ไปล่าตราปั้ม อุทยานแห่งชาติ ที่กาญจนบุรี กันเถอะ :) รีวิวโดย DoubleP Traveller

ทริปนี้เริ่มต้นจากเราได้สมุดที่ใช้ในการประทับตราอุทยานแห่งชาติต่างๆ มา แล้วพอได้ปั้มเยอะๆ ความสนุกก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายๆกับการเล่นเกมส์ผ่านด่านต่างๆ สมัยที่เรายังเป็นเด็กตัวเล็กๆ และเมื่อยิ่งสนุกเราก็ยิ่งออกท่องเที่ยวอุทยานมากยิ่งขึ้น แต่ยิ่งออกเที่ยวมากเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้

ไปล่าตราปั้ม อุทยานแห่งชาติ ที่กาญจนบุรี กันเถอะ :)

ไปล่าตราปั้ม อุทยานแห่งชาติ ที่กาญจนบุรี กันเถอะ :)


ทริปนี้เริ่มต้นจากเราได้สมุดที่ใช้ในการประทับตราอุทยานแห่งชาติต่างๆ มา แล้วพอได้ปั้มเยอะๆ ความสนุกก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ

คล้ายๆกับการเล่นเกมส์ผ่านด่านต่างๆ สมัยที่เรายังเป็นเด็กตัวเล็กๆ และเมื่อยิ่งสนุกเราก็ยิ่งออกท่องเที่ยวอุทยานมากยิ่งขึ้น

แต่ยิ่งออกเที่ยวมากเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้ นั่นก็คือ โลกมันกว้างขึ้นเท่านั้น ทำไมเที่ยวเท่าไหร่มันก็ไม่หมดซักทีนะ

สมุดของเราก็ยังมีที่ว่างอีกตั้งหลายหน้าที่ยังไม่ได้ ปั้ม งั้นอย่ารอช้าที่จะออกเดินทางกันเลยค่ะ

พร้อมที่จะเก็บกระเป๋าไปล่าตราปั้มอุทยานกับเราแล้วรึยังคะ? ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มเก็บไปด้วยกันเลยค่ะ :)

กาญจนบุรี ทริปแน่นๆ 3 วัน 2 คืน :

1.ต้นจามจุรียักษ์ > 2.น้ำตกไทรโยคใหญ่ อช.ไทรโยค > 3.น้ำตกผาตาด อช.เขื่อนศรีนครินทร์ > 4.ป้อมปี่ อช. เขาแหลม > 5.สะพานมอญ สังขละบุรี > 6. เขาสันหนอกวัว อช. เขาแหลม > 7.น้ำตกนางครวญ อช.ลำคลองงู

เราและเพื่อนๆ เริ่มออกเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันประมาณตีห้าครึ่งค่ะ (ถามใจตัวเอง ตื่นไปทำงานเช้าได้ขนาดนี้มั้ย 555+)

ถึงตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณแปดโมงนิดๆค่ะ จุดหมายแรกที่เราตั้งพิกัด GPSไว้ นั่นก็คืออออออออ ' ต้นจามจุรียักษ์'

ที่นี่เห็นในรูปถ่ายว่าอลังการแล้ว ของจริงนี่ใหญ่ยักษ์สมชื่อ ถ่ายมุมไหนถึงจะได้ทั้งต้นกันนะ คืออลังทุกมุมค่ะ

ป้ายบอกประวัติความเป็นมาและขนาดของต้นจามจุรียักษ์ ทำไมถึงยักษ์ และใหญ่โต มโหฬารขนาดนี้ :

ภาพมุมกว้างของต้นจามจุรียักษ์ ค่ะ

ซูม ซูม.. แบบใกล้ๆ ก็ยิ่งสวย

แบบแสงรอดผ่าน งานเกือบอาร์ตก็มา

เราใช้เวลากับต้นจามจุรียักษ์นี้ไม่นานมากนัก เพราะวันนี้เราต้องไปกันอีกหลายที่เลย ไปลุยกันต่อค่ะ ...

ที่ถัดไปที่เราจะแวะ นั่นก็คือ ' น้ำตกไทรโยคใหญ่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค' แต่เนื่องจากเรามาเที่ยวน้ำตกในช่วงปลาย

เดือนธันวาคม ก็ต้องลดความคาดหวังลงมานิดนึง ที่จะเห็นน้ำซู่ซ่า ละลานตา แบบในจินตนาการก็คงจะยาก

แต่ถึงแม้ว่าน้ำจะไม่เยอะมาก ที่นี่ก็ยังคงความสวยงามและคนไม่พลุ่กพล่าน บรรยากาศรบรื่นและเงียบสงบ

เหมาะกับการมาปิคนิกแบบครอบครัว เพื่อนฝูง หรือ คู่รัก อย่างมากเลยค่ะ แนะนำๆ

น้ำตกไม่มากไม่น้อย สวยกำลังพอดีต่อใจ


ซูมใกล้ๆ ยิ่งชุ่มฉ่ำ ไปอีก

น้ำตกไทรโยคใหญ่ ในอีกมุมหนึ่ง

น้ำใสไหลเย็น เห็นตะไคร่น้ำ

ข้ามสะพานไป จะมีร้านอาหารให้ทานข้าวอีกฝั่งค่ะ

บรรยากาศร้านอาหารทั้งสองฝั่ง

ในที่สุด เราได้ตราปั้มแรกมาแล้วว ของอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตราปั้ม วันที่ พร้อมลายเซ็นต์ของเจ้าหน้าที่อุทยาน :))


ผ่านไปแล้วสำหรับสองที่ อย่าเพิ่งเหนื่อย กันนะคะ เพราะ เรายังต้องไปต่อกันอีกหลายที่เลยค่ะ

ฮึบบบบบ Let's go together...

ที่ถัดมา ยังคงเป็นน้ำตกค่ะ ซึ่งไม่ไกลกันมากนัก นั่นก็คือ... ' น้ำตกผาตาด อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์'

ในส่วนของน้ำตกที่นี่นั้นนนนนน... คนเขียนนี่แอบคิดว่า คนข้างกายมาปิดน้ำตกทำเซอร์ไพร์สอะไรรึป่าวนะ(เพ้อๆหนักไปอีก)

บรรยากาศคือ เงียบสงบมาก ได้ยินเสียงน้ำตก ตั้งแต่ลานจอดรถกันเลยทีเดียว อากาศที่นี่ เย็นสบายเลยค่ะ

การที่มีน้ำน้อยๆ ก็สวยไปอีกแบบ ทำให้เราเห็นรายละเอียดการไหลของน้ำชัดเจนมากยิ่งขึ้น สวยงามน่าประทับใจมากค่ะ

ยังใกล้ไม่พอใช่มั้ยคะ? งั้นซูมใกล้เข้าไปอีกค่ะ เอาให้สดชื่นปอดกันสุดๆ ไปเลย

และแล้วว... เราก็เก็บตราปั้มอุทยานได้อีก 1 ตราปั้ม วันนี้ได้มา 2 ปั้ม เรียบร้อยยย เริ่มสนุกไปกับเราแล้วรึยังคะ ?


อย่ารอช้าไปต่อกันแบบยาวๆ ค่ะ คืนนี้เราจะไปกางเต้นท์นอนกันที่ ' ป้อมปี่; อุทยานแห่งชาติเขาแหลม'

เพื่อเตรียมตัวขึ้นเขาสันหนอกวัวในเช้าตรู่วันถัดไป...

บรรยากาศ ณ ป้อมปี่ สวยงามและบรรยากาศดี ไม่แพ้ที่ไหนๆเลย ค่ะ ณ ตอนนี้ คือ ฟินเฟ่อร์ :)

กาญจนบุรี สวยไปหมดทุกที่ ที่แวะเลยจริงๆ

เมื่อกางเต้นท์จองสถานที่ เรียบร้อยแล้ว เราก็ไม่รอช้าค่ะ ไปชมพระอาทิตย์ตกดินต่อกันยาวๆ ที่ ' สะพานมอญ สังขละบุรี'

ชื่อเต็มๆของที่นี่ นั่นก็คือ 'สะพานไม้อุตตมานุสรณ์"

บรรยากาศด้านบนสะพาน

จะมีเด็กๆ นำแป้งมาปะๆ หน้า ถ้าเราสนใจก็ติดต่อน้องเค้าได้เลยค่ะ จะเป็นลวดลายตาม ลายไม้ ที่น้องได้เตรียมมาค่ะ

น่ารักเชียว

จากด้านบนมองไปด้านล่าง ลองผายมือ หายใจเข้า-ออก ลึกๆ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมั้ยคะ ?

เหนื่อยจากงานลองเอามาทิ้งที่สะพานมอญแห่งนี้ก็ได้เนอะ แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่อีกรอบก็ยังไม่สาย ;)

เราลองมาดูบรรยากาศด้านข้างของสะพานกันบ้างค่ะ ก็แนวๆ ไปอีกแบบ

มาแบบคู่รักก็ฟินกันไปอีก :)

เดินชิวไป ชิวมา เผลอแปปเดียววันนี้พระอาทิตย์ ก็ทิ้งกันไปซะแล้วววววว

เดินทางกลับที่พัก ป้อมปี่ กันเถอะ สำหรับคืนนี้ ก็ผ่านกันไปแบบทริปแน่นๆ แต่ไม่เห็นจะรู้สึกเหนื่อยเลยซักนิดเนอะ ว่าไหม?

ไปที่ไหนก็รู้สึกผ่อนคลายไปซะหมด สำหรับคืนนี้ หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะคะ :)

เสียงนกร้อง แข่งกับไก่ขัน เป็นสัญญาณว่า รีบตื่นเตรียมตัวไปเที่ยวต่อกันได้แล้ว

มาทั้งทีจะยอมตื่นสายให้พระอาทิตย์ส่องก้นได้อย่างไร อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ทำภารกิจส่วนตัว แล้วไปลุยกันต่อเลยย...

สำหรับวันที่สองนี้ เราจะใช้ ความถึก และอดทน ของกล้ามเนื้อขา เพราะ เราจะเดินขึ้นไปยัง ' เขาสันหนอกวัว'

ระยะทาง 9 กิโลเมตร (สำหรับข้อมูล โดยละเอียด จะมาเขียนอีกครั้งในบันทึกถัดไปนะคะ ฝากติดตามต่อด้วยค่าาา)

วันนี้ขอเอารูปสวยๆ บนสันหนอกวัวมาฝากกันเรียกน้ำย่อยก่อนแล้วกันค่ะ

ที่นี่ได้ตราปั้มที่ 3 ของ 'อุทยานแห่งชาติเขาแหลม' มาด้วยยย


เราใช้เวลาในการอยู่บนสันหนอกวัว 1 คืน เช้าวันที่ 3 ก็เดินทางลงจากเขา เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับค่ะ

ที่สุดท้ายของเราก่อนกลับ ลงจากสันหนอกวัว แวะล้างตัว ที่ ' น้ำตกนางครวญ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู'

วัตถุประสงค์หลักๆ ของเราเลยก็คือ จะแวะล้างตัว เห็นน้ำตกชุ่มช่ำ ปั้มตราอุทยาน แล้วก็เดินทางกลับ

ในส่วนของการเดินทางเข้ามาอุทยาน ขับรถแยกจากถนนหลัก ประมาณ 22 กิโลเมตร จะเป็นทางลาดยางไปเรื่อยๆ

แต่ระยะทางก่อนถึงอุทยานประมาณ 3 กิโลเมตรนี่อาจจะต้องทำใจเผื่อไว้นิดดดนึง

เพราะทางจะเป็นถนนลูกรังอัดแน่น สะเก็ดหินจะเยอะหน่อย

และเมื่อมาถึงบริเวณด่านเก็บเงินของอุทยานฯ แล้ว ก็ขับต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะผ่านซุ้มป่าไผ่ ดูร่มรื่นดีค่ะ

จากนั้นก็ต้องจอดรถและเดินเท้า(อีกแล้ว) กันอีกประมาณ 700 เมตร เดินกันอีกซักนิดเนอะ เดินกันมาตั้ง 18 กิโลแล้ว

อีกแค่ 700 เมตร ก็คงไม่เป็นอะไร นิดเดียวเอง :)

ทางเดินก็ดี และ แย่ สลับกันไปค่ะ (ที่ว่าแย่ นี่ไม่ได้แย่มากขนาดนั้นนะคะ)


เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอกับน้ำตกชั้นที่ 1 - ธารานางรอ
และเมื่อเห็นชั้นที่ 1 แล้วก็อดใจไม่ไหว ขนาดชั้นที่ 1 ยังสวยขนาดนี้แล้วชั้นที่ 2 และ 3 ล่ะ จะสวยขนาดไหนกัน


การเดินทางจากชั้นที่ 1 ไปยัง ชั้นที่ 2 ต้องข้ามน้ำเย็นๆ ไม่ลึกเลยค่ะ ไปอีกฝั่ง


เดินเท้าบนบกอีกนิดและเราก็จะมาถึงชั้นที่ 2 - น้องนางบ้านนา

เห็นน้ำตกชั้นนี้แล้ว อ้าปาก ตาค้างไปชั่วขณะ พร้อมคำอุทานเบาๆ "โอ้โหววว"
อยากจะหยุดเวลาไว้ตอนนี้จริงๆ ไม่กลับได้ไหมมมมม ... ละอองน้ำปะทะหน้าเบาๆ คือ ........ สุขใจ กำไรชีวิต

จากชั้นที่ 2 ไปยังชั้นที่ 3 เดินไปเรื่อยๆ ก็ต้องข้ามน้ำตกไปอีกฝั่งนึง อีกครั้ง เหมือนได้ย้อนวัย กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
ข้ามไป ข้ามมา สนุกสนานกันเลยทีเดียวค่ะ น้ำเย็นเฉียบบบบ

ชั้นที่ 3 - สระอนงค์นาง สำหรับชั้นนี้ น้ำตกจะสูงที่สุด และแรงมากๆ แต่ก็ยังเล่นได้ ค่ะ

เนื่องจากน้ำเย็น ระมัดระวังเรื่องการเป็นตะคริวด้วยนะคะ



สำหรับการมาเที่ยวกาญจนบุรีในครั้งนี้ เราเก็บได้ทั้งหมด 4 ตราปั้มอุทยาน แล้วพบกันใหม่ในบันทึกการเดินทางถัดไปนะคะ
ไว้เราไปเก็บกระเป๋า ไปล่าตราปั้มอุทยานแห่งชาติพร้อมกันอีกครั้งนะคะ...

ขอบคุณอีกครั้งที่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนกันค่ะ :)


ขอบคุณ
ผู้เขียน นักล่าตราปั้มอุทยาน :)




ความคิดเห็น