ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7) highlights: ไฟดับกลางดึก --------------------------------------------------------------------------------- หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6)] ที่เราไปชมวิวที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเห็น ก็มาต่อกันในช่วงกลางคืนของตอนนี้เล

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7)

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7)

 วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 10.23 น.

 วันที่เดินทาง 13 พ.ย. 2563

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7)

highlights:

  • ไฟดับกลางดึก

---------------------------------------------------------------------------------

หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6)] ที่เราไปชมวิวที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเห็น ก็มาต่อกันในช่วงกลางคืนของตอนนี้เลยจ้าาา นึกว่าจะเป็นแค่กลางคืนเหมือนทุกๆ คืนทั่วไป แต่ที่นี่ก็ยังมีความต่างเกิดขึ้นไปตลอดจริงๆ

หลังจากที่เราเดินมาถึงที่หมู่บ้านก็จัดการกินข้าวเย็นที่ร้านบ้านครูชัยก่อนเลย 55555 กับข้าวร้านครูชัยอร่อยมากจริงๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นัดให้มารวมตัวกันช่วง สองทุ่มถ้วนๆ แล้วค่อยพากันเดินไปโรงเรียน โอ๊ะ โรงเรียนมันไม่ได้อยู่ไกลจากกลางหมู่บ้านมากๆ หรอกหรอ เราก็เดินๆ ตามคนอื่นมาเรื่อยๆ ปรากฏว่าโรงเรียนที่ว่าก็คือ โรงเรียนอันเดิมที่อยู่ในหมู่บ้านไม่ใช่โรงเรียนใหม่ที่เพิ่งสร้าง TT^TT

อากาศตอนที่เราไปเดือนพฤศจิกายนมันหนาวม๊ากกกกกกก ไม่รู้มันหนาวกี่องศาแต่รู้ว่ามันหนาวม๊ากกกกกก หนาวจนต้องก่อไฟผิงกัน เราอยู่บางแสนคือไม่ได้สัมผัสอากาศแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

เราก็เข้ามานั่งรวมๆ กันในโรงเรียนนั่นแหละ แล้วก็มีเล่นเกมนับเลขกัน

น้องคนนี้ที่อยู่กับครูไธ เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้นับเลขเก่งม๊ากกก นับจนครูไธโดนทาแป้ง 5555555

หลังจากที่เล่นไปสักพัก ทางหมู่บ้านก็มีการนำผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน ผู้นำทางจิตวิญญาณ มาให้ความรู้หรือถามข้อสงสัยต่างๆ ให้กับครูอาสา

ซึ่งก็คือที่หมู่บ้านนี้นับถือศาสนาพุทธ บวกกับผีบรรพบุรุษ และมีผู้นำทางจิตวิญญาณที่เรียกว่า "โตโบ" ประชากรในหมู่บ้านเป็นชาวไทยภูเขา กลุ่มชาติพันธุ์ "ลาหู่" อาชีพก็คือ การทำไร่ และมีรายได้มาจากการขาย ข้าวโพด ข้าวกล่ำ และข้าวดอย ผู้ใหญ่ที่อายุมากๆ กับเด็กเล็กๆ จะพูดภาษาไทยไม่ได้ พอเด็กๆ เริ่มโตหน่อยก็จะส่งเข้าไปเรียนฟรีในเมือง หรือแม้กระทั่งบางบ้านไปอยู่ต่างประเทศก็มี 

ซึ่งข้อมูลตรงนี้แหละที่เปิดโลกทัศน์ในเราในแบบที่ Google จะให้กับเราไม่ได้ การได้มาที่นี่เรารู้สึกดีมากจริงๆ ที่ได้เห็นหรือรับรู้อะไรมากกว่าในโลกแคบๆ ใบเดิมของเรา และทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ โดยที่เราจะไม่ตัดสินใครสักคนเลย

เมื่อสมควรแก่เวลาพวกชาวบ้านก็ต้องไปพักผ่อนกันแล้ว แต่เหล่าครูอาสายังจะต้องอยู่ก่อน เพราะเราต้องจับกลุ่มทำการแสดงกันไงงงงง

สิ่งนี้แหละที่เราไม่ช๊อบไม่ชอบที่สุดในการมาเข้าค่าย ที่เราตัดสินใจยากมากตอนก่อนจะมา เพราะนิสัยเดิมของเราที่ฝังใจกับการเข้าค่ายสมัยเด็กๆ เราก็เลยอยากอยู่กลุ่มที่ไม่ต้องทำอะไรเยอะ ง่าย เร็ว แล้วก็ได้จริงๆ 55555

กลุ่มที่เราอยู่นำทีมโดยครูแคนที่เสนอไอเดียมาอย่างรวดเร็วภายใน 5 นาทีแรก แบบที่เราไม่มีทางที่จะคิดถึงได้ง่ายๆ คือเป็นวิธีที่ง่าย เร็ว และไม่ต้องทำอะไรเยอะ นั่นก็คือ "การนำเต้นออกกำลังกาย" นั่นเอง 555555 ทำถนนมาเหนื่อยๆ อยากยืดเส้นอยู่พอดี แถมไม่ต้องจำท่าทางอะไรมากมายด้วย ดีจริงๆ >//< 

แต่พอหันไปดูกลุ่มอื่นทุกคนเขาอยู่วางแผนเป็นจริงเป็นจังกันม๊ากกกก ส่วนกลุ่มเราก็คือนั่งคุยเล่นกันแล้ว 5555

หลังจากฟังทุกคนเม้าท์กันอย่างเมามัน อยู่ๆ ช่วง 22.34 ไฟดับจ้าาาาาา ไฟดับบบบบ ดับแบบดับจริงจัง ด้วยความที่เราอยู่ในเมืองมาทั้งชีวิต ไม่เคยเจอปรากกฏการณ์ไฟดับมาก่อน เราก็เลยคิดว่ามีคนแกล้งหรือเปล่า

แถมยังมีคนจุดไฟเย็นร้องเพลง Happy birthday กันอีก ต้องแกล้งกันแน่ๆ (ในป่าในเขาแบบนี้ยังมีคนขยันพกไฟเย็นมาเล่นกันอี๊กกกก 5555) แต่นั่งไปนั่งมาไฟมันดับนานเกินไปแล้ว คงดับจริงๆ สะล่ะม้างงงงง 

แต่ทุกคนก็ยังคงนั่งวางแผนใต้โคมไฟกันอย่างขะมักเขม้นจน 23.00 เราถึงได้แยกย้ายกลับไปนอนกัน

และแล้วเช้าวันที่ 2 ที่หมู่บ้านลอบือก็ได้เริ่มขึ้น เราก็ยังคงตื่นเพราะเสียงคอนเสิร์ตไก่ตอนตีสี่อยู่เหมือนเดิม แล้วไฟก็ยังคงดับอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืน โน๊ตบุคที่เราแบกไปก็ใกล้จะไม่มีแบตแล้ว ฮรือออ 

ไหนๆ ก็ทำอะไรไม่ได้และ ไปหากาแฟมากินดีกว่า

เราคิดว่าคนที่นี่เขาเป็นคนที่ตื่นเช้ามากๆ อยู่แล้ว พอเราเดินไปก็เลยมีคนนั่งล้อมวงผิงไฟจิบกาแฟกันแต่เช้า

ร้านค้าของครูทิพย์ก็เตรียมอาหารเสร็จหมดแล้ว 

แล้วที่นี่ก็มีควายด๊วยยย ไม่ได้เห็นมานานมากๆ แล้ว

ระหว่างเดินกลับบ้าน ก็มีคนเรียกเรากลางทางว่าไปดูแมวบ้านเราไหม ซึ่งก็คือครูปอชายนั่นเองที่อยู่กันกับครูพี่เอ็มแล้วก็น้องแฝด ก็เลยได้มาเจอเจ้าก้อนอ้วนตุบตั๊บบบ้านนายช่างนั่นเอง งื้อออออน๊อนนน <3.<3.<3

มนุดจะมายุ่งกับเลาทำไม จะน๊อนนน 55555

วิวบ้านน้องสวยสุดในแถวนี้แล้วมั้ง ซึ่งตรงข้ามบ้านน้องก็คือบ้านเรานั่งเอง

แล้วเราก็เลยบังคับน้องมาถ่ายรูปด้วยสะเลย น้องดูเต็มใจมากๆ เลยแหละ 55555

ส่วนในเช้าวันที่ 2 นี้เราจะได้ไปทำกิจกรรมอะไร ต้องติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้จ้าาาา และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น