"บ้านกกกอด" หน้าฝน ก็ดีนะ (Rainy Time) รีวิวโดย ชูใจพาเที่ยว

"บ้านกกกอด" ที่พักสำหรับคนรัก (ธรรมชาติ) และต้องการ "พักผ่อน" อย่างแท้จริง สถานที่แห่งถูกโอบล้อมด้วย #ขุนเขา #สายน้ำ และ #ป่ากก จึงเป็นที่มา ของที่พักแห่งนี้ "บ้านกกกอด" ใครที่เหนื่อยจากการ #ทำงาน #การเรียน (หรืออะไรก็ตามแต่) แค่อยากทิ้งตัวลงนอนท่ามกลาง (ธร

"บ้านกกกอด" หน้าฝน ก็ดีนะ (Rainy Time)

"บ้านกกกอด" หน้าฝน ก็ดีนะ (Rainy Time)


"บ้านกกกอด"

ที่พักสำหรับคนรัก (ธรรมชาติ)

และต้องการ "พักผ่อน" อย่างแท้จริง

สถานที่แห่งถูกโอบล้อมด้วย

#ขุนเขา #สายน้ำ และ #ป่ากก

จึงเป็นที่มา ของที่พักแห่งนี้ "บ้านกกกอด"

ใครที่เหนื่อยจากการ #ทำงาน #การเรียน

(หรืออะไรก็ตามแต่)

แค่อยากทิ้งตัวลงนอนท่ามกลาง (ธรรมชาติ)

ให้ร่างกายได้หลีกหนีความวุ่นวาย

ของ "สังคมเมือง"

"บ้านกกกอด" จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่

ที่เหมาะสมในการพักผ่อน "อย่างแท้จริง"

"บ้านกกกอด"

ตั้งอยู่ในจังหวัด "กาญจนบุรี"

ตำบล (ช่องสะเดา)

การเดินทางไป "บ้านกกกอด"

เดินทางได้หลาย "รูปแบบ"

ไม่ว่าจะเป็นทาง "รถไฟ" (รถยนต์ส่วนตัว)

"รถตู้" หรือแม้กระทั่ง "รถบัสประจำทาง"

สำหรับทริปนี้ "เรา 2คน"

เลือกที่จะเดินทางด้วยรถตู้

(มหาชัย-กาญจนบุรี)

เพื่อไปลง บ.ข.ส. กาญจนบุรี

และต่อรถเมล์สีฟ้า (กาญจนบุรี-เอราวัณ)

เพื่อไป "บ้านกกกอด"

7.30 น.

(พร้อมแล้ว) ก็ตาม "เรา 2 คน" มาเลย

ค่ารถตู้โดยสาร

(มหาชัย-กาญจบุรี 130 บาท)

ไม่ขาด ไม่เกิน และไม่ทอนด้วย55

(ก็มันเท่านี้แหละจะพูดให้งงทำไมนะเรา)

#บ.ข.ส.กาญจนบุรี (ในวันที่มีฝน)

#ท้องฟ้าก็สวยไปอีกแบบ

(3ชั่วโมงผ่านไป)

(หลับมั่ง-ตื่นมั่ง)

ก็ว่ากันไป "ในที่สุด" (เรา 2คน)

ก็มาถึง บ.ข.ส. กาญจนบุรี ที่นี่ที่ไหน...?

เรา 2 คน (มาทำอะไรกันที่นี่)

ครั้งแรกเลยกับ บ.ข.ส. กาญจนบุรี

#แต่ไม่กลัว

เดินทางเริ่มเยอะ "เริ่มเก๋า"

(555ถามซิคับรออะไร)

(พี่ๆ รถเมล์สีฟ้า กาญจนบุรี-เอราวัณ)

อยู่ไหนครับ...?

"รู้และเห็นอยู่นะว่าใช่"

แต่ถามไว้ก่อนดีกว่า 555 (กันพลาด)

พี่เขาก็ (ใจดี) แล้วชี้ไปที่

(รถสีฟ้า) ที่จะเราไป "บ้านกกกอด"

เจอแล้วเป้าหมาย

#รถเมล์สีฟ้า #ในตำนาน

สุดแสนจะ "Classic"

"ให้ความรู้สึก"

เหมือนเราได้ย้อนกลับไปใน "วัยเด็ก"

ครั้งที่ "พ่อแม่" ได้พาเราขึ้น

รถเมลล์ "ประจำทาง"

ตารางเวลาเดินรถเมล์สีฟ้าสาย

(กาญจนบุรี - เอราวัณ)

(รถยังไม่ออก)

มีเวลาเดินดูรอบๆ มีอะไรมั่งนะ

"มาเจอคุณยาย"

(ที่มานั่งรอรถเหมือนกัน)

"ขอโทษนะคุณยาย"

(ขอเก็บภาพหน่อย) มุมมันได้"

ใครจะกลับ "กรุงเทพ" (รถตู้ก็มี)

"พร้อมให้บริการ"

แชะภาพจากด้านหลังรถสีฟ้า

(ในตำนาน) กันซักหน่อย

เป็นที่ "ระลึก" หรือ "ระทึก" ไม่รู้

แต่ที่รู้ๆ 555 (รถเก่าดีแฮะ)

ใกล้ได้เวลารถออกแล้ว ขึ้นรถกันดีกว่า

ภายในรถเป็นแบบที่เห็นเลย

"Classic" อย่างแรง

"คุณลุงคนนี้"

คือคนที่จะพาเราไปส่งที่

#แยก "โป่งปัด" ก่อนถึง "บ้านกกกอด"

(10.45 น.)

รถสีฟ้าในตำนาน

เริ่มเคลื่อนตัวออกจากสถานี "กาญจนบุรี"

#บนรถ

มีทั้งนักท่องเที่ยว "ชาวต่างชาติ"

และคนไทย ที่มาเที่ยวจังหวัด"กาญจนบุรี"

อย่าลืมบอก "พี่คนเก็บตังค์" ด้วยนะ

ว่าเราลง แค่แยก "โป่งปัด"

เขาจะเก็บเราแค่ (40 บาท)

ถ้าไม่บอกเขาจะนึกว่านั่งไปสุดสายที่ "เอราวัณ"

จะเก็บเรา (50 บาท)

(12.00 น.) ผ่านไป

รถสีฟ้าใน(ตำนาน) ก็พาเรา 2 คน

มาถึงแยก "โป่งปัด"

"มองซ้ายมองขวา"

ไม่เห็นมี (มอไซร์คิว) เหมือนในรีวิวเลย

แต่เรา 2 คน ก็ยังมีแผน(2)

โทรให้เจ้าของ ที่พัก"บ้านกกกอด"

มารับเรา 2 คน

เขาบอกไว้มี (รถรับ-ส่ง)

"ถ้าเราไม่มีรถเข้าไป"

รถคันนี้นี่แหละ ที่จะมารับเรา

เข้ามาที่ "บ้านกกกอด" อีกที

ในที่สุดก็มาถึงจนได้ "บ้านกกกอด"

#แค่ทางเข้าที่พักก็สวยแล้ว

(ดูเป็นส่วนตัวดี)

ถึงแล้ว

(เรา 2 คน) ก็เข้าไป Check in

กับ "พี่สาว" คนนี้ได้เลย

พี่เขา "อัทธยาศัยดี" เป็นกันเองมาก

"Check in" เสร็จแล้ว

แต่ยังไม่ถึงเวลาเข้าที่พัก "บ้านชมดาว"

(ที่เราจองไว้) (13.30น.)

เลยเดินเล่น ถ่ายรูป

เขียวๆ ชมพู (หน้าฝน)

(จ๊ะเอ๋) ตัวเธอ

"ซารางเฮโย " #บ้านกกกอด

(เก็บบรรยากาศกันซักหน่อย)

"ขนาดป้าย" (ยังสวยเลย)

ก.ไก่ 3 ตัวบนป้าย ต่อกันเป็นรูป "ภูเขา"

(ป้ายน่ารักดี)

เดินถ่ายรูปกันแบบ "ชิวๆ"

ที่นี่ "ท้องฟ้า "สวยมาก

มี "ชิงช้า" ไว้ให้ "นั่งเล่น"

นั่ง "ถ่ายรูป" ด้วยนะ

(ลมแรง) "เย็นสบาย" เลยแหละ

"ท้องฟ้าสวย"

(แม้จะเป็นหน้าฝน)

ให้ความรู้สึกสบายตา #ที่ได้มอง

ได้เวลาเข้าที่พักแล้ว

พี่ที่ดูแล "บ้านกกกอด"

จะพาเราไป "บ้านชมดาว"

ที่พักของเรา "ในคืนนี้"

ไปๆ ตามเรา 2 คน ไปดูกัน

สะพานไม้ไผ่ที่เราเดิน

ไปยังที่พัก

ยังใช้วัสดุจาก ธรรชาติ เลย

สะพานไม้ไผ่

ที่เราก้าวในแต่ละครั้ง

มันจะส่งเสียงดัง "ก๊อปแก๊ป ก๊อปแก๊ป"

(มันให้ฟิวส์บ้านๆดีแฮะ)

#บรรยากาศรอบๆที่พัก

จะมีเป็ด "ว่ายน้ำ" ไปมา

ให้ความรู้สึกถึง "ธรรมชาติ" "บ้านชมดาว" ที่เราจะพักในคืนนี้

(รับกุญแจแล้วไปดูกัน)

บ้านระเบียงจะมีชั้นบนต่อขึ้นไป

เพื่อไว้นั่งเล่น นอนเล่น นอนดูดาวในวันที่ฟ้าเปิด

#หน้าหนาคงจะสวยมากมาก

#จากมุมสูง จะมองเห็นสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาว

ไปทางเขื่อนเก็บกักน้ำ

(ถ่ายติดวิญญาณด้วย)

ไม่ใช่ๆ เค้าเอง

"ภายในห้องพักบ้านชมดาว"

ภายในแต่งแบบเรียบๆ ใช้โทนสีวินเทจ สบายตา

#เก็บของแล้วเตรียมตัวไป

แล้วไปสำรวจพื้นที่กันดีกว่า

แอบมีคลองเล็กๆ ไว้หน้าทางเข้าหน้าทางเข้า

"บ้านกกกอด" ด้วย

"ดูเป็นธรรมชาติดี"

#ดอกไม้แม้ตอนร่วงหล่นก็ยังให้ความสวยงาม

#สระบัวบานอยู่เหนือผิวน้ำ

#สีสันต์ของธรรมชาติ

#ภายในบริเวณ "บ้านกกกอด"

ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว

และมีความเป็นธรรมชาติค่อนข้างมาก

#มีกิจกรรมทางน้ำให้เราเล่นด้วยนะ

(มีเรือไว้ให้พาย)

หรือใครจะเล่นน้ำก็มี"ห่วงยาง"ให้

ว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่(ต้องกลัว)

เพราะที่นี่มี"เสื้อชูชีพ"ไว้ให้เราใส่

#เราก็ไม่รอช้ามาแล้วนิ

จัดไปถึงแม้ฝนใกล้จะมา ลมก็แรง

แต่ด้วยวิว มันอดไม่ได้จริงๆ ขอหน่อยน่า

#คนไม่มากกำลังดี

ทุกๆคนต่างเพลินกับ "กิจกรรม" ที่มีไว้ให้เล่น

มีคุรลุงมาหาปลาด้วย ธรรมชาติมากๆ Blackground ด้านหลัง คือ Mountain(ภูเขา)

ได้เวลาเลิกแล้ว เยินมาเลย แต่บอกเลย

#สนุกมาก เย็นแล้วได้เวลาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

แล้วพักเอาแรงซักนิด 2-3 ชั่วโมงก็เอา

เดี๋ยวเจอกัน

ตื่นมาก็เริ่มที่จะมืดแล้ว

ไปหาอะไรกินดีกว่า

บอกไว้ก่อนเลยนะข้าวไม่มีขาย

มีแต่มาม่าถ้วย น้ำดื่ม น้ำอัดลม

#ไม่ได้เอารถมาเองอดออกไปซื้อข้าวด้านนอกนะ ไม่เป็นไร ๆ เรา 2 คน

พอมีขนมตุนไว้อยู่

เรามาเสพธรรมชาติก็อิ่มแล้ว(จริงดิ)

Slowlife Time #ยามเย็น

"คุณนาย" มีความเป็นนางแบบ

(จริงหรือป่าวไม่รู้555) เมื่อแสงค่อยๆ หมดไป

ความมืดและความเงียบ

เริ่มเข้ามาแทนที่

ช่วงเวลาแบบนี้แหละ "โรแมนติค"

ดีนักหละ

#เล่าเรื่องด้วยภาพแล้วกัน

ว่าตอนกลางคืนเป็นไง #เอาอีกแล้วนะคุณนาย น้องมานั่งรอพี่ที่ #ท่าน้ำ ทุกวันเลย

(ไม่ใช่แหละออกแนวน่ากลัว)

มานั่งรับสายลมเย็นๆ ดูวิว

ที่ท่าน้ำตอนกลางคืนตังหาก

(สวยดีแลดูโรแม้น) "สะพานไม้"

เชื่อมโยงบ้านทุกหลังเอาไว้ด้วยกัน

(เราสามารถเดินถึงกันได้เลย)

บรรยากาศเวลากลางคืน

เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ดีเลย

#สำหรับการเดินเล่น

ลมเย็นๆ แสงไฟสลัวๆ บอกเลย

#ฟินมาก

คืนนี้คงหลับไปพร้อมกับความเงียบสงบของที่นี่ "บ้านกกกอด"

เพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับบ้านแล้ว

#ยังไม่อยากกลับเลย

ตื่นขึ้นมาพร้อมกับธรรมชาติของ

"บ้านกกกอด"

อาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย

แล้วเตรียมตัวไปกินข้าวเช้ากัน

ตามไปดูกันว่าหน้าตาของอาหารเช้ามื้อแรกของ "บ้านกกกอด"

จะเป็นยังไงบ้าง

ไปดูกัน

นี่คืออาหารเช้าของ "บ้านกกกอด"

เมนูแรก (ขนมปังไข่ดาว ไส้กรอก และกาแฟ)

น่าตาใช้ได้เลยแหละ

(เมนูที่สอง) คือข้าวต้มเครื่อง

หน้าตาอาจจะไม่มีอะไรแตกต่างจากที่อื่น

แต่บอกเลย(น้ำของข้าวต้ม)

"นี่แหละทีเด็ดเลย"

สงสัย ผ.บ. จะชอบอาหารเช้าของที่นี่

(ผ.บ.ย่อมาจาก ผู้เป็นใหญ่ในบ้าน)

#อันนี้ทุกคนคิดเอาเองนะจ๊ะ

มองไปรอบๆ วิวสวยดี

เรา 2 คน รีบกินให้เสร็จ

เพื่อไปถ่ายรูปต่อ

เพราะวันนี้ต้องกลับบ้านแล้ว

เก็บบรรยากาศโดยรวมของ

"บ้านกกกอด"มาฝาก

#ธรรมชาติ ขุนเขา สายน้ำ

บรรยากาศและธรรมชาติ รอบๆ "บ้านกกกอด"

ทำให้เรา 2คน รู้สึกมีความสุขกับทริปนี้

(ก่อน 10.00 น.)

เราเลือกที่จะ Check Out ออกจากที่พัก

เพื่อไปขึ้นรถกลับที่แยก "โป่งปัด"

(10.00 น.)

พี่ที่ดูแลบ้าน"กกกอด"

ขับรถพาเรามาส่งที่เดิม แยก "โป่งปัด"

เพื่อนั่งกลับรถสีฟ้า ไป บ.ข.ส.กาญจนบุรี

#มาแล้วรถสีฟ้าเจ้าประจำ

มารับเรากลับ (บ.ข.ส กาญจนบุรี)

มาถึงแล้ว บ.ข.ส. (กาญจนบุรี)

เตรียมตัวนั่งรถตู้ (มหาชัย -กาญจนบุรี)

"เพื่อกลับบ้าน"

#ในราคา 130 บาท (เท่าเดิม)

(ทุกภาพคือช่วงเวลาที่ดี)

สำหรับการพักผ่อน 2วัน 1คืน

ของเรา 2 คน บวกอีก 1น้องสาว

#ที่ได้รู้จักจากทริปนี้

Hasna Toim #มิตรภาพใหม่ๆ

#น้องสาว ผู้น่ารัก และ นิสัยดี

ผู้รักการเดินทาง

มิตรภาพใหม่ๆ เข้ามาเสมอเรา

"ถ้าเรากล้าที่จะออกเดินทาง"

(ไว้เจอกันใหม่ สำหรับทริปต่อๆไป)

(สรุปค่าใช้จ่ายตลอดทริป)

#ค่ารถตู้ไปกลับ 2 คน 560 บาท

#ค่าที่พัก 2000 บาท

#ค่ารถสีฟ้าไปกลับ 160 บาท

#ค่ากิน 300 บาท

รวมเป็นเงิน 3020 บาท

(เอาน่าความสุขของเราใช้ซะ)

ความคิดเห็น