ตอนทั้งหมดในทริปนี้
1.แพลนเที่ยว ทริค และการเดินทางจากจาการ์ตา ยอกยาการ์ตา จนถึงเกาะบาหลี
https://th.readme.me/p/76572
3.รีวิวการจอยทริปเที่ยวโบรโม่และคาวาอีเจี้ยน ฉบับคนชอบฉายเดี่ยว
https://th.readme.me/p/76574
4.เดย์ทริปไปเกาะNuda Penida เพื่อพบปะกับกระเบนราหู และ จอยทัวร์เที่ยว Ubud
https://th.readme.me/p/76575
แพลนเที่ยว 2 วันในยอกยาการ์ตาของเราคือ
วันที่ 1 เที่ยววังเก่าสุลต่าน (Keraton กับ Taman Sari Water Castle) ในช่วงเช้า สองที่นี้เราเดินจากที่พักไป
ตอนบ่ายนั่งรถเมล์สาย 1A ไปปรัมบานัน
วันที่ 2 เดย์ทริปไปเที่ยวบุโรพุทโธด้วยรถบัส

1.พระราชวังสุลต่านที่ยอกยาการ์ตา (Keraton)
ปัจจุบันใช้เป็นที่พักของผู้ว่า และเปิดบางส่วนให้เข้าชม ส่วนที่เปิดคือลานกว้างสำหรับว่าการ
เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ และเปิดแค่ 8.3-14.3
ค่าเข้า 25,000 idr หรือประมาณ 45 บาทไทย
ปัจจุบันลานนี้จะมีกิจกรรมแตกต่างกันไปช่วง 9-11 โมง ในแต่ละวัน อย่างวันนี้มีการซ้อมดนตรี แต่รอจน 9.3 แล้วก็ยังไม่เริ่ม เลยเผ่นไปที่อื่นต่อดีกว่า

ที่นี่บังคับให้ใส่กางเกงขายาวเข้าไป เลยเจอหนุ่มฝรั่งนุ่งซิ่นลายผญเดินเข้ามาข้างใน 55
เราแอบคาดหวังกับที่นี่ แต่ก็ค่อนข้างผิดหวัง เพราะมันมีอะไรให้ดูค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะในส่วนอาคารและสถาปัตยกรรม
บัตรเข้าใช้เป็นแผ่นพันรอบข้อมือ ปกติจะให้ตรงแขน ไม่ใช่ตรงแขนเสื้อไง เราก็เลิกแขนเสื้อขึ้นตามปกติ ปรากฏด้วยความมุสลิม เขาก็เอาแขนเสื้อลง แล้วพันรอบแขนเสื้อ =3= แอบว้าวนิดนึง ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย 55

เครื่องดนตรีสำหรับจัดแสดง เป็นเครื่องตีเกือบทั้งหมด


อาคารภายในวัง อาคารพวกนี้ถูกสร้างโล่งๆ เพื่อให้ระบายอากาศได้ดีตามลักษณะภูมิประเทศของที่นี่



อาคารส่วนที่ปิดไม่ให้เข้าไปชม

มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ รวมอยู่ด้วย
เหยี่ยวจาวา มีประดับอยู่ตามอาคารต่างๆ ได้รับการนับถือเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์


รูปยักษ์ ที่ถูกประดับไว้หน้าประตู หรือบนเพดาน เชื่อกันว่าเป็นสิ่งขับไล่ความชั่วร้ายไม่ให้เข้ามา

มังกรที่....น่ารักมาก

ภาพการแข่งระหว่างควายและเสือ (ไม่ยุติธรรมเลย)

2. Taman Sari Water Castle (ทามันซารี)
สวนน้ำและวังเก่าของสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยสุลต่านฮาเมงคูบูโวโนที่ 1 (Sultan Hamengkubuwono I)
ภายในอดีตเคยเป็นทั้งสถานที่พักผ่อน สระสรงน้ำ ห้องทำสมาธิ และพื้นที่หลบภัยของราชวงศ์
ค่าเข้า 25,000 idr ประมาณ 45 บาทไทย
อยู่ไม่ไกลจาก Keraton ห่างไปประมาณ 900 เมตร เดินไปได้
สรุปคือ เราชอบวังสุลต่านที่ตุรกีมากกว่า ของอินโดนี้ไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่เลย ดีนะที่ค่าเข้าไม่แพง



3.ปรัมบานัน Prambanan
เทวสถานในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย สร้างขึ้นในราวคริสต์ศตวรรษที่ 9 ประกอบด้วยปราสาทและอารามขนาดเล็กกว่า 240 หลัง โดยมีปราสาทหลัก 3 หลังที่อุทิศให้กับ พระตรีมูรติ ได้แก่ พระศิวะ (ผู้ทำลาย) พระวิษณุ (ผู้รักษา) และพระพรหม (ผู้สร้าง)

ค่าเข้าสำหรับต่างชาติ
400,000 idr = 730 บาท ล่าสุดเหมือนจะเปิดทุกวันแล้วนะคะ แต่ก่อนจะมีปิดไม่ให้ขึ้นวัด Prambanan ในวันจันทร์เพื่อทำความสะอาด
ความโดดเด่น: ปราสาทพระศิวะตั้งอยู่ตรงกลาง มีความสูงถึง 47 เมตร และประดับประดาด้วยภาพแกะสลักหินนูนต่ำที่บอกเล่าเรื่องราวมหากาพย์รามายณะอย่างวิจิตรบรรจง



ส่วนที่ยื่นออกมาคือรูปสลักปลา เอาไว้ระบายน้ำข้างใน

ปรัมบานันจะมีวัดให้ดู 4 ที่ และพิพิธภัณฑ์อีก 1
พิพิธภัณฑ์ไม่ค่อยมีอะไร แต่จะมีวีดีโอเกี่ยวกับปรัมบานันให้ดู ซึ่งตอนที่เราเข้าไป มันเน้นเล่าเรื่องรามเกียรติ์เป็นส่วนใหญ่ ลงท้ายเราเลยเดินออกเพราะเบื่อ 555
จุดที่ครึกครื้น และคนเยอะ มีแค่ปรัมบานัน ที่เดียวเท่านั้น ที่อื่นคนประปราย

แผนที่ ใครที่ไม่อยากเดิน ด้านในจะมีรถจักรยาน และรถมอเตอร์ไซต์ให้เช่าขับค่ะ

Sewu Temple






Bubrah temple

การเดินทางจากยอกยาการ์ตา
รถเมล์ Transjogja สาย 1A ราคาคนละ 3500 idr = 6.5 บาท
รถมาเฉลี่ย ทุก 10-15 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณครั้งละ 1 ชม
รถจะมาจอดที่ท่ารถปรัมบานัน (Prambanan terminal) จากนั้นต้องเดินต่อไปอีกโลนิดๆ หรือจะนั่งสามล้อแถวนั้นก็ได้ค่ะ ราคาแล้วแต่ตกลง
รีวิวปรัมบานัน
ตัวปราสาทใหญ่ดี ใหญ่กว่าไทย แต่ภาพแกะสลักไม่ค่อยเหลือ เลยไม่ค่อยว้าว
ปราสาทในไทยจะสร้างเน้นตามหลักศาสนาฮินดู เช่น ต้องมีบ่อน้ำ มีทางเดิน กำแพงล้อมรอบ บลาๆๆ เหมือนเขาไกรลาศ
แต่อันนี้คืออออ บ่อน้ำอยู่ไหน เจอแต่แม่น้ำ ไม่เห็นมีพูดถึงอะไรพวกนี้เลย งงจุง
ถ้าเทียบกับนครวัด นครธม เราชอบนครวัด นครธมมากกว่า 555 มันใหญ่ ดิบ และภาพแกะสลักสวย/เยอะกว่า แต่การแกะสลักและรูปปั้นของที่นี่ จะมีความโค้งมน แตกต่างจากทั้งของไทยและกัมพูชาอย่างเห็นได้ชัด

4.บุโรพุทโธ หรือ โบโรบูดูร์ (Borobudur)

ศาสนสถานพุทธนิกายมหายาน ที่ใหญ่สุดในโลก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.750-850 โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์ ที่นับถือศาสนาพุทธ สร้างด้วยหินภูเขาไฟประมาณ 2 ล้านตารางฟุต เป็นรูปทรงแบบปิรามิดลดลั่นกันไปซึ่งมีความสูงถึง 123 เมตร
สัญลักษณ์สำคัญที่ซ่อนอยู่ประกอบด้วย:
กามธาตุ (ฐานพีระมิดสี่เหลี่ยม 5 ชั้น)
รูปธาตุ (ระเบียงกลม 3 ชั้น):
อรูปธาตุ (ลานบนสุดและเจดีย์ประธาน)



ค่าเข้าชาวต่างชาติ
มีค่าเข้า 2 แบบคือขึ้นบุโรพุทโธ 455,000 idr = ประมาณ 840 บาท
กับไม่ขึ้น(เดินดูรอบๆ ) ราคาต่างกันประมาณ 100 บาท ถ้าให้แนะนำคือขึ้นไปเถอะ 55 การเดินดูรอบๆ จะมองไม่เห็นรายละเอียดอะไรเท่าไหร่
ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าผ่านเว็ปไซต์ต่างๆ เช่น Klook ล่วงหน้าก็ได้ ราคาไม่ต่างกันมาก แต่นี่ไปซื้อหน้างาน เพราะนั่งรถสาธารณะไป ไม่รู้จะถึงกี่โมงเลยไม่กล้าจองตั๋วล่วงหน้า
แต่ก่อนส่วนที่ขึ้นไปบุโรพุทโธจะปิด ไม่ให้ขึ้นวันจันทร์เพื่อทำความสะอาด แต่ตอนนี้เปิดทุกวันแล้ว
ในราคาเข้า 455,000 idr(840 บาท) ของบุโรพุทโธนั้น เราจะได้รองเท้า(ที่ดูเหมือน)สาน เพื่อรักษาความสะอาดของบุโรพุทโธ มีสองแบบคือ แบบหนีบ กับแบบสวมมีสายคาดที่นิ้วโป้ง (สำหรับไซส์ใหญ่)
ถุงผ้าไว้ใส่รองเท้าตัวเอง
น้ำขวดเล็ก 1 ขวด
และบัตรเลขไกด์ที่เราจะต้องไปด้วย (คืนทีหลัง)
ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 60-90 นาที
มีเป็นรอบๆ รอบนึงจำกัดที่ 500 คน


เราได้ไกด์อิสลาม...ศัพท์เฉพาะบางอย่าง คือไม่เข้าใจเลย 55 ปางค์....นี้ กามรูปงี้ อธิบายเป็นภาษาอังกฤษหมด ต้องมาหาเน็ตทีหลังเอา อันนี้เข้าใจได้ แต่พีคสุดคือ นิพพาน กลายเป็น Perfection (ความสมบูรณ์แบบ) อีนี่แบบ ห๊ะ วอท จนแบบ หาข้อมูลเองก็ได้ ชั้นไม่เคยเจอคำความสมบูรณ์แบบในคำจำกัดความของศาสนาพุทธมาก่อน







นอกจากบุโรพุทโธแล้ว ที่นี่....ก็แทบไม่มีอะไรเลย 555 มีพิพิธภัณฑ์เข้าฟรี 2 ที่ในสวน เปิดที่นึง ปิดที่นึง เข้าไปมีความเป็นมาคร่าวๆ ของบุโรพุทโธ
ห่างจากบุโรพุทโธไปไม่ไกลก็จะมีเจดีย์พุทธอื่นๆ อีก แต่เสียค่าเข้าต่างหาก เลยผ่าน แค่นี้พอออ

พิพิธภัณฑ์ที่เดียวที่เปิด เข้าชมฟรีค่ะ

การเดินทางจากยอกยาการ์ตาไปบุโรพุทโธด้วยรถสาธารณะ
1.รถ shuttle ของ Sinar Jaya ราคา 20,000 idr ต่อคน/ขา (ประมาณ 40 บาท) ลงที่ Borobudur terminal แล้วเดิน หรือเรียก Grab, Gojek ไปอีกประมาณ 1.5 กิโล
ใช้เวลาเดินทาง 1-2 ชม. ขึ้นกับถนนว่าติดมากไหม

ภายในรถ ระหว่างเบาะที่นั่งค่อนข้างแคบ


- แนะนำให้แอด WhatsApp ถามรอบรถอัพเดทล่าสุด
- แอดมินจะเชียร์ให้จองออนไลน์ผ่าน Traveloka (ต้องเลือกค่าเงินอินโดนีเซียเท่านั้น ถึงจะมีรอบรถให้จอง), redbus ไปเลย จองแล้วไม่มีการเปลี่ยน หรือคืนตั๋วใดๆ ทั้งสิ้น
- แอดมินค่อนข้างขี้เกียจตอบคำถาม
- มีออฟฟิศนะ แต่ผีหลอกมาก ไม่มีพนักงานในออฟฟิศเลย 555
- ซื้อตั๋วออนไลน์ หรือไปหน้างาน จ่ายเงินกับคนขับโดยตรง
- การที่ตั๋วออนไลน์ในรอบนั้นขึ้นว่า fully booked ไม่ได้หมายความว่ารถจะ "เต็ม" งงปะ เออตรูก็งง 555 ขาไปไม่ได้จองล่วงหน้า พอเช็ครถก่อนเวลาชม.นึง ปรากฏเต็มแล้ว เลยต้องไปอีกวิธีแทน ขากลับเลยจองล่วงหน้าไปเลย
พอถึงเวลาจริง มีคนมาซื้อตั๋วหน้างานกับคนขับเฉยยย คนขับเปิดให้ดูด้วยว่าที่นั่งตรงไหนว่างบ้าง อีนี่ด้วยความอยากรู้ (เสือกแหละ ดูออก) เลยแอบมองดูว่าว่างเยอะไหม ไหนในเน็ตบอกเต็มไง ขามาตรูลำบากนะ รู้ไหม 55 มีว่างหลายที่นั่งอยู่
ตารางรถ ณ เดือน กรกฎาคม 2569
ตารางรถมีการปรับเปลี่ยนเรื่อยๆ นะคะ

จุดขึ้นรถที่ยอกยาการ์ตา และที่บุโรพุทโธ สามารถหาใน traveloka (ต้องเลือกค่าเงินอินโดนีเซียเท่านั้น ถึงจะมีรอบรถให้จอง) แล้วเปิดหมุดกูเกิ้ลแมปได้ค่ะ

Borobudur terminal จุดขึ้นลงรถบัส และรถตู้

ที่เทอมินอลมีออฟฟิศของ Sinar Jaya ด้วย แ่ต่ไม่มีพนักงานจ้า ขนาดเราไปวันจันทร์นะ

2.ขึ้นจาก Jombor terminal (สถานีรถบัสทางตอนเหนือของยอกยาการ์ตา) ไปลง Borobudur terminal

หากเดินทางวิธีนี้ เราต้องนั่งรถเมล์ (ใครพักใกล้เทอมินอลก็เดินไปได้เลย) ต่อรถบัส แล้วเดินต่ออีกประมาณ 1.5 กืโล
รอบรถบัส - ไม่รู้เลย ไม่มีข้อมูล นี่ไปถามที่ป้ายรถเมล์ จะมีพนักงานประจำอยู่ บอกเขาว่า โบโรบูดู เขาก็ชี้ ต่อกันไปเป็นทอดๆ จนขึ้นรถบัสได้
ปรากฎว่า รถบัสที่ขึ้นไป นางให้เราลงห่างจาก Borobudur terminal ประมาณ 8 กิโล 5555 ฟังไม่เข้าใจ แต่คิดว่าให้เรียกรถต่อไปเอง ก็ว่าอยู่ ค่ารถบัสคิดแค่ 20,000 idr เอง เคยเห็นคนรีวิวว่า 38,000 idr
เลยจบลงที่เรียก Grab ไปส่งถึงที่จุดขายตั๋วเลย 28,000 idr

สรุปค่ารถขาไปราคา
ขาไป - ค่ารถเมล์ 3000+บัส 20,000 + Grab 28000 = 95 บาท
ขากลับ - Sinar Jaya 20,000 จบเลย เดินไปที่พักได้ ง่ายดี = 40 บาท
รถเมล์ Transjogja - รถเมล์ที่ยอกยาการ์ตา
รถเมล์ไฟฟ้าขนาดเล็ก มีแอร์ มีกระเป๋ารถเมล์
ค่าโดยสารจ่ายด้วยเงินสด หรือใช้บัตรรถเมล์
เงินสดขาละ 3500 idr ต่อคน ประมาณ 6.5 บาท
ถ้าใช้บัตรก็ถูกลงอีก เหลือ 2700 idr = 5 บาท
เมื่อจ่ายเงินแล้วจะได้ตั๋วรถเมล์แบบนี้มา

เส้นทางรถเมล์ที่นี่สามารถเช็คจากกูเกิ้ลแมปได้เลย ค่อนข้างตรงค่ะ

เราใช้แค่ไม่กี่เที่ยว เลยจ่ายด้วยเงินสด โดยจ่ายกับกระเป๋ารถเมล์หรือจ่ายกับพนักงานที่ป้ายรถเมล์ได้เลย เราเคยอ่านเจอว่า ถ้าจ่ายบนรถเมล์จะไม่ได้รับเงินทอน แต่ของเราทอนทั้งตอนจ่ายบนรถเมล์ หรือจ่ายกับพนักงานที่ป้ายค่ะ
ป้ายรถเมล์แบบมีพนักงานขายตั๋วข้างใน

ป้ายรถเมล์จะเด่นหน่อย ส่วนใหญ่ข้างในจะมีพนักงานรถเมล์ 2 คน คนนึงเก็บเงิน อีกคนคอยดูรถ และแจ้งผู้โดยสารที่นั่งรออยู่
รถเมล์บางคันทรงสูง ก็ขึ้นรถเมล์จากป้ายรถเมล์สูงๆ เลย บางคันต้องลงมายืนข้างล่างเพื่อขึ้นรถเมล์
ถ้าป้ายไหนไม่มีคนขึ้น พนักงานที่ป้ายจะทำสัญญาณบอกคนขับ แล้วคนขับก็ฉิววว ไม่จอดแม่มแล้ว
เรานั่งรถเมล์ 3 เที่ยว ไปกลับปรัมบานัน และนั่งจากที่พักไปยังสถานีรถบัส Jombor
ป้ายรถเมล์แบบไม่มีพนักงานขายตั๋ว ไว้จ่ายบนรถเมล์เอา

ตารางสายรถเมล์ที่ผ่านถนน Malioboro รถเมล์ไม่ได้วิ่งทั้งวันนะคะ

รถเต่าคืนชีพ ณ ยอกยาการ์ตา

Duck's journey
วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 16.54 น.





