ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6) รีวิวโดย Try to try ก็แค่ออกไปลอง

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6) highlights: บรรยากาศข้างทางรอบๆ หมู่บ้านลอบือ --------------------------------------------------------------------------------- หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 5)] ที่เราตรากตรำกับการทำถนนกันมาทั้งวันและยาวนานมากๆ แ

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6)

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6)

 วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564 เวลา 14.52 น.

 วันที่เดินทาง 13 พ.ย. 2563

ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 6)

highlights:

  • บรรยากาศข้างทางรอบๆ หมู่บ้านลอบือ

---------------------------------------------------------------------------------

หลังจากตอนที่แล้ว [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 5)] ที่เราตรากตรำกับการทำถนนกันมาทั้งวันและยาวนานมากๆ แล้ว ในที่สุดดดดดดดก็ได้เวลากลับบ้านกันสักที 

ซึ่งถ้าหากใครยังจำกันได้ว่าหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเตอร์เน็ต ถ้าอยากเล่นคือต้องไปตามหาเสาไฟฟ้าต้นที่สองซึ่งอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นสิ่งที่จะจรรโล่งจิตใจของเราได้ก็คือวิวรอบข้างของเรานั่นเอง ก็ถือสะว่ามา social detox แล้วกันเนอะ 555555

ระหว่างทางที่เราจะเดินกลับเข้าหมู่บ้านเป็นช่วงเวลาประมาณสี่ห้าโมงเย็น ก็จะเริ่มเห็นว่ามีหมอกๆ คลุมอยู่ตามเขาไกลๆ เอ๊ะ หมอกหรือ pm 2.5 กันแน่ แต่ทุกคนยืนยันว่าหมอกเราก็ว่าหมอกด้วยก็ได้ 55555

แล้วคือแบบวิวดีม๊ากกกกกกก แสงแดดอุ่นๆ หมอกจางๆ บวกกับความสลับซับซ้อนของทิวเขา อื้อหืออออออ คือการเดินข้ามเขามากับครูบ้านนอกสี่ชั่วโมงมาเจอวิวนี้อะคุ้มแล้ววว สวยม๊ากกกกก ควรค่าแก่การไปพักผ่อน >///< 

ทุกคนดูตื่นเต้นกับวิวนี้มาก ยืนถ่ายรูปแบบไม่เดินไปไหนกันเลย 55555 แต่มันสวยมากจริงๆ นะ ของจริงสวยกว่าในรูปเย้ออออ

ยืนถ่ายรูปเล่นกันนานมากกกก จนรถผ่านไปคันแล้วคันเล่าก็ยังไม่หยุดถ่ายกัน 

ยืนถ่ายกันถึงขั้นรถคันใหญ่ผ่าน จนต้องมายืนหลบกันตรงคันดินทรุดๆ ข้างทาง แล้วก็ยังจะถ่ายรูปกันต่อ ทุกคนดูใจสู้กันจริงๆ 55555555

ถ่ายรูปกันจนพอใจแล้วก็ได้เวลาเดินต่อกันสักที คือฟีลดีม๊ากกกกกก สวยม๊ากกกกกก

เรามาในช่วงเดือนพฤศจิกานี่กำลังดีเลย อากาศยังไม่แห้งมาก ป่าเขาก็ยังมีต้นไม้ ใบไม้สีเขียวๆ อยู่ ถ้าใครจะตามรอยเราแนะนำช่วงนี้เลย ดีจริงๆ 

เพราะถ้ามาก่อนหน้านั้นฝนก็จะตกบ่อยถนนอาจจะขาดหรือถ้ามาหลังจากนี้อากาศก็จะแห้งจนอาจจะมีไฟป่า ช่วงปลายฝนต้นหนาวนี่แหละเหมาะที่สุดและ ^^

แล้วเดือนพฤศจิกาก็ยังเป็นฤดูเกี่ยวข้าวพอดีด๊วยยย บรรยากาศหรือภาพที่ได้มันก็จะมีหลายๆ สี สลับๆ กันไป ถ่ายรูปได้ไม่มีเบื่อเลย

เราชอบหมู่บ้านนี้ตรงที่ มันให้ความรู้สึกที่ slow life มากๆ ตื่นเช้ามาดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ อากาศดีๆ ไม่ต้องมีใครมาตามงาน ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร ไม่ต้องคอยเช็คโซเชียลมีเดีย และมันก็มีอะไรให้ทำจนเราลืมไปเลยว่าเราไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ และเราก็ไม่ได้รู็สึกโหยหาที่จะใช้มันด้วย ดีงามมากจริงๆ

ถ้าใครจะมาที่นี่ติดต่อได้โดยตรงกับครูชัยเลย [นายสิทธิชัย ปะบือ 323 หมู่ 13 บ้านลอบือ ตำบล แม่ยาว อำเภอ เมือง จังหวัด เชียงราย 57100 โทร 0979273904 ติดต่อได้ทั้งที่พักและการบริจาคสิ่งของต่างๆ ให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้าน]

และยังได้มีเวลาดื่มด่ำไปกับการเดินกลับบ้านเรื่อยๆ ชิวๆ จนพระอาทิตย์ลับเลี่ยมเขาไปปปปป >////<

มีทั้งลำธารน้ำไหล มีทั้งธรรมชาติ เป็นที่ที่เหมาะแก่การไปบำบัดจิตใจจากความเครียดได้อย่างดีเยื่ยมเลยแหละ

แถมเด็กๆ ที่นี่ถอดเสื้อโดดน้ำกันง่ายม๊ากกกกก น้องแบบโดดลงไปเลย โดดแบบไม่ต้องคิดอะไร ถ้าเป็นเราโดดลงไป คือแม่ถือไม้เรียวไว้รอตีแล้วนะ 55555

ตามทางก็มีต้นไม้ใบหญ้าอะไรที่ไม่ค่อยได้เห็นในเมืองขึ้นอยู่เต็มไปหมด

ระหว่างที่เราเดินตามหลังคนอื่นมาเรื่อยๆ แล้วเพราะมั่วแต่ถ่ายรูปก็เลยรั้งท้ายคนอื่นไปซะไกลเลย เราก็มาเจอกับทางแยกที่มีมอเตอร์ไซค์ขี่สวนออกมา 

และแอบเห็นว่ามีครูพลอยกับครูชุ่มเดินกันแบบไกลลิบๆ เราก็เลยลองเดินตามไปดู เอ๊ะทางนี่มันจะมีอะไรกันนะ ไหนๆ มาถึงนี่แล้วก็ต้องเดินไปดูสักหน่อย

ระหว่างทางที่เดินไปก็มีชาวบ้านทยอยเดินกลับบ้านกัน ใจนึงก็แอบกลัวเพราะฟ้ามันเริ่มมืดแล้ว แต่ใจนึงก็อยากรู้ ก็เลยเดินต่อไปจ้าาา 

อะหื้อออออวิวสวยอยู่น้าาา ความทุ่งนาในหุบเขาาา >///<

ยิ่งเดินมาไกลมากเท่าไหร่ เรายิ่งจะเห็นภาพมุมสูงขึ้นมากเท่านั้น ไกลลิบๆ ตรงนั้นคือเขาที่เราเพิ่งเดินลงมานั่นไง มองจากตรงนี้คือไกลม๊ากกกกก

โอ๊ะ นี่คือเสาไฟต้นที่เล่นเน็ตได้ใช่หรือเปล่านะ

ใช่จริงๆ ด้วยจ้าาา แต่เราผู้ซึ่งเดินมาจนถึงโคนต้นแล้วก็ยังไม่สามารถเล่นเน็ตได้ ดังนั้นก็จงดูวิวต่อไปนะจ๊ะ 555555555555555

ถ้าเรามาทันช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก ตรงนี้น่าจะเป็นจุดที่สวยมากๆ อีกจุดนึงเลยแหละ 

พอฟ้าเริ่มมืดเราก็รีบเดินกลับก่อนแล้วกัน ไม่มีไฟใช้แล้วจะยุ่งไปกันใหญ่ เพราะหมู่บ้านนี้คือมีเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้แปลว่าจะมีไฟฟ้าใช้ตลอดอะจ้ะ แล้วเรายิ่งเดินช้าๆ อยู่ ถ้ามืดกลางทางก็ตายอนาถ 555555

พอมาถึงทางเข้าหมู่บ้านก็มืดพอดีเลย กลับมาทันแบบหวุดหวิด รอดตายแล้วเรา *0*

ส่วนตอนหน้าจะมีกิจกรรมอะไร หรือมีอะไรเซอร์ไพรส์อีกไหมคงต้องติดตามตอน [ไปเที่ยวเชียงราย | หมู่บ้านลอบือ 101 (ตอนที่ 7)] และสามารถติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราได้ที่ [https://th.readme.me/id/JKtrytotry] หรือพูดคุยกันได้ในเพจ "Try to Try ก็แค่ออกไปลอง" แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ความคิดเห็น