One Day Trip เดินตามรอยพ่อ ที่โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ รีวิวโดย Tiewplearn By Jeab

เมื่อกล่าวถึง โครงการหลวงของในหลวง รัชการที่ 9 หลายคนคงมีชื่ออยู่ในหัวเต็มไปหมด แต่ถ้าบอกว่าโครงการสุดท้ายที่ในหลวงทรงมีพระราชดำริ สร้างไว้ ต้องเป็นที่นี่เลยค่ะ "โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ" ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เดินทางไป-กลับวันเดียวยังเที่ยวได้เลย ดังนั้

One Day Trip เดินตามรอยพ่อ ที่โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ

One Day Trip เดินตามรอยพ่อ ที่โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ


เมื่อกล่าวถึง โครงการหลวงของในหลวง รัชการที่ 9 หลายคนคงมีชื่ออยู่ในหัวเต็มไปหมด

แต่ถ้าบอกว่าโครงการสุดท้ายที่ในหลวงทรงมีพระราชดำริ สร้างไว้ ต้องเป็นที่นี่เลยค่ะ

"โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ"

ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เดินทางไป-กลับวันเดียวยังเที่ยวได้เลย ดังนั้น อย่ารอช้า....ไปลุยกันแบบ One day trip กับเรา


สถานที่ตั้ง

เลขที่ 1 หมู่ที่ 5 บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี พื้นที่เชื่อมติดต่อกับตำบลกลัดหลวงและ
ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง

การเดินทาง

จากอำเภอท่ายางผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ไปตามเส้นทางตำบลท่าไม้รวก ผ่านที่ทำการเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
เขากระปุก - เขาเตาหม้อ ผ่านโรงเรียนบ้านทุ่งโป่ง ถึงโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เป็นระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร

ที่มาของโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ

โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เกิดขึ้นจากความเอาพระทัยใส่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อเกษตรกรในการที่จะพัฒนาส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ประสบความสำเร็จและสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

ปี 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินจากราษฎร ณ บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 250 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์รวบรวมพืชเศรษฐกิจนานาชนิด เพื่อเป็นแนวทางให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

แผนที่




"ชั่งหัวมัน" ชื่อนี้มีที่มา...พระบาทสมเ ด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชประสงค์ให้วางมันเทศไว้บนตาชั่งโบราณในห้องทรงงานที่วังไกลกังวล ก่อนเสด็จกลับกรุงเทพมหานคร ครั้นเมื่อเสด็จมาวังไกลกังวลอีกครั้ง พบว่าหัวมันนั้นมีรากและใบงอกออกมา จึงมีพระราชดำริว่า "มันอยู่ที่ไหนก็งอกได้" จึงทรงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกในกระถาง และในเวลาต่อมาทรงพระราชทานต้นพันธุ์จากหัวมันเทศนั้นมาปลูกที่โครงการ และพระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า "โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ"

เมื่อเดินทางมาถึงที่โครงการฯ ก็ซื้อบัตรเข้าชมด้านหน้าก่อนนะคะ ซึ่งค่าบริการเข้าชมก็ถูกมากๆ

สำหรับผู้ใหญ่ ( อายุ 15 ปีขึ้นไป ) ท่านละ 20 บาท นักเรียน นิสิต นักศึกษา ในเครื่องแบบคนละ 10 บาท ส่วน พระสงฆ์ สามเณร แม่ชี นักบวช ผู้พิการ และเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ ได้รับการยกเว้นค่าบริการ หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะควรติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0-3247-2700-1

ที่นี่เปิดให้ชมตั้งแต่ 08.30 น. – 18. 00 น.

เมื่อเข้ามาด้านในโครงการฯ หาที่จอดรถตามสะดวกแล้วไปเยี่ยมชมโครงการกันได้เลย

ใครจะเดินชม หรือจะปั่นจักรยาน หรือจะนั่งรถของทางโครงการฯก็แล้วแต่สะดวก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆอีก

แต่หากต้องการนั่งรถที่ทางโครงการจัดไว้ให้ จะต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อลงชื่อและรอคิวเรียกได้ที่พิพิธภัณฑ์ดิน อยู่ข้างๆร้านโกลเด้นเพลส

หลังจากถึงคิวเรียกแล้ว เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ไปที่จุดขึ้นรถ เพื่อฟังการบรรยายและดูวิดีทัศน์ เมื่อชมวิดีทัศน์แล้วเจ้าหน้าที่จะพาขึ้นรถเพื่อชมแต่พื้นที่ในโครงการ

แผนที่โครงการ ที่สามารถไปชมได้ ก็ตามในรูปนี้เลยค่ะ

มากมายก่ายกองใช่ป่ะล่ะ ก็พื้นที่ตั้ง 250 ไร่ของที่นี่ช่างกว้างขวางนัก เมื่อรถบรรยายพาชมรอบๆแล้ว จะกลับมาที่จุดเดิม

เราแนะนำว่า ไปนั่งรถชมโครงการคร่าวๆก่อน เพื่อสำรวจพื้นที่ว่าจุดไหนมีอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็ไปชมด้วยตัวเองแบบละเอียดอีกครั้งด้วยการปั่นจักรยาน ทั้งสนุกและได้ออกกำลังกายไปด้วยนะเออ

ขั้นตอนก็ไม่มีอะไรมาก แค่นำบัตรประชาชนไปแลกจักรยานคู่ใจมา 1 คัน เลือกที่เหมาะกับเรา แล้วไปลุยกันเล๊ย

คุณจะปั่นไปตรงไหนของโครงการก็ได้ ไม่มีใครว่า แถมฟรี ฟรี ฟรี

บางคนสงสัยว่ามาที่นี่ มาทำอะไร??

มาชมบ้านไร่ที่แสนเรียบง่ายของพ่อ

บ้านหลังนี้เป็นที่ประทับและทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9


มาชมแปลงนาของพ่อ

มาปั่นจักรยานชมไร่ของพ่อ

มาดูแปลงผักของพ่อ

มาชมทุ่งกังหันลม

นอกจากแม่แบบด้านการเกษตรแล้ว ที่นี่ยังมี กังหันลมผลิตไฟฟ้า ตามนโยบายรัฐบาลที่ใช้พลังงานทดแทนผลิตกระแสไฟฟ้า

มีกำลังการผลิตขนาด 50 กิโลวัตต์ ปัจจุบันมีทั้งหมด 20 ต้น

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะดำเนินการเข้ามารับซื้อพลังงานสะอาดที่ได้นี้ต่อไป

ไฟฟ้าพลังงานสะอาดไม่ได้ใช้หมุนเวียนในไร่ ผลิตได้เท่าไร จะเอาไปหักลบกับงงานที่ใช้ ทุกเดือนจะมีเงินเหลือ การไฟฟ้าฯ ตีเช็คกลับคืนมา 3-4 ครั้งแล้ว


มาตามหาคุณตุ่ม และชมฟาร์มโคนม

คุณตุ่ม เป็นเซเลบของที่นี่เลยนะ มาแล้วก็มาทักทายถ่ายรูปคู่กับคุณตุ่มด้วยล่ะ

คุณตุ่มตัวโต๊โต มีเชือกสีแดงผูกคอคือคุณตุ่ม

คุณตุ่มเมิน... ไม่เหลียวแลหญ้าแห้งที่ให้เลย 555+ คุณตุ่มคงบ่นในใจว่าข้าอิ่มแล้ว

การจะเข้าไปใกล้คุณตุ่ม ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่นะคะ วันนี้เราโชคดีมากๆ ที่ได้เข้าไปใกล้ชิดคุณตุ่มสุดๆ

ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ท่านนี้ด้วยค่ะ น้องเค้าบอกว่าวันนี้หัวหน้าไม่เข้ามา เลยให้เข้ามาดูได้ อิอิ


มาเดินตามรอยพ่อ

นอกเหนือจากกิจกรรมที่จะมาทำและศึกษาจากที่โครงการชั่งหัวมันฯแล้ว ก็ยังมีสถานที่สวยๆให้เราได้ถ่ายรูปเก็บไว้ในความทรงจำด้วย

อะไรจะมีความสุขขนาดนั้นคะคุณแมว นางคงมีความสุขที่ได้อยู่ในบ้านไร่ของพ่อเนอะ ^^

บริเวณโดยรอบ อ่างเก็บน้ำหนองเสือ

บรรยากาศยามเย็น รอบๆอ่างเก็บน้ำหนองเสือ ได้แสงจากพระอาทิตย์ส่องมาบนต้นหญ้า ดูดูไปก็สวยดีนะ

มาอุดหนุนสินค้าโครงการฯของพ่อ

และสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อท่านมาที่โครงการหลวง คือ การสนับสนุนสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง

ของขึ้นชื่อของโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ คงจะไม่มีใครเกินหน้า นมโคแท้ และหัวมันเทศ

โดยเฉพาะนมโคแท้ของที่นี่ รสชาติอร่อยจริงๆค่ะ ต้องลองนะ คอนเฟิร์ม

เมื่อมาเยี่ยมชมที่นี่แล้ว สิ่งที่ได้กลับไปคืออะไร ??

สิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงคิดและมีพระราชดำริ รวมถึงสิ่งที่ในหลวงได้ทำให้เป็นตัวอย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์กับพวกเราคนไทยทั้งสิ้น แล้วทำไมพ่อต้องทำงานหนักและเหนื่อยขนาดนี้ วันหยุดของพระองค์คงไม่มี

ก็เพราะต้องการให้พวกเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นงัยล่ะ สิ่งที่พวกเราจะต้องทำต่อจากนี้คือน้อมนำส่งที่พ่อสอนไปปฏิบัติให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ทำความดีปฏิบัตดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

มีอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานให้กับในหลวง นำมาเป็นเครื่องเตือนใจไว้เสมอคือ พระบรมราโชวาทของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งจะมีป้ายติดไว้เกือบทุกที่ จึงขออัญเชิญมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

" ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรให้

นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำประโยชน์แก่ผู้อื่น"


จบแล้วค่ะสำหรับทริปนี้แบบง่ายๆ ไม่ต้องวางแผนอะไรมาก แค่คิดได้แล้วก็ลุยเลย

สรุปค่าเสียหายสำหรับทริปนี้

1. ค่าน้ำมันรถ (แก๊ส LPG) = 300 บาท

2. ค่าทางด่วนไป-กลับ = 100 บาท

3. ของกินมื้อเที่ยง = 178 บาท

4. ค่าบัตรเข้าชมโครงการฯ ( 2 คนx 20) = 40 บาท

รวมทั้งสิ้น 618 บาท หาร 2 คนๆละ 309 บาท

= ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่กับรีวิวครั้งต่อไปค่ะ =

ความคิดเห็น