็ระบายสี แถมกลุ่มเรายังมีเด็กโตที่พูดภาษาไทยได้ ทำให้เราอุ่นใจขึ้นมานิดนึง >//<

อันนี้เราไม่แน่ใจว่าน้องไม่ค่อยใช้ภาษาไทยหรือเปล่านะ แต่น้องยังไม่รู้ชื่อสีในกล่อง เราก็เลยบอกทั้งภาษาไทยแล้วก็ภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วยเลย

(ขอขอบคุณภาพจาก: น้องเจมส์)

ด้วยความที่น้องวาดภาพระบายสีกันเร็วเวอร์ เราก็ไม่รู้จะหลอกล่อน้องยังไงให้ยังมีสมาธิอยู่กับเรา ก็เลยงัดวิชาพับกระดาษก้นหม้อขึ้นมาสอนน้องสะเลย น้องดูสนใจมากกว่าการวาดภาพระบายสีเมื่อกี้นี้อีก 5555

(ขอขอบคุณภาพจาก: น้องเจมส์)

แล้วเวลาการสอนหนังสือเด็กๆ ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงช่วงท้ายแล้ว ก็มีการแจกขนมแจกขอเล่นให้กับเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรม

การมาลองสอนเด็กครั้งนี้มันทำให้เราเรียนรู้ว่า เราไม่ควรตัดสินมนุษย์เด็กไปก่อนล่วงหน้าว่าเด็กจะดื้อหรือซน ถ้าเราไม่ได้ลองสอนหรือไปคลุกคลีก่อน และการสอนเด็กเล็กๆ ก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดอีกด้วย เราต้องเปิดใจให้กว้างงงงงไว้ก่อน ก่อนที่จะเริ่มทำอะไรสักอย่างนึง แล้วจะค้นพบว่า เฮ้ยมันก็ดีนี่นาาา แล้วเราก็ผ่านมันมาได้อย่างดีอีกด้วย *0* 

(ขอขอบคุณภาพจาก: น้องเจมส์)

พอส่งเด็กๆ กลับบ้านหมดแล้วเหล่าครูอาสาก็พากันเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปหาข้าวเที่ยงร้านครูชัยมาเติมพลังกัน

เอ้ ร้านครูชัยมีอะไรให้กินบ้างน้าาาาาา...

โอ๊ะ ขนมจีนน้ำเงี้ยววว *0*

แถมมีส้มตำที่ครูทิพย์ทำให้กินอีกด้วย อร่อยมากๆ ค่าาาา 

หลังจากเติมพลังกันเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ต้องเดินออกจากหมู่บ้านอีกครั้ง ที่เป็นการเดินข้ามเขาไปอีกสองลูกเพื่อไปทำงานต่อในช่วงบ่าย TT^TT

ส่วนเราจะไปลำบากลำบนอะไรที่ไหนต่อ โปรดติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้จ้าาา และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น