เรื่องราวระหว่างทางสำคัญกว่าจุดหมาย


มันสำคัญที่ว่าเราได้เก็บเกี่ยวอะไรบ้างระหว่างทาง

Freedom is from within.

I have fond memories of Journey.



บนโลกกลมๆ ที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า สิ่งที่จะพอเก็บรักษาเอาไว้ได้คือ ความทรงจำ

เพราะเรื่องราวระหว่างทาง ทำให้ปลายทางเดียวกัน มีความทรงจำที่แตกต่าง



ปฏิเสธใจตัวเองไม่เก่ง

ปฏิเสธใจตัวเองทำไม่ไหว



เดินป่า 5 วัน 4 คืน ทริปตีนแตก ฝนตก Night Trail ทางโครตเละ แฉะ ล้มกันระเนระนาด เดินหนัก น้ำกัดเท้า เดินโหดอิบอ๋าย แบกของกองกลางกันเองไม่มีลูกหาบ เส้นทางไหนนักท่องเที่ยวไปเราเลี่ยง ตรงไหนที่คนส่วนมากตั้งแค้มป์เราไม่นอน

21/09/2559 ปิตุ๊โกร ยอด 1600 หินสามกอง ยอดมะม่วงสามหมื่น

22/09/2559 ถึงอุ้มผางดอยหัวหมด นอนบ้านลุงคำสิงห์

23/09/2559 ล่องแก่งถึงแก่งมอเกโด้แล้วเดินเท้าเข้าน้ำตกทีลอซูเส้นดอยขาอ่อน-ปางไม้ขบ-ทีลอซู (ไปยืนดูทีลอซู ในมุมมองใหม่ๆ ที่คนทั่วไปไม่เคยเห็น ทางเส้นนี้คนไม่เดินมาราว 10 ปีแล้ว)

24/09/2559 เดินเข้าไปน้ำตกทีลอซู ออกมากินเที่ยงเก็บสัมภาระออกเดินเท้าไปบ้านกระเหรี่ยงโขะทะ

25(วันกลับ)เข้านต.โฆทะ กลับทางบ้านปะหละทะรถรับเข้าอุ้มผางเตรียมต้วกลับ

#ทริปยิ้มอ่อนๆ เราเตือนคุณแล้วววนะ ว่ายิ้มอ่อนๆ ทริปนี้ คชจ.คนละ 4300 บาท 5d4n รวมค่ารถไป-กลับ ค่าอาหารในป่าทุกมื้อ นอกป่าร้านอาหาร ร้านหมูกะทะ ค่าขนม ค่าคนนำทาง ค่าคนพายเรือ ค่าเรือ ค่าที่พัก ค่าเบีย ค่าเหล้า สารพัดจะค่าอยู่ในงบนี้หมด ทริปนี้เป็นการจัดไปแบบกันเองในกลุ่มมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 คน ไม่ใช่ทัวร์ แค่อยากให้คนอื่นไปเหนแบบที่เราได้เห็น


ปล.เราทำรีวิวเดินป่าซึ่งแน่นอนถ้าใครสายป่าจะรู้ว่าแทบไม่อยากจะหยิบกล้องมาถ่ายรูปเพราะมันเหนื่อยใจแทบขาด บางคนในทริปแทบไม่ได้ถ่ายรูปการเดินทางเลย แต่ไม่ใช่เช ถึงจะล้มหัวทิ่มหัวตำยังงัยก็ขอถ่ายภาพก่อน ภาพส่วนใหญ่จะมีคนซะส่วนมากเพราะเป็นการบันทึกเรื่องราวการเดินทางในป่าเราจะรอให้คนเดินจนลับตาแล้วถ่ายรูปก็ไม่ใช่เรื่องนะ ไม่ใช่รีวิวประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว มันเป็น Diary ใครชอบรีวิวที่ไม่มีคนในภาพข้ามไปได้เลยคะ

การเดินป่าครั้งนี้เกิดจากมีสมาชิกกลุ่มโอ๊ะโอ๊ะ อยากไปและวางแผนกันมานานพอสมควร(ในกลุ่มหลัก Journey. ที่มีกลุ่มย่อยๆแยกไปอีก) พี่วุฒิจึงจัดทริปนี้ขึ้นมาแต่พอใกล้วันจะไปสมาชิกในกลุ่มโอ๊ะโอ๊ะของพี่วุฒิถอนตัวไปเกือบหมดเนื่องจากติดภาระกิจ จึงเหลือเช กับเลขามด แล้วก็พี่วุฒิแค่สามคน ซึ่งแผนก็ยังไม่ล้มเลิกเพราะตั้งใจไปแล้ว วันที่ 15 กันยายน 2559 เราก็ตัดสินใจเปิดรับให้คนนอกกลุ่มมาร่วมเดินด้วย โดยไปโพสไว้ในเพจแบกเป้เที่ยวทริป กับเพจเดินป่า..Trekking Adventure ของพี่วา โดยมีข้อความคร่าวๆ ดังนี้


#ประเภทที่1 ขอคนไปชัวร์ 100% เน้นสายถึก ขาลุย ไม่เรื่องมาก วันที่ 21-25ก.ย.59 ทริปปิตุ๊โกร ดอยหัวหมด ทีลอซู บ้านกระเหรี่ยงโขะทะ

#กลุ่มนกขมิ้นauebๆ เดินให้ขาลากกันไปเล้ยยย ไปกันคนไม่เยอะ ขอคนเคยเดิน ของแบกเองทั้งของส่วนตัวและกองกลาง อาหารต้องช่วยกัน ใครรักสบายไม่ใช่ทริปนี้ เส้นนี้จัดคราวนี้แล้วคงอีกนานกว่าจะจัดอีกใครพลาดก็รอยาวคะ

จึงได้สมาชิกมาทั้งสิ้น 10 คน

1.พี่วุฒิ ที่ปรึกษาหลัก คนติดต่อประสานทุกอย่างคอยดูแลทุกๆอย่าง (วันสุดท้ายเดินมาเจอลุงออกมาตามหาพวกเรา ขอโทดที่ทำให้เปนห่วงคับ และไม่ต้องบรรยายมาก เด้วเช โดนด่าจมโคลนอีก)

10.พี่เพ็ญ (Silver) ฉายามนุษย์มือเปล่า มีแกมาในทริป 1 คน ได้ครบรส ทำกับข้าว รินเหล้า ตกปลา ตำน้ำพริก ร้องเพลง อย่าให้เหลา ความสามารถแกรอบด้าน เชกับเลขามด จะไปเรียนวิชาพาล(เอ้ยพรานกับแกอยู่เนี่ย)ไม่ต้องแปลกใจกับลำดับ แกได้เลื่อนขั้นแบบสายฟ้าแลบจากเช จากระดับ( Non-Rank )

2.ขอบคุณป๋านิ่มที่ให้เกียรติมาร่วมทริปเล็กๆ ของพวกเรา

3-4.คุณขวัญ คุญแอน แม่ครัวหลัก ขยันมาก อาหารอร่อยทุกมื้อ

5.น้องโฟลค์ ที่มาเดินเป็นครั้งแรก เช ถามน้องว่าไปนอนป่าที่ไหนมาบ้างน้องตอบว่าไปนอนตั้งแต่สมัยเรียน รด.นู้นนน

6.น้องสัน ที่ใจน้องสู้มาก

7. พี่วิรัช ที่ร่วมเดินทาง

8. เช เองจะใคร เราไม่ใช่สายโหด เราชอบเดินเล่นสวนหลังบ้าน

9.เลขามด ล้มเราล้มด้วยกัน หลงป่าเราหลงด้วยกัน แบกเป้วิ่งหนีลุงด้วยกัน555 ที่โขะทะ ทริปนี้ทำให้เรารู้ว่าสติสำคัญมาก ของในเป้ก็เช่นกัน ของอะไรใครไม่เอาเราเก็บหมด เลขาแบกเกือบ 30 kg. เช ราวๆ 16 kg และต้องช่วยเหลือกัน มดทำเครื่องหมาย เช แกะรอย เราช่วยกันจนออกมาได้ เรามาหลงกันราวจะโพล้เพล้ แถมฝนตกหนักอีก รอยแกะยากมาก ปล.อย่าให้เลขาป๋มโมโหนะ นางจะขยันทำครัว

ขากลับ เราออกกันดึกมากจากอุ้งผาง ฝนตก ดินถล่มขวางทาง รถขนข้าวโพดทำข้าวโพดหล่นตลอดทาง ทางลื่น หมอกลง ครบคับ

เย็นวันที่ 20 กันยายน 2559 เลิกงานแล้วก็มานัดเจอกัน เอารถไป 2 คัน สำหรับ คน 10 คน จัดแจงเอาสัมภาระมาใส่รถป๋านิ่ม แล้วคลุมผ้าใบกันฝนไว้ เพราะฝนตกตั้งแต่ออกเดินทาง แอบเซง เพราะคงไม่ได้เห็นวิวว สวยๆ บนยอดหินสามกองเป็นแน่ (กระเป๋าแพคกันน้ำ 100 %)



อุ้มผาง..เมืองเล็กๆที่มีเทือกเขาถนนธงชัยที่ยาวที่สุดในประเทศไทยโอบล้อมไว้รอบด้าน มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการล่องแก่งลำน้ำแม่กลอง ล่องแก่งอุ้มผางคี ชมน้ำตกที่ยิ่งใหญ่สวยงาม อาทิเช่น น้ำตกทีลอจ่อ น้ำตกทีลอเร น้ำตกกะแง่สอด น้ำตกเลตองคุ และโดยเฉพาะน้ำตกทีลอซูที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ21/09/2559 Day 1

ภาพบน


เช มาบ้านกุยเลอตอรอบที่ 2 ครั้งก่อนวันที่ 28-29 สิงหาคม 2559 มาดูที่ตั้งแค้มป์กับเดินเล่น ยืมภาพป้ายทางเข้ามาจากคราวที่แล้วมาใช้นะ รอบนี้ไม่มีเวลาจริงๆ

ภาพล่าง

ขับรถแวะกินลมชมวิวไป เส้นอุ้งผางแม่สอดมีโค้ง 1,219 โค้ง(แม่สอด-อุ้มผาง / อุ้มผาง-แม่สอด ก็ 2,438 โค้ง)ไปมาสองรอบแทบความจำเสื่อมกันเลยทีเดียวเข้าโค้งทีหัวเขกที แวะซื้อเสบียง กินข้าว พอถึงเอารถไปจอดในหมู่บ้านกุยเลอตอ แล้วจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเสบียง กว่าจะเริ่มเดินเข้าปิตุ๊โกรราวเที่ยง การเดินทางไปยังน้ำตกแห่งนี้ต้องเดินด้วยเท้าระยะทางประมาณ 8 กม.กว่าๆ เวลาก็แล้วแต่สมาชิกว่าจะมีมากน้อยเพียงใด มีมากก็ใช้เวลามาก มีน้อยก็ใช้เวลาน้อย ส่วนใหญ่หมดไปกับการถ่ายรูป

ปิตุ๊โกร เป็นน้ำตกที่มีเฉพาะในช่วงฟ้าหลั่งฝนเท่านั้น ปิตุ๊โกร ชื่อที่ได้มาจากลำห้วยปิตุ๊โกร เหนือขุนเขา น้ำตกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในประเทศไทย กลางผืนป่าตะวันตกในเขตอ.อุ้มผาง จ.ตาก ใกล้ชายแดนนพม่า สายน้ำสีขาวดพลนในหน้าฝนที่ไหลมาจากยอดเขามะม่วงสามหมื่น สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้จะอยู่ในระยะไกลหลายกิโลเมตร


การเดินทาง

เริ่มต้นจากอำเภออุ้มผาง ด้วยรถ 4x4 มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านกุยเลอตอ ใช้ระยะเวลาราว 3-4 ชั่วโมง และเดินเท้าสู่ดอยมะม่วงสามหมื่น ราว 4-5 ชม. ก่อนจะถึงจุดที่พวกเช พักแรม

ทางเดินช่วงแรกจะเดินตามคัน ทางที่มีแต่น้ำ



ปิตุ๊โกร ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกสุดของ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ลักษณะเป็นน้ำตกสูงราว 500 ม.

สิ่งที่ต้องเตรียม


1.เต็นท์ หรือเปล ถุงนอน เครื่องกันหนาว อุปกรณ์ป้องกันฝน และอุปกรณ์เดินป่าอื่นๆ เอาตามสะดวกเลยคับ

2. ชุดที่เหมาะสมกับการเดินขึ้นเขา แขนยาว แไม่แนะนำให้ใช้กางเกงยีนส์

3. เสื้อกันฝน แต่ถ้าใครไม่กลัวเปียกก็ไม่ต้องใช้

4. ผ้าถุงสำหรับสุภาพสตรี ไว้นุ่งอาบน้ำ เพราะทริปนี้เราจะได้อาบน้ำแบบ Out door

5. ไฟฉาย กลางคืนในป่านั้นมืดสนิท แสงสว่างจำเป็นในการเดินไปไหนมาไหน และถ้าจะให้ดีแนะนำเป็นแบบคาดหัว เหลือสองมือไว้จับยึดกิ่งไม้ได้

6. ยาประจำตัว ขนม อาหารแห้งส่วนตัว แกลือแร่ ตุ๊กตาที่พึ่งทางใจ

7. รองเท้าแบบมีดอกยาง ผ้าใบหุ้มข้อ

8. มีเจอทากบ้างนะบนยอดตรงหินสามกอง

9. ถุงมือผ้า เบางช่วงไต่หิน หรืบต้องยึดจับกิ่งไม้จะได้ไม่เจ็บมือ

10. ที่สำคัญ เตรียมกายและใจให้พร้อม

เดินผ่านทุ่งนาที่ชาวบ้านพึ่งจะลงกล้าไปในเดือนี่แล้วมารอบนี้สูงขึ้นมามาก สีเขียวของใบข้าวตัดกับสีสดๆของท้องฟ้า เราหลงรักที่นี่ตั้งแต่มาในครั้งแรก มันสวยมากๆ

เจอทางน้ำอีกแล้ววว

ยอดลิบๆ ตรงนู้น camp ที่เราจะนอน ยอดหินสามกองที่เราจะไป เฟดเฟ้



ทางสวยคะ มีดอกไม้ ดอกบัวดิน กระเจียว สารพัด ใครแนวมาโคร นี่ เสียเวลามาก

คุณเลขามด ทำอะไรคะ


เดินวนไปคะ แบกเป้ก็เช่นกัน การเดินป่าห้ามทิ้งเป้ของตัวเอง ไม่ว่าจะทริปสั้นทริปยาว ของในเป้ต้องจัดเหมือนเข้าป่าทุกครั้ง เราไม่สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ แต่เมื่อยามจำเป็นของในเป้จะช่วยชีวิตเรา คิดเที่ยวป่าอย่ารักสบาย เป้แบกมันไป

ออกเดินทาง 11.40 น. ถึงแค้มป์ ตีนน้ำตก 14.00 น. คนอื่นมาถึงก่อนคะ เช มัวแต่ถ่ายรูป แต่เราไม่พักรงนี้นะคะ เราจะเดินไปทางซ้ายมือ ข้ามสะพานไม้ไผ่ไป ตัดขึ้นไปปิตุ๊โกร


ปล.มาคราวก่อนเดินตัดไปทางขวา(ซึ่งเป็นทางที่คนส่วนมากจะเดินขึ้นทางนี้และลงทางที่เชขึ้น)แต้เราสลับกัน จะไปทางไหนก็ได้ แต่ทางซ้ายที่ไปมันชันดีและไม่ต้องอ้อม
เช เดินข้ามมาเก็บภาพก่อน ตรงลานคือ camp น้ำตก หลังจากเล่นน้ำแล้วก็ออกเดินต่อไปหาน้ำตกรูปหัวใจและไปจัดที่เราจะนอน

ป่าไผ่สลับกับป่าโปร่งบ้าง เรียกถูกไหมนี่ ทางเส้นนี้คนเดินกันจนเลื่อมแล้ว กำลังฮิตนี่เนอะ

ทางชัน บวกกับของหนักๆ ลิ้นนี่ห้อยตั้งแต่ปากทางแล้ว ปาดเหงื่อเบาๆ

แวะไปถ่ายรูปกับน้ำตกหน่อย เก็บภาพแล้วออกเดินต่อคะ

ออกเดินต่อทางไม่ชันหร้อกกกกจากจุดนี้ไปจะเดินไปออกตรงแค้มป์ลุงคำสิงห์ ที่คนนอนกันเยอะๆ


ทางชันมั้ยถามใจดู ตรงนี้เรียกเนินชมปลง สวยมากงะ


เราไม่แวะแค้ปม์ลุงคำสิงห์ เพราะเป็นวันธรรมดาไม่มีคนเลย มีกลุ่มเรากลุ่มเดียวทั้งเขา โครตชิลลลล เลยเว้ยยย

สายมาโคร ห้ามพลาด เช เสียเวลาตรงนี้นานเลย

ดูน้องสันทำหน้าจิ
ผ่านเนินชมปลงจะเป็นป่าไผ่ชันๆ แล้วมาโผล่ทุ่งโล่ง แล้วเดินจากจุดนี้ต่อไปอีกไม่ไกล ก็จะถึงที่หมาย เรามาถึงกันกลุ่มสุดท้ายในทีม มัวแต่เล่นกัน ตรงนี้จุดชมวิวก่อนที่เราจะตั้ง camp ความสูงน่าจะราวๆ 900 เมตร

บรรยากาศแค้มป์ แอนขวัญทำไข่เจียว เชทำคั่วกลิ้ง ขนม ทอดปลาแห้ง


เด็กๆ คอยจัดแค้มป์อาหาร และลำเลียงอาหาร

กินดีอยู่ดีนะครับ ฝีมือเช เอง อยากอวดจบนะ


การนอนไม่ต้องถามคับ มีทั้ง Tent เปล ปลาทู22/09/2559 Days2


บรรยากาศยามเช้า ช่วยกันทำอาหาร ไข่เจียวแหนมใส่พริก ของเลขามดอร่อยมาก

กิวข้าวๆ จะได้มีแรงปีน พี่เพ็ญไปหักหน่อไม้ด้วยมือเปล่ามาให้กินอร่อยมาก กินไปสองมื้อ ขนาดเหลือเลขามดยังเก็บห่อไปกินอีก คิดดู

กินข้าวเสร็จ ก็ออกเดินคะ สัมภาระเอาไว้ที่แค้มป์ ติดน้ำไป 2 ขวด กับของมีค่า จุดหมายของเาอยู่ที่หินสามกอง


เอิ่มมมมม...... จะชันตั้งแต่ตรงนี้เลยช่ายมั้ย

ทางก็ชันวนไปคะ

ไม่ไปแล้วววว เหนื่อยยยย

เดินมาถึงซะที ตรงนี่ ระดับ 1100 เห็นที่พัก ริบๆ

ตรงนี้มีสัญญาน ais

ไปต่อคับ จุดหมายอยู่ที่ยอดสูงๆ ด้านขวามมือ ตายแพรบบบบ
ฝนตกทุกวัน พยากรอากาศก็บอกว่าฟ้าจะปิด 5 วัน วันเดินทางก็ตกไม่ลืมหุลืมตา วันขึ้นยอดฟ้าดันเปิด แทบจะกราบตั้งแต่ดีนดอยขึ้นไปเลยเชียว

ชมภาพวิวกันยาวๆ

สวยอะ กอหญ้าที่ลู่ลม

คนตัวเล็กนิดเดียว


ดอกกินกุ้ง

ถึงหินสามกองแล้วคะ ยอดความสูงที่ 1600 ด้านหลังถัดไปคือพม่า

22/09/2016 เวลา 14.00 น. เราเดินทางกลับมาถึง camp ทานข้าวกลางวัน เก็บของ เตรียมเดินทางต่อคะ ขากลับเราจะไม่กลับทางเนินชมปลงเราจะกลับอีกทางซึ่งนักท่องเที่ยวไม่เดินกัน เพราะมันชันมากกกก ไปชมภาพกันคะ

เล็บจะหลุดตั้งแต่วันแรกละ เบรคแทบไหม้ เพลาแทบหัก

ทางชันดิ่งลง เป็นดินอัดแน่นลื่นๆ สลับกรวดเดินยากมาก ล้มเข่าคู่ แถม ล้มลังกาเกียวไปอีสองสามรอบสำหรับเช


ทางเส้นนี้มีใบไม้มีพิษเยอะมากมีหญ้าขาไก่ ใบของมันมีขนอ่อน ๆ มีพิษร้ายทำให้คันคะเยอ ต้นช้างร้องเมื่อโดนแล้วมันปวดแสบปวดร้อน เจ็บๆ ปวดๆ เป็นที่สุด

ส่วนต้นที่เลขามดชี้คือหาญต้น ลักษณะเดียวกันกับต้นช้างร้อง แต่ว่าเป็นไม้ยืนต้น ขนาดลำต้นเท่านิ้วไปจนถึงขนาดเท่าต้นขาหรือใหญ่กว่าก็ยังมี อาการพิษของมันไม่ปวดรุนแรงเหมือนต้นช้างร้องแต่ว่ามันจะปวดนาน ปวดทน ปวดเป็นวันๆ

แล้วววววทางมันชันใช่ไหม แถมไม่มีอะไรให้เกาะอีก คิดในใจว่าถ้าล้มเข้าดงหาญต้นจะเป็นยังงัย ไม่ทันขาดคำเบรคแตกเข้าดงหาญไปเลยจ้า เช ดีนะห่อหน้าห่อตัวมิดชิด ไม่งั้นคันตายย

เดินข้ามห้วยไปข้ามห้วยมา จนเดินออกจากป่า

ออกจากป่าเจอรถชาวบ้านโบกเสียเลย กลับเข้าหมู่บ้านไปเอารถ แล้วเดินทางไป


คำสิงห์ โฮมสเตย์ KamSingha Home Stay, Amphoe Umphang, Tak, Thailand เพท่อที่ตอนเช้อจะได้ไป ดอยหัวหมด ล่องแพ เดินป่า2/09/2559 Days 3

ตื่นนอนแต่เช้ามืดเตรียมไปชมวิวบนดอยหัวหมด

กลับจากดอยหัวหมด ก็ไปทานข้าวในตลาด ซื้อเสบียงอีกรอบเพื่อเข้าป่ายาว

สัมพาระ ทุกอย่างขนลงเรือยางด้วยคะ

จัดเตรียมสัมภาระเฉพาะที่ในการเดินป่า สำหรับการเดินป่า เราจะล่องเรือยางในลำน้ำแม่กลอง ผ่านน้ำตกทีลอจ่อ ที่ไหลผ่านหน้าผาหินปูน ผ่านแก่งตะโค๊ะบิ,ผาผึ้ง,ผาเลือด,ผาโหว่ แวะแช่น้ำบ่อร้อนระหว่างทาง

น้ำอุ่นมากกก มีกล้วยปิ้งกับไข่ปิ้งขายด้วย และแวะขุดไส้เดือนกัน

เมื่อมาถึงท่าทราย หรือแก่งมอกิโด้ ก็ทานข้าว แล้วออกเดินเส้นทางเดินเท้าเข้านต.ทีลอซูเส้นดอยขาอ่อน-ปางไม้ขบ-ทีลอซู ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชม.

ไปจ้าออกเดินๆ เด้วจะมือค่ำ ออกเดินทางช้าจากเวลาที่กำหนดไปหลายชั่วโมงเล้ยยย

ถึงกับต้องเกาะต้นไม้พัก

พักๆๆๆ

อ่อ ลืมบอกขึ้นจากเรือยางฝนก็กระหน่ำลงมาจ้า

พักๆๆ

เดินไปเรื่อยๆ ต้ายยย นี่ทางหรือนั่น มุดไปคะ

โพล่ไปเจอพี่เพ็ญนั่งสบายใจบนเถาวัลย์

เดินไปเดินมา เลขามด ของเช หัวทิ่มลงไปข้างทาง ถ้าไม่มีกอไผ่ขวางเลขาคงลงไปยาวกว่านี้แน่ๆ

เริ่มมืดแล้ว ไม่ทันแน่ๆคับ 555

มืดซะแล้ววว

ล้มเป็นใบไม้ร่วง

พอออกจากป่าจะมีถนนเป็นทางดินเละๆ เข้าน้ำตกทีลอซู เดินโครตนรกกกเลย ยิ่งมืดๆด้วย ดินลื่น ติดลองเท้า แถมเหนื่อยๆ กันมาทุกคน อย่าให้พูด

ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ก็ช่วยกันทำอาหาร


กินข้าว นั่งเม้ามอย อาบบน้ำ นอน

แสบมากกก

กองทัพเดินด้วยท้อง ต้มจืดฝีมือน้องแอน หมูยอฝีมือเลขามด

หลังจากทานข้าวเช้าก็ออกเดินไปน้ำตกทีลอซู

แทบไม่มีคนเลย มีคนไปสองสามกลุ่มเอง เงียบดีมาก

ออกเดินกันแต่เช้า บางคนมีอาการปวดแข้งปวดขา เดินขาถ่างกันเลยหละ

ทางแบบว่าดิบ สด โหดมาก มุดซอกหิน ลงรู

มีคนถอดใจไม่ไปต่อหลายคนเลยในจุดนี้

มาถึงจนได้ สวยมั้ย

ถ่ายรูปว่าเตือนความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเราเคยมายืนดูทีลอซูจากมุมนี้

กลับแล้วคะ เตรียมไปดูน้ำตกมุมล่าง

ขาขี้นว่ายาก ลงก็ยาก

แล้วก็มาถึงน้ำตก ได้เล่นน้ำซะที

หลังจากไปน้ำตกกลับมา ก็ทานข้าวกลางวัน เหนื่อยและหิวจนลืมถ่ายรูปเลย ทานข้าวเสร็วเราออกเดินทางต่อ ไปยังหมู่บ้านโข้ะทะ

การเดินทางสู่บ้านโข๊ะทะ บ้านโข๊ะทะเป็นหมู่บ้านหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับทางเข้าน้ำตกทีลอซู มีทางเข้าไประยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นทางธุรกันดาร ซึ่งทางเข้าสู่น้ำตกทีลอซูเองก็ลำบากเหมือนกันเพราะเราเดินเท้าตามเส้นทางเก่าโดยเริ่มจากล่องแก่งถึงแก่งมอเกโด้-ดอยขาอ่อน-ปางไม้ขบ-ทีลอซู ยังต้องเลี้ยวเข้าทางแยกหมู่บ้านไปอีก 8 กิโลเมตรครับ จุดเริ่มต้นที่จะเดินทางเข้าหมู่บ้านก็คือที่ทำการน้ำตกทีลอซูนั่นเอง

จากจุดที่ยืนถ่ายรูปคือสะพานที่สร้างใหม่ ที่เห็นข้างหน้าคือสะพานเก่าที่ชำรุด

เรานอนกันที่โรงเรียนคะ ตลอดการเดินทางเจอแต่ฝนคะ ตัวเปียกวนไป

ไปถึงก็วิ่งเล่นกับน้องเลย เตะบอล ตีแบท วอลเลย์ และอื่นๆ ในสนามเดียวกัน มันโครต

หลังจากนั้นก็ทานข้าว ส่วนพี่เพ็ญกับ เลขามด ไปตกปลา โดยมีสาวๆ ตามไปอารักขา

เช้าวันรุ่งขึ้น ทานอาหารแล้วเราจะเดินทางยังน้ำตกโข๊ะทะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเท่าไร วิวสองข้างทางจะเดินผ่านไร่ และสวนของชาวบ้าน

ดินในดงข้าดโพดโครตทรมาน บาดหน้า บาดมือ บาดทุกที่ แถมเจอวัวขวางทางอีก

ใรภาพคือนต.สามหลั่นชาวบ้านเรียกวังสำราญ สำราญเสียงเพี้ยนมาจากสามหลั่น



น้ำตกโข้ะทะ

"น้ำตกโข๊ะทะ" คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกที่หลายๆคนได้มีโอกาสมาเยือนต่างก็ยอมรับว่ามีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกที่มีชื่อเสียงอย่างน้ำตกทีลอซูเลยทีเดียว



น้ำตกโข๊ะทะเกิดจากลำห้วยกล้อท้อ เช่นเดียวกับน้ำตกทีลอซู แต่ว่าตั้งอยู่ตอนปลายช่วงก่อนไหลลงสู่ลำน้ำแม่กลอง ลักษณะของสายน้ำตกโขะทะจะไหลลดหลั่นลงมาตามเชิงชั้นหินปูน ก่อเกิดเป็นน้ำตกชั้นน้อยใหญ่มากกว่า 10 ชั้น ซึ่งมีความสวยงามมาก

ถึงจะเหนื่อยและล้ากันมากเต็มทีเนื่องจากเดินทางหนักติดต่อกันมาหลายวัน แต่พอได้เห็นน้ำตกก็หายเหนื่อย

หลังจากกลับจากน้ำตกเราก็เก็บของ เตรียมเดินทางไปยังสพแม่ละมุ้งโดยข้ามสะพานไม้ไผ่ผุๆ ถ้าเช ตกลงไปตกได้กลับบ้านเก่าเพราะเป้คงถ่วงลงไปก้นแม่น้ำแน่ๆ เรามีการปรับปารเดินทางตอนแรกแผนจะเดินออกปะทะหละ แต่ดูจากสภาพของน้องๆแล้วพี่วุฒิจึงปรับเส้นทางเดินมาให้ใกล้ขึ้นอีกนิด

เส้นทางเดินหลงง่ายมาก เป็นทางแยกย่อยเยอะไปหมด

เดินป่าทริปนี้นอกจากเดินไกลแล้ว เสบียงที่แบกไปก็หนักพอๆ กัน

มีบางคนเจ็บจากการเดินสะสม แบกของไม่ไหว ก็ช่วยเหลือกันไปคะ

พักทานข้าวกลางวัน เดินเดินยาก ชัน ฝนตกทางเละ ลื่น ฮ่วย!!

ภาพล่างนี่เดินมาแล้วล้มพร้อมกันเลนกับเลขามด มดล้มลงพื้นดดิน ส่วนเช ก้นกระแทกหิน เจ็บมากกกก

ล้มอีกแล้ว

ทางขึ้นๆ ลงๆ เดินตามรอยช้างโลด

หลังจากเดินมาจนขาหงิก ข้ามสะพานไปก็จะถึงจุดที่นัดรถมารับ

เชกับเลขามีเดินบวกไปนิดหน่อยแต่ก็หากลับออกมาได้

หลังจากออกมาจากป่าก็ชวนกันไปฟาดหมูกระทะ กินกันแทบหมดร้าน หมดไป 1800 บาท พี่เจ้าของร้านใจดีมาก ทำข้าวผัดมาเสริมจากพูลถึงสองจาน กล้วยไข่อีกหลายหวีเลย


จบทริปหรกนี้ขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทาง ขอบคุณรูปจากคุณแอนที่น้ำตกโข๊ะทะ และสะพานไม้ ขอบคุณรูปจากเลขามดบางส่วน หลังจากทานหมูกระทะอิ่มราวสี่ทุ่มก็เดินทางกลับ กทม. กันเลยระหว่างทางกลับฝนตก หมอกลง ดิน slide ฝูงวัว ใครขับเส้นนี้จะรู้ดี วัวยืนเต็มถนน เลย แถมรถขนข้าวโพดก็ทำข้าวโพดร่วงเต็มถมม ตลอดทาง ไว้จะรูปที่ลุงวุฒิมาให้ดูเพิ่มเติม

ความคิดเห็น