วิธีลงทะเบียนและจองตั๋วรถไฟประเทศอินเดียแบบละเอียด อัพเดทปี 2569/2026

เราเพิ่งลงทะเบียนและจองตั๋วรถไฟไป เลยเอามาแชร์เป็นอุทาหรณ์ เอ๊ย เป็นข้อมูลเด้อค่า 55

เว็บไซต์สำหรับจอง

1. จองผ่านเว็บไซต์รถไฟอินเดียโดยตรงคือ www.irctc.co.in เลย มีค่าธรรมเนียมลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ต่างชาติ 100 รูปี ต่อแอคเคาท์ 

ข้อดี - ถ้าเลือกขบวนและคลาสที่ว่างอยู่ จ่ายเงินปุ๊บ จะได้ตั๋วปั๊บทันที

2.จองผ่านเว็บเอเจ้นท์ เช่น Ixigo, Redbus, Railyatri มีค่าธรรมเนียมเอเจ้นท์แตกต่างกันไป ประมาณ 15-40 รูปี (6-18 บาท) แต่ยังต้องลงทะเบียนกับเว็บไซต์รถไฟอินเดีย www.irctc.co.in อยู่ดี ไม่อย่างนั้นจะจองตั๋วรถไฟไม่ได้ค่ะ 

เราลองจองกับ Redbus,Railyatri ในหน้าจองตั๋วรถไฟมันจะขึ้นให้เรากรอก Username กับ password ของ IRCTC ไม่อย่างนั้นดำเนินการต่อไม่ได้ ลงท้ายเราเลยเลือกจองตรงแทนค่ะ 

เอเจ้นท์เหล่านี้จะจองตั๋วให้เราผ่าน IRCTC อีกที ระยะเวลาในการคอนเฟิร์มตั๋วจึงอาจช้ากว่าจองตรง

3.จองกับเว็บเอเจ้นท์  12go เป็นช่องทางที่หลายคนรีวิวว่าจองง่ายมาก ไม่ต้องลงทะเบียน IRCTC แต่ค่าธรรมเนียมการจองค่อนข้างแพงค่ะ + เพิ่มประมาณ 100-200 บาทต่อการจอง และจะใช้เวลาในการคอนเฟิร์มตั๋วนานกว่าสองวิธีแรก

y2b993isg19i


ลงท้ายเราเลือกจองตรงค่ะ ถ้าจองกับเอเจ้นท์แล้วยังต้องลงทะเบียนกับ IRCTC อยู่ ก็จองตรงไปเลยซซซี้ จบๆ ไป

ขั้นตอนการลงทะเบียนผ่าน IRCTC

เมื่อเข้ามาหน้าแรกของ IRCTC แล้วให้เลือก Login/Register และเลือก Register

กรอกข้อมูล เบอร์โทรศัพท์สามารถใช้เบอร์โทรไทยได้ค่ะ ให้เปลี่ยน +91 india เป็น +66 Thailand

viweytxhjbeh

เราจะได้รับอีเมลแจ้ง OTP ยืนยันตัวตนผ่านอีเมล ให้นำไปกรอกแล้วลงทะเบียนต่อให้เรียบร้อย

เมื่อเข้าระบบครั้งแรก จะมีข้อความแจ้งว่า หากเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ใช่ของประเทศอินเดีย จะเสียค่าลงทะเบียน 100 รูปี ต่อแอคเคาท์ ถึงจะสามารถใช้งานได้ค่ะ

u4srlwxpilfk

หากจะจ่ายเงินเลย ให้กด Ok - ไม่ต้องกรอกอะไรใน GST (optional) มันเป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของอินเดีย ถ้าจำไม่ผิดนะคะ

กด Multiple payment service แล้วกดไปต่อ 

มันจะขึ้นตัวเลือกในการจ่ายเงินให้เรา 

หากจ่ายด้วยบัตรเครดิต เดบิตที่ไม่ใช่ของอินเดีย จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 3.5% เรทเท่ากันหมดทุกช่องทางการจ่ายเงิน

8f2x25q4da7u

เบ็ดเสร็จตอนจ่ายเงินคือ ค่าลงทะเบียน 100 รูปี + 18รูปี (Tax 18%) + 4.13 รูปี (ค่าธรรมเนียมจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศอีก 3.5% ) รวมเป็น 122.13 รูปี หรือประมาณ 43 บาทค่ะ

j3vjrfc0fgs7

เมื่อจ่ายสำเร็จแล้วให้เรากลับมาล็อกอิน เพื่อยืนยันตัวตนด้วยเบอร์โทร อีเมล และกรอกข้อมูลส่วนตัวเพิ่มนิดหน่อย หลังจากนั้นก็จองตั๋วรถไฟได้เลยค่า ทั้งหมดนี้เราใช้เวลาประมาณ 15 นาที (รวมเวลางมว่าจ่ายเงินยังไงไปด้วย)

u4otfnbimbyv


Access denied

ทางแอปจะมีการตรวจจับและบล็อก IP address ต่างประเทศเป็นระยะ หากใช้ๆ อยู่แล้วจู่ๆ ก็เข้าเว็บ IRCTC ไม่ได้ ขึ้นว่า Access denied ให้ลบแคชและคุ้กกี้ของเว็บเบราเซอร์ ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยลองเปิดเว็บ IRCTC ใหม่ ถึงจะเข้าได้ค่ะ

3f1xe0a89401

วิธีเช็ค live running status ของรถไฟ

มีหลายเว็บไซต์ที่สามารถเช็คได้ หลักๆ จะเป็นเว็บเอเจ้นท์ เช่น Ixigo, Railyatri

เราพยายามเข้าเว็บตรงของการรถไฟอินเดียแล้วเข้าไม่ได้ค่ะ

วิธีเช็คคือให้กรอกเลขขบวนรถไฟ วันเดินทาง และกด Check status

สเตตัสเว็บเอเจ้นท์จะไม่ได้อัพเดททุกวินาที มีแก็บบ้างเล็กน้อย แต่ก็ค่อนข้างใกล้เคียงความเป็นจริงอยู่ค่ะ

p9yexxhjno4t

การดูรอบรถไฟ

แนะนำให้เลือกผ่านเว็บเอเจ้นท์ก่อนค่ะ เว็บที่ดูง่ายที่สุดสำหรับเราคือเว็บ Railyatri

หลังจากเลือกเมืองต้นทางและปลายทางแล้ว เราต้องเช็คสถานีขึ้นและลงให้ดีๆ ก่อนจองด้วยนะคะ อย่ามองแต่เวลาเดินทางอย่างเดียว เพราะระบบจะชอบโชว์สถานีใกล้เคียง  (ที่อยู่เมืองอื่น) ให้เราเลือกด้วย

xj2130ppzcwc

ใครที่ไม่แน่ใจ ให้เช็คจากกูเกิ้ลแมปอีกรอบได้ค่ะ บนกูเกิ้ลแมปจะโชว์ชื่อขบวนรถไฟด้วย ทำให้เราเช็คได้ว่าเราเลือกถูกสถานีหรือเปล่า

5mbzb56nh8gj


จำนวนที่นั่งคงเหลือ

uasvc59j4p55


X Available – หมายถึงมีที่นั่งในคลาสนี้อีก X ที่นั่ง

1 Waiting list หรือ 1 WL หมายถึง คิวสำรอง คลาสนี้เต็มแล้วต้องรอคนยกเลิกเท่านั้น โดยเขาจะเรียกสำรองคิวที่ 1 ไปก่อน (WL01) จากที่อ่านรีวิวมา โอกาสได้ที่นั่งมักจะเป็นคิวแรกๆ ไม่เกินคิวที่ 5 เท่านั้น

ใครที่เสี่ยงรอต้องคิดแผนสำรองกรณีไม่ได้ที่นั่งเผื่อไว้ด้วยค่ะ ส่วนตัวเราเลี่ยงคลาสที่สเตตัสเป็น WL ค่ะ เราไปเลือกรถไฟขบวนอื่นหรือคลาสอื่นแทน


Class หรือชั้นที่นั่งรถไฟอินเดีย

powihemvix6j


1. First AC (1A)

หรูสุดในรถไฟอินเดีย

ห้องปิด มี 2 หรือ 4 เตียง มีผ้าม่าน/ประตู

คนไม่เยอะ เงียบ

ราคาใกล้เคียงหรือบางครั้งแพงกว่าเครื่องบิน

เหมาะ: เดินทางไกล ต้องการความเป็นส่วนตัว

2. AC 2 Tier (2A)

แอร์

เตียง 2 ชั้น (บน-ล่าง) มีผ้าม่านกั้น

คนไม่แน่น

เหมาะ: นักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนสบายแต่ไม่แพงเท่า 1A

3. AC 3 Tier (3A)

แอร์

มีโซนที่เป็นเตียง 3 ชั้น (บน-กลาง-ล่าง) และ 2 ชั้น (บน-ล่าง)  ไม่มีประตูปิด

เป็นคลาสที่ชาวต่างชาตินิยมมาก

เหมาะ: เที่ยวอินเดียทั่วไป คุ้มค่าที่สุด

4. AC 3 Economy (3E)

คล้าย 3A แต่แคบกว่าเล็กน้อย

ราคาถูกกว่า 3A แต่ถ้าราคาต่างกว่ากันไม่มาก ให้เลือกแบบ 3A ดีกว่าค่ะ

เหมาะ: ประหยัดงบ แต่ยังอยากได้แอร์

5. Sleeper Class (SL) 

ไม่มีแอร์ เตียง 3 ชั้น หน้าต่างเปิดได้ คนเยอะและค่อนข้างวุ่นวาย

เหมาะ: นักเดินทางงบน้อย

ช่วงหน้าร้อนอินเดียอาจร้อนมาก (40°C+) จึงไม่ค่อยแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยว

6. AC Chair Car (CC)

ที่นั่งปรับเอนได้ มีแอร์ ไม่มีเตียงนอน

เหมาะ: เดินทางกลางวัน 3-8 ชั่วโมง

7. Executive Chair Car (EC)

เวอร์ชัน Business Class ของ Chair Car ที่นั่งกว้าง พื้นที่วางขามากกว่า

8. Second Sitting (2S)

ที่นั่งธรรมดา ไม่มีแอร์ ไม่มีการนอน

เหมาะ: ระยะสั้นไม่กี่ชั่วโมง

9. Unreserved / General (UR หรือ GS)

ไม่จองที่นั่ง ใครมาก่อนได้ก่อน จึงมักจะแน่นมาก

นักท่องเที่ยวไม่ค่อยแนะนำ

การเลือกที่นั่ง

ตอนจองจะมีให้เลือก ประเภทที่นั่ง/เตียงที่ต้องการ (เช่น เตียงบน-กลาง-ล่าง) ถ้ามีแบบที่ต้องการว่างระบบจะจัดสรรให้ แต่ถ้าไม่มี เราจะได้ที่นั่ง/เตียงแบบอื่นแทนค่ะ

ขบวนที่เป็นรถไฟนอน เราจะเลือกเตียงบนเป็นหลักค่ะ เพราะมีความเป็นส่วนตัว และปลอดภัยกว่าเตียงล่าง

ในบางคลาสเตียงบนจะถูกติดตั้งไว้ตลอดเวลา ไม่ได้ถูกเก็บไปเหมือนเตียงกลาง และเตียงล่าง ทำให้เราสามารถขึ้นไปนอนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าเราเลือกเตียงล่าง เราจะแอบเกรงใจคนที่นอนเตียงบน เพราะบางทีเขายังอยากนั่งอยู่ข้างล่างต่อมากกว่า แต่ที่นั่งเขาจะกลายเป็นเตียงนอนเราไปเรียบร้อยแล้ว 555


วิธีการจ่ายเงิน

เมื่อเลือกขบวน class ได้แล้วก็ไปขั้นตอนการจ่ายเงินค่ะ

ในส่วนชื่อผู้โดยสาร ระบบกำหนดให้กรอกตัวอักษรได้สูงสุดเพียง 16 ตัวอักษรเท่านั้น (รวมช่องว่าง)

เพราะฉะนั้น หากนามสกุลใส่ได้ไม่ครบก็ไม่เป็นไรค่ะ นามสกุลเราก็เว้าแหว่งเหมือนกัน 

หากเป็นต่างชาจิจะมีคำเตือนนี้ขึ้น

h2pxr4fo9x7z

ด้านล่างจะเป็นตัวเลือก ว่าเราต้องการอัพเกรดที่นั่งถ้าที่นั่ง และต้องการซื้อประกันการเดินทางหรือเปล่า

เราปล่อยว่าง และไม่ซ์้อประกันการเดินทางเพิ่มค่ะ มีอยู่แล้ว

7ylzqgj3hn7j

เลือกวิธีการจ่ายเงินแบบแรก ด้วย Credit debit cards

จากนั้นให้เลือก Multiple payment service ถึงจะสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิต และบัตรเดบิทไทยได้

เราลองผ่าน IRCTC iPay แล้วไม่ผ่านค่ะ ไม่ยอมรับบัตรต่างชาติ

9urfdw3gru5g

แล้วก็จะวนกลับมาที่หน้านี้ มีค่าธรรมเนียมการจ่ายด้วยบัตรต่างชาติเพิ่มอีก 3.5%

8f2x25q4da7u

ตัวอย่างค่ารถไฟค่ะ

ค่ารถไฟ 930 รูปี

ค่าดำเนินการผ่าน IRCTC  35.4 รูปี (บางคลาสอย่างคลาส SL จะคิดแค่ 17.7 รูปี)

ค่าจ่ายผ่านบัตรเครดิต 3.5% 33.79 รูปี

รวมเป็น 999.19 รูปีค่ะ

zpk7d3iq4hvp

ตอนจ่ายเงินเราสามารถเลือกจ่ายเป็นเงินรูปี หรือเงินบาทได้ 

ใครที่ใช้บัตรทราเวลการ์ด แนะนำให้จ่ายเป็นเงินรูปีค่ะ ถูกกว่า

ในรูปคือ อัตราแลกเปลี่ยนของ Razorpay 1 รูปี = 0.386 บาท 

แต่พอจ่ายด้วยบัตรทราเวลการ์ด เราได้เรท 1 รูปี = 0.351 บาท 

2mshtikp25yh

ตั๋วรถไฟ

หลังจากจ่ายเงินสำเร็จ เราจะได้ตั๋วมา

เราพยายามปริ้นออกมาเป็น PDF แต่ปริ้นไม่ได้ เลยสกรีนช็อตเก็บไว้แทนค่ะ

เราสามารถเช็คประวัติและตั๋วที่เคยซื้อเมื่อล็อกอินเข้าไปในแอคเคาท์ irctc ได้เช่นกัน

ความคิดเห็น