เที่ยวโอซาก้า-เกียวโต 5 วัน 4 คืน แบบไม่ง้อทัวร์ ตอนที่ 3 รีวิวโดย Earn Mat

ตอนที่ 3 ธรรมชาติ น้ำไส วัฒธรรมสิ จากตอนที่ 1 และ 2 สำหรับการวางแผนการและการเดินทางเริ่มแรก จากนี้เป็นการเข้าสู่การเดินทางของจริงในการ ผจญภัยในโอซาก้า - เกียวโต แต่ก่อนที่จะไปเราขอแนะนำ เว็บไซต์สำหรับการเดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่น บอกลยอันนี้สำคัญมาก เพราะขนาดคนญี่ปุ่นเองก็ยังใช้ ง่ายๆประเทศเขาสาย

เที่ยวโอซาก้า-เกียวโต 5 วัน 4 คืน แบบไม่ง้อทัวร์ ตอนที่ 3

เที่ยวโอซาก้า-เกียวโต 5 วัน 4 คืน แบบไม่ง้อทัวร์ ตอนที่ 3


ตอนที่ 3 ธรรมชาติ น้ำไส วัฒธรรมสิ

จากตอนที่ 1 และ 2 สำหรับการวางแผนการและการเดินทางเริ่มแรก จากนี้เป็นการเข้าสู่การเดินทางของจริงในการ ผจญภัยในโอซาก้า - เกียวโต แต่ก่อนที่จะไปเราขอแนะนำ เว็บไซต์สำหรับการเดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่น บอกลยอันนี้สำคัญมาก เพราะขนาดคนญี่ปุ่นเองก็ยังใช้ ง่ายๆประเทศเขาสายรถไฟเยอะ หากไม่ดูก็อาจจะหลงได้ นั้นคือ...... www.Hyperdia.com.....ขอให้จำและมีไว้ มีภาษาอังกฤษ ไม่งงแน่นอน (ไม่มีแอพพลิเคชั่นนะ เป็นเซ้บไซต์อย่างเดียว)

เริ่ม....ด้วยจากที่เราพักใกล้สถานี OSAKA ซึ่งเป็ศูนย์กลางที่จะไปสถานีอื่นๆ เราก็เดินจากที่พักเพื่อที่จะไปขึ้นรถไฟไปเที่ยวกัน...จุดหมายแรกที่เราจะไปคือ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) หรือที่บางคนเรียกกันว่าศาลเจ้าเสาแดง สุนัขจิ้งจอก

ด้วยความที่เรามี JR Pass ซึ่งเอาไว้เดินทาง 2 วัน เป็นที่เรียบร้อย เราก็ไม่รอช้าหรืองงที่จะต้องไปซื้อตั๋วแล้ว เราก็เข้าไปข้างในสถานีได้เลย...(ตั๋วจะเป็นตั๋วเล็กๆ เป็นกระดาษซึ่งต่างจากไทย เราก็สอดเข้าไปตามช่องและก็ไปโพล่อีกฝั่งหนึ่ง) เริ่ม...เมื่อเราเข้าไปแล้ว จุดหมายแรกที่เราจะไปคือ Kyoto เพื่อต่อรถไฟไป วัดจิ้งจอก


จุดสังเกตุว่าเราจะไปขึ้นรถไฟที่ชานชลาที่เท่าไร ซึ่งที่นี้มีมากกว่า 10 ชานชลา เนื่องจากเราไป Kyoto เราก็ดูป้ายมันบอให้เราไปชานชลาที่ 9 ซึ่งเราก็เดินไปที่ชานชลา (ชานชลาที่ไปอาจจะคนละที่ขอให้สังเกตุก่อนนะ) จากนั้นเราก็ขึ้นรถเพื่อไปลงที่ Kyoto เมื่อลงจากสถานีแล้ว เราก็ดูว่า วัดเสาแดง หรือ วัดจิ้งจอก ให้ลงที่ สถานี JR Inari (JR คือสายรถไฟ JR และ Inari คือ สถานีที่เราจะต้องลง) ต้องขึ้นรถไฟขบวนไหน จากนั้นเราก็ขึ้นเพื่อไปลง Inari


เมื่อถึงจะสังเกตุเลยว่าคนลงกันเยอะ และก็เดินตามเขาไป วัดนี้หาไม่ยากอยู่ตรงข้ามสถานี เดินเข้าไปก็จะเห็นเสาแดง เดินไปเรื่อยๆ ก็จะก็จะเข้าไปในบริเวณวัด สำหรับวัดนี้ไม่เสียค่าเข้า เดินตรงไฟฝั่งซ้ายมือ เดินตามเขาไป จะเป็นจุดเดินชมวิวไปเรือยๆ เดินไหวก็แนะเดินถึงจุดชมวิวเลยนะ คุณจะได้เห็นวิวเมือง Inari และค่อยเดินกลับ เดินเป็นวงกลม

แผนที่การเดิน เดินเลยสำหรับคนชอบ และแวะถ่ายรูปตามจุด ระหว่างทางมีห้องน้ำไม่ต้องห่วง ยกเว้นอาหารจะไม่มีให้ซื้อ พกไปด้วยเป็นการดี

ระ

ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ

ระหว่างทางเดินขากลับ


มีคนญี่ปุ่นใส่ชุกกิโมโน มาด้วยนะเออ

หลังจากที่ซึบซับมาพอสมควร...จุดหมายต่อไป เราก็เอาตั๋วใบเดิมแหละ และเดินไปที่สถานีเดิมที่เรามา เข้าไปในสถานี แล้วก็เดินออกขวา เพื่อที่เราจะข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้าม เพื่อที่จะไปจุดหมายต่อไป คือ วัดโทฟุคุจิ วัดนี้...เราจะนั่งย้อนจากวัดเสาแดง กลับไป เพื่อลงที่ สถานี JR Tofukuji ส่วนย้อนกี่สถานี 2-3 สถานีได้ไม่ไกลนะ

ระหว่างรอรถไฟมาก็ขอสักภาพ....

เมื่อลงจากสถานี เราก็จะเดินตามคนเขาไปบอกว่าคนเยอะมาก วัดนี้จะเข้าไป 2 ทาง เห็นคนเดินไปเยอะๆ เราก็เดินตามเขาไปได้ ไม่หลงแน่ และระหว่างทางเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราก็แวะซื้อน้ำ ของกินไปเลย เพราะระหว่างทางมีร้านขายของอยู่


ทางเข้า

หน้าวัด

วัดนี้แนะว่าต้องเขาไปนะไบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก...ที่แนะเพราะว่าเสียค่าเข้าชมด้วย

ตั่วเข้า..ชมจำไม่ผิดก็น่าจะประมาณ 500 เยนไม่เกินนี้ ต่อคน พร้อมก็เข้าไปสิคะ

หลังจากนี้ จะนำเสนอวิวสวยๆๆ

ออกแล้วจ้า....เราจะไปจุดหมายต่อไปแล้วนะ (ต้องบอกว่าวันนี้เรามีเป้าหมาย 4 วัด ซึ่งเหมือนไม่แน่น แต่แน่นมาก แนะว่าเอา 2 วัดพอจะดีที่สุด วัดเสาแดงบอกเลยว่าเราเดินไม่ถึงจุดชมวิว เพราะต้องไปต่อ ควรเอาวัดเสาแดงและวัดโทฟุคุจิ ก้พอแล้ว)

เมื่อเราออกมาจากวัด...ก็เดินไปที่สถานีที่เรามา เพื่อที่เราจะนั่งย้อนกลับไปลงที่สถานี Kyoto เนื่องจากวัดที่เราจะไปนั้นไม่มีรถไฟฟ้าไปถึง ต้องนั่งรถเมล์อย่างเดียว นั่นคือ วัด วัดคิโยมิซุ (Kiyomizu Temple) เป็นชื่อในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า "น้ำบริสุทธิ์" คนไทยมักจะเรียกวัดนี้ว่า "วัดน้ำใส" เมื่อมาถึงเราก็เดินออกมาจากสถานีเลย เพื่อที่จะไปซ์้อตั๋วรถเมล์ แนะว่าเอาแบบ One Day ราคาต่อคนจะคุ้มกว่า

หน้าสถานี Kyoto

จุดขายตั๋วรถเมล์ จะอยู่ตรงทางออกสถานี Kyoto หาไม่ยากมองไปข้างหน้าอยู่ฝั่งขวามือ และฝั่งซ้ายมือของที่ขายตั๋ว ก็เป็นป้่ายรถเมล์ที่เราจะขึ้น ซึ่งมีหลายป้าย และคนรอขึ้นเยอะมาก สายที่เราจะขึ้นไปนั้น คือ สาย 100 หรือสายที่ไปวัด คิโยมิซุ สังเกตได้ รู้สึกว่าจะขึ้นได้ 2 สาย จากที่มีตั๋วแล้วเราก็รอขึ้นรถเมล์ได้ ขึ้นไปแล้วไม่ต้องห่วงว่าจะลงไม่ถูก เพราะภายในรถเมล์ เขาจะมีจออยู่หน้ารถ บอกว่าสถานีต่อไปคือสถานีไหน สังเกตุเอานะเวลาลง (มีภาษาอังกฤษ อ่านได้ไม่งง ไม่เหมือนรถไฟที่บางขบวนมีภาษาอังกฤษบอกสถานี บางขบวนไม่มีฟังเอาอย่างเดียวเลยนะ)

ป้ายที่เราจะลง คือ คิโยมิซุ เมื่อถึงสถานี ทางเข้าวัดอยู่ฝั่งตรงข้าม ต้องเดินข้ามถนนและเดินไปไกลไหม ไม่...แต่ทางขึ้นชันเหมือนขึ้นเขา ทำเอาเหนี่อยเหมือนกัน..วัดนี้ก็ยังมีค่าเข้าอยู่เช่นเดิมนะ

บอกไว้ว่าวัดนี้คนอย่างกะหนอนเยอะมาก





อะๆๆๆ....ยังไม่จบนะเรายังมีอีกวัดที่จะต้องไป คือ วัด วัดเงิน กินคะคุจิ (Ginkakuji Temple) เหมือนเดิม...เดินออกทางเดิมและก็ไปขึ้นรถเมล์สายเดิม สาย 100 เพื่อไปลง ป้าย กินคะคุจิ ป้ายนี้ก็ไกลพอสมควร พอลงบุ๊บก็ต้องเดินย้อนไปอีกนิด วัดนี้ก็เช่นกัน เสียค่าเข้า แต่ละวัดนั้น จะเสียค่าเข้าไม่เกิน 500 เยน


ทางเข้า...

จบ...ละสำหรับ 4 วัดภายใน 1 วัน..บอกว่าอย่างเยอะ..อัดไปได้งัยไม่รู้ จาก...ที่ออกจากวัดเราก็ไปที่จุดลงรถ รอที่ป้ายเดิม เพื่อที่จะนั่งสายเดิมไปลงที่สถานี Kyoto เพื่อที่เราจะนั่งรถไฟกลับ Osaka เพื่อผักผ่อนนอนหลับ ก่อนที่จะลุยอีกวันพรุ่งนี้

รอติดตามตอนต่อไป.....

ความคิดเห็น