ผาสามเหลี่ยม บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ@เชียงใหม่ | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ รีวิวโดย พบกัน Journey | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ-ผาสามเหลี่ยม ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ นานแค่ไหน...ที่เราไม่ได้เที่ยวด้วยกัน (คำถาม)มันคงมีสักวันแหละ (คำตอบ) เริ่มเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินเชียงใหม่ต่อด้วยเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ไปยังอำเภอแม่แตงใช้ทางหลักคือทางหลวง 107 เส้นทางขี่ง่ายพอขี่เข้าเขตอำเภอแม่แตง จะเจอสามแยกให้เ

ผาสามเหลี่ยม บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ@เชียงใหม่ | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

ผาสามเหลี่ยม บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ@เชียงใหม่ | ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

 วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลา 16.12 น.

 วันที่เดินทาง 31 ต.ค. 2564

บ้านห้วยกุ๊บกั๊บ-ผาสามเหลี่ยม

ฉันมาเพื่อ "คิดถึง" เธอ

นานแค่ไหน...ที่เราไม่ได้เที่ยวด้วยกัน (คำถาม)
มันคงมีสักวันแหละ (คำตอบ)

เริ่มเดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปยังสนามบินเชียงใหม่
ต่อด้วยเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ไปยังอำเภอแม่แตง
ใช้ทางหลักคือทางหลวง 107 เส้นทางขี่ง่าย
พอขี่เข้าเขตอำเภอแม่แตง จะเจอสามแยก
ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายปางช้างแม่ตะมาน
ทางหลวงชนบท 3052
แล้วนำรถไปจอดร้านช้างยิ้ม ข้างๆ เป็นธารน้ำ
ฝากรถไว้ข้างล่างเพราะทางขึ้นด้านบนค่อนข้างโหด
ต้องใช้รถกระบะ 4WD
แต่ถ้าใครอยากลุย ขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปเองก็ได้นะ
แต่ขอเตือนว่ารถเกียร์ออร์โต้ไม่น่ารอดค่ะ

พอถึงโฮมสเตย์ก็ต้องว้าว! กับวิวหน้าห้อง
นั่งพักมองวิวสักพักก็ต้องรีบเตรียมตัวไปเดินผาสามเหลี่ยม
รอบการเดินมี 2 รอบ คือตอนช่วง 4 โมงเย็น
และอีกรอบตอนเช้า โดยแต่ละรอบต้องมีไกด์พาเดินขึ้นไป
จากหมู่บ้านต้องใช้รถขับขึ้นราวๆ 2 กิโลเมตร ไปยังจุดเริ่มเดิน

จากจุดเริ่มเดินขึ้นเขาระยะทาง 2 กิโลเมตร
เป็นการเดินป่าที่ค่อนข้างง่าย
วิวป่าสนก็ทำให้อดแวะถ่ายรูปอยู่บ่อยครั้ง
...
หลายๆ ครั้งมักตั้งคำถาม "อะไร? คือความสุขที่แท้จริง"
เราคงตอบแทนไม่ได้ เพราะ "ความสุขของแต่ละคนมันต่างกัน"

โชคดีที่ระหว่างเดินฝนไม่ตก
แต่ด้วยความชื้นในป่าก็ทำให้ทางเดินค่อนข้างลื่น
มีลื่นกันหลายครั้ง

คนแปลกหน้าที่เจอกันครั้งแรก
ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมทาง..และมิตรภาพ

เริ่มเดินมาได้ครึ่งทางและมองเห็นวิวเขาแล้ว

ยอดเขาแหลมๆ ตรงนั้นคือจุดหมายของเรา
สาเหตุที่เรียกว่า ผาสามเหลี่ยม ถ้ามองจากมุมสูง
ลักษณะของยอดเขาจะเป็นสามเหลี่ยม


ต้องรีบเดินเพราะกลัวแสงด้านบนยอดเขาจะหมด
แต่การไม่ได้เตรียมร่างกาย ต้องสู้กับความเหนื่อยด้วยการหยุดพักถ่ายรูป

ระหว่างทาง
แสงช่วงเย็นแบบนี้ทำให้รู้สึกดีจริงๆ

จากมุมนี้เงยหน้ามองยอดเขา ก็อีกนิดเดียว
และน่าจะเป็นจุดที่ชันที่สุดตั้งแต่เดินมาแล้ว

ถึงแล้ววววว จุดหมายที่ตั้งใจ
ใช้เวลาในการเดิน 1 ชั่วโมง 30 นาที
ไกด์นำทางบอกกับเราว่าต้องลงจากยอด 6 โมง
เรามีเวลาอยู่ข้างบนแค่ 15 นาทีเพราะแสงกำลังจะหมด
เป็น 15 นาที ที่คุ้มค่ากับการตั้งใจมาจริงๆ
วิวด้านบนสวยจนทำให้ลืมความเหนื่อยได้ทันที

จากจุดนี้มองเห็นดอยหลวงเชียงดาว ไกลๆ โน่นนนนน

หากจะเพียงขอให้ธรรมชาติโอบกอดตัวเราไว้แบบนี้นานๆ
โอบกอดความรู้สึก ณ ขณะนั้น
และบอกกับเราว่าสิ่งที่อยู่ตรงนี้
ความรู้สึกที่เราเรียกมันว่า "ความสุข"

15 นาทีหมดลงรีบลงจากเขาเพราะฟ้าเริ่มปิดแล้ว

ระหว่างเดินกลับก็ได้เจอกับข่าวดี...
ไกด์นำทางบอกกับเราว่ารถมารับไม่ได้
เพราะข้างล่างฝนตก รถติดหล่ม
ต้องเดินกลับที่พักเอง
รวมระยะทางเดินลง 4 กิโลเมตรกว่าๆ
ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง
นี่คือเสน่ห์ของการเดินทาง มีเรื่องราวไม่คาดคิดอยู่เสมอๆ
ทั้งมืด ทั้งเหนื่อย เดินกันจนน่องปูด ฮ่าา

อากาศตอนเช้า
...
เราตื่นมาพร้อมกับเสียงปลุกของน้อง
และลุกจากเตียงมาเจอกับหมอก
เป็นความรู้สึกที่อยากเจอแบบนี้ทุกๆ วัน

โฮมสเตย์มีกาแฟร้อนกับอาหารเย็น-เช้า


...
เราไม่เคยรู้เลยว่า...ความอ้างว้างของโลกใบนี้
มันมีความสุขเล็กๆ อยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ
...
ตอนนั้นในวันนี้ไม่รู้จะยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ไหม (คำถาม)
เราอาจจะพบคำตอบที่ถูกใจในการเดินทางครั้งใหม่ก็ได้นะ (คำตอบ)

สรุปค่าใช้จ่าย
ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์ 2 วัน 700/2 คน
ค่าจอดมอเตอร์ไซค์ 20/2 คน
ค่าที่พักรวมค่ารถรับส่ง 1000/2 คนละ 500
ค่าไกด์นำทาง 500/3 คน
ค่ารถขึ้นเขาคนละ 200
ค่าหมูกระทะ 500/2 คน

-------------------------------

ขอบคุณ...

ผู้อ่านที่เข้ามาอ่านบันทึกเรื่องกิน เรื่องเที่ยว
อ่านแล้วถูกใจฝากกดแชร์ด้วยน๊า
สามารถติดตามการเดินทางอื่นๆ ได้ตามนี้

https://th.readme.me/id/LoveescapeJourney

ความคิดเห็น