journal ... journey ... ตามหา ... เขา Siguniang‬ | สี่ดรุณี รีวิวโดย เที่ยวแล้วยัง

อยากเจอ เขา ก็ เดินไปหา เขา ... หลังจากเจอดินแดนในฝันลารุงก้า Larung Gar แล้ว แผนต่อไปดูตามแผนที่ ความเป็นไปได้ของเป้าหมายต่อไปคือ ตามหาภูเขา Siguniang‬ (四姑娘山) ‪หรือ 4 girls mountain‬ หรือ สี่ดรุณี คือ ยอดเขาทั้งสี่ นั่นเอง ดูรูปตามเว็บไซต์แล้วจินตนาการตาม เฮ้ย ! สวยนะ ภูเขาหิมะ ต้นสน ทุ่งหญ้า แ

journal ... journey ... ตามหา ... เขา Siguniang‬ | สี่ดรุณี

journal ... journey ... ตามหา ... เขา Siguniang‬ | สี่ดรุณี


อยากเจอ เขา ก็ เดินไปหา เขา ... หลังจากเจอดินแดนในฝันลารุงก้า Larung Gar แล้ว แผนต่อไปดูตามแผนที่ ความเป็นไปได้ของเป้าหมายต่อไปคือ ตามหาภูเขา Siguniang‬ (四姑娘山) ‪หรือ 4 girls mountain‬ หรือ สี่ดรุณี คือ ยอดเขาทั้งสี่ นั่นเอง ดูรูปตามเว็บไซต์แล้วจินตนาการตาม เฮ้ย ! สวยนะ ภูเขาหิมะ ต้นสน ทุ่งหญ้า และฝูงจามรี


ติดตามชีวิตเดินทางก่อนจะมาถึงที่นี่
เวอร์ชั่นระหว่างทาง https://th.readme.me/p/4066
Larung Gar ที่ตามหา https://th.readme.me/p/4084


ออกจากลารุงก้าเข้าเมืองเซอต๋า (Sertar) เพื่อไปขึ้นรถบัสรอบ 6 โมงเช้า ไป เมืองม่าเอ๋อคัง (Maer kang) แผนของเราคือ แวะพักค้างคืนและเที่ยวแบบสบายๆ ที่เมืองนี้ก่อน เพราะระยะทางจากเมืองเซอต๋าจะไปที่ Siguniang ไกลพอสมควรนั่งรถก็ทั้งวัน

ม่าเอ๋อคังเมืองในหุบเขา

ค่ารถบัสจากเซอต๋ามาที่เมืองม่าเอ๋อคัง คนะล 98CNY คนขับรถบอกว่าใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ชั่วโมงก็ถึง แต่ด้วยถนนยังมีปรับปรุงและก่อสร้างตลอด ช้าอีกตามเคย มาถึงก็เกือบจะบ่ายโมง รถจอดสถานีขนส่งหซึ่งอยู่นอกตัวเมืองเล็กน้อย พวกเราจึงตกลงกันว่าหาที่พักใกล้ๆกับสถานีขนส่งดีกว่า จะได้สะดวกในการเดินทางต่อวันพรุ่งนี้ ที่พักดีสมราคานะ ห้องละ 100CNY wifi ก็แรง ^^

ใช้ธงมนต์เป็นฉากได้ดีทีเดียว สีสันสวยงาม

แอบส่อง ? เหร๋อ

ส่องกันเอง

เห็นขอบประตูหน้าต่างเป็นไม่ได้ อยากมีชีวิตอยู่ในกรอบ อิอิ

วิวเมืองมาเอ๋อคังมองจากบนวัด

ตรงนั้นที่กำลังสร้างถนนเจาะอุโมงค์ทะลุเขาพี่จีนเค้าถนัด อนาคตการเดินทางก็จะสะดวกและเร็วขึ้น

ตบท้ายด้วยมื้อเย็น ยัง ยังไม่หยุดตามหาสุกี้ปลา หาไม่เจอ ก็ต้องลงเอยที่สุกี้รวมที่ในเมือง แหล่งร้านอาหารและร้านค้า ก็ต้องกินสุกี้แบบรวมตามสั่ง ตามด้วยน้ำจับเลี้ยง ก็ฟินและพอใจ ^_^ เข้าในตัวเมืองน้ำจับเลี้ยงจะหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายของหรือซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไป


จากนี้ไปเราก็ไม่รีบแล้ว มีเวลาได้พักผ่อน สบายๆ เช้านี้ เรานั่งรถบัสไปเมือง เสี่ยวจิน Xiao jin (小 金) รอบเวลา 8.30 น. ราคาคนละ 39CNY เพื่อจะไปต่อรถไปที่ Siguniang


ทั้งคันมีคนนั่งไปด้วยแค่นี้ รถบัสที่จีนถือว่ารักษาความสะอาดดีนะ ในรถจะมีถังขยะไว้คอยบริการ ทิ้งขยะหรือขาก ถุย ให้ถูกที่นะฮะ :) (เสียงนี้เราจะได้ยินตลอดการเดินทาง)


ระหว่างทาง ก็จะเริ่มเห็นภูเขาหิมะ ป่าสน วิวสวย



ด้วยที่เรานั่งหลังคนขับ จึงมีโอกาสได้พูดคุย พอเค้ารู้ว่าพวกเราต้องการจะไปภูเขา Siguniang ก็เลยติดต่อรถและที่พักที่นั่นให้ เราก็ไม่ขัดข้อง เสนอที่พักแบบ Guesthouse คนละ 60CNY รวมอาหาร 2 มื้อ ราคาไม่แพงๆ มี wifi อีกด้วย ต้องลองๆๆ ส่วนค่ารถเหมาจากเมือง Xiao jin ไป Siguniang ราคา 150CNY คนขับรถบัสจัดการโทรจองที่พักและนัดรถเหมาให้เรียบร้อย ถึงท่ารถเมือง Xiao jin รถที่เราเหมาก็มารอรับเพื่อพาไปส่ง Guesthouse ทำงานกันเป็นทีมดีมาก เราก็จะได้ไม่ต้องตะเวนไปหาที่พัก


ระหว่างทางก่อนจะถึง Siguniang คนขับก็แนะนำว่าจะพาเที่ยว Shuang Qiao Valley ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Siguniang มาถึงและมีเวลาก็ต้องแวะ ภายในอุทยานมีรถบัสพาเที่ยวแต่ละจุด ค่าเข้าอุทยานและค่ารถบัส คนละ 150CNY ซื้อตั๋วก็ไปโลดๆ

รถบัสแบบนี้

มาช่วงใบไม้ผลิ ก็จะเห็นต้นไม้เขียวๆ ภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ อากาศหนาว

รถจะพามาจุดท้ายสุดก่อน แล้วขากลับก็ทยอยแวะเที่ยวแต่ละจุด


วิวแบบนี้ไม่พลาดที่จะต้องกระโดด โดดคู่ สีเสื้อไม่ได้นัดกันใส่วันนั้นเลยนะ บังเอิญพกมาพร้อมกัน แจ่ม อิอิ

3 ดรุณี

อุทยานที่จีนจะทำทางเดินไม้ให้เดินเที่ยวได้สะดวก ไม่นอกลู่นอกทาง


มีขายของกิน

บาบีคิว ย่างสไตล์จีน มีเนื้อจามรีด้วยนะ


เค้าว่าเราหน้าเหมือนกัน เหร๋อนะ my Hyper traveller ^^

มีทุ่งหญ้าก็ต้องมีวัวมากินหญ้า เราก็ไปส่อง แอบเสียวๆ ว่าจะโดนดีด ใส่เสื้อสีแจ่มขนาดนี้ ฮาๆ

ฟินกับวิวสวยๆ


อารมณ์ประมาณยุโรปได้เนอะ :)


เที่ยวจนค่ำ ได้เวลากลับไปที่พักที่ Siguniang รถก็มาส่งที่ที่พัก เป็น Guesthouse เจ้าของออกมาต้อนรับ ทักทาย พูดคุย นี่นั่น แล้วก็รอเวลาอาหารค่ำ ที่พักก็ดีพอไหวนะ เรายอมรับได้ก็สะอาด มีน้ำอุ่น ผ้าห่มไฟฟ้า และ wifi แค่นี้ก็อยู่ได้แล้วค่ะ เจ้าของก็น่ารักเป็นกันเอง แนะนำบอกข้อมูลที่เที่ยวและทำไข่เจียวให้พวกเรากินได้ อันนี้ขอเพิ่ม มีไข่เราก็กินอยู่ที่จีนได้สบาย ไม่อดๆ :)


เราพักที่นี่ 2 คืน เพราะต้องเที่ยวทั้งวันภายใน อุทยาน Hai zi Go ซึ่งอยู่ในเขตเทือกเขา Siguniang หรือ 4 Girls Mountain เจ้าของที่พักแนะนำให้ไปแต่เช้าเพื่อจะได้มีเวลาเดินเที่ยวชมธรรมชาติได้นาน เดินเที่ยวได้เรื่อยๆ เปิดแผนที่ของอุทยานพร้อมอธิบายว่าจุดไหนคืออะไร บอกพวกเราว่า จากจุดเริ่มไปจุดที่มองเห็นยอดเขา Siguniang ไปกลับก็ประมาณ 6 กิโลเมตร หากจะเดิน Trekking ไปยังจุดต่างๆ ที่เป็น highlight จะมีทั้งแบบ 3 วัน และ 7 วัน แต่เราไม่นะ ^_^ ขอแค่ 6 กิโลเมตรนี้ดีกว่า เค้าก็แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าให้อุ่น พกร่ม และเสื้อกันฝนไปด้วย ดูจากพยากรณ์จะมีฝนตก เป็นห่วงเรากลัวจะไม่สบาย น่ารักเนอะ

ตอนเช้าพวกเราก็จัดเต็มทั้งชุดตัวหนาเชียว กลัวจะหนาว ตั้งแต่หมวก ผ้าพันคอ ถุงมือ เสื้อกันหนาว เสื้อกันลม เสื้อกันฝน จัดชุดใหญ่เท่าที่เสื้อผ้าจะมี ฮาๆ ส่วนของกิน พกไข่ต้ม ขนม ลูกอม ช็อกโกแลต ตัวช่วยสำหรับการเดินบนที่สูง จากนั้นเค้าก็ให้น้องชายมารับพวกเราพาไปส่งที่อุทยานตรงจุดขายตั๋ว มีรถบัสของอุทยานพาไปส่งที่จุดเริ่มเดินใช้เวลานั่งรถประมาณ 30 นาที เริ่มต้นเดินชม ศึกษาธรรมชาติ ค่าเข้าอุทยานคนละ 90CNY

สวยๆ อย่างกับไปยุโรป



ภูเขา สี่ดรุณี หรือ Four Girls Mountain หรือ ซื่อกูเหนี่ยงซัน Siguniang shan (四姑娘山) ที่มา ตั้งชื่อตามยอดเขาสูง 4 ยอด ที่ทอดตัวยาวจากเหนือลงใต้ ในความสูงของยอด ซื่อกูเหนียงซาน 6,250 เมตร ซานกูเหนียงซาน 5,355 เมตร เออกูเนียงซาน 5,276 เมตร ต้ากูเหนียงซาน 5,025 เมตร ตามลำดับ และทุกยอดนั้นจะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดปี ดูเหมือนหญิงสาวที่ถูกคลุมหน้าด้วยผ้าขาวบาง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่มาของชื่อเทือกเขาสี่ดรุณี


ยอดนั้นคือหนึ่งใน 4 ยอดเขาดรุณี ที่ตามหา ^_^

วงธงมนต์

พวกเราเริ่มต้นเดินประมาณ 10 โมง คนขับรถบัสของอุทยานแจ้งว่า อุทยานจะปิด 5 โมงเย็น ให้มารอที่ท่ารถ มีเวลาเดินเที่ยว 7 ชั่วโมง ได้ชื่นชมดื่มด่ำธรรมชาติ ชิลๆ สบายมาก ปะๆ ไปกันเลย


ทางเดินภายในอุทยาน ทำดีเหมือนเดิม มีทางราบ ขึ้นลงบันได แต่เดินยังไม่ถึง 200 เมตร ก็แวะกินขนมซะแล้ว 555 เนื่องด้วยอุทยานนี้อยู่บนที่สูงประมาณ 4,500 เมตร หรืออาจจะไม่ถึงนะ เราต้องเดินให้ช้า หายใจลึกๆ ไม่ซ่า ไม่ซน แล้วจะดีเอง ^^

women in black

เหมือนป่าดึกดำบรรพ์

ป่าสน โยงใย

ทำอะไรช้าๆ เป็นการดีที่ได้แวะถ่ายรูป สังเกตว่าเสื้อผ้าจะเริ่มลดน้อยลง เดินไปก็ร้อนสิคะ ต้องถอดๆๆๆ แล้วแบกหนัก เง้อ!

คนละมุม

ผลัดกันเป็นนางแบบบ้าง

สวยไปอีกแบบ

ระหว่างทางก็จะมีห้องน้ำ สร้างได้เข้าถึงและกลมกลืนกับธรรมชาติ

มีลำธารที่เกิดจากการละลายของภูเขาหิมะ

มีน้ำตกด้วย สูงใหญ่เลยละ


นึกว่าอยู่เทพนิยาย


เดินเรื่อยๆ ฟ้าเปิดบ้างปิดบ้าง ฝนก็ตกปรอยๆ ดูเวลาแล้วก็บ่ายกว่าแล้วนะ ไหนอะ 3 กิโลเมตร เดินมาได้ 3 ชั่วโมงกว่า ทำไมยังไม่สุด หรือทำไมยังไม่ถึงจุด highlight อีกนะ


ก็ต้องเดินต่อไปเรื่อยๆ บอกตัวเองว่า ถ้าเวลาบ่าย 3 โมงถึงไหนก็ให้กลับตัว เราจะใช้เวลาเดินกลับประมาณ 2 ชั่วโมงก็จะถึงเวลา 5 โมงพอดี เปิ้ลเองเดินช้าและเมื่อยเท้า ปล่อยให้ 3 สาวเดินไปก่อน นัดกันให้เดินกลับมาถึงให้ได้ก่อนที่อุทยานจะปิด

เดินชมธรรมชาติ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาบ่าย 3 เปิ้ลก็จะเดินกลับ แต่อีก 3 สาว น่าจะนำไปไกล คงอยากจะไปให้ถึงจุด highlight ตามรูปภาพให้ได้ เปิ้ลขอตัววกกลับดีกว่าได้แค่ไหนก็แค่นั้น เท่าที่ไหว ^^

มีเวลาถ่ายรูปเล่นได้ ถ้ามาช่วงเดือน กค. - สค. เค้าบอกว่าจะมีทุ่งดอกไม้ ดอกหญ้า สวยงาม เราเห็นแบบนี้ก็ว่าสวยแล้ว



ใช้เวลาเดินกลับประมาณ 2 ชั่วโมงพอดี มาถึงประตูทางออก 5 โมงเย็น รถบัสอุทยานมารอรับ แต่อีก 3 สาวยังไม่ออกมา จะยังไงดีละเนี่ย ? คนขับพูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ มีนักท่องเที่ยววัยรุ่นจีนเค้าได้ยินเราพูดอังกฤษ ก็มาช่วยคุยให้ บอกให้รออีกแป่บนึง หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เป็นฝรั่งเดินออกมาจากอุทยาน ก็บอกว่า เค้าเจอ 3 สาวคนไทย ซึ่งก็อยู่ไกลเหมือนกัน ถ้าจะออกมาคงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ที่จะออกมาได้ เค้าบอกว่า 3 สาวบอกกับเค้าว่า ถ้าอุทยานปิดจะโทรศัพท์ให้รถที่พักมารับ เอางั้นเลยนะ :) เราก็ต้องบอกคนขับรถบัสว่าไม่ต้องรอนะ ให้ไปส่งนักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายนี้ก่อน แล้วเค้าก็ใจดีบอกว่าจะกลับมารับ ก็มารอรับจริงๆ ด้วย และยังเข้าไปช่วยตามหาในอุทยานอีก น่ารักที่สุด อากาศก็หนาว ฝนก็ตก พวกนางคงเดินเพลิน เนื่องด้วยมันเกินเวลาปิดและเลยเวลาทำงานของคนขับรถ พวกเราก็เกรงใจและรู้ว่าทำผิด ให้ทิปเพื่อเป็นสินน้ำใจและค่าล่วงเวลา แต่เค้าไม่ยอมรับเงินเลยอ่า ต้องพระขอบคุณความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยเหลือพวกเรา น่ารักเนอะ ^_^ (แต่แอบรู้สึกผิด)


ผ่านพ้นไปอีก 1 คืน กลับมาที่พัก กินข้าว ต้องจัดยาชุดใหญ่ ยาคลายกล้ามเนื้อ ดูจากที่ประเมินเราน่าจะเดินทั้งหมดไปกลับประมาณ 10 - 20 กิโลเมตร ไม่น่าจะใช่ 6 กิโลเมตรตามที่เจ้าของที่พักบอก ใช้เวลาเดิน 7 - 8 ชั่วโมง เฮ้อ ! ทำไปได้ ไม่เป็นไรเรามียาช่วยได้ ใกล้จะได้กลับบ้านแล้วละ แฮะๆ เพลีย นอนหลับสบาย zzzzzz


แผนของเราเหลืออีก 1 วัน กับ 1 คืน เป้าหมายต่อไป คือเหมารถของเจ้าเดิมที่เคยพามาส่งที่ Guesthouse ให้ไปส่งที่ เขื่อนตูเจียงเอี้ยน Dujiangyan Irrigation Project (都江堰) แล้วจะแวะเมือง Wo long ซึ่งเป็นบ้านเกิดของหมีแพนด้า ระหว่างทางเราเจอสภาพอากาศแย่ ฝนตกตลอด อากาศหนาวมาก มองวิวข้างทางไม่เห็น ทั้งที่ถนนเส้นนี้วิวสวยมากผ่านภูเขาหิมะ มีจุดชมวิวด้วย แต่เราลงจากรถไม่ได้ มองผ่านกระจกตาละห้อย ^^ แล้วไปถึงเมือง Wo long คนขับรถพาไปสถานที่ที่ให้เข้าชมหมีแพนด้าก็ยังคงตกแต่งอยู่เลย จะเปิดให้เข้าชมอีก 3 วัน อดเจอหมีแพนด้าขอบตาดำ *_*


เดินทางต่อไป เขื่อนตูเจียงเอี้ยน กว่าจะถึง ถนนแย่มากๆ ถึงเมืองตูเจียงเอี้ยน ก็บ่าย 2 โมง ไม่มีเวลาได้เที่ยว ต้องรีบไปที่สถานนีรถไฟความเร็วสูง เพื่อจะนั่งรถไฟเข้าไปเมืองเฉิงตู แต่ว่า ... ตั๋วรถไฟเดินทางวันนี้เต็ม เอาไงดี แต่ไม่เป็นไรๆ หนทางไปถึงจุดหมายไม่ได้มีทางเดียว จะนอนเมืองนี้แล้วพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปเฉิงตู หรือจะเหมารถเข้าไปเฉิงตู วันพรุ่งนี้เราขึ้นเครื่องกลับไทยตอนบ่าย 3 เผื่อเวลาไว้ไปนอนเมืองใกล้กับสนามบินดีกว่านะ เผื่อมีปัญหาจะได้ไม่ต้องตกเครื่อง จากนั้นก็เริ่มหารถเหมา ที่สถานีรถไฟมีรถเหมารอให้เราไปต่อรองราคาเพียบเลย มีทั้งแบบเหมาทั้งคันหรือจะแชร์ร่วมกับคนอื่น เราเลือกจะเหมาต่อรองราคามาได้ 300CNY พอรับได้ เข้าเมืองเฉิงตูไปเดินเล่นหาอะไรกินดีกว่า


2 ชั่วโมงกว่า ก็มาถึงเมืองเฉิงตู เราจองที่พักที่เดิมกับตอนขามา คือ Mrs. Panda Hostel กลับมาเจอน้องๆ คนที่แนะนำที่เที่ยวให้เรา เม้าท์ให้ฟังว่าเราสนุกแค่ไหน ต้องขอบคุณน้องที่ชี้แนะ ^_^ เป้าหมายต่อไปคือตามหา KFC อยากกินเนื้อๆ เน้น ๆ โหยหิวมาก จากนั้นไปเดินเล่นตลาดถนนโบราณจิ่นหลี่ (Jinli street Chengdu - 锦里) เป็นถนนคนเดินอยู่ติดกับศาลเจ้าสามก๊ก ตกแต่งร้านค้าแบบย้อนยุคได้กลิ่นอายของสามก๊ก ของกินเยอะเลย


หน้ากากนี้ เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองเฉิงตู คือโชว์เปลี่ยนหน้ากาก อยากรู้ว่าเปลี่ยนยังไงต้องไปดูนะคะ :)





เดินเที่ยวในเมืองพื้นราบเราก็ทนเหมือนกันแฮะ


นี่คือของโปรดพวกเราสำหรับทริปนี้ เจอร้านค้าต้องซื้อกิน น้ำจับเลี้ยง(ขวดแดง) กรณีที่ต้องการน้ำตาล ส่วน 2 ชิ้นนั้น คือ โยเกิร์ต ที่จีนแต่ละเมืองโยเกิร์ตจะคนละยี่ห้อคนละรส แต่ขอบอก ว่า อร่อยม๊ากกก มีแบบโยเกิร์ตทำจากนมจามรี ในรูปแก้วสูงจะเป็นรสพุทธาแดง อร่อยๆ มีคุณค่า :)


คืนนี้มีเวลาได้นอนพักยาวๆ เพราะพรุ่งนี้จะไม่ไปไหน นอนตื่นสาย รอไปขึ้นเครื่องกลับบ้านเรา คิดถึงบ้าน คิดถึงอาหารไทย อย่างที่เค้าพูดนะว่า เราเดินทาง เพื่อให้คิดถึง



สำหรับทริปนี้ 10 วัน จาก Chengdu - Kanding - Ganzi - Luhuo - Sertar - Larung Gar - Maer kang - Xiao jin - Siguniang Shan - Dujiangyan - Chengdu

ตื่นเช้านั่งรถบัส เที่ยว กิน นอน ตื่นเช้านั่งรถบัส เที่ยว กิน นอน ทุกอย่างจัดการวันต่อวัน ไม่มีผิดแผน (เพราะไม่ได้วางแผน) เราโชคดีหลายอย่าง เจอเรื่องดีดี คนดีดี มีน้ำใจ รอดมาได้ทุกครั้ง ^_^

... นี่ละรสชาติการเดินทาง ไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นยังไง แต่ให้รู้ว่าระหว่างทางเราได้อะไร ^^,


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เรื่องโดย ลิงเปิ้ล Mayuree Tanphoomee : LingPle Mayuree : [email protected]

ถ่ายภาพ โดย ลิงเปิ้ล : LingPle Mayuree , At Alex , Kumrai Cheewit

Fanpage เที่ยวแล้วยัง กับ มิตรภาพ We like journey : www.facebook.com/welikejourney

IG : lingple

ความคิดเห็น