ออกประเทศครั้งแรกในชีวิต ซึ่ง passport ขาว แต่ผ่านมาได้ชิว ๆ

vi8dczkv24ql

ทริปนี้เริ่มจากมีคนอยากไปเที่ยวกับน้อง ๆ แล้วเขาอยากไปเซี่ยงไฮ้พอดี มีการวางแผนในเดือนมกราคมปีนี้ เราไปกัน 4 วัน 3 คืน เป็น private tour ที่มีเฉพาะพวกเรา กับทาง Be Happy tour ราคา 17,000 บาท มีการมัดจำครึ่งนึงคือ 8,000 บาท ไกด์เป็นคนท้องถิ่นที่พูดภาษาไทยได้

ราคานี้รวมค่าโรงแรม ค่ากิน ค่าตั๋ว Shanghai Disneyland ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินน้า อ่ะไม่รวมช้อปปิ้งเองและใด ๆ ด้วย

แล้วก็อย่าลืมซื้อประกันเดินทางด้วยนะ บางคนโดนยกเลิกตั๋วเนื่องจากวิกฤตนํ้ามัน แต่เรายังรอดมาได้

แล้วต้องเตรียมตัวยังไง? แล้วทริปนี้มีอะไรบ้าง? มาอ่านกันนน

🛂 Passport

เราไปทำ passport ที่ชั้น 5 โซน A ที่ MBK ซึ่งสามารถไปทำวันเสาร์อาทิตย์ได้ ลอง walk-in ไปดู คนไม่เยอะเลย แล้วก็กรอกเอกสารยื่นคำร้อง เราเลือกทำ 10 ปี 1,500 บาท แบบไม่ด่วน ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ถึงคิวก็ไปถ่ายรูป ทำเอกสารให้เรียบร้อย แล้วก็จ่ายเงิน ให้ส่งที่บ้าน ได้ประมาณวันพุธมั้ง เราไปวันอาทิตย์

📱 แอพที่ต้องลงก่อนไปจีน

ใครไปเที่ยวจีน อย่าลืมลงแอพเหล่านี้ก่อนบินไปจีนนะ!

เพราะมันต้องใช้ OTP ไทยอ่ะเนอะ และไม่มีเงินสดยังใช้ชีวิตได้นะ คนใช้เงินสดน้อยมาก ๆ

1️⃣ Alipay: แอพที่คนจีนใช้จ่ายเป็นหลัก เราสามารถสแกน QR Code สั่งอาหาร หรือกดสั่งจาก mini app ภายในแอพได้ เช่น ใช้สแกนสั่งเมนูใน Shanghai Disneyland ได้ หรือซื้อ KFC, Luckin Coffee ได้ รวมถึงจ่ายค่ารถใน Didi ได้ด้วย เอ้ออแล้วก็กรอก ตม ออนไลน์ได้ด้วยน้า

ซึ่งเราควรผูกบัตร travel card 1 ใบในนั้น เพราะเรทอาจจะถูกกว่า แล้วโอนเงินหยวนให้กันเองได้ด้วย หรือบัตรอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่ควรสมัครและผูกบัตรมาก่อนจากที่ไทยนะ

2️⃣ TrueMoney: ทุกคนน่าจะมีแอพนี้อยู่แล้วแหละ เขาสามารถจ่ายที่ต่างประเทศได้ด้วย เข้าแอพ กดจ่ายเงิน เราจะเห็น Qr Code ให้กด Alipay+ Pay Oversea เลือกประเทศ Chinese Mainland แล้วเราสามารถใช้จ่ายได้ตามปกติเลย และถ้าใช้จ่ายเกิน 200 หยวนจะไม่เสียค่าธรรมเนียน 3% น้า

3️⃣ Amap: เป็น Google Map สำหรับคนจีน ใช้ดูสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องการได้เลย ซึ่งพิกัดสถานที่ใด ๆ จะตรงกว่า Google Map น้า ใช้งานง่ายมีภาษาอังกฤษด้วย

4️⃣ Didi Rider: ไว้เรียกรถ ประมาณ Grab บ้านเราเลย สามารถเลือกพิกัดที่จะไปได้ และเลือกประเภทรถได้ด้วย

5️⃣ แอพ Translate ต่าง ๆ เพราะบางร้านพนักงานพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

6️⃣ Shanghai Disney Resort: สำหรับคนไป Shanghai Disneyland ต้องโหลดแอพนี้เลย เอาไว้ซื้อตั๋ว ซื้อ pass แล้วก็ดูแผนที่ใน park ว่าเราอยู่ตรงไหน เครื่องเล่นนี้รอกี่นาที หาข้าวกินตรงไหน

✈️ Fight

บินกับทาง Spring Airlines เป็นสายการบิน lowcost จากทางจีน ราคาขาไป 4,137 บาท ขากลับ 3,800 บาท นํ้าหนัก carry-on ได้ 1 ชิ้น ไม่เกิน 7 กิโลกรัม และโหลดกระเป๋าได้ 20 กิโลกรัม แล้วก็ต้อง check-in ผ่าน counter เท่านั้น

อ่านรีวิวมาบ้างแล้ว สำหรับคนตัวสูงลองไปใบ้ Spring plus เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะยืดขาได้มากกว่า แล้วมีแถว check-in แยก แล้วก็แถวขึ้นเครื่องแยกด้วย

โดยขาไปเราจะบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยัง Shanghai Pudong International Airport เป็นไฟล์ท 8:40 เวลาไทย - 14:15 เวลาจีน

และขากลับขึ้นจาก Shanghai Pudong International Airport ไปยัง สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 17 พฤษภาคม เป็นไฟล์ท 21:50 เวลาจีน - 01:35 เวลาไทย

เครื่องออกตรงเวลา ถ้ามากันครบก็ไปก่อนเวลาเช่นกัน 555 แล้วมาถึงตรงเวลาด้วย

ตอนจองตั๋วเครื่องบิน และโรงแรม ต้องมี passport ในการจอง เลยเขียนเรื่อง passport ก่อน

🏛️ Day 1: The Bund – Nanjing (14 May)

มีนัดกันที่สนามบินสุวรรณภูมิเวลา 5:30 ซึ่งเราจอง Grab advance ไป ให้ไปรับตอนตีสี่ครึ่ง แน่นอนว่าได้นอนน้อยมาก ๆ เลย แล้วแต่ละคนในทีมก็เป็นเหมือนกันเลย

แล้วก็มีคนจากทางทัวร์มารับที่จุดนัดพบ มีเอกสารตารางทัวร์มาพร้อม เผื่อเอาไปยื่นกับ ตม. ที่โน้น

เราบินกับสายการบิน Spring Airline เป็นสายการบิน low cost ของจีน เคร่งเรื่องกระเป๋า carry-on สุด ๆ แล้วก็ต้อง check-in ผ่าน counter เท่านั้น เขาเลยนัดเช้าไง เพราะถ้าสายก็รอคิวยาวหน่อย ไฟล์ทเราก็เช้าอยู่ บิน 8:40 ถึงที่โน้น 14:15 เข้าคิว ถึงคิวแล้วยื่นแค่ passport ไปจบ แล้วก็โหลดกระเป๋า แล้วก็รอทุกคนมารวมกัน แล้วขึ้นชั้นบนสนามบินกัน สแกนหน้าเดินขึ้นบันไดเลื่อนได้เลย

ขึ้นมาดันเลี้ยวขวาไปหาข้าว สรุป เดินจะสุดข้าวก็ไม่ขาย เรยก็ไม่เจอ เลยเดินไปจุดเดิน แล้วเดินต่อไปทางซ้าย พี่ในทีมเดินไปดู coach ฉันเดินไปหาน้องเนย นึกว่าจะไกลแน่ ๆ เลย สรุปห่างกันนิดเดียวเอง เลยจัดน้องเนย์แอร์สาวไป แล้วก็ซื้อฝากพี่สาวด้วย เพราะเขาอยากได้มานานแต่ยังไม่ได้บินไปสักที

แล้วก็ห้องนํ้า ค่อนข้างสะอาด มี sensor ติดไว้เพื่อบอกว่า ห้องไหนว่างไม่ว่างกี่ห้องอะไรงี้

พอได้น้องเนยแล้วก็รวมตัวลงไปข้างล่าง เพื่อขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน ไปยัง gate เที่ยวบินของเรา แล้วก็หาข้าวกินเพิ่ม เจอเบอร์เกอร์คิงชุดละ 500 บาท แพงจนจิล้องหั้ย เดินไปเดินมาไปเจอชานม Gaga เลยซื้อมาเติมพลังหน่อย ราคาพอ ๆ กับหน้าร้านมั้ง และเจอครัวซองเนยร้าน Dean&Deluca ราคา 98 บาท ถูกเฉย งง 5555 เขาอบมาให้จนกรอบเลยล่ะ

นั่งพักได้สักพักรอทุกคนมากัน ก็ได้เวลาเข้าแถวที่หน้า gate แล้ว ประมาณ 8 โมงเช้า แถวที่นั่งเห็นปีกเครื่องบินชัด ที่นั่งในเครื่องพอนั่งสบายอยู่ เพราะเราตัวไม่ค่อยสูง ดึงถาดอาหารได้ ปรับแอร์กับไฟได้ พอจะขึ้นเครื่องก็เปิด airplane mode แล้วเตรียมอ่านหนังสือที่เตรียมมาจนจบเล่ม และมีคนจำนวนนึงเลือกที่จะ นอน

แต่ก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น! ด้วยความที่เป็นสายการบินจีน ก็จะประกาศภาษาจีนก่อน แล้วภาษาอังกฤษ ซึ่งพูดภาษาจีนยาวมากเป็นหลายนาที พอภาษาอังกฤษ บอกว่าตอนนี้อากาศไม่ดี the weather is terrible แล้วตกหลุมอากาศหนักมากจนไม่ไหว อาเจียนออกมา น้อง ๆ ตกใจ เลยได้ยาแก้เมารถ กับยาหม่องนํ้ามาดม แล้วก็หลับไปสักพัก แล้วก็ถึงสุวรรณภูมิ เอ้ยยย Shanghai Pudong International Airport

และแล้วก็ถึงสุวรรณภูมิเอ้ยยย Shanghai Pudong International Airport

ลงเครื่องมา โอ้วววว อากาศที่เซี่ยงไฮ้เย็นดีจัง จริง ๆ คืออากาศตรงงวงช้างเย็นอยู่แล้วต่างหาก 😅😅 แล้วพี่ ๆ บอกว่าหน้าฉันดูซีดมาก เพราะเมาเครื่อง

จากนั้นก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน ก็เพิ่งรู้ตอนนั้นว่า เอ้าาา Shanghai Disneyland 10 ปีแล้วหรอ จากนั้นก็ไปตรวจคนเข้าเมือง ใครยังไม่ได้กรอกยังมีให้กรอกข้างนอกน้า แต่กรอกจากไทยเถอะดีแล้ว แล้วก็เข้าแถว ยื่น passport เขาจะถามว่า What’s your purpose for come to China? มั้ง คือถามว่ามาทำไม ฉันตอบว่า travel with my friend เขาก็พยักหน้าให้ผ่านเลย มาให้สแกนหน้า กับปั้มลายนิ้วมือ แล้วก็ผ่านแล้ว เย้ เย้

แล้วก็ไปรับกระเป๋าที่โหลดขึ้นเครื่อง มีน้องยูนิคอร์น น้องแพนด้า อยู่ที่รางด้วยน้า น่ารักจัด ๆ ตัวมอมแล้วไง น่ารักก็พอ 55555

แล้วก็ออกมาข้างนอก มีคนเขียนป้ายรับคนมาถึงมากมายตลอดแนว แต่ของเรานั้นเป็นไกด์ท้องถิ่น คือเป็นคนจีนที่พูดไทยได้ เป็นไกด์สาว ชื่อว่าองุ่น มาดูแลพวกเราตลอดทริปเลย แล้วไม้นำทางคือมีตุ๊กตาน่ารักเชียว ไม่รู้มาก่อนไม่งั้นจะซื้อน้องเนยไปให้ 555

Lujaizui

จาก Pudong ไปที่ Lujaizui (ฉันเพิ่งรู้ชื่อสถานที่ตอนไถ TikTok หลังจากกลับมา) แล้วตรงแถวนั้นจะเป็นพวกสถาบันการเงินต่าง ๆ

ตรงนั้นมีหอไข่มุก Disney flagship store แล้วก็ห้างชื่อว่า Super Brand Mall มีธงชาติไทยที่หน้าห้าง เพราะเป็นห้างในเครือ CP เข้าไปแปป ๆ เอง

มีร้าน Holiland Travel ร้านชีสเค้กชื่อดัง

เราซื้อ Canele ราคา ¥9 เห็นว่ามันถูกดี แต่จริง ๆ แล้วขนมชนิดนี้น่าจะไม่ถูกปากเราเท่าไหร่ มีความกล้วย แล้วก็ Raisin Napolean cake roll ราคา ¥19 ตัวนี้ก็อร่อยดี เป็น cake roll ไส้ลูกเกดอัลมอนด์

ร้านขาย hand cream Qingzhi ที่มีแบบวันเกิดวันนั้น ๆ ราคา ¥55 ก็แรงไปนิดนึง เราเลยซื้อ mini hand cream กระปุกเล็ก ราคา ¥10 คนเยอะ พนักงานทำงานช้าง่ะ เลยขอกล่องมาประกอบเองล่ะ อันนี้ซื้อใช้เอง 1 ของฝาก 4

แล้วก็มีร้าน Chagee อ่านว่าชากี นะ แล้วบางคนไปช้อปเสื้อผ้า w.management มีคนแซวว่าเสื้อตะเร้กมาก

ส่วนอันนี้เป็นร้านป็อกกาแล็ต มีคนบอกอร่อยมาก

ส่วนร้าน Disney flagship store ที่จีนจะมี Duffy and friends แล้วก็ Lotso ฉบับมอมแมมเหมือนในหนัง

แล้วก็สั่ง HeyTea ชาเขียวครีมชีส ¥19 (฿92.46) โดยทางไกด์กดสั่งให้ ครีมชีสนัว แต่ตัวชาเขียวน้านนน ก็ไม่ได้ต่างอะไรขนาดนั้น คนที่กินชาองุ่นบอกร้านที่ไทยอร่อยกว่า

ลอดอุโมงเลเซอร์

ต่อมาเดินไป The Bund Sightseeing Tunnel หรืออุโมงเลเซอร์ ตรงนั้นมี Pudong Art Gallery ด้วย ดูน่าสนใจดี เป็นอุโมงลอดแม่นํ้าสายแรกของจีน ข้ามอีกฝั่งของแม่นํ้า ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ข้างในอยู่ได้ 6-7 คน ข้างในอุโมงตกแต่งด้วยไฟหลายสีสัน ค่าเข้ารวมในทัวร์นะ

ในเรื่องความสวยงามนั้น ฟีลเหมือนเอาไฟมาแต่งใน MRT แหะ ๆ ในกล้อง DJI Action 5 Proถ่ายโหมดกลางคืนแล้วมันโกงมาก แสงดีกว่าตาเราเห็นเลย

The Bund & Nanjing

แล้วสุดท้ายปลายทางไปจบตรงไหน? ขึ้นมาเป็นหาดไว่ทาน หรือชื่อที่เราคุ้นเคยกันดี ก็คือ The Bund นั่นเอง

ตรงนั้นคนมารอดูไฟเปิดที่ The Bund กันเยอะมาก และคนสูบบุหรี่เยอะมากกกกกกก แต่เราต้องไปต่อ ข้ามฝั่งไปถนนนานกิง Nanjing คนเยอะมาก ๆ เราสังเกตได้ว่าเขาทำทางเท้าดี เดินสบาย เป็นแหล่งช้อปปิ้ง และอาหารขึ้นชื่ออย่าง บะหมี่มันปู ที่ไม่มีใครได้กิน ฮืออออ

ส่วนร้านอาหารคือร้าน local (อีกนัยคือร้านทัวร์ มีอีกกลุ่มคนไทยมากินด้วย) ใน Amap ชื่อร้านว่า Classic Shanghai Food (Nanjing Road Pedestrian Street Branch) มีกับข้าวหลายอย่างเลย ตั้งรอเราบนโต๊ะแล้ว ผัดผัดเขาทำอร่อยนะ เสี่ยวหลงเปามันเย็นแล้ว ไม่ค่อยเจอนํ้าซุป มีอันนึงเป็นปลา หั่นเหมือนปลาหมึก ไปทอดแล้วราดซอส มีไก่ทอด หมูทอด คนที่ได้กินเบียร์ชิงเต่าบอกว่าเบียร์อร่อยสุด 555

จากนั้นเดินย่อยโดยไปที่ The Bund คนเยอะมากกกกก ไปถึงไฟเขาเปิดหมดแล้ว กลิ่นบุหรี่ยังฉํ่ามาก ๆ เช่นกัน เดินขึ้นไปถ่ายรูปข้างบน วิวหอไข่มุกและสถาบันการเงินใด ๆ สวยงามมาก

เอ้อออตึกหายคือหมอกน่าจะลงน่ะ

และมีพี่ ๆ ช่างภาพจีนเดินหาลูกค้าอยู่ แต่พวกเราที่เป็นเดฟ พร้อมผันตัวรับอาชีพที่สองอย่างนายแบบ นางแบบ ช่างภาพ อะไรใด ๆ อยู่แล้วอย่างสนุกสนาน

จากนั้นเดินกลับไปนานกิง จุดที่เด่น ๆ คือตรงแถว Pop Mart ตรงนั้นมีหลายห้างเลย มีศาสนสถานด้วย อีกตึกขายพวก anime ใด ๆ เดินไปหน่อยมีขายล็อตเตอรี่ ให้ไปเสี่ยงโชคได้ด้วย แล้วก็เจอซุ้ม Sanrio ด้วยแบบงง ๆ เอ้ออเขามีร้านขายโดยเฉพาะด้วย

เราไปช้อป Pop Mart มาด้วย สภาพยังง่วง ๆ งง ๆ (เพิ่งเดาออกว่าน่าจะมาจากยาแก้เมารถมั้ง) แล้วคนเยอะมาก เลยไม่ได้ซื้ออะไรเยอะ พอคิดเงินเขาถามเป็นภาษาจีน เอ๊ะอะไรนะ เลยให้เขาพูดภาษาอังกฤษ เขาก็ถามว่าจะจ่ายด้วยอะไร เราตอบไปว่า Alipay พร้อมเปิด TrueMoney พร้อมจ่ายเงิน

อันนี้น่าสนใจ Xiaomi มีรถขายด้วย

เอาจริงกินข้าวแปปเดียวบรรยากาศก็สว่างไสวด้วยแสงไฟแล้วแหละ ชอบตึกขายอาหารที่มีแพนด้ามากินร่วมโต๊ะน่ารักดี แล้วก็มีรถที่เป็นรถไฟวิ่งด้วย ไม่แน่ใจว่าวิ่งไปไหน แล้วก็เจออะไรที่เป็นดาราจีนถ่ายฝากแม่ไว้ก่อน

ตรงที่นั่งพักก็ดั้นนนนติดกับถังขยะ ซึ่งมีที่เขี่ยบุหรี่ด้วย เขาก็สูบกันตรงนั้นแหละจ้า ฮืออออ

รีวิวโรงแรมสั้น ๆ

สุดท้ายกลับโรงแรม Shanghai Pudong New Century Hotel ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วก็ check-in รับ keycard แล้วก็ยาสีฟัน แปรงสีฟันแบบใช้ครั้งเดียว และหวี แล้วก็ขึ้นไปบนห้อง เป็นเตียงคู่ ข้างในห้องนํ้าเป็นห้องกำแพง มีฝักบัว ชักโครก พร้อมผ้าขนหนู มีไดร์เป่าผมด้วย

เรื่องห้องนํ้า บางคนได้แบบกระจก ก็จะเขินเพื่อน roommate หน่อย บางห้องมีตู้เซฟ

ตอนแรกงงมากตู้เย็นไม่เย็น เพราะจะแช่ขนมที่ซื้อมาจาก Holiland เลยต้องหมุนปรับให้เย็นสุด มันก็พอแช่ได้ แต่ไม่เย็นง่ะ บางทีเปิดตู้ที่มีตู้เย็นคือร้อนจนตกใจเลย

ในส่วนของที่นอน มีกลิ่นบุหรี่ติดจาง ๆ ทำไมไม่รู้ ฮืออ ห้องนํ้าพื้นแห้งยากหน่อย จริง ๆ คือที่พักก็ค่อนข้างเก่าแล้วแหละ ลองไปอ่านรีวิวดูก่อนได้ ประมาณน้านนแหละ ในเรื่องความปลอดภัยก็ดูจะโอเค

แต่เราต้องนอนแล้ว เลยรีบจัดของในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เพราะพรุ่งนี้เราต้องไป Shanghai Disneyland กัน

🏰 Day 2: Shanghai Disneyland (15 May)

มี morning call ตอนเจ็ดโมงเช้าแหละ สักพักต้องตื่นมาอาบนํ้า แต่งตัว แต่งหน้า และพบว่าแป้งฝั่นที่แตกมาก่อนที่เมืองไทย แตกเพิ่ม ฮือออออ

แล้วก็แกะ hand cream ที่ซื้อมาใช้ กลิ่นหอมดี แล้วพาน้องเนยแอร์มาชมวิว

เมื่อแต่งตัวอะไรเรียบร้อยแล้ว เราและน้องรูมเมทลงไปกินอาหารเช้าที่ชั้น 2 ของโรงแรม ถ้าไม่รู้จะกินอะไร แนะนำกอนเกี้ยว รสชาติโอเคอยู่ โจ้กเหลือง ๆ อันนั้นจืด ส่วนเครื่องเคียงเค็มมาก ส่วนนํ้าเลมอนเขาประมาณ fusing water

ตัวโรงแรม Shanghai Pudong New Century Hotel ตรงข้ามกับสวนสาธารณะ Gaoqiao Park ถัดไปหน่อยมี KFC, Luckin Coffee, Family mart และร้านค้าอื่น ๆ

เราออกจากโรงแรมประมาณ 9:30 ถึง Shanghai Disneyland ประมาณสิบโมงนิด ๆ

แนะนำให้ศึกษาข้อมูลก่อนมา เพราะ Disneyland ที่นี่ เข้มกว่าที่อื่น

ที่แน่ ๆ ห้ามพกไม้เซลฟี่มา และอย่าลืม passport ด้วย ใช้เข้าสถานที่นะ

อย่าลืมพกหมวก กับแว่นกันแดดด้วยก็ดี แดดร้อนมากกกกกก หรือจะไปซื้อในนั้นก็ได้แล้วแต่สะดวก

ช่วงที่ไปทริปนี้ คืออากาศไม่หนาวล่ะ อาจจะมีลมเย็น ๆ มา แต่แดดร้อนนนนน ร้อนแดดดดดดสุด ๆ

ก่อนมาให้ download app Shanghai Disneyland จากที่ไทยมาก่อนนะ หรือโหลดก่อนเข้าก็ไม่ติด เอาไว้ดูแผนที่ โชว์ เครื่องเล่นนี้อยู่ตรงไหน รอกี่นาที อะไรงี้

มาถึงก็ลงตรงข้างหน้า เป็นจุดรวมพล รอรถ มีห้องนํ้า และมีคนสูบบุหรี่เยอะ เพราะข้างใน park ไม่มีให้สูบล่ะ เจอข้างในจริง ๆ คือจุดเดียว ดังนั้นสบายจมูกกว่าวันแรกที่ The Bund และนานกิงแน่นอน จากนั้นขึ้นบันไดเลื่อน เดินขึ้นสะพานไป แล้วก็ถึงตัว park ต้องพก passport เพื่อเข้า park แล้วก็มีการตรวจกระเป๋าด้วย สุดท้ายได้ ticket มา

เอ้ออตรง Disney Town อยู่ข้างนอกน้า ซึ่ง ticket เราออกแล้วเข้าใหม่ได้ แต่ไม่ออกกัน เพราะ ไกล

มาถึงแล้วจุด check-in ที่มีคนถ่ายรูปมากมาย

การ bind ticket ให้ download app Shanghai Disneyland แล้วไปที่ me แล้วกดสแกน QR Code มุมขวาบน แล้วกรอก 4 digi id ของเลขสั่งซื้อด้วย ตั๋วเราลดค่าข้าว 35 หยวน แต่ได้ครั้งเดียว แล้วก็ดูแผนที่ได้ รวมถึงจองอะไรต่าง ๆ

บรรยากาศตอนเข้ามา จะมีร้านค้าใหญ่อันนึง เข้าไปช้อปของกัน แล้วก็เห็นมีคนต่อคิวถ่ายรูปกับน้อง แล้วก็ขบวนพาเหรดแบบไว ๆ แน่นอนว่าเราจะเห็นปราสาทที่ยังไม่ใกล้สักทีเดียว

เครื่องเล่นที่เล่น: ประมาณ 7 เครื่องเล่น ส่วน Space Chat With Stitch ไม่รู้นับเป็นเครื่องเล่นได้ไหมนะ 555555 รวมกันเป็น 8 แล้วกันเนอะ

Pirates Caribbean: Battle for the Sunken Treasure​: ⭐⭐⭐⭐⭐ อันนี้สนุก อลังการงานสร้างสุด ๆ ว้าวมาก ไม่แปลกใจที่มีแต่คนบอกว่าสนุกมาก ดีมาก

Zootopia: Hot Pursuit​ ⭐⭐⭐⭐⭐​ไปเล่นตอนเที่ยง แดดเปรี้ยงมาก ตอนบ่ายก็รอนานน้อยกว่า เพราะคนหนีไปกินข้าว ระหว่างที่ต่อคิวเขามีพัดลมอยู่เป็นระยะน้า

มีให้เดินดูสถานตำรวจตั้งแต่ทางเข้า พี่ตำรวจเสือมาอู้งาน เอ้ยย ต้อนรับ ห้องทำงาน มีคนแหกคุกด้วย และจบที่นั่งรถเหมือนเป็นตำรวจไล่ล่าผู้ร้ายเลย ซิ่งรถกัน และที่นี่เป็นที่เดียวที่มี

แถว ๆ ตรงนั้นมีอะไรสักอย่างกำลังสร้างเพิ่มอยู่ น่าจะเปิดปลายปีมั้งเท่าที่ไถเจอ

มีจุดสังเกตนึงที่เห็นตลอดก็คือ รถเข็น มีทั้งรถเข็นเด็ก และรถเข็นผู้ใหญ่ แน่นอนพวกเราเห็นแล้ว

อยากมีลูก ❌ อยากนั่งในรถเข็นแล้วมีคนเข็นให้เพราะเมื่อย ✅

จากนั้นย้ายไปโซน Tomorrow Land กัน เดินผ่านหน้าปราสาทล่ะ

Buzz Lightyear Planet Rescue: ​⭐⭐⭐ยิงปืนเลเซอร์ปิ้ว ๆๆๆๆๆ รอไม่นาน เน้นนั่งพักปล่อยจอย (หัวหน้าผมยิงได้เกือบเก้าแสนแน่ะ)

Space Chat With Stitch:​ เด็ก ๆ ทุกคนที่มาคือรีบวิ่งไปนั่งหน้าเลย ไปคุยกับ Stitch กับจอ แบบ interactive นอกจากคุยกับเด็ก ยังคุยกับสาวอีก พูดชื่อเขาทำตัวน่ารัก น่าหมั่นไส้ (แต่สาวน่ารักจริง) แล้วมีสถานการณ์ที่ให้เด็ก ๆ ช่วย Stitch หาทางออกเพื่อไปยานใหม่ด้วย ข้อเสีย เราฟังจีนไม่ออก ไม่รู้คุยไรกัน อันนี้แล้วแต่ความชอบ แหะ ๆ

เครื่องเล่นส่วนใหญ่ที่ออกมาเลยเนี่ย มีร้านขายของที่ระลึกดักที่ปลายทางเสมอ และแน่นอนพี่ ๆ เจอรถบังคับตก ซื้อไปฝากลูกหลานกัน

ส่วนคนอื่นไปเล่น Tron กัน รอคิวยาวอยู่น้า แต่ทางนี้น่าจะไม่ไหว

ขากลับออกมาเจอพาเหรด ซึ่งทางนี้เจอหางขบวนล่ะ เจอเอลซ่ากับอันนา แบบเกือบไม่ทันแล้ว ขบวนมู่หลาน ขบวน Winnie the Pooh, Inside Out จบด้วย Stich กับ Lido

เดินผ่าน Toy Story แปปนึง ไม่ได้เล่นอะไรแถวนี้

Peter Pan’s Flight:​ ⭐⭐⭐ ​โบยบินกับหนังสือนิทานแบบ interactive เล่นแปปเดียวจบ รอคิวไม่นาน

Voyage To The Crystal Grotto​: ⭐⭐⭐⭐ ​ล่องเรือชมตัวละครในจักรวาล Disney แบบเพลิน ๆ พร้อมเพลงประกอบภาพยนตร์ ตอนจบพบอีกมุมของปราสาทด้วย

Soaring Over the Horizon​: ⭐⭐⭐⭐ โรงหนัง 4Dx ผจญภัยทั่วมุมโลก ที่กว่าจะได้ดูก็เดินในเขาวงกตก่อน จนงงว่าฉันอยู่ที่ Alice in Wonderland Maze หรอ เดินในขดจนเมื่อย และแล้วได้เข้ามาข้างใน มีบรีฟก่อนว่าฉันเป็นนกนะ ที่เดินทางไปรอบโลกงี้ กลิ่นทัชมาฮาลหอมมาก เพื่อความปลอดภัยเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา มันมี 3 แถว พอดีหลังแถวหลังสุดเลยไม่ได้สูงมาก คนแถวแรกสูงเลยแหละ เพราะจากแนวนอนเป็นแนวตั้ง

Roaring Rapids: ⭐⭐⭐⭐ ล่องแก่งยามคํ่าคืน เสื้อฝนราคา 10 หยวนเลย ใช้แล้วทิ้ง ถ้าจะเล่น ลองซื้อจากข้างนอกดูก่อนนะ สนุกหวาดเสียวบ้าง โดนนํ้านิดหน่อย ส่วนคลิปมีวี้ดว้ายกันนิดหน่อย

มีคนพก DJI Action 5 pro มา แล้วมีคนใช้อุปกรณ์เสริมที่มันคาดอกหรือคอไม่แน่ใจ คราวหน้าต้องลงบ้างล่ะ ส่วน Osmo Pocket 3 พอเห็นบ้าง พี่ในทีมบอกไม่กล้าซื้อเพราะกลัวน้องกิมบอลจะบอบชํ้าง่าย

ในส่วนของอาหารนั้น จุดที่กินข้าว เราสามารถสแกน QR Code จากแอพ Alipay เพื่อสั่งซื้อข้าวได้เลย ตอนจ่ายครั้งแรกจะลุ้น ๆ หน่อย จ่ายสำเร็จเป็นใช้ได้ แล้วก็ดูเลข order เพื่อไปรับข้าว

มื้อกลางวัน เราทาน Make Your Pirate Combo ที่ Bar Bossa’s Bounty เลือกเป็นข้าวผัดกุ้ง XO ตัวข้าวเหนียวดี มีหาสมบัติตอนกินข้าว ส่วนใหญ่เป็นผัก มีหมูบ้าง แตงกวาดองอร่อยมาก กับ corn rib ผงปาปีก้าฟีลหม่าล่า ราคา ¥149 หรือคิดเป็นเงินไทย ฿730.73 เปิดแอพ Alipay สแกน QR เพื่อสั่งข้าว แล้วรอตามเลข order ได้เลย เอ้ออนํ้าเลือกเป็น lemon tea ออกจืด ๆ ไม่หวาน แล้วก็ได้สติ๊กเกอร์บ้านสามมิติมาติดเล่นด้วย

ส่วนมื้อเย็นก่อนจุดพลุ เป็น Shanghai Pork Dumpling + Peach Oolong tea ที่ Mickey and Pals Market Cafe มีส่วนลดจากบัตร ¥35 จาก ¥89 เหลือ ¥54 คิดเป็นเงินไทย ฿261.14 ตอนสั่งให้เขา scan qr code หลังตั๋วพร้อม passport จากนั้นก็ชี้ ๆ บอกเขาว่าจะเอาอะไร และเปิด QR Code จากแอพ TrueMoney ได้เลย

จุดพลุ 21:30 พร้อมแสงสีเสียงจัดเต็ม คนก็เยอะเช่นกัน ทั้งคนออกกลับบ้าน และคนยืนดูพลุ มุมที่เรายืนโดนบังแหละ แต่เขาอลังการงานสร้างสุด ๆ เลย

พอพลุจบคือคนมหาศาลพร้อมกลับบ้านกลับช่อง ก่อนขึ้นสะพานก็สงสัยทำไมคนติด แล้วก็พบว่าเขามากั้นให้คนไม่ไปออตรงสะพาน แน่นอนมีคนไทยด้วยเห็นอยู่น้า

โดยรวมปวดขามากกกกกกกก ทางไกด์มีสเปรย์ฉีด Yunnan Baiyao Qiwuji มาให้ฉีด โดยฉีดสีแดงก่อน ทิ้งไว้สองนาทีแล้วฉีดอันสีขาว อาการดีขึ้นแหละ ด้วยความปวดขาเลยไม่ได้ไป Family Mart เพื่อสำรวจขนมเลย ฮือออออ

0bh70dfoazop

🏘️ Day 3: Zhujiajiao Ancient Town - Xintiandi (16 May)

จริง ๆ แพลนมันคือ หมู่บ้านโบราณจูเจียเจี่ยว ถนนอู่คัง – ย่านฮิปสเตอร์ถนนอันฝู – อาคารพันต้นไม้ – ซินเทียนตี้ แต่ถนนอู่คัง และอันฝูโดนตัดเพราะเวลาไม่พอ ฮืออออ ส่วนอาคารพันต้นไม่มีอะไรนอกจากถ่ายรูป ใช้เวลาเดินทางไปกลับอาจจะยังน้าาา

มี morning ตอนเจ็ดโมงอีกแล้ว ฮือออ นุอยากนอนต่อ ได้กินอะไรนิดหน่อยในห้องอาหารเช้าโรงแรมเพื่อรองท้อง

เดินทางไปหมู่บ้านโบราณจูเจียเจี่ยว ซึ่งโรงแรมเราอยู่ Pudong เป็นฝั่งเมืองใหม่ ไปยังนอกเมือง ใช้เวลาประมาณเกือบสองชั่วโมง ระหว่างนั้นไกด์มาขายขนมโดยเอาขนมมาให้ชิม มีขนมรองท้องล่ะ

Zhujiajiao Ancient Town

มาถึงแล้วหลายคนก็เข้าห้องนํ้า ข้างนอกมีจอบอกว่าห้องไหนว่างไม่ว่าง พร้อมบอกอุณหภูมิและความชื้น ห้องนํ้าที่นี่เราเข้าตอนจะกลับ มีสองแบบคือแบบยอง กับแบบชักโครก เหมือนที่ Disneyland ส่วนความสะอาดลุ้นเอา

พอทุกคนมาครบแล้ว เข้าไปด้านใน Zhujiajiao Ancient Town Tourist Center ข้างในแอร์เย็นดี แล้วเดินออกจากประตูเป็นซุ้มป่าไผ่ มาถึงตรงประตู แล้วก็เดินเข้าไป

เจอร้านค้าตีมหมู่บ้านโบราณ มีสองฝั่ง ตรงกลางเป็นแม่นํ้า มีหลายจุดให้ถ่ายรูปกับเรือ บางคนก็ใช้บริการแต่งหน้าเช่าชุด

ตรงที่คนมาถ่ายรูปเยอะ ๆ คือตรงสะพาน เขาห้ามนั่งตรงขอบสะพาน เพราะมันเตี้ย อาจจะตกลงไปได้ แล้วเหตุไม่คิดคิดมาอีกแล้ว รองเท้าพื้นลอก เดินสะพานตรงนั้นมันลื่นเลยไม่ได้ถ่ายความสวยงามมามากนัก

ข้ามไปอีกฝั่งมี luckin Coffee คนเยอะมาก มีอีกหลายร้านเลย อย่าง Starbucks, Naixue, Mixue แล้วก็ร้านของที่ระลึก มีกล้องเล็ก ๆ ขายราคา 69 หยวนก็ไม่มั่นใจว่าถ่ายรูปได้จริงไหม 555

เดินจนจะสุดพบว่าบางร้านได้ร้างไปแล้ว บรรยากาศเงียบมาก แล้วก็ได้มุมถ่ายรูปอีกจุด เห็นอีกสะพานนึง

สุดท้ายเลยมากิน luckin coffee แบบไม่รู้จะสั่งอะไร เห็นอันนี้แปลกดีเลยสั่ง Kale Fruits and Veggies Tea ราคา ¥13.9

จากนั้นไปกินข้าว ผ่านพวก Mc, Chagee, 7-eleven, Molly tea

ของขึ้นชื่อที่นี่ไกด์บอกว่าเป็นขาหมู กับบะจ่างมั้ง ตอนกลางวันเลยมากินร้าน local หาชื่อร้านใน Amap ไม่เจอ

กับข้าวมีขาหมู เต้าหู้มาโป กุ้งทอดเหลือ ผักหน่อไม้ มีปลาต้มผักกาดดองด้วย มีเบียร์จากชิงเต่าตั้งมาอีกแล้ว

สำหรับร้านค้า มีคนเช่าชุดจีน แต่งหน้า มาถ่ายรูปตรงนั้น วิวแม่น้ำ ไม่ได้ล่องเรือเพราะเขาบอกว่าคลื่นแรง

หลายร้านขายของคล้ายกัน อย่างนํ้าส้ม ขนม ของดอง ชา เครื่องหอม รวมถึง บริการแคะขี้หูด้วย แปลกดี

จากนั้นเดินย่อยโดยรอคนซื้อของฝากนจบที่ทางออก

ที่ตลกคือร้านนี้อ่ะ มีโมบายหน้าร้าน แล้วมันหมุนแรงเกินที่ลมตรงนั้นจะพัดได้ ดีที่แหงนมองแล้วอ่าาามันคือมอเตอร์ ไม่งั้นวิ่งหนีกันหมดแล้ววว

0:00
/0:02

ระหว่างทางเหมือนเจอออฟฟิศ Chagee ดูน่ารักดี

Xintiandi

ประมาณสามโมงเราก็ไปที่ Xintianti ถึงประมาณสี่โมงครึ่ง โดยไม่ได้ไปที่ถนนอู่คัง ถนนอันฝู เพราะใช้เวลาการเดินทาง แล้วเสาร์อาทิตย์รถติดอีก ส่วนต้นไม้พันต้นตัดทิ้งไปก่อนหน้านี้

สิ่งที่น่าสนใจที่ Xintianti คือป้อมตำรวจ ดูไฮเทค มีจอแสดงวิดีโอ ข้างในเห็นแว่บ ๆ ว่ามีตำรวจ แล้วก็ที่นั่งแอร์เย็น ๆ จุดนี้เป็นอีกหนึ่งจุดฮิต เลยมีพี่ตำรวจดูแลเยอะหน่อย

เจอน้องเนยที่ร้าน CharlotteTillbury ที่ Xintianti Style 1 ยังไม่ได้จ่ายค่าเทอมให้น้า มัมแต่งหน้าไม่เป็น ไม่งั้นเนยต้องมาแต่งหน้าให้นะ 555

ชานม Ah ma handmade คนเยอะมาก แต่ละคนรวมกันสั่งแล้วเดินเล่นรอคิว เพราะนาน

ไม่ได้จะไปซื้ออะไร นอกจากรองเท้าใหม่ กลัวเดินไปเที่ยวที่เหลือแล้วมันลื่นอ่ะ ไปจบแบบไว ๆ ที่ New Balance ที่ห้าง New World Dongtai Li และถึงไทยก็ยังไม่ได้ผูกริบบิ้นสักที

เรียกได้ว่าเดินวนครบรอบกันไป จนถึงจุดนัดพบ ผ่านหลากหลายสถานที่ หลากหลายห้าง และสวนสาธารณะ

กลับมาอีกโซน ที่มีเหล่าบรรดาเดฟกำลังทดลองทำอาชีพที่สอง อย่างนายแบบ นางแบบ ช่างภาพ แทบจะได้อาชีพใหม่กันแล้ว ฉีดยากันไม่หยุดเลย จนต่างชาติเดินมาดูอีก เฮ้อออ 555555

บรรยากาศตอนคํ่าคือดีมาก ๆ เลย แล้วมีหนุ่มจีนสองคนถ่ายเต้นลง TikTok มั้ง

จากนั้นขึ้นรถไปกินข้าว ผ่าน The Bund ถนนนานกิง คนเยอะมากกกกกกว่าวันที่เราไปอีก ไปที่ร้าน Xiao Huayuan Family Banquet อยู่ในห้างสรรพสินค้า Landmark Center Shopping Mall กับข้าวมีผัดผัก ปลาต้มผักกาดดอง เหมือนจะมีหมูผัดพริกเขียวด้วย

แล้วก็แยกย้ายกับแก๊งค์วัยรุ่น INS ส่วนชาว 30+ ขอกลับโรงแรมก่อนแล้วกันค้าบบ

อาหารเช้าแบบ local พูดจีนไม่ได้ เงินสดไม่มี สั่งยังไง?

ใกล้โรงแรมมีร้านอาหาร และ Family Mart อยู่ แล้ววันที่ไป Disneyland คือขาขิตมาก ไม่ไหวแล้ว เลยไม่ได้ไป คืนวันที่สาม ได้ไปเดินดูของที่ Family Mart ใกล้โรงแรม แล้วก็ซื้อเลย์รสแตงกวา ราคา ¥10 กับทรัฟเฟิลราคา ¥10.50 มา ซื้อกลับมากินที่ไทยนี่แหละ เพราะรสแตงกวาอร่อย แต่รสทรัฟเฟิล แล้วชาวเน็ตบอกอร่อย การจ่ายเงินใช้ True Money จ่ายได้เลย

ส่วนนํ้าแตงกวาอะไรสักอย่างอดกิน เพราะตู้เย็นที่ห้องโรงแรมมันไม่ค่อยเย็นง่ะ

ทุกคนกินไอติมถั่วลันเตาจากการโดนป้ายยา ราคาประมาณ 9 หยวน รสชาติคล้ายถั่วเขียวต้มนํ้าตาล มีเม้ามอยกันเล็กน้อย

แล้วเดินไป KFC แล้วร้านเขาไม่เปิด อดกินเลย แต่เห็นนะว่ามีเมนูอาหารเช้า

ตอนเช้าอาบน้ำ จัดกระเป๋าเสร็จแล้ว ก็ลงไปซื้อ KFC เพื่อกินเมนูอาหารเช้า เขามีหลายเมนู เช่น โจ๊ก แซนวิช แล้วมีท้อปปิ้งเป็นปาท่องโก๋ ไข่ต้มชาด้วย

การสั่งให้เปิดแอพ Alipay เลือกแท็บ eat แล้วเลือก KFC อย่าไปสแกน QR Code ไม่งั้นจะกลายเป็นโหลดแอพเขา และต้องสมัครสมาชิกอีก สามารถเปิด Amap เพื่อดูชื่อสาขาก่อนสั่งได้ ในที่นี้เป็นชื่อสาขา Tongyuan Zhangyang North road

เมื่อเลือกเมนูที่เราต้องการ แล้ว checkout ตัดเงิน เราจะได้เลขออร์เดอร์ของเรามา แล้วก็เหมือนที่บ้านเรา ดูเลข order ของเราจากบนจอ พอของเราเสร็จ ก็ไปรับได้เลย

เมนูที่เราสั่ง คือ โจ๊กไข่เยี่ยวม้ากับหมูแฮมมั้ง แล้วก็เลือกอีกอันเป็นไข่ต้มชา ในรูปเป็นปาท่องโก๋ โจ๊กเขาข้าวยังเป็นเม็ด ๆ อยู่ ไข่เยี่ยวม้าหั่นชิ้นเล็กมาหน่อย อร่อยดี หมูเขาจะหอมนิดหน่อย ไข่ต้มชาก็ชาเข้มข้น แต่ไข่แดงจะสุกมาก ๆ เลย เพราะบ้านเขาไม่กินไข่ไม่สุกกัน

ต่อมาไปซื้อกาแฟ Luckin Coffee สามารถสแกน QR Code ที่ร้านด้วยแอพ Alipay ได้เลย แต่ตัวตำแหน่งจะดูไม่เป๊ะ ไม่มั่นใจว่าถูกสาขาไหม เลยลองไปดูซุปเปอร์บ้านเขา ชื่อว่า Lianhua Supermarket ฟีลเหมือน Lotus บ้านเราเลย พวกวัตถุดิบต่าง ๆ จะอยู่ที่ชั้น 2 ฝั่ง แน่นอนชื่อสาขาไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นชื่อสาขา Lianhua Supermerket Zhangyang North road ทั้ง ๆ ที่ร้านติดกัน งงม่ะ 555 แต่ยังดีถนน Zhangyang North road เดียวกัน

จริง ๆ ตรง Lianhua Supermarket ก็จะมีประมาณเป็ดไก่ กับข้าวขาย ซึ่งเป็นร้าน local ภาษาจีนต้องได้ก่อน

จริง ๆ ตรงข้ามก็จะมีอีก supermarket นึงเหมือนกัน แต่เวลาไม่ทันเลยไม่ได้ไปดู แต่คนเยอะกว่านะ แถวนั้นไม่มีตลาดสด เขาก็ซื้อจาก supermarket แบบนี้แหละ

พอรู้ชื่อสาขาแล้วก็สั่งกาแฟ รอไม่นาน เราสั่ง Coconut Latte ราคา 20 หยวน แต่สั่งครั้งแรก ได้ลดครึ่งราคา เหลือ 9.9 หยวน สั่งเสร็จ ตัดเงิน ก็รอออร์เดอร์ พอได้แล้วเอา QR Code ของเราไปสแกนที่เครื่องเพื่อยืนยันว่าเรารับของแล้วนะ แล้วร้านนี้ไรเดอร์เยอะมาก ๆ เลย

รสชาติกาแฟเข้มข้น ส่วนมะพร้าวรสชาติเหมือนมะพร้าวขูด หลาย ๆ คนบอกว่าราคาถูกกว่า และดีกว่ากาแฟเงือกเขียว

ตอนเช้ามีคนพาหมามาเดินเล่นด้วย ซึ่งในทริปนี้เราจะเห็นน้องหมาน่ารัก ๆ ในหลาย ๆ ที่เลย

🏯 Day 4: Cheng Huang Miao Market - North Bund Greenland – Florentia Village Outlet (17 May)

ในทัวร์จะมี Starbucks Reserve Roastery กับเรือหลุยส์ แต่ทุกคนไม่อยากไปงับ

Cheng Huang Miao Market

ตลาด Cheng Huang Miao เนี่ย เขามีหลายชื่อ อีกชื่อคือ YuYuan Market ซึ่งมันที่เดียวกัน และก็ไม่ได้หารีวิวมาก่อน เพิ่งรู้ทีหลังว่ามีวัดใกล้ ๆ กัน

แต่ละคนแยกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ห้องนํ้าในตัวห้างสะอาด แล้วก็เริ่มเดินดูรอบ ๆ คนเยอะมาก ทั้งคนจีน และต่างชาติ ถ่ายรูปใด ๆ ช้อปปิ้งก็มีมากมาย ของกินของฝากก็เยอะ

อันนี้ร้าน SEM/R เสื้อผ้าราคาไม่แพง แวะมาดูหลังเข้าห้องนํ้า เสื้อยืด oversize 250 บาทเอง แต่เป๋าไม่พอแล้ว ฮืออออ

เดินไปอีกหน่อย แถวนั้นมีร้านทองด้วย ซึ่งตกแต่งสวยงาม และคนไม่เข้า แหะ ๆ พี่ในทีมบอกว่าเคยหลงเข้าห้องนํ้าแบบสมัยก่อน เมื่อเดินเลยจากโซนร้านทองขึ้นไปด้วย

เอาจริงคนไม่ได้เยอะมาก มาถ่ายรูปเอาฟีลได้นะ

อันนี้ตอนเดินกลับมั้ง เริ่มมีของกิน

แล้วก็มีพี่ ๆ ช่างภาพเสนอขาย service ถ่ายรูปด้วย อันที่แปลกสุด คือ มีสองหนุ่มชาวจีนเว้ย มาทักน้องในทีมนี่ เป็นภาษาอังกฤษ ชวนคุยจัด ๆ จนนี่รู้สึกไม่ไว้วางใจ มี agenda ในการสื่อสารแน่ ๆ สรุป นางมาขายของจ้า แบบของฉันลบรอยปากกาได้ น้องในทีมอีกคนเริ่มกลัว ๆ เพราะจะไปยุ่งกับรองเท้าเขาแล้ว

ฉันด้วยความที่อยากลองไอเสี่ยวหลงเปาใหญ่ ๆ เลยบอกไปว่าเอ่อออขอไปซื้ออันนี้หน่อยนะ แล้วร้านอยู่ตรงข้ามที่เกิดเหตุพอดี ก็เลยเริ่มทยอยออกห่างจากพวกนางไป แหะ ๆ

ลูกละ 140 บาทไทยโดยประมาณ ดูดซุปจากหลอด รสชาติก็ปูวววววววว ซุปปู เนื้อปูไม่ค่อยเยอะ แป้งหนาหน่อย ฮืออออออออไม่คุ้มเลยยยย

แล้วก็เข้าไปดูร้านของเล่น เจอลูกหมีหน่อยนึง

แล้วก็ซื้อขนมร้าน White Rabbit ฝากที่บ้านไป เขาเขียน 50 กรัม 5.9 หยวน ก็คือขีดละ 11.8 หยวน ทั้งหมดเราแยกเป็นสามบ้าน ทั้งหมด 3 ขีดกว่า 40 กว่าหยวน แพงอยู่

บุฟเฟ่ต์หม้อไฟ

พอถึงเวลาข้าวกลางวันก็เดินตามไกด์ไป เราจะไปกินบุฟเฟ่ต์หม้อไฟกันที่ อยู่ในโรงแรม Renaissance Shanghai Yuyuan Hotel แล้วโรงแรมเขาติดคลอง และลมแรงมากกกก แรงแบบหมวกน้องเนยหลุดจากหัวแล้วยังพัดต่อไปอีกกกกก เก็บเกือบไม่ทัน

ตัวซุปสามารถใส่ก้อนหม่าล่าลงไปได้ มีผักให้เลือก พร้อมพวกเนื้อสัตว์ มีไก่ดำ เนื้อหมู กับเนื้อวัว ไก่ดำมีความกรุบ ๆ หมูมีความกรึบแบบแปลก ๆ เนื้อดูจะนิ่มเกิน เลยไม่แน่ใจว่าเรากินอะไรไปนะ เนื้อสัตว์ไม่อร่อยเท่าที่ไทยอ่ะ แล้วก็มีไลน์พวกติ่มซำ ของทอด

มีตู้ตุ๊กตา Disney store ให้กดด้วยอ่ะ

แล้วก็รอรถมารับแถว ๆ โรงแรม ตรงนั้นเป็นป้ายรถเมล์ มีจักรยานให้เช่าด้วย

North Bund Greenland

มาดูหอไข่มุกช่วงกลางวันกัน ผ่านตรง The Bund และนานกิง มีคนถ่ายกับเรือแถวนั้นด้วย

ทางเข้ามีสวนดอกไม้ ต้นไม้ และสักแปปเจอจุด signatures คือ ไข่เงิน แล้วตรงนั้นคนเยอะมาก เพราะเป็นจุดถ่ายรูป

พอเดินไปสักพักไปทางขวา คนน้อยกว่า The Bund เยอะเลย ถ่ายรูปกันได้สะดวก

แล้ววันนั้นมีกิจกรรม cover dance ด้วยล่ะ ในรูปคือตรงที่กางร่มใหญ่ ๆ เหลือง ๆ เยอะ ๆ หน่อยอ่ะ

เดินไปจนจะสุดเจอ Manner Coffee คนเยอะมากกกก ไม่ได้ซื้อกาแฟ เพราะกินไปแล้วตอนเช้าเดี๋ยวนอนไม่หลับบบบ

อีกฝั่งนึงยังไม่ได้ไป ต้องเกียมกลับไทยแล้วววว

แล้วก็รอคนเข้าห้องนํ้า ได้ถ่ายรูปข้างหน้ามานิดหน่อย

และสถานที่สุดท้ายก่อนบินก็คือ Florentia Village Outlet

Florentia Village Outlet

ใครจะช้อปเอา tax refund เชิญค้าบ แต่ไม่ใช่กับเรา เพราะไม่อยากช้อปอะไรแล้ว หาอะไรอร่อย ๆ กินกัน

ตึกเขาจะมีฝั่งเหนือกับฝั่งใต้ สถานที่ใหญ่อยู่ เต็มไปด้วยร้านแบรนด์หรู และแบรนด์ปกติ จุดนัดพบอยู่ตรงร้าน Hey tea

ลองเดินดูกับน้อง ๆ ว่าร้านไหนดี แน่นอนต้องเป็นร้านที่ราคาดี และอาหารต้องดี เพราะเป็นมื้อที่เราตัดสินใจได้เองเหมือนวันที่ไป Disneyland

สุดท้ายได้กินเสี่ยวหลงเปาที่ร้าน Sue Dimsum ตอนแรกเกือบไม่ได้กิน เพราะในห้องแอร์ที่เต็มแล้ว เลยได้นั่งข้างนอก ที่ตรงนั้นมีร้าน KFC และ Pizza Hut เขามีเมนูเสี่ยวหลงเปาได้รับรางวัลด้วยน้า ที่สั่งจะมีเสี่ยวหลงเปาไส้กุ้ง มันแกวกรอบแซงหน้ากุ้งเฉย เสี่ยวหลงเปาไส้มันปู อันนี้อร่อย เสี่ยวหลงเปาหมูติดเหรียญ อันนี้ก็ดี ซุปเขาเยอะ อาจจะร้อนนิดหน่อย แป้งหนานิดหน่อยเพราะซุปเยอะ แล้วก็บะหมี่เครฟิช ได้แต่รสชาของฮวาเจียว ช่วยลดความร้อนของชาร้อนเป็นอย่างดี 555 ตกละคน 226 บาท

และจบที่เจลาโต้ เห็นตอนมาดูน่ากินดี กับชาร้อนมาก อาหารร้อนมาก ต้องหาอะไรเย็น ๆ กิน เลยเลือกเป็นเจลาโต้ฮาเซลนัท รสชาติประมาณป็อกกาแลตเลย ลูกละ 30 หยวน หรือประมาณ 150 บาท แต่ถ้าซื้อสองลูก 50 หยวน 3 ลูก 70 หยวนมั้ง ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูกไรงี้ 55555

แล้วก็มีคนได้กินไก่ KFC แล้ว

ได้เวลากลับไทยแล้ว

จากนั้นเดินทางไปสนามบิน ไกด์ส่งพวกเราไป checkin ที่ counter แล้วก็บ๊ายบายกัน พวกเราสแกน passport ตรงบันไดเลื่อน และขึ้นชั้นบน คนมหาศาล และรอคิวนานมาก มากกว่าที่ไทย คือจุดสแกนกระเป๋า แน่นอนให้เราเอาทุกกระเป๋าที่ห้อย passport ไว้ที่ถาด และในจุดนี้ตรวจ powerbank กับ battery เราก็เอาออกจากกระเป๋ามาไว้ที่ถาดก่อนสแกน โชคดีที่ไม่มีร่ม แหะ ๆ แล้วเจ้าหน้าที่ผู้หญิงมาตรวจที่ร่างกายอย่างเข้มงวด

เมื่อเรียบร้อยขึ้นขึ้นบันไดเลื่อนมาอีกชั้น แยกย้ายไปนั่งพัก ซื้อของ duty fee และใด ๆ ทางเราเจอน้องเนย Costa Coffee เลยซื้อมา พร้อมนํ้าอื่น ๆ เห็นมีร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยล่ะ แล้วก็เก้าอี้นวด

จากนั้นรวมตัวกันขึ้นรถไฟใต้ดินเพื่อไปที่งไปกินด้วย เวลาก็เริ่มใกล้เข้ามา เราเลยไปกินยาแก้เมารถโดยกดนํ้าฟรีมากินด้วย สรุปขึ้นเครื่องทันกันหมด เย้เย้ ขากลับเราขึ้นเครื่องไฟล์ท 21:40 นะ คนครบเรียบร้อยเครื่องออกตรงเวลา

ขึ้นเครื่อง และเครื่องแลนด์ไปสักพัก เริ่มมีการปิดไฟ และเราพยายามนอน แต่นอนยากนิดหน่อย แต่ได้นอนนะ เครื่องไม่ตกหลุมอากาศเหมือนตอนมา

รู้ตัวอีกทีเอ๊ะที่นี่ที่ไหนนะ มีไฟสว่างไสว เลยลองไปเปิดแอพแผนที่ ซึ่งเราเปิด airplane mode ก่อนเครื่องขึ้นแล้ว เอ๊ะเราอยู่นครราชสีมาแล้วหรอ จะถึงบ้านแล้วสินะ สรุปเครื่องมาถึงสุวรรณภูมิตีหนึ่งไทย พอออกจากเครื่องแล้ว พบว่าอากาศงวงช้างหนาว แล้วก็นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน มาเข้าจุด ตม น้องในทีมบอกว่าถ้าคนตรวจเป็นคนจะได้ตราปั้มประเทศไทยใน passport มาด้วย สุดท้ายได้มาจริง ๆ เพราะตรงไหนว่างก็เข้าไป ตรงนั้น flow ดีมาก แล้วก็รอรับกระเป๋าที่โหลด จากนั้นแยกย้ายกันกลับบ้าน ตอนออกมาก็ประมาณเกือบ 01:40 ล่ะ

ทุกคนเดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ พร้อมไลน์บอกในกลุ่มว่าถึงบ้านแล้ว และก็อาบนํ้านอน ตื่นมาจัดการของในกระเป๋าพร้อมทำงานแบบมึน ๆ แหะ ๆ

ส่วนแบตกล้อง ถ้าซื้อกล้อง DJI ครั้งแรก ให้ซื้อแบบ creator set มีแบตให้ด้วย ทริปนี้มีการเปลี่ยนแบตที่ Disneyland ตอนรอคิวล่องเรือ กับวันที่สามเปลี่ยนที่โรงแรม ใช้ครบสามก้อนเลย สำหรับตัวกล้อง สามารถไปดูในบ้านส้มได้เลย

Powerbank ที่เราซื้อมาใช้ในทริปนี้คือ Uneed Powerbank 10000mAh สีฟ้า มีถุงกับสติ๊กเกอร์ให้ติดด้วยล่ะ มี ccc ด้วย ขากลับมาไทยไม่โดนยึดแน่นอน 555 เราชาร์จที่โรงแรม 2 ครั้ง ด้วยสายชาร์จมือถือ ใช้เวลาหน่อยจนกว่าจะเต็ม

Summary

สรุปทั้งหมดกันเถอะ

Fun fact:

  • รถพวงมาลัยซ้าย และเราลงรถด้านขวา สลับกับที่ไทย
  • ขึ้นรถแล้วคนนั่งต้องคาดเข็มขัดด้วยนะ ไม่งั้นโดนปรับ 250 หยวน
  • การจัดโซนนิ่ง จะเห็นคอนโดอยู่ติด ๆ กัน แล้วมีสวนสาธารณะตรงนั้นด้วย
  • รถไฟฟ้าเขาดูทั่วถึงมาก บ้านเมืองดูสะอาด ข้อเสีย ดูดหรี่เก่งกันเกิน กลิ่นรุนแรงนิดนึง
  • ห้องน้ำ ที่นี่มีแบบยองเยอะ แล้วก็ชักโครก ทำใจเรื่องความสะอาดนิดนึง ห้องนํ้าที่สะอาดประทับใจ คือที่ Xintianti กับ outlet
  • ทะเบียนเขียว รถไฟฟ้า 90% ทะเบียนสีเหลือง สีนํ้าเงิน เป็นรถนํ้ามัน
  • เกือบทุกที่ มี powerbank ให้เช่า

อะไรซํ้าไม่ซํ้า

  • Lujaizui: ซํ้า ขอเดินฉํ่ากว่านี้หน่อย โดยเฉพาะห้าง Super Brand Mall 555
  • ลอดอุโมงเลเซอร์: ไม่ซํ้า อาจจะหาวิธีอื่นไป The Bund แทน อาจจะเดินไปเรื่อย ๆ ก็ได้
  • The Bund: ซํ้า ถึงจะคนเยอะก็ตาม
  • Nanjing: ซํ้า ยังไม่ได้กินบะหมี่มันปูเลย ยังเดินไปไม่ถึง M&M ด้วย
  • Shanghai Disneyland: อาจจะซํ้า ใครมันไปครั้งเดียวเก็บหมดไม่มี
  • หมู่บ้านโบราณจูเจียเจี่ยว: ไม่ซํ้า ไกลมากกกกกกก
  • ถนนอู่คัง: อยากไปอยู่นะ ไปหาใน Amap มัจฉะแกะก็อยู่แถว ๆ นั้นไหมนะ
  • ถนนอันฝู: ที่ตัดเสียดายอันนี้สุดเลย
  • อาคารพันต้นไม้: ก็ไม่ได้อยากไปอยู่ดี มีแต่ถ่ายรูปข้างนอกง่ะ
  • Xintianti: ซํ้าาาา ยังเดินไม่ทั่วเลยยยยย
  • ตลาดร้อยปี เฉิงหวังเมี่ยว: ซํ้าาาา ไม่ค่อยได้กินไร 555555 กับจริง ๆ ตรงนั้นมีวัด อยากไปไหว้
  • North Bund Greenland: ซํ้า ยังเดินไม่ทั่วเท่าไหร่ คนน้อยกว่า The Bund
  • Florentia Village Outlet: เอาไว้กินข้าวมั้ง อาจจะยังน้า

จริง ๆ มีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้ไป อ่ะไม่เป็นไรคราวหน้าเอาใหม่เนอะ แถมเที่ยวไม่ยาก เติมเน็ตดี ๆ กดสั่งเอาจาก QR Code แล้วกด translate ที่หน้าเว็บที่เปิดจาก Alipay อีกที

ส่วนพิกัดสถานที่ รบกวนไปหาใน Amap เพราะว่า Google Maps พิกัดจะไม่ตรง

Good:

  • การไปเที่ยวกับในทีมก็สนุกดีเหมือนกันนะ ไม่มีเรื่องงานมาเกี่ยวข้องดี ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ
  • ได้ไปเห็นหลาย ๆ ที่ด้วยตาเนื้อ อีกทั้งมีบางที่ที่อยากไปซํ้ากับที่บ้าน และบางที่ที่ไม่ซํ้า เพราะไกลลลล
  • อาหารที่เลือกเองอร่อยเสมอ ส่วนอาหารที่เป็นร้านทัวร์จะเป็นอีกฟีลนึง ได้เจออาหารท้องถิ่น
  • ได้ออกกำลังกาย เดินเกิน 15000 ก้าวทู้กวันนนนน

Bad:

  • เรื่องโรงแรม ดีที่เอาไว้นอนอย่างเดียว แล้วมันไม่ได้อยู่ในตัวเมือง อาจจะใช้เวลาเดินทางสักหน่อย
  • ควรอ่านรีวิวก่อนไป พอกลับมาเจอแต่ content เซี่ยงไฮ้ฉํ่า บางจุดพลาดจริง ยังดียังมีรอบแก้ตัว

Try:

  • โรงแรมในตัวเมืองน่าจะประหยัดเวลาเดินทาง ไม่ต้องตื่นเช้ามาก มั้งนะ ถถถ
  • และแน่นอนอยากหาอาหารเช้าแถวโรงแรมกิน อยากกินแบบ local ง่ะ
  • ร้านอาหารตามในรีวิวต้องไปตามเก็บอีกเยอะ

💸 รีวิวค่าใช้จ่าย

  • Private tour: 17000 มัดจำครึ่งนีง 8000 และอันนี้บวกค่าเข้าสถานที่แล้ว อย่าง Shanghai Disneyland, ลอดอุโมงเลเซอร์, หมู่บ้านโบราณจูเจียเจี่ยว โปรดอย่าถามว่าราคาค่าเข้าเท่าไหร่ ทางนี้ไม่รู้
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน: ~8000 (4137 + 3800 = 7937)
  • ประกันเดินทางของ MSIG ซื้อในแอพ TrueMoney ราคา 309.2 บาท
  • Roaming: Ready2Fly Asia Australia 8GB free 2GB ราคา 449 บาท 10 วัน ฟรีประกันเดินทาง กับส่วนรถ Grab ให้ แต่จองรถไปก่อนแล้ว ก่อนบินเปิด roaming ก่อน มาถึงปิด airplane mode รอสักพักเน็ตถึงจะมา ส่วนใหญ่ 5G มีบางที่เจอ 4G ใน 4 วัน ใช้ไป 6.5GB
  • ส่วนกินและช้อปปิ้ง ขออนุญาตตีกลม ๆ เป็นประมาณ 10,000 บาทก็แล้วกัน

ทั้งหมดจะประมาณนี้แหละเนอะ ส่วนคลิปขอดอง แต่มี content มาให้อีกแน่นอน เพราะอีกนิดเราจะนอนแน่ /ผิด

ความคิดเห็น