ใจเย็นๆ วัยรุ่น นั่งลงก่อนแล้วค่อยๆ อ่าน


สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทยทุกท่านที่เข้ามาอ่าน กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่สองแล้วครับ จากครั้งที่แล้วออกไปทัวร์ภูเขามา ครั้งนี้เลยพามาทัวร์ด้ามขวานไทยกันบ้าง ครั้งนี้ผมออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 20/02/15 ที่ผ่านมา โดยมีจุดไกลสุดที่หาดใหญ่ครับ ถึงครั้งนี้ระยะทางไกลกว่าเดิม แต่ผมก็ใช้รถมอเตอร์ไซค์คันเดิมครับ Vespa 125ie และที่สำคัญที่สุดเที่ยวคนเดียวเหมือนเดิม เส้นทางเริ่มต้นที่ กทม.-วัดแม่พระบังเกิด-วัดบางกุ้ง-โครงการชั่งหัวมัน-วัดห้วยมงคล-หัวหิน-ปราณบุรี-เขาล้อมหมวก-เขาสามร้อยอด-พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ-ชุมพร เกาะง้ามใหญ่ งามน้อย เขาทะลุ- กทม.-บางสะพาน-สวนโมกข์-หาดใหญ่-หลีเป๊ะ-สระมรกต-วัดถ้ำเสือ-ภูเก็ต(ป่าตอง)-เกาะพยาม-ภูเขาหญ้า แล้วมาจบที่ กทม. ใช้เวลาทั้งสิ้น 10 วันครับ ถ้าพร้อมแล้วโดดขึ้นรถมาดิว่ะ ^_^



Teaser: https://www.youtube.com/watch?v=RTeFu7ku2kI

EP1: https://www.youtube.com/watch?v=UUXCIXSfCsE

EP2: https://www.youtube.com/watch?v=DmjLuK3CDUI

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 (วันแรกของการเดินทาง)


(กทม.-วัดแม่พระบังเกิด-วัดบางกุ้ง-โครงการชั่งหัวมัน-วัดห้วยมงคล-หัวหิน-ปราณบุรี-เขาล้อมหมวก-เขาสามร้อยอด) วันแรกก็ซัดกันยาวๆ เลยแรงยังเยอะอยู่จาก

กทม. ผมก็ออกเส้นพระราม 2 แล้วไปวัดแม่พระบังเกิดก่อนเลยครับ ก่อนหน้านี้ก็มีแวะตลาดน้ำอัมพวาตอนเช้าด้วย


ตลาดน้ำอัมพวาใช่ว่าจะมีแต่ตอนเย็นน่ะ ตอนเช้าก็มีของกินเหมือนกัน ผมก็แวะทานข้าวเข้าที่นี้เลย แล้วก็แล้วก็เดินเล่นไปๆมาๆ โอ๊วเชรี่ย ร้านยังไม่เปิดฮ่าๆ ไปวัดแม่พระบังเกิดต่อดีกว่า แต่พอไปถึงเท่านั้นแหละฟลัคคคคฝนตกกกกก แล้วทางวัดเขากำลังจัดเตรียมงานอะไรสักอย่างเนี้ยแหละครับ ผมเลยถ่ายรูปมาน้อยมาก


ช่วงตอนนั้นฝมก็เริ่มตกลงมาแล้วครับ เอาแล้วไงแล้วจะไงต่อดี แย่แล้วล่ะเปิดมาวันแรกฝนก็ตกเลยดีเนอะ(ประชด)


พอฝนเริ่มตกแรงขึ้น ผมก็รีบออกรถก่อนเลย ไปหาที่บังฝนดีๆ หน่อย แต่ออกมาได้ไม่นานฝนก็หยุด แล้วเป้าหมายต่อไปผมก็จะเดินทางไป วัดบางกุ้งต่อเลยครับ ที่นี้มีอะไรหลายๆ อย่างให้ชมกันเยอะเลย


ก็ขอเข้าไปไหว้พระ ทำบุญเสร็จก่อนล่ะกันแล้วค่อยออกเดินทางต่อ คราวนี้จะไปโครงการชั่งหัวมันต่อ โดยใช้เส้นทาง 3093>AH2>3349>3510>4006>3410>6005 ระหว่างทางก็เจอฝูงวัวเยอะมากเลยครับเลยเก็บภาพมาให้ดูกันด้วย


เมิงนี้น่ะไม่ได้เกรงใจกรูเลยไอ่วัว คือแบบจอดเฉยๆ มันก็ไม่คิดจะเปลี่ยนทางเดินน่ะ แต่พอมันมาถึงใกล้มันถึงจะเลี้ยวหนี เมิงนี้วัวจริงๆ ไม่มีควายผสมเลยยย ^_^ พอขี่ไปอีกไม่นานก็ถึงแล้วครับ ผมก็ถามทางคนแถวนั้นเอาครับ ไม่มีใครไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้


โครงการชั่งหัวมัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ผมอยากไปมาก และพอไปถึงมันสอนอะไรผมได้เยอะเลย แค่เดินไปเรื่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกได้แล้ว ความสุขมันอยู่รอบๆ ตัวเราเองเนี้ยแหละ เพียงแต่เรามองข้ามมันไปโดยไม่สนใจมัน


ในโครงการก็มี น้องๆ เด็กเล็กยันเด็กโตมาชมโครงการด้วยครับ เห็นแล้วรู้สึกดีใจยังไงบอกไม่ถูก พอเดินเล่นได้สักพักพอหายเหนื่อยก็ไปวัดห้วยมงคลต่อเลยครับ เส้นทางที่ใช้ 4002>พอถึง 3 แยกตรงห้วยสงสัยก็จอดสงสัยแพพฮ่าๆ พอถึงสามแยกให้เลี้ยวซ้ายเลาะข้างห้วยมาเลยครับฬแล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ > 1001>3219>3218>วัดฮ้วยมงคล


ข้างทางครับ เจ้าของกำลังพาไปกินหญ้า ผมเลยเดินตามไปแหมะแวะแบบนี้แล้วมันจะถึงมั้ยละเนี้ย ฮ่าๆ


ทางนี้ขี่เลยห้วยสงสัยมานิสสสส พอยิ่งขี่เข้าไปลึก ผมก็เริ่มสงสัยยมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเห้ย เชรี่ยมันใช้ทางที่ ที่กูจะสามารถไปได้มั้ยเนี้ยทำไมไม่เจอทางลาดยางเลย(เปิด GPS แล้วแล้วดูแผนที่หาเส้นทางที่ลัดที่สุดก็ทางนี้เลยครับอย่าไปตามที่มันบอกน่ะเดี๋ยวไม่สนุก ฮ่าๆ ) พอไปตามทางเรื่อย โห๊ววเชรี่ยยยยยย อย่างดีใจเจอถนนแล้วว พอไม่นานก็ถึงวัดห้วยมงคลครับบ สาธุ


พอเข้าไปกราบไหว้เสร็จก็เดินทางเข้าอ.ปราณบุรีครับ เดินทางเข้าไปหาเจ้าของบ้านสักหน่อย เจ้าของบ้านคนนี้ผมเจอที่เขาช้างเผือก เพราะพี่แกก็ไปเที่ยวคนเดียวเหมือนกันมารอบนี้เลยแวะเจอหน่อย ^_^ บังเอิญเจ้าของบ้านใจดีให้ที่หลับที่นอนผม แถมยังพาผมเที่ยวอีกด้วยสบายเลยกู พอเจอหน้าปุ๊บทักทายตามภาษาคนไม่เจอกันนาน แล้วก็ออกไปเที่ยวกันต่อเลยครับ ที่ๆ เราจะไปคือ อุทานแห่งชาติสามร้อยยอด ตอนแรกก็ไปศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนเลย จากนั้นก็ลุยยยยยยยย ที่แรกที่ไปก็ จุดชมวิวเขาแดง นี้เป็นรูปแรกและรูปเดียวที่ถ่ายกับเจ้าของบ้าน ต่อจากนั้นไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันอีกเลย


ขึ้นตอนบ่ายๆ แดดร้อนๆ เอาเรื่องอยู่เหมือนกันน่ะ เชรี่ยบอกเลยหินอย่างร้อน


พักเหนื่อยเสร็จ ก็ลงมาเพื่อที่จะไปที่อื่นต่อ เพราะว่าอุทยานเขาสามร้อยยอดมีเที่ยวเที่ยวเยอะมาก เราก็ไปให้หมดเท่าที่มี ต่อไปก็เข้าวัดเข้าวากันหน่อยชื่อวัดก็สดุดตาแล้ววววว วัดหุบตาโต มาจากอะไรหรอ ฮึฮึ บอกเลยว่ากูไม่รู๊!!! ^^


พอเราไปวัดหุบตาโตเสร็จ เราก็เดินทางกันต่อ แวะกินโน้นนี้ไรไปเรื่อยเปื่อย เป้าหมายต่อไปเราก็ไปที่ บึงบัว ไปถึงเร็วเกินแดดยังแรงอยู่เลย ก็ได้แต่นั่งๆ นอนๆ เล่นกับน้องแมวรอเวลาไปเรื่อยๆ แต่ที่สำคัญบึงบัวไม่มีบัวเชรี่ย ชีวิตDarkสัส มาบึงบัวไม่เจอบัวสักดอก


สองรูปด้านบนเป็นกล้องจาก gopro น่ะครับ ส่วนภาพนี้เป็นภาพจากกล้องใหญ่


อากาศที่นี้ดีมากเลยหายใจได้เต็มปอดสูดหายใจเข้าลึกๆ โห๊วววว เหม็นตดสัส ฮ่าๆ เมื่อพระอาทิตย์ตกแล้ว ก็ขี่รถกลับเข้าเมืองหัวหินครับไปเดินเล่น ชิคๆ ที่ Cicada Market


พอดีเล่น ฟังเพลงเพราะๆ เสร็จหิวน้ำก็มานั่งกินน้ำผ่อนคลายร่างกาย ^^ พอดื่มบรรยากาศเสร็จ ก็กลับเข้าที่พักนอน ต้องขอขอบคุณเจ้าของบ้านคนนี้อย่างมากถึงมากที่สุด พาไปหลายๆ ที่มากๆ เอาว่าสบายเลยละ สบายเกิ๊นน ฮ่าๆ ขอบคุณมา ณ ที่นี้อีกทีด้วยน่ะครับ หมดไปอีก 1 วันกับการเที่ยว



วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่สองของการเดินทาง)



ลุยยยยยยเก็บของแล้วแพคของแล้วก็ไปปปปปปป

วันนี้ช่วงเช้าก็จะไปอ่าวมะนาวช่วงบ่ายๆ ไม่รู้ว่าจะไปไหนดีค่อยคิด จากนั้นก็ออกจากหัวหินมุ่งหน้าสู่ กองบิน 53 โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ยาวๆ เลยครับ แล้วก็มาถึงกองบินที่ 53


ระหว่างทางก่อนถึงตีนเขาครับ เห็นว่าสวยดีเลยถ่ายมาเล่นๆ พอมาต่ออีกนิดก็ถึงแล้วครับตีนเขา


ผมก็เลยถามลุงที่อยู่ตรงหาดว่า


ผม: ลุงๆ ข้างบนเป็นไงมั้งครับลุงเคยขึ้นไปมั้ย

ลุง: ลุงไม่เคยขึ้นหรอกมันต้องปีนขึ้นไปน่ะมันมีบันไดช่วงแรกๆ เท่านั้นแหละ มีหลายคนเขาก็ขึ้นไปไม่ถึงแล้วก็ลงกลับมาก็หลายอยู่

ผม: ลุงแล้วมันมีที่ฝากของมั้ยพอดีผมเอามอไซมาแล้วมีของเต็มไปหมดเลย

ลุง: ไม่มีหรอก ถ้าขึ้นคนเดียวไม่ต้องขึ้นไปหรอกไอ่หนูมันอันตราย เผื่อเป้นอะไรกลางทาง

ผม: ครับลุงขอบคุณมากครับ (ในใจผมก็คิดน่ะ ว่าลุงจะขู่ผมทำไมเยอะแยะว่ะ ยังไม่รู้จักผมดีพอสิน่ะ ฮึๆ)

จากนั้นผมก็เดินวนๆ ไปมา แถวตีนบันไดรอคนที่มาใหม่จะมีใครขึ้นไปบ้าง ระหว่างรอก็เล่นกับไซอิ๋วไป

จะได้ขึ้นหรือไม่ได้ขึ้นเดี๋ยวมาเล่าตอนต่อไปน่ะครับ รอหน่อยน่ะ คริคริ!!!


ถ้าเรื่องนี้ดีขอให้บอกต่อ ถ้าชอบเรื่องนี้ขอให้กดโหวต เพื่อให้กำลังใจกันต่อไป ฮึบๆ

มาเล่าต่อลครจบล่ะ ฮ่าๆ ถึงไหนล่ะวะแมร่งงงงง อ๋อๆๆๆ พอรอไม่ทันไรก็มีคนมาล่ะ ผมก็รีบตามเขาขึ้นไปเลยพร้อมข้าวของที่มีค่า พอเดินขึ้นมาไม่ถึง 1 ช่วงบันไดไอ่เชรี่ยกลุ่มที่ขึ้นมาก่อนหน้าผมเดินลงอีก แม่เจ้าาาาา ผมก็เลยตัดสินใจเดินต่อไป ทางขึ้นมี 2 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นบันไดช่วง 2 ปืนเอง แต่กว่าจะหมดทางบันไดก็เหนื่อยละ ช่วงพักเหนื่อยก็ได้มาอีก 1 ใบระหว่างหยุดพัก ตอนขึ้นมีช่วงพีคสุดๆ คือ ผมไม่ได้พกน้ำมาด้วย โห๊ววว กูจะบ้าร้อง หนักมากไม่มีน้ำเลย


ระหว่างทางก็เจอคนเรื่อยๆ ครับไม่น่ากลัวอย่างที่ตาลุงนั้นว่าผู้ใหญ่แมร่งชอบหลอกเด็ก


รูปใบนี้ระหว่างขาขึ้นครับ มีพี่คนนึงเขาถ่ายไว้ให้ผมแล้วก็ไปเจอกันข้างบน แล้วเขาก็เอาให้ผมครับ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


พอขึ้นไปถึงก็เจอพวกทหารเกณฑ์ครับ ก็ได้พูดคุยกับพวกเขาครับว่าเป็นไงมาไงมาเป็นทหารได้ บางคนขึ้นมาหลายครั้ง เพิ่งจะถึงยอดเป็นครั้งแรก และบางคนขึ้นมาครั้งแรกแล้วก็ถึงเลย มันก็อยู่ที่ใจน่ะผมว่า ทางที่ขึ้นมาสนุกมากเลยแหละ แต่ถ้าให้ดีควรใส่รองเท้าผ้าใบไปเถอะเชื่อผม

พอผมพักแปปเดียว พี่คนที่ถ่ายรูปให้ผมเขาก็ขึ้นมาถึงพอดี ก็ได้พูดคุยไรกันนิดหน่อยและถือว่าเยอะเลยแหละ และพี่เขาชวนไปดำน้ำที่ชุมพร ไอ่เราก็คนใจง่ายด้วยสิก็ตอบไปว่า ไปด้วยสิครับพี่ ฮ่าๆๆๆ ก็งงตัวเองเหมือนกันน่ะ ตอบตกลงว่าไปทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พี่เขาก็ให้เบอร์ไปโทรจองว่าจะไปดำน้ำมา เราก็ติดต่อเลยสิครับรอไรกลัวเต็ม พอโทรไปจองเสร็จเห้ยได้ว่ะ แอบดีใจเล็กๆ พอหายเหนื่อยแล้วก็ลงสิครับอยู่ทำไม ฮ่าๆ หิวน้ำมากกกกกกกก ก่อนลงเราก็ขอเบอร์พี่เขาไว้ ไว้นัดเจอกันที่ชุมพร


พอลงมาถึงข้างล่างไม่ถึง 5 นาทีก็มีบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่งโทรมาบอกผลสัมภาษณ์ว่า


พนักงาน: น้อง....ลึป่าวครับ

ผม: ครับคู่สายครับ

พนักงาน: เดี๋ยว วันจันทร์ที่ 23 มาตรวจร่างกายน่ะครับ [email protected]##$(!#[email protected]#$%^%#$%[email protected]

ผม: อ่อๆ ได้ครับ

พอคุยกันเสร็จผมนี้เงิบเลย โอ๊ววววว ไรว่ะเนี้ย แบบนี้หรอว่ะที่เขาเรียกว่า ดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน ตอนนั้นก็นั่งคิดสักแปปเอาไงดีว่ะจะเข้า กทม. เลยดีมั้ยแล้วยกเลิกการดำน้ำไปเพราะ เราต้องตรวจร่างกาย ถ้าไม่ผ่านนี้ตายแน่ๆ อุตส่าห์สัมภาษณ์ตั้งสองสามรอบ เอางี้ล่ะกันงั้นไปต่ออีกหน่อยแล้วค่อยคิด ต่อไปผมก็เดินทางไปที่ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4 > 1048 > 1029 แล้วก็ถึงจุดหมายครับ

ข้างในงานศิลปะสวยมากๆ เลยครับถ้าใครมีโอกาสไปแวะเที่ยวก่อนเลยครับ สวยมากจริงๆ แต่ผมอาจจะถ่ายออกมาไม่สวยเท่าตาเห็น


พอถ่ายรูปใบนี้เสร็จ ผมก็นั่งคิดว่าจะเดินทางต่อหรือจะกลับ กทม. และผมก็ตัดสินใจได้ว่า................


เห้ยย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วมาถึงที่นี้แล้ว อีกไม่กี่ กิโล ก็ถึงชุมพรแล้วเอาว่ะไปต่อก็ไปต่อ จากนั้นก็ออกไปตามทางหลักเลยครับ พอมาใกล้ถึงหาดทุ่งวัวแล่น ผมก็แวะบ่อกุ้งแปป เห็นว่าพระอาทิตย์กำลังตก ถ้าจะไปให้ถึงหาดเลยคงไปไม่ทันเป็นแน่แท้ ผมก็เลยขอคุณลุงนั่งพักนั่งคุยเลยกะว่าจะนอนกะลุงแกด้วยเลย


แต่ทว่า เจ้าของบ่อกุ้งไม่ให้ผมนอนด้วย ฮ่าๆ จากนั้นผมก็ไปแถวหาด ไปหาที่นอนต่อ ตอนนั้นกว่าจะออกจากบ้านลุงก็ดึกแล้ว เลยแวะป้อมตำรวจถามพี่เขาว่า พอจะมีที่ให้ผมกลางเต็นท์นอนมั้ยครับ พี่ตำรวจตอบกลับมาว่า ไม่รับรองความปลอดภัยน่ะ (อ๊าววว ยยยยยยยยเป็นตำรวจนะเนี้ย คิดในใจน่ะอย่าลั่นพูดออกไปเชียวฮ่าๆ) พี่เขาบอกว่าตอนดึกๆ วัยรุ่นแถวนี้เยอะครับค่อนข้างอันตรายอย่างมาก สรุปเช่าห้อง นอนครับวัน 300 บาทถือว่าโอเคดี สบายห้องแอร์ด้วย



วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่สามของการเดินทาง)

ตื่นมาก็รอพระอาทิตย์ขึ้นเลยและอย่าลืมว่าวันนี้ต้องกลับ กทม. น่ะเพราะพรุ่งนี้มีตรวจร่างกายต้องย้ำตัวเองไว้ก่อนกันลืม

พอถ่ายรูปเดินเล่นเสร็จก็ หาข้าวทานเตรียมข้าวของเก็บกวาดให้เสร็จก็ไปที่ ชุมพรคาบาน่าครับ เพื่อเตรียมตัวไปดำน้ำ ช่วงเวลานี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า VDO รูปในกล้อง Gopro หายไปไหนว่ะ รูปรอบนี้เลยน้อยๆ หน่อยครับเลยไม่มีภาพช่วงเดินทางเลยแล้วก็ระหว่างรอด้วย ที่ๆ แรกที่ไปก็เกาะง้ามใหญ่ครับ ตามด้วยเกาะง้ามน้อย ที่สุดท้ายก็เกาะทะลุครับ (ดูตามรูปไปเรื่อยๆ เลยครับรูปดีๆ กูหายหม๊ดดดดดดด)


เตรียมตัวให้พร้อมน่ะจะลงน้ำแล้ววววว


เกาะง้ามใหญ่


เกาะง้ามน้อย


เกาะทะลุ


พอดำน้ำที่เกาะทะลุเสร็จก็กลับเข้าฝั่งครับ ใครสนใจเรียนดำน้ำที่ผมว่าก็โอเคน่ะครับ ถือว่าดีเลยปะการังไม่ฟอกขาวด้วย แต่รูปเนี้ยหายหมดเลยยฟลัคคยังคงเสียดายรูปที่หายไป พอมาถึงก็อาบน้ำเก็บข้าวของเดินทางกลับ กทม. พรุ่งนี้ต้องไปตรวจร่างกาย T T (ย้ำอยู่นั้นเองเชรี่ยย)หมดเวลาสนุกแล้วหรอว่ะเนี้ยทริป 10 วันคงหมดแค่นี้ T T มันเป็นเรื่องเศร้าที่เกิดขึ้นจริง


ระหว่างทางก็เจอเด็กๆ ก็แวะคุยเล่นกับพวกเขาหน่อย เด็กฮาดีครับ เป็นกันเองสุดๆ โห๊วววกว่าจะคุยเสร็จเกือบชั่วโมงเลย แต่เรารู้สึกว่าคุยกันแปปเดียว จากนั้นก็เดินทางกลับ กทม. ครับโดยใช้เส้นทางหลักตลอดเลยเพราะกลัวกลับถึง กทม. ดึก


อมาถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งแถวๆ แดนหอยลอด ผมก็เจอมอไซค์กลุ่มนี้ครับ เขาเพิ่งไปราชบุรีมา ผมก็เลยขอถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยรถสวยดี ^_^ แล้วเขาก็ให้ผมติดขบวนกลับไปด้วยพอถึงพระราม 2 ผมก็แยกย้ายกับพวกพี่เขาครับ จากนั้นไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย แล้วก็นอนยาวๆ เลยครับกลัวตรวจร่างกายไม่ผ่าน


นอนเห๊อะะะะ ง่วงงงและ



วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่สี่ของการเดินทาง)

วันนี้ไม่มีไรเลยครับนอกจากไปบริษัท ให้เขาพาไปตรวจร่างกาย ผมกำลังสับสนวุ่นวายว่าจะเอายังไงต่อดี ถ้าจะวกกลับไปก็ไกลมากแต่ที่แน่ๆ ต้องเตรียมหาที่พักไว้ก่อนเลย รอบนี้คงต้องเอาของไปให้น้อยๆ เอาสิ่งที่จำเป็นไป เสื้อผ้าจัดเตรียมใหม่ เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็เริ่มทำงานแล้ว พอผมตรวจร่างกายเสร็จไรเสร็จก็ตัดสินใจว่า เห้ยไหนๆ ก็เป็นครั้งหนึ่งที่อยากจะทำแล้ว จะให้มันเฟลแบบนี้ได้ไงว่ะก็เลยเก็บของแล้วออกไปต่อตอนประมาณบ่ายสาม ก่อนหน้าก็โทรหาพี่รหัสผม ว่าจะขอพักด้วยสักคืนหนึ่ง เป้าหมายวันนี้ก็คือบางสะพานครับ ไปออกเดินทางลุยโดยใช้เส้นทางหลักเลยครับเพราะกลัวจะเสียเวลา ผมก็ถึงบางสะพานประมาณ สามทุ่มได้แล้วได้เจอร้านหนึ่งเจ๋งดีเลยแวะนั่งกินก่อนครับ

ครับพี่เจ้าของร้าน ใจดีด้วยที่สำคัญ อร่อยมากด้วย พี่เขาก็มีรถเวสป้าอยู่อีกคันครับ


ผมนั่งพักได้ไม่นานพี่รหัสผมก็พามาอีกร้านต่อเลย จากนั้นก็พาไปที่พักครับ ผมก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยอีกครั้ง สำหรับที่พักสบาย


วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่ห้าของการเดินทาง)


วันนี้ก็ออกเดินทางต่อครับ โดยใช้เส้นทาง 3374>3497>41

ระหว่างทางก็เจอลูกเสื้อด้วยครับ ทักทายด้วยการจับมือซ้าย ^_^ มือขวาไว้เคารพกัน ^_^

พอไม่นานก็ถึงสวนโมกข์


เป็นที่ ที่สงบมากอีกที่หนึ่งเลยครับผมแวะนานกว่าสถานที่ท่องเที่ยวอีก ^^ จากนั้นก็ขับมาเรื่อยๆ ครับตอนแรกผมกะจะแวะเกาะสมุย แต่ผมเคยไปแล้วก็ไม่รู้จะไปซ้ำทำไมก็เลยยิงยาวมาเรื่อยๆ จนถึงหาดใหญ่เลยครับ


พอผมถึงหาดใหญ่ ผมก็โทรหาน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องก่อนเลยครับ เดี๋ยวอาศัยด้วยฮ่าๆ จากนั้นก็ออกไปท่องราตรียามค่ำคืนครับว่ามีอะไรอร่อยๆ กินมั้ยที่ผมชอบสุดคือนี้เลย กือโป๊ะ คือเห้ไรไม่รู้ รู้แต่ว่าอร่อย แล้วก็ต่อด้วยของหวานแต่ร้านอร่อยแบบเด็ดๆ ผิดหมดเลย วันอะไรของกูว่ะเนี้ยมาทั้งทีปิดหนีหมดเลย


มาถึงหาดใหญ่ทั้งที่จะไม่ให้กินไก่ทอดได้ไง ไปไปกินไก่ทอดหาดใหญ่ ป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก ป๊อก กะ ต๊อก (ไปเรื่อยยยย)


โซนนี้เป็นโวนของคนนจีนเก๊า ^_^


แล้วก็เข้าห้องนอนครับหลับสนิทเลย เหนื่อยมากกก น้องสาวแนะนำให้ไปหลีเป๊ะ หลายๆ คนก็แนะนำให้ไปหลีเป๊ะ เออพรุ่งนี้ไปก็ได้ว่ะหลีเป๊ะยังไม่ได้จองไรสักอย่างแล้วมันจะเต็มป่าวว่ะ



พักเพียงเท่านี้ก่อนครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นๆมาต่อช่วงครึ่งหลังที่ยังเหลืออยู่


เดี๋ยวมี VDO ตามมาน่ะครับรอสักครู่ ^_^

เลิกงานแล้วเราก็มาเขียนต่อดีกว่า ถ้าเบื่อข่าวตอนเย็นก็มาอ่านกระทู้เรา แหมะเมื่อคืนหลับหลายตื่นเลยที่หากใหญ่ ฮ่าๆ เอ้า เอ้า เอ้า ตื่นๆๆๆ ไปเที่ยวกันต่อดีกว่าโว๊ยยยยยย มา มา มา .......



วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่หกของการเดินทาง)

แสงแรกของหาดใหญ่


วันนี้ต้องไปหลีเป๊ะ แต่ก็ยังไม่ได้จองไม่ได้อะไรทั้งนั้นรู้แต่ว่าต้องออกเช้าๆ ฮ่าๆ ก็ออกจากหาดใหญ่เช้ามากจำไม่ได้ว่ากี่โมงขับตรงไปตามทางเลยครับไปท่าเรือปากบางรา จะบอกว่าลืมเอากล้องออกมาจากกระเป๋าใหญ่ เลยไม่ได้ถ่ายรูปเลย T_T กว่าจะได้ถ่ายอีกทีก็ถึงแล้ว เลยต้องขอร้องให้พี่ลูกเรือแกเปิดพื้นเรือเอากระเป๋าให้จะได้เอากล้องมาถ่ายรูป แต่......กล้องใหญ่ก็ดันแบตหมดอีกฟลัคคค ชีวิตช่างหน้าบัดซบจริงๆ


เฮ้ในที่สุดก็มาถึงจุดแรกแล้ว ดูรูปกันยาวๆ เลยน่ะ

"รอยเท้าของการเดินทาง ไม่นานก็จางหายไป" เชรดดดมีคำคมด้วย


พอแวะจุดนี้เสร็จก็เข้าหลีเป๊ะเลยครับ ผมก็ต้องไปเดินหาที่พักอีก ต้องหาให้ได้ก่อนเที่ยงเพราะต้องออกทริปต่อ

แล้วไม่นานก็หาได้ครับราคาไม่แพงด้วย โยนของเข้าห้องแล้วรีบออกไปหน้าหาด รอเรือ แล้วก็ดูรูปกันไปยาวๆ เลยนะ สวยอย่างที่ใครๆ บอกจริงๆ แต่เราอาจจะถ่ายไม่สวยเท่าตาเห็น ผมแนะนำ 3 วัน 2 คืน กำลังดีน่ะ

ชูปี้ดูวาาาาาาา


งานครึ่งบกครึ่งน้ำก็มา ^_^ อ้าววว ต่อๆๆๆ ไม่น่ามาขัดเลยย ฮ่าๆ


กระโดดลงน้ำตูม น้ำตูม


พอจบทริปก็กลับเข้าที่พักครับ พักผ่อนหลับสักงีบ แล้วก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ผมก็เดินเล่นสักหน่อย แล้วก็แวะไปดูพระอาทิตย์ตก


นั่งรอไปเรื่อยๆ ไม่ตกสักที เห้ยยยยยยๆๆๆ เดี๋ยวน่ะใกล้เวลาล่ะ


พอใกล้จะตกเท่านั้นแหละ ถ่ายไม่กี่รูปเอง อ๊าวเชรี่ยไรว่ะเนี้ยตกไปแล้วหรอว่ะ กลับที่พักหาเบียร์หาข้าวไรต่อไรกินดีกว่า


พอเดินมาถึงถนนคนเดินก็หาอะไรกินไปเรื่อยๆ ของกินเยอะมากอ่ะ ไม่แพงด้วยขนาดอยู๋บนเกาน่ะ กินไปเยอะมาก พอ-เสร็จแล้วก็มึนๆ ฮ่าๆ เดินเข้าที่พักนอนดีกว่า



วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่เจ็ดของการเดินทาง)

วันนี้ตื่นสายเพราะ ไม่ค่อยได้พักผ่อนเลย ตื่นมาก็เก็บข้าวของแล้วออกเดินทางกลับเข้าฝั่งต่อครับ

ลุงๆ เป๋าผมด้วยยยยยยยยยยย แหม่ลุงนี้ อยู่บนเรือผมก็หลับอย่างเดียวเลย ไม่รู้อดหลับอดนอนมาจากไหน ฮ่าๆ


ขากลับก็ขอถ่ายรูปกับร้าน อะไร TRAVEL นั้นแหละครับ บริการผมดีมากเลย ก่อนออกก็ได้มีโอกาสคุยกับพี่เจ้าของด้วยก็เล่าๆ ให้เขาฟังว่าผมเป็นไงมาไงถึงกล้ามาคนเดียว แถมพี่เขาก็ยังแนะนำที่เที่ยวเพิ่มเติมให้ผมเยอะมากเลยครับ พอพูดคุยกับเสร็จ ก็ออกเดินทางต่อเลยครับ ใช้เส้นทางวิ่งเข้ากระบี่เลยครับวิ่งไปตามป้ายเลยขี้เกียจดูแผนที่ละ หลงก็ค่อยถามเขาเอาที่แรกที่ไปก็ สระมรกต ก่อนเลยครับ เห็นเขาไปกันก็อยากไปบ้าง ^_^


ไม่นานก็รอก็........

พอไปถึงเท่านั้นแหละสึสจะเอาของไว้ไหนดีว่ะ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อผมไปถึงที่ๆใดที่หนึ่งทุกที่เป็นปัญหาระดับความมั่นคงเลย สำรวจดูรอบๆ สรุป กูแบกไปเองดีกว่าหนักอีกแล้วสึสเอ้ยยยยย


เดินไปไม่นานมากนักก็ถึงบ่อแรกครับ ก็เกือบเหนื่อยน่ะ ทำเป็นเล่นไปหนักของเนี้ยหลังจะหัก


มาทั้งทีก็ลงเล่นสักหน่อย ข้าวของก็วางไว้แถวๆ นั้นที่ๆเรามองเห็นได้ตลอด น้ำเย็นดี


เล่นน้ำไปสักแปปนึกขึ้นได้ว่ามีพี่คนนึงอยู่กระบี่นี้หว่า ลองโทรหาหน่อย กำลังหยิบโทรศัพท์มาเลยนึกขึ้นได้ว่าเขาทำงานอยู่โซนกรุงเทพพพ วันนี้เริ่มแคว้งๆ ฮ่าๆ ช่างงงงง แบกกระเป๋าแล้วไปบ่อหน้าต่อดีกว่า มาทั้งทีต้องไปให้สุด


แต่สงสัยอยู่อย่างป้ายบอกให้กูปรบมือแล้วน้ำจะผุดขึ้นมาเป็นฟองอากาศ ยยยยย กูปรบจนเจ็บมือไม่ผุดเลย หลอกกูปะเนี้ยยยยย จากปรบมืออยู่หลายรอบก็เดินกลับรถแม่งงมันโมโห ฮ่าๆ ^_^ไปเที่ยวต่อดีกว่าว่ะ สถานที่ต่อไปก็ไปวัดอะแหละ จะเป็นวัดอะไรหรอรอดูรูปเลย พอไปถึงวัดก็ไม่รอช้าเพราะ พระอาทิตย์ใกล้ตกแล้ว ก็เตรียมน้ำเตรียมไรไปเต็มที่เพราะเห็นยอดแล้วแบบสูงมากกกกกกกก


เดี๋ยวๆๆๆ เห็นป้ายนี้มั้ยยย


อยากจะบินได้เลยยย ที่สำคัญมากกว่านั้นกูต้องแบกเป๋าพร้อมของมีค่าขึ้นอีกแล้ววว เชรี่ยยยยยยย ร้องยยยหนักมากกกที่สุด


.

.

.

ในที่สุดดดดดดดดดด ขั้นสุดท้ายยยยก็มาถึงงงงงงงง

หายเหนื่อยยยเลยยยยยยย ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีได้ถือว่าไม่นานน่ะหรือว่านานว่ะ แนะนำเลยสวยจริงๆ


แล้วก็นั่งพักเหนื่อยยาวๆ รอพระอาทิตย์ตก รอชมเมืองกระบี่ยามค่ำคืนกันน่ะโว๊ยยย


คนอื่นเขาก็เริ่มเดินลงกันแล้วแต่ผมนี้สิอยู่คนเดียวเลย


อยู่จนแบบไม่มีใครอยู่ข้างบนแล้ว ขาลงบอกได้เลยว่า น่ากลัวนิดหน่อยมั้งว่ะ แบบเดินอยู๋ดีๆ ขนก็ลุกสู้โอ๊วเชรี่ยยนึกแล้วขนยังลุก เพราะทางไม่มีไฟเลยแต่ดีเราพกไฟฉายไป พอเดินมาถึงข้างล่างก็นั่งพักยาวๆ นานๆ เลยเพราะ แบบเหนื่อย ๆ เลยแหละ พักเหนื่อยเสร็จก็ไปปเหออะยังต้องหาที่นอนต่อ ^_^ ..................................



ขอพักไว้ตรงนี้ก่อนน่ะออกไปหาข้าวกินกันก่อน ^_^ หลังจากกินข้าวแล้วมาอ่านกันใหม่
อย่าลืมกดโหวตให้เราด้วยน่ะ ^_^ ฮึบๆ

มาๆ กินข้าวเสร็จก็มาขี่ต่อ ขี่มอไซต่อน่ะอย่าไปขี่อย่างอื่น ฮ่าๆ ขี่ไปขี่มา เท่านั้นแหละรู้เรื่องเลยยยย


ที่ไหนน๊าาาาาาาาาาาาาา........ บอกเลยว่าเมืองโลกีย์ อันดับต้นๆ เลย


ป่าตองซิตี้ อู๊วววววววววอูวววววว !!!!! จากนั้นก็ขี่เข้าไปบ้านญาติเลยครับ ขออาศัยญาตินอนสักคืนสองคืน ^_^ พอเก็บข้าวของเสร็จก็ออกมาเดินเล่นที่ ซอยบางลา เป็นซอยที่ ที่ทุกคนรู้ว่าเป็นอย่างไร


เดินเล่นไม่นาน หาไรเย็นๆ กิน แล้วก็กลับบ้านนอนเหอะ



วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่แปดของการเดินทาง)

วันนี้ก็ตื่นสายอีกเช่นเคย วันนี้ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยครับเพราะไม่รู้จะไปที่ไหนดีเพราะไปมาเกือบหมดแล้ว

ช่วงบ่ายๆ ก็เลยคิดว่าออกไปถ่ายพระอาทิตย์ตกสักหน่อย ถือเป็นอีกวันที่ได้พักผ่อนกับการเดินทางมาแสนไกล

ตรงที่ผมไปถ่ายน้อยคนมากครับที่จะเดินลงมา ส่วนใหญ่เขาก็คิดว่าไม่มีอะไรกันแต่ผมคิดครับว่ามันมีอะไรแล้วมันก็ได้เห็นวิวอย่างในรูป แต่ของจริงสวยกว่าเยอะ


เมื่อตะวันตกดิน เห็นเครื่องบินผ่านไป ^_^


พอเก็บแสงเย็นเสร็จ ก็เข้าตัวเมืองเพราะว่าช่วงนี้มีงานถนนคนเดินในเมือง ก็ลองไปเดินเล่นดู บอกได้เลยว่าของกินก็เยอะสาสสสส มีอะไรต่างๆ นานๆให้ดูก็แยะ


รำวงย้อนยุคก็มี


“ใส่ใจผ่านมือสู่โลตีชั้นยอด" ร้านนี้อาหารอร่อยมากเลย ใครไปเที่ยวก็ลองแวะร้านนี้ดูน่ะครับจำไม่ได้ว่าชื่อร้านอะไรจะอยู่ ถนนถลางครับ งาน- งานรอ โรตีก็ต้องมา


บรรยากาศย้อนยุคสุดๆ แต่คนเยอะเกิ๊นนนนนน


พอเดินเล่นแล้วก็รู้สึกว่า โห๊วววอี ยยยยยยยย คนเยอะเกิ๊นนนนนนน พอเดินจนสุดซอย ก็เดินกลับรถเลยยย พอกลับไปนอนดีกว่า ต้องเก็บแรงไว้เยอะๆ


นอนเถอะครับจะได้ไม่เป็นภาระลูกหลานนนน ฮ่าๆ ไว้เดี๋ยวมาเล่าต่อครับผมมม เริ่มจะหมดพลังในการเขียนต่อแล้วว
ช่วยๆ กันโหวตหรือแชร์ได้น๊าา ฮี่ๆ

โทษทีๆ เมื่อวานมีเหตุนิดหน่อยที่ไม่สามารถมาโม้ต่อได้ เลยขอยกยอดวันนี้แบบหนักๆ เลยน่ะ มาๆ เดี๋ยวเราจะโม้ต่อล่ะ



วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 (วันที่เก้าของการเดินทาง)

เก็บข้าวเก็บของแล้วบอกลา ญาติๆ แล้วก็ออกเดินทางกันเล๊ยยยยยยยย

มื้อแรกของวัน ต้องจัดหนักๆ เติมพลังทั้งคนทั้งรถ ครั้งนี้ผมมาไวเลยได้-สักทีปกติมาเที่ยง แล้วคนเยอะเลยไม่ยากแวะกิน ครั้งนี้ได้กินสมใจอยากแหละ อร่อยน่ะลองดูไม่แพงด้วย


คนกินเสร็จต่อไปก็คิวของรถบ้าง


ให้รถได้กินของดีๆ บ้างจะได้มีแรงด้วย ^_^ วันนี้เป็นวันที่ร้อนมากๆ ร้อนยสัสสสสๆ เลยแหละ ก็มีแอบง่วงๆ บ้างขี่ไปหลับไปบ้าง ก็เลยหาอะไรทำแก้ง่วงแถวๆ ป้ายนี้ ^_^


พอมาถึงระนองผมก็อยากจะไปเกาะพยาม เห็นเขารีวิวกันสวยดีก็เลยอยากเห็นกับตาบ้าง ก่อนเข้าตัวเมืองผมก็ลองถามเด็กปั๊มดูว่าท่าเรือไปเกาะพยามไปทางไหน เด็กปั๊มบอกต้องกลับรถไปอีก ผมก็นึกในใจที่ดูมามันต้องเข้าไปในเมืองอีกไม่ใช่หรอว่ะ แต่ก็ลองเชื่อดูคับเพราะต้อนนั้นกลัวไม่ทันเรือรอบบ่ายสอง แต่พอไปตามที่เด็กปั๊มบอกแล้วจึงรู้ว่า ไอ่เหียยยย เป็นแบบเรือเหมาให้เรือชาวบ้านไปส่ง ไอ่ฟวยยยยยยยยยย แต่ก็ไม่ได้เป็นความผิดของเด็กปั๊มน่ะ ผมผิดเองแหละเชื่อ ฮ่าๆ กูจะไปทั้งทีต้องพยายามขนาดนี้เลยหรอว่ะ จากนั้นก็ไปท่าเรือปากน้ำให้ไวเลยยยกลัวเรือหมด พอไปถึงท่าเรือปากน้ำ ก็ไม่ทันเรือรอบบ่าย 2 แล้วครับ ผมเลยอดเอารถไปด้วยเลยเหลือแต่ สปีดโบ๊ท


ผมไปถึงประมาณ 14.30 น. แต่เรือออก 15.30น. ก็มีเวลาพักผ่อนนอนงีบอีกสักแปป พอถึงเวลา 15.30น. ก็ได้เวลาลงเรือครับ จะได้ไปเกาะพยามแล้ววววววว เรื่องรถก็ฝากเขาไว้แหละครับ ตอนแรกต้องเสียเงิน ผมเลยไปท่าเรือข้างๆ แล้วคุยถูกคอกับพี่เขา พี่เขาเลยให้ฝากฟรี โอ๊วชีวิตดี๊ดี


Go Go Gooooooo!!!!!! ขึ้นเรือดิว๊า


Heyyyyyyyyyyyyyyy!!!


พอมาถึงเกาะผมก็ไม่รอช้าแล้วครับ รีบหารถเช่าเลย พอดีคุยถูกคอกับพี่เจ้าของร้านรถคุยไปคุยมาได้รู้ว่าอยู่บ้านเดียวกันซะด้วย พี่แกก็ขี่มอไซค์เหมือนกันอีกด้วย เลยนั่งโม้ซะนานเลย ฮ่าๆๆ จากนั้นไม่นานผมก็รีบบึ่งไปอ่าวใหญ่เลย แต่ทางนั้นโห๊ววววเขี่ยยยยยย ไม่ต้องมีคอนกรีตยังจะดีกว่า ฮ่าๆ พอถึงหาดผมก็รีบๆ ตั้งกล้องไรต่อมิไรเลยพระอาทิตย์กำลังตกแล้ววววว

และแล้วมันก็ตกจนได้ พอมืดก็หาข้าวกินกลับที่พัก พอเข้าที่พักเท่านั้นแหละ บันเทิงเลย ลุงฤษดิ์(ชื่อเต็มแกชื่อ ส ฤ ษ ดิ์ แต่ผมเรียกแกลุงหริดเนี้ยแหละง่ายดี) แกชวนผมมานั่งคุยกับริก (ริกเป็นชาวอัมเตอร์ดัมครับ) แหม่ไอ่เราก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ หนักเลยฮ่าๆ แต่ก็คุยกันพอรู้เรื่องครับ ก็ถามริกแกว่าเป็นไงมาไงถึงมาพักที่นี้ ริกบอกผมว่าแกลาออกจากงานมาเที่ยว เขามาอยู่เกาะพยามประมาณ 3 เดือนครับแล้วเดี๋ยวจะไปทิเบตต่อแล้วก็จะกลับมาเกาะพยามอีก เขาเที่ยวเสร็จเดี๋ยวเขาก็กลับไปหางานทำใหม่ครับ ชีวิตต่างจากคนไทยเยอะเลยว่ะ เขายังบอกอีกว่า นานๆ จะเจอคนไทยเที่ยวแบบอยู่ง่ายๆ เพราะคนไทยส่วนใหญ่เวลาเที่ยวยังรักสบายอยู่ โห๊วความคิดเขาใช้ได้เลย แล้วเราก็แรกเปลี่ยนประสบการณ์ การท่องเที่ยวกันมากมาย และสุดท้ายผมได้ยินจากปากริกเองเลยว่า ยาเส้นเป็นบุหรี่ที่ดีที่สุดที่เขาดูดมา เพราะต้องม้วนต้องพันต้องสับต้องตัดบ่องไม้ไผ่เอ้ยไม่ใช่ล่ะ เพราะยาเส้นมาหอมกว่าบุหรี่สมัยนี้เยอะ พอถึงเวลาใกล้เข้านอน ลุงหริดแกก็บอกว่าพรุ่งนี้ริกเขาจะไปว่ายน้ำ ผมก็เลยนัดกัดกับริกว่าจะไปว่ายน้ำที่อ่าวเขาควาย เวลา 10 โมงเช้า จากนั้นก็แยกย้ายนอนครับ


ขออภัยเรื่องรูปใบนี้ ไม่ไหวจริงๆ เพลานั้น ฮ่าๆ



วันที่ 1 มีนาคม 2558 (วันที่สิบของการเดินทาง)



วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายของการเดินทางแล้วครับ พรุ่งนี้เริ่มการเป็นมนุษย์เงินเดือนเดือนแรกวันแรก วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากก็แค่ทัวร์บนเกาะให้หมดครับแล้วก็กลับเข้าฝั่ง ขากลับผมได้จองตั๋วขากลับไว้แล้วครับกลับเวลา 15.30 น. ครับ

ตื่นเช้ามาก็ดูดเลยน่ะครับแหม่ คนนี้เพื่อนริกครับ เมื่อคืนไม่ได้อยู่คุยด้วยกันครับเพราะพี่แกไปหาสาวมาพอทักทายเสร็จก็ไม่มีไรครับ ผมก็ไปทัวร์เกาะต่อ แล้วเดี๋ยว 10 โมงมาเจอริกที่นี้


อย่างแรกเลยออกหาข้าวกินก่อนเลยโครตหิวเลย พอกินเสร็จก็จะสิบโมงล่ะเลยไปรับริกก่อนผมก็ไปถึงที่พักประมา 9.50 ก็นั่งคุยกับกับเพื่อนริก ริก และลุงหริดชิวๆ ก่อนเลย พอคุยไรเสร็จต่อไรเสร็จก็ไปว่ายน้ำที่อ่าวเขาควายกัน อัดสามไปหมดเนี้ยแหละ กูใจกว้าง สึสบิดแถบไม่ขึ้นไอ่ห่า แต่เพื่อนริกเขาลงกลางทางครับเพราะ เขาคิดว่ารถคงไปต่อไม่ไหว ถรุ้ยยยย!!! ไม่ใช่ เพราะเขาจะเข้าที่พักไปหาเมีย แล้วผมก็เดินทางต่อไปอ่านเขาควาย


โครตชอบร้านนี้เลยเจ๋งดี แต่ไม่เปิด เขาเป็นร้านเหล้าเปิดตอนเย็นๆ


พอผมส่งริกแล้วก็ปล่อยว่ายน้ำของไป ริกบอกว่าไปที่อื่นว่ายน้ำไม่ค่อยได้ น้ำไม่สะอาดเท่าบ้านเรา จากนั้นก็ขอเขาถ่ายรูปด้วยหน่อยไว้มีโอกาสไว้เจอกันใหม่ ^_^


แล้วผมก็ออกเดินทางต่อครับ อ่าวที่สองเป็นอ่าวกวางปีบ


เล่นไรกันอ่ะเล่นด้วยคนดิ กูมาคนเดียวกูเหงา T_T


เงียบสงบมาก เกือบจะส่วนตัวเลย แก้ผ้าไรได้ตามสบายไม่มีใครสนใจครับ ฮ่าๆ นั่งเล่น ลงไปเล่นน้ำไรสักแปปก็กลับขึ้นมาเวลานั้นก็เที่ยงพอดีครับ พอดีผมขี่รถผ่านมีร้านอาหารเปิดใหม่ผมก็เลยลองไปก่อนเลย ฮ่าๆ อาหารอร่อยดีครับ ต้องไปลองแถมพี่เขามีที่พักให้ด้วย ^_^


-เสร็จแล้วก็คุยกับพี่เจ้าของเขาหน่อยครับ ^_^ พี่เขาก็เพิ่งมาลงทุนเหมือนกันมีห้องพักไม่กี่ห้องเอง ยังทำไม่เสร็จด้วย ยังไงก็แวะไปร้านนี้ได้ครับอยู่ทางผ่านอ่าวหินขาวลึเปล่าจำไม่ได้ ฮ่าๆ อ้าว-เสร็จแล้วก็ลุกสิครับจะได้ไปกันต่อ ฮ่าๆ จะปอ่าวหินขาวต่อไปมั้ยย.....


อ่าวนี้เด็ดสุด โห๊วว ยย มีแต่หินนน แถมขยะเยอะด้วย ฮ่า ว่าไปโน้นลองไปดูกันเองก่อนล่ะกันครับ พอเห็นปุ๊บลองเดินลงไปหาดโห๊ว ยยยย หนักกว่าอีกขยะนี้เต็มเลย-กันแล้วก็ทิ้งเงี้ยเนี้ยน่ะ สบายล่ะ ไปที่อื่นต่อกีกว่า


ต่อไปก็ไปอ่าวที่มีหินทะลุ ผมก็จำไม่ได้ว่าอ่าวอะไร ฮ่าๆ ผมก็เล็งเลยไปนั่งใต้ต้นไม้ แล้วก็ฟังเพลงจากครอบครัวชาวต่างชาติที่เขากำลังร้องกันอยู่แบบเพราะมากอ่ะ เดี๋ยวมี VDO ให้ดูครับ


คือถ้านั่งเงียบสงบๆ มันจะมีเสียงลมด้วยน่ะ มันก็แปลกๆ ดีเหมือนอ่าวนี้ร้องเพลงได้ยังไงยังงั้น


พอผมเที่ยวเสร็จก็เกือบลืมเวลาเหมือนกันว่าต้องกลับต้อน 15.30น. ผมก็รีบขี่รถไปคืนรถพี่เจ้าของก่อน ไปถึงก่อนเวลาครับก็ขอพี่เขาอาบน้ำอีกรอบเก็บของไรต่อไรในร้านพี่เขาเลย แล้วก็นั่งคุยกับพี่เขาอีกหนครับ ก็เล่าๆ ว่าทำไมมาเที่ยวแบบนี้คนเดียวไรงี้ แต่พี่เจ้าของเขาก็เที่ยวแบบผมเหมือนกันแต่ 6 เดือนได้มั้งที่ไม่เข้าบ้านเลย พี่แกก็เที่ยวไปสร้างวัดไรต่อไรครับ พี่แกไปทุกที่เลย เจ๋งกว่ากูอีกแสสสสส


(เนี้ยแหละครับกำไรของชีวิต มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นบ้างอะไรบ้าง ไม่ใช่เดินตามผู้ใหญ่อย่างเดียว (เกิดมา>>ตั้งใจเรียนให้จบ>>มีงานดีๆทำ>>เก็บเงิน>>เลี้ยงครอบครัว>>แต่งงาน>>จบ) มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเรามีมากกว่านี้ ให้ชีวิตได้ลองทำอะไรอย่างที่ฝัน หรือเราจะปล่อยมันเป็นเพียงแค่ฝันแล้วปล่อยมันผ่านชีวิตเราไป เราไม่ได้มี 9 ชีวิตเหมือนแมวน่ะ เราเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น) มาๆ กลับมา อย่าดราม่าฮ่าๆ ถ้าดร่าม่าไปอื่นทู้อื่น 5555555 ผมก็เลยขอถ่ายรูปมาหนึ่งใบ ^_^ พร้อมกับรถของพี่เขา แล้วก็ได้เวลากลับบ้านกันแล้ววววววว เห้อยังไม่อยากกลับเลย มาเกาะพยามอย่างน้อยต้อง 2-3 วันน่ะผมว่าถึงจะเอาอยู่ ^_^ พอขึ้นเรือเท่านั้นแหละไม่ถึง 10 นาทีหลับยาวๆๆๆ ฮ่าๆ พอขึ้นฝั่งมาก็นั่งคิดแปปน่ะว่าจะแวะ


ไหนเก็บแสงเย็นดี ก็ลองหาในเว็บเอาว่าจะไปไหนดี แล้วก็ได้มาที่นี้จนได้….

นั้นก็คือ ภูเขาหญ้าถึงแม้จะต้องวนกลับไปเกือบ 20 โล แต่เพราะเป็นแสงเย็นสุดท้ายของทริปอะไรก็ยอมหมดแหละ พรุ่งนี้เริ่มงานแล้วนี๊จะกลัวอะไร


มีแขกมาเยี่ยม นี้บินตรงมาจากอินเดียเลยน่ะ ฮ่าๆ พอเขาขึ้นมาแล้วเดินตระโกนไปข้างล่างว่า ได้ยินเสียงกูหม่ายย ไม่น่าขึ้นมาเลย ลงไม่ได้ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย


ชีวิตเราต้องการพักผ่อน ถ้ามันหน่อยมากไปก็ขอแค่พัก


ถ่ายรูปเสร็จอะไรเสร็จก็นั่งเล่นข้างบนแปปหนึ่ง เพราะขึ้นมายากเหลือเกืนเกือบล้มด้วย จากนั้นไม่นานพระอาทิตย์ก็ตกลง แล้วผมก็ขี่รถเข้า กทม. กลับบ้านเตรียมพร้อมพรุ่งนี้ทำงาน รูปก็จบที่ตรงนี้ครับ ไม่ได้ถ่ายอะไรเพิ่มเติมแล้วทุกอย่างมืดสนิท และแล้วงานเลี้ยงก็ต้องเลิกลา โบกมือบ๊ายบาย



อยากฝากไว้สำหรับหลายๆ คนที่อยากจะทำโน้นนี้นั้นตามความฝันตัวเอง ขอแค่คุณอย่าผลัดวันประกันพรุ่งกับมันถึงเวลาแล้วลงมือทำเลย เชื่อผมเหอะแล้วเดี๋ยวความสุขก็ตามมาเอง ทริปนี้มีรูปเยอะแยะมากมายที่ไม่ได้เอาลง อยากลงทุกรูปน่ะ อยากแบ่งปันความรู้สึกหลายๆ อย่างที่ได้พบเจอมา ถ้ามีโอกาสตั้งแต่เด็กก็จงลงมือทำเลยครับ ผมสนับสนุน


ขอบคุณพ่อแม่ที่เข้าใจ ตอนแรกท่านก็ไม่เข้าใจหรอกครับแต่ผมเป็นเด็กดื้อมาก ขอบคุณทุกคนที่ติดตามครับ แล้วทริปหน้าอาจจะมีต่อ แต่ที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่ากูจะไปต่อ สุดท้ายฝากรูปใบนี้ไว้ครับ



ส่วน VDO EP.2 เดี๋ยวนำมาอัพให้ภายหลังครับ ผมทำ VDO ไม่ค่อยเป็นต้องใช้เวลาอย่างมากเลยแหละ ฮ่าๆ

7NOVEMBER

 วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 19.22 น.

ความคิดเห็น