นอนแช่น้ำชมวิวภูเขา ใส่บาตรพระขี่ม้า ทัวร์อีแต๋น ชิมชา เก็บผัก ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ที่ภูใจใส เมาน์เทน รีสอร์ต รีวิวโดย Joojee Journal Journey

สวัสดีค่ะทุกคนนน กลับมาเจอกับจู้จี้อีกแล้ว!!! ครั้งนี้ จู้จี้ จะพาเพื่อน ๆ มาสัมผัสกับธรรมชาติ แบบใกล้ชิด ที่เชียงรายกันค่ะ ความพิเศษของที่นี่ คือการออกแบบ ตกแต่ง ให้เข้ากับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความร่มรื่นของต้นไม้ ทั้งต้นไม ้ใหญ่ ต้นไม้เลื้อย ออกดอกสีสันสวยงาม ทุกบริเวณของโรงแรม การเลือกใช้วัสดุให

นอนแช่น้ำชมวิวภูเขา ใส่บาตรพระขี่ม้า ทัวร์อีแต๋น ชิมชา เก็บผัก ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ที่ภูใจใส เมาน์เทน รีสอร์

นอนแช่น้ำชมวิวภูเขา ใส่บาตรพระขี่ม้า ทัวร์อีแต๋น ชิมชา เก็บผัก ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ ที่ภูใจใส เมาน์เทน รีสอร์ต

 วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 16.32 น.

 วันที่เดินทาง 5 มี.ค. 2565

สวัสดีค่ะทุกคนนน กลับมาเจอกับจู้จี้อีกแล้ว!!!

ครั้งนี้ จู้จี้ จะพาเพื่อน ๆ มาสัมผัสกับธรรมชาติ แบบใกล้ชิด ที่เชียงรายกันค่ะ

ความพิเศษของที่นี่ คือการออกแบบ ตกแต่ง ให้เข้ากับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นความร่มรื่นของต้นไม้ ทั้งต้นไม ้ใหญ่ ต้นไม้เลื้อย ออกดอกสีสันสวยงาม ทุกบริเวณของโรงแรม การเลือกใช้วัสดุให้มีความอีโค่ อย่างไม้ไผ่และไม้มาสร้างสรรค์เป็นห้องพักและโซนต่าง ๆ รวมทั้งแอบแฝงไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายของชาวเขา อย่างหมอน โซฟ้า ด้วยผ้าทอมือ

นอกเหนือจากการพักผ่อน นอนแช่อ่างชมวิวภูเขาจากในห้องพักแล้ว ยังมีกิจกรรมที่ไม่เหมือนที่ไหน อย่างการใส่บาตรพระขี่ม้า และทัวร์อีแต๋น เก็บผักออแกนิค ชิมชา ชมวิวเฟิร์นที่ขึ้นตามธรมชาติในป่า

แค่อ่านมาแค่นี้ ก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศดี ๆ เพื่อผ่อนคลายกันแล้วใช่ไหมคะ?

งั้นเลื่อนลงมาอ่าน เพื่อให้ธรรมชาติชาร์จพลังกันดีกว่า!!


  • เติมเต็มอากาศสดชื่น สูดหายใจเข้าเต็มปอด กับบรรยากาศที่พักสุดแสนร่มรื่น
  • นอนแช่น้ำชมวิว ในห้องพัก Boutiqe Cottage
  • เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการใส่บาตรพระขี่ม้า และฟังธรรมแบบทำนองเพลง
  • ชมเฟิร์นธรรมชาติ เก็บผักออแกนิค ชิมชาพีชแสนอร่อย กับทัวร์อีแต๋น
  • ทานหมูกระทะลอยฟ้า อาหารเหนือแท้ ๆ และพิซซ่าโฮมเมดเตาถ่าน



เติมเต็มอากาศสดชื่น สูดหายใจเข้าเต็มปอด กับบรรยากาศที่พักสุดแสนร่มรื่น


ต้นไม้ใหญ่บริเวณหน้า Lobby

โซนนั่งรอระหว่าง Check-in, Check-out

Welcome drink คือชา และ ขนม

บริเวณที่จำหน่ายของที่ระลึก

เมื่อเรามาถึง ภูใจใส รีสอร์ต สิ่งแรกที่เรารับรู้ได้เลยคือความสดชื่นและความร่มรื่น เพราะเราจะเจอกับต้นไม้ใหญ่ ๆ ทั้งสองข้างทางเดินเลยค่ะ จุดที่รอเช็คอินก็ทำจากไม้ไผ่ โซฟามีหมอนอิง และผ้าที่ทำมาจากการทอมือของชาวเขา ระหว่างรอจะมี Welcome drink เสิร์ฟในรูปแบบหน้าตาน่ารัก คล้ายกับร้านกาแฟโบราณ เป็นชาไทย รสชาติหวาน เย็น ดับร้อนในช่วงบ่าย ๆ แบบนี้ได้ดีเลย

บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

ระหว่างรอเช็คอิน ขอเดินเล่นชมวิวรอบ ๆ รีสอร์ตกันก่อน ที่นี่มองเห็นวิวภูเขาได้แบบพาโนราม่าเลย ที่สำคัญช่วงเดือนมีนาคมเป็นช่วงที่ดอกไม้เลื้อยเริ่มออกดอกเบ่งบาน สร้างบรรยากาศสดชื่น สีสันสวยงาม สะดุดตามาก ๆ ค่ะ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนแดดจัด แต่ลมก็พัดผ่านให้รู้สึกเย็นสบายตลอดเวลา

สระว่ายน้ำส่วนกลาง

สระว่ายน้ำส่วนกลาง

นอกจากนี้ ยังมีมุมสระว่ายน้ำ ซึ่งสระที่นี่เป็นแนวนอน แบบอินฟินิตี้ เดินไปถ่ายรูปบริเวณขอบสระได้ด้วย ใครชอบว่ายน้ำเหมาะมาก ๆ ว่ายน้ำไปชมวิวภูเขาไป เป็นอะไรที่ฟินมากจริง ๆ ค่ะ ระหว่างว่ายน้ำ ก็จะเห็นมีผีเสื้อตัวเล็ก ๆ น่ารักบินบริเวณสระว่ายน้ำด้วย

ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

ดอกไม้บริเวณโดยรอบรีสอร์ต

อีกหนึ่งสิ่งที่จู้จี้ชอบมาก ๆ ก็คือเดินไปทางไหน ก็เจอแต่ดอกไม้ค่ะ ดอกไม้ที่นี่เค้ามีหลากหลายชนิดมาก แต่ละมุมไม่ซ้ำกันเลย ให้ความรู้สึกแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา ทั้งสีส้ม สีชมพู สีเหลือง สีแดง คัลเลอร์ฟูลมากจริง ๆ ดอกไม้แต่ละต้นถูกจัดวางแซมแต่ละมุมให้กลมกลืน มองแล้วสบายตา สบายใจสุด ๆ เลย

บ่อปลาคาร์ฟ


อีกหนึ่งมุมโปรด คือโซนบ่อปลาคาร์ฟ ที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ฟตัวเล็กตัวใหญ่ว่ายมาทักทายกัน โซนนี้จะค่อนข้างร่มรื่นมาก ๆ เพราะมีต้นไม้ใหญ่บัง สามารถนั่งชมน้องปลาได้ตลอดเวลาเลยค่ะ อีกทั้งตามความเชื่อ ปลาคาร์ฟยังเป็นปลามงคล มีความหมายสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ช่วยให้ค้าขายดีนั่นเอง 



นอนแช่น้ำชมวิว ในห้องพัก Boutiqe Cottage


แช่อ่างหินน้ำอุ่น ชมวิวภูเขา

ระเบียงชมวิว

เมื่อเข้าห้องพักมาแล้ว ร้อน ๆ แบบนี้ขอลงไปนอนแช่น้ำในอ่างหินหน้าห้องนอน ชมวิวภูเขาแบบพาโนราม่า มองไปทางไหนก็เจอแต่ท้องฟ้าตัดกับยอดภูเขา เคล้ากับเสียงลมพัดอ่อน ๆ ชาร์จแบตให้ตัวเองสักหน่อยค่ะ ห้องที่มีอ่างแบบนี้ ต้องเป็นห้อง Type Boutiqe Cottage เท่านั้นนะคะ รีบจองหน่อยนะคะ เพราะเค้ามีแค่ 3 ห้องเท่านั้น แต่ถ้าใครรู้สึกว่าอ่างเล็กไม่จุใจ อยากได้แบบสระใหญ่ ๆ ว่ายน้ำในห้อง ต้องจองห้อง Type Pool villa เลย เค้ามีให้เพียง 2 ห้องเท่านั้น

ห้องไม้ไผ่ กลิ่นอายธรรมชาติ

ห้องพักกว้างขวาง เตียงนุ่ม หลับสบาย

มุมโต๊ะทำงาน Work from hotel

บริเวณที่เก็บรองเท้าและร่ม

ห้องน้ำกว้างขวาง

โซนชงชากาแฟ

ภายในห้องพัก ความใส่ใจถูกแสดงผ่านการออกแบบของที่นี่ เพราะนอกจากจะใช้ไม้ไผ่ในการสร้างแล้ว ภายในห้องนอนยังกว้างขวาง โซนห้องนั่งเล่นใหญ่ แม้แต่ในห้องน้ำก็กว้างไม่แพ้กัน เราสามารถชมวิวด้านนอกได้ แม้ว่าจะนั่งอยู่โซนห้องนั่งเล่น ที่จู้จี้ชอบมาก ๆ คือการที่เราได้เห็นผ้าบังโซนอาบน้ำและห้องน้ำ เป็นผ้าที่ทอมือจากชาวเขา เช่นเดียวกับหมอนอิง และโซฟาตามจุดต่าง ๆ ในห้องพัก ใครที่ชอบความมีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ชอบงานแฮนด์เมด เวลาไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ต้องว้าวให้กับที่นี่เลยค่ะ นอกจากนี้ บนกำแพงหรือตามทางเดินก็ยังมีการทำลายจากใบไม้ใหญ่ ให้ความรู้สึกธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลย ในส่วนของครีมอาบน้ำ และแชมพู จะมีส่วนผสมของน้ำผึ้งซึ่งมีกลิ่นหอมละมุนมาก ๆ ถ้าใครชอบ ก็สามารถซื้อกลับไปใช้ที่บ้านกันได้นะคะ



เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการใส่บาตรพระขี่ม้า และฟังธรรมแบบทำนองเพลง


พระขี่ม้า

นั่งฟังธรรม และฟังสวดแบบมีทำนอง

ชุดใส่บาตร พระขี่ม้า

น้ำสำหรับกรวดน้ำ

ใครเคยเห็นพระขี่ม้าบ้างยกมือขึ้น!!! จู้จี้ขอสารภาพเลยว่าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกค่ะ พระจะมาตอนประมาณ 7:45 น. ซึ่งหากเราอยากใส่บาตรก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้จัดเตรียมชุดตักบาตรและที่กรวดน้ำไว้ล่วงหน้า 1 วัน พระท่านนอกจากจะให้เราใส่บาตรแล้ว ก็ยังเทศนาธรรมะ สอดแทรกกับการใช้ชีวิตประจำวันได้แบบไม่เบื่อเลย รวมทั้งบทสวดก็ยังร้องเป็นทำนองด้วย เป็นอีกมุมนึงที่ใหม่สำหรับจู้จี้มาก ก่อนกลับพระท่านให้เราสามารถนำแบงค์ไปแลกแบงค์ที่ท่านเตรียมมาให้ เพื่อเก็บไว้เป็นมงคลด้วยค่ะ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสิ่งดี ๆ อีกวันนึง



ชมเฟิร์นธรรมชาติ เก็บผักออแกนิค ชิมชาพีชแสนอร่อย กับทัวร์อีแต๋น


นั่งรถอีแต๋นชมวิวธรรมชาติ

เป็นชาวเขา 1 วัน

กำแพงเฟิร์น ขึ้นเองตามธรรมชาติ

หลังจากที่เติมพลังอาหารเช้าแล้ว ตอนสาย ๆ เราก็มาทัวร์อีแต๋นชมป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติกันค่ะ!! ทัวร์อีแต๋นนี้ มีแค่วันละ 2 รอบเท่านั้น คือรอบ 09:00 และ 15:00 น. ซึ่งเป็นทัวร์แบบ Private ราคาเพียงท่านละ 400 บาทเท่านั้น! แนะนำว่าให้จองล่วงหน้า เพื่อไม่ให้พลาดนะคะ

ในจุดแรกที่เราจะแวะชมกัน ก็คือกำแพงเฟิร์น ซึ่งกำแพงเฟิร์นนี้ เป็นกำแพงเฟิร์นที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เหมาะแก่การถ่ายรูปชิค ๆ คูล ๆ อัพลงไอจีม๊ากกก

สวนผักออแกนิคสำหรับทำอาหารในรีสอร์ต

เก็บผักออแกนิคไปปรุงอาหาร

จุดถัดไปที่เราจะแวะชมกันก็คือโซนแปลงปลูกผักออแกนิคค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่า อาหารทั้งหมดที่มีผักของรีสอร์ตนี้ นำมาจากผักออแกนิคที่ทางรีสอร์ตปลูกเอง เก็บเอง และปรุงเองค่ะ ซึ่งโซนแปลงผักจะมี 2 โซนคือแปลงใหญ่ และแปลงเล็ก ซึ่งแปลงที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมจะเป็นแปลงเล็กเท่านั้น มีผักหลากหลายประเภทมาก ทั้งผักชี ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ และอื่น ๆ ถ้าอยากทานอะไร ก็สามารถเด็ดผัก เพื่อเก็บไว้ให้ทางพ่อครัวปรุงให้ทานแบบฟรี ๆ ได้เลยค่ะ ถือเป็นอีกหนึงกิจกรรมที่ให้เราได้มีส่วนร่วมสนุก ๆ อีกด้วย

พักดื่ม Afternoon tea

ชาพีชหวาน ๆ อร่อย ๆ เย็นชื่นใจ คลายร้อน

เซ็ตอาหาร Afternoon tea

หลังจากนั้น เราจะมาจุดสุดท้าย ก็คือโซนไร่ชาขนาดเล็ก ให้เรานั่งพักชมวิว จิบชา และเซ็ตขนมใน Afternoon tea ซึ่งทีเด็ดอยู่ที่ชาพีช หวาน ๆ เย็น ๆ อร่อย ๆ ให้เราได้จิบคลายร้อนกันค่ะ ถ้าใครชอบชาพีช สามารถตามไปทานได้ที่ร้านอาหารฅนภูเขานะคะ ซึ่งจู้จี้จะตามมารีวิวให้อ่านกันเพิ่มเติมภายหลังค่ะ รอติดตามกันนะคะ



ทานหมูกระทะลอยฟ้า อาหารเหนือแท้ ๆ และพิซซ่าโฮมเมดเตาถ่าน

ทานหมูกระทะลอยฟ้า ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน

วิวจากมุมทานหมูกระทะ

มาพักที่นี่ จะไม่พูดถึงอาหารก็คงไม่ได้ เพราะอาหารเค้าอร่อยทุกเมนู!!! มื้อแรกที่จู้จี้อยากนำเสนอ คือมื้อเย็นค่ะ เพราะเราจะมาทานหมูกระทะลอยฟ้ากัน! ที่จู้จี้เรียกหมูกระทะลอยฟ้า เพราะเราจะได้นั่งทานหมูกระทะ ในโซนที่เป็นไพรเวท แบบส่วนตั๊ววว ส่วนตัว สามารถมองวิวภูเขาไปกินไป แถมได้ดูแสงพระอาทิตย์ตกเย็นแบบโรแมนติกด้วย หมูกระทะที่นี่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นนะคะ แนะนำว่าแจ้งจองพร้อมกับตอนที่จองห้องเลย เพราะว่าเค้ามีจำกัดค่ะ นอกจากอิ่มท้องจากอาหารอร่อย ๆ ก็อิ่มใจกับบรรยากาศดี ๆ และช่วงเวลาดี ๆ กับคนรู้ใจด้วยค่ะ

อาหารเหนือแสนอร่อย

นอกจากนี้ อีกเมนูที่ขาดไม่ได้ก็คือ อาหารเหนือนั่นเอง จู้จี้ขอแนะนำว่าต้องสั่ง!! เพราะมันอร่อยมากกก ได้รสชาติเหนือแท้ ๆ อย่างเมนู ไก่คั่วพริก เมนูพื้นเมืองของชาวอาข่า ที่นำไก่ทอดมาผัดคั่วพริก ได้สไตล์อาหารพื้นเมือง เผ็ด ๆ รสชาติจัดจ้าน อร่อยลงตัว ตามมาด้วยน้ำพริกหนุ่มกับแคปหมูกรอบ ๆ กินกับไส้อั่วรสชาติแซ่บ และออเดิร์ฟที่มีแหนมอร่อย ๆ มาด้วย ถ้าใครมาแล้วไม่สั่ง ก็เหมือนกับมาไม่ถึงนะคะ

พิซซ่าร้อน ๆ กับคอกเทลเบา ๆ

Romantic diner ที่หน้าห้องนอน

และเมนูที่ว้าวอีกเมนูก็คือพิซซ่า เพราะที่นี่เป็นพิซซ่าโฮมเมด เตาถ่าน ได้ฟีลอาหารอิตาเลียนแท้ ๆ แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของอาหารเหนือ หน้าที่จู้จี้อยากแนะนำคือ พิซซ่าล้านนา ซึ่งประกอบไปด้วย ไส้อั่ว น้ำพริกอ่อง ที่ต้องบอกว่าเป็นพิซซ่าหน้าแปลก แต่อร่อยลงตัวสุด ๆ ไปเลย

Buffet breakfast

อาหารเช้าเบา ๆ พร้อมเติมพลังให้วันใหม่

ปิดท้ายด้วยอาหารที่เติมพลังตอนเช้าของจู้จี้ทั้งสองวัน คือเมนูไข่ค่ะ เราสามารถสั่งได้ทั้งไข่เจียว ไข่ดาว ไข่คน ไข่เบเนดิกต์ รวมทั้งแฮมและไส้กรอก ก็สั่งได้ไม่อั้นเลย อีกมุมนึงที่ชอบคือเราสามารถนำขนมปังมาปิ้งบนเตาถ่านเองได้ด้วย ได้กินขนมปังหอมกลิ่นเตาถ่านพร้อมกับแยมโฮมเมด เป็นมื้อเช้าที่สดชื่นมาก ๆ ทานแล้วมีพลังในการเที่ยวตลอดวันเลยค่ะ


อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงอยากไปเที่ยวกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ? ใครชอบ อยากเก็บไว้ในลิสต์แพลนเที่ยว ก็กดเซฟ หรือกดแชร์ไปชวนคนรู้ใจ ไปผ่อนคลาย สร้างโมเม้นท์ดี ๆ กันได้นะคะ


รายละเอียด 

Phu Chaisai Mountain Resort

Facebook: https://www.facebook.com/Phuch...

Website: http://www.phu-chaisai.com/

Tel: 053 910 500

Google map: https://goo.gl/maps/XcKW6xPDWH...

ตั้งอยู่ที่ 142 หมู่ 8 บ้านแม่สลอง ตำบล ศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เชียงราย 57110


ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ เร็ว ๆ นี้ จู้จี้จะมารีวิวร้านอาหารฅนภูเขา ร้านอาหารในเครือภูใจใส รีสอร์ตที่สามารถชมวิวของทั้ง 3 ประเทศ ทั้งไทย พม่า และลาวในที่ ๆ เดียว อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สามารถอ่านรีวิวทั้งหมดของจู้จี้ได้ที่ https://th.readme.me/id/stopme

ความคิดเห็น