เที่ยวเกาะสีชัง วันเดียว พันเดียว มีทอน! รีวิวโดย CHAILAIBACKPACKER

วันเดียวเที่ยวเกาะสีชัง :: เกาะสีชัง วันเดียวก็เที่ยวได้ แบบไปเช้า-เย็นกลับ เข้าสู่ช่วงหน้าร้อน ก็ต้องไปเที่ยวทะเล! แต่.. สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาในการเดินทางไปเที่ยวมากมายขนาดนั้น ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และก็มีที่เที่ยวอยู่เยอะแยะมากมายเหมือนกัน อย่างเช่นทริปนี้.. ผมจะพาไปเที่ยวทะ

เที่ยวเกาะสีชัง วันเดียว พันเดียว มีทอน!

เที่ยวเกาะสีชัง วันเดียว พันเดียว มีทอน!


วันเดียวเที่ยวเกาะสีชัง :: เกาะสีชัง วันเดียวก็เที่ยวได้ แบบไปเช้า-เย็นกลับ

เข้าสู่ช่วงหน้าร้อน ก็ต้องไปเที่ยวทะเล! แต่.. สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาในการเดินทางไปเที่ยวมากมายขนาดนั้น ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และก็มีที่เที่ยวอยู่เยอะแยะมากมายเหมือนกัน อย่างเช่นทริปนี้.. ผมจะพาไปเที่ยวทะเลใกล้กรุงกันที่ เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ทริปง่ายๆ ใช้เวลาเที่ยวเพียง 1 วัน ไปเช้า-เย็นกลับ ซึ่งอยากบอกว่า.. ทะเลที่นี่ก็สวยไม่แพ้กับทะเลที่อื่นๆ เหมือนกันนะ!


09.00 น. ออกเดินทาง!

เกาะสีชัง อยู่ใน จ.ชลบุรี คนส่วนใหญ่นิยมขับรถส่วนตัวไปเที่ยวกัน เพราะสามารถขับรถไปเที่ยวเองได้ง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน ใกล้ กทม. แค่นี้เอง แต่.. ก็มีบางส่วนอย่างเช่นผม ที่ชอบโดยสารรถขนส่งมวลชน หรือรถสาธารณะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทริปนี้เลยขอนั่งรถตู้ออกจาก กรุงเทพฯ มุ่งสู่ ท่าเรือเกาะลอย(ท่าเรือไปเกาะสีชัง) ในราคาสุดประหยัด ราคา 100 บาท ซึ่งวันนี้เหมือนจะออกเดินทางสายไปสักหน่อย ถ้าใครอยากเที่ยววันเดียวแบบอิ่มๆ แนะนำให้ออกแต่เช้าเลยนะครับ เมื่อขึ้นรถได้ก็งีบหลับพักผ่อนไป สักประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมง ก็ถึง ท่าเรือเกาะลอย ขาไปรถตู้จะไปแวะส่งถึงท่าเรือเลย แต่ขากลับ มักจะไม่ได้ขึ้นที่ท่าเรือ(ไม่แวะเข้ามารับ) ต้องนั่งตุ๊กตุ๊ก หรือ วิน ไปขึ้นที่ท่ารถด้านนอก ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ไกลมาก


11.00 น. ลงเรือไปเกาะสีชัง

รถตู้มาจอดที่เรือไป เกาะสีชัง ซึ่งที่นี่จะมีเรือออกทุกชั่วโมง ค่าเรือ 50 บาท นั่งประมาณ 45 นาที จะให้ดี วางแผนมาเกาะสีชังแต่เช้าๆ นั่งเรือขาไปเที่ยว 9:00 น. กำลังดี มีเวลาเที่ยวเยอะ และ กลับสัก 17:00 น. ซึ่งไม่ค่ำจนเกินไป จะได้ไม่ลำบากหารถต่อกลับ กทม. ซึ่งผมเดินทางมาทันเที่ยวเรือ เวลา 11.00 น. พอดี ไม่ต้องรอนาน และ บริเวณที่ซื้อตั๋วเรือ จะมีบริการให้เช่ามอเตอร์ไซค์ด้วย จะติดต่อจองรถไว้ก่อน หรือ ไปเช่าเอาที่เกาะก็ได้ ราคาไม่ต่างกัน แต่ไหนๆ ป้าคนเสนอให้จองรถหว่านล้อม มาซะขนาดนั้น ก็เลยใจอ่อนจัดไปตั้งแต่ท่าเรือนี้เลย เดี๋ยวจะไปรับรถอีกทีที่บนท่าเรือเกาะสีชัง

ระหว่างนั่งเรือจะพบกับวิวทะเลที่เต็มไปด้วยเรือ น้อย ใหญ่ และ ใหญ่มากๆ บรรยากาศของท้องทะเลดูมันช่างชิลซะเหลือเกิน


11.45 น. สวัสดี.. เกาะสีชัง!

ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึง เกาะสีชัง เมื่อขึ้นจากเรือเท่านั้นแหละ.. จะมีคนมารุมล้อม เสนอให้เช่ามอเตอร์ไซค์ มาเสนอที่พัก หรือ เสนอให้เช่าสกายแล็ปเที่ยวเกาะมากมายเลยทีเดียว บรรยากาศบริเวณท่าเรือจึงคึกคักมาก และใกล้ท่าเรือ จะมี "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" ต้องเดินขึ้นบันไดไปพอเหนื่อย นอกจากจะได้สักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้ว ตรงนี้ก็เป็นจุดชมวิวชุมชนบนเกาะที่สวยเหมือนกัน หรือ จะเดินขึ้นไปอีกหน่อย ก็เป็น รอยพระบาท ตรงนี้จะเป็นจุดชมวิวที่สูง และสวยดี

  • ถ้าชอบการเที่ยวแบบอิสระ ควรเช่ามอเตอร์ไซค์เที่ยวเลย 250 บาท/วัน(300 บาท/ค้างคืน) + มีแผนที่เที่ยวให้ ซึ่งหลังจากจองรถไว้ตั้งแต่ท่าเรือเกาะลอยก่อนลงเรือมาแล้ว ก็มารับรถได้ที่ท่าเรือเกาะสีชังนี้ได้เลย มีคนมารอส่งรถให้ที่ท่าเรือ แต่.. ถ้าใครขับมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น ก็มี สกายแล็ปเหมาพาเที่ยว (ราคามาตรฐาน) พาเที่ยว 4 จุดสำคัญรอบเกาะ ครึ่งวัน คือ สะพานอัษฏางค์ ช่องเขาขาด หาดถ้ำพัง และ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เป็นต้น ข้อดีของสกายแล็ป คือ มีร่มคอยกันแดด ไม่ร้อน ซึ่งถ้าแว๊นซ์มอไซค์เที่ยวเอง แดดร้อนจนเหงื่อไหลแน่นอน ระยะทางเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รอบเกาะ ไม่ห่างกันมาก เที่ยวได้สบายๆ
  • ถึงแม้ที่ท่าเรือเกาะสีชัง คนจะเยอะมาก ค่อนข้างจะวุ่นวาย แต่พอเข้ามาข้างในเกาะสักหน่อย ดูเงียบๆ ลงทันตาเห็น และ ในช่วงกลางวันก็เช่นกัน คนจะดูเยอะ ตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ แต่พอช่วงเย็นๆ เป็นต้นไป ความเงียบจะกลับมาเยือนอีกครั้ง (เพราะ นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยววันเดียวแบบไม่พักค้างคืน) ถ้าพักค้างคืน ส่วนใหญ่ ที่พักหรือรีสอร์ท มักมีบริการ รับ-ส่ง ท่าเรือฟรีสำหรับลูกค้า(รวมอยู่ในค่าที่พัก)

แนะนำถ้ามีเวลา ลองมานอนค้างสักคืนครับ พักผ่อนชิลล์ๆ จะได้บรรยากาศที่แตกต่างไป ซึ่งจะได้บรรยากาศตอน คนยังข้ามมาเที่ยวไม่เยอะ อย่างบรรยากาศ ตอนเช้า และ ตอนช่วงเย็น ที่คนกลับฝั่งไปหมดแล้ว คือช่วงเวลาที่สถานที่เที่ยวต่างๆ จะ เงียบ สงบ ไม่มีคน ถ่ายรูปได้แสงสวยๆ ได้อารมณ์โรแมนติก เลยล่ะครับ


12.00 น. สะพานอัษฎางค์

แว๊นซ์มอเตอร์ไซค์ ไม่ไกลจากท่าเรือ ก็มาถึงจุดแรก สะพานอัษฎางค์ ซึ่งถือว่าเป็น จุด Landmark สำคัญ ที่มาเกาะสีชังแล้วต้องไม่พลาด จะมองเห็นเรือนไม้สีขาวสวยงาม ทอดตัวออกไปในทะเล มาตั้งแต่ไกล

ในช่วงวันหยุด หรือ ช่วงเทศกาล นักท่องเที่ยวจะข้ามมาเที่ยวเกาะสีชัง และมาที่สะพานอัษฎางค์แห่งนี้เยอะมาก (แต่มักจะไม่พบเห็นชาวต่างชาติ) ถ้าอยากถ่ายรูปแบบไม่มีคน อาจต้องรอจังหวะดีๆ หรือ ถ้าชอบเที่ยวแบบคนน้อยๆ ให้ลองมาเที่ยววันธรรมดาดูครับ จะสงบและชิลล์ดีเหมือนกัน ยามเช้าวันใดที่ท้องฟ้าสดใส ฝนไม่ตก จะเห็นท้องทะเลทีสวยงาม มีเรือน้อยใหญ่ ลอยลำอยู่กลางทะเล เป็นฉากที่สวยงามให้ได้ถ่ายรูป และบรรยากาศโดยรอบสะพานอัษฎางค์แห่งนี้ ก็ซ่อนไว้ซึ่ง.. กลิ่นของความโรแมนติกที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง และ ใกล้ๆ กัน กับ สะพานอัษฏางค์ ก็จะมี "พระจุฑาธุชราชสถาน" เป็นพระราชวังบนเกาะแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5

เกาะสีชัง เป็น 1 ใน 24 เรื่องเล่า ที่ เขาเล่าว่า … " ที่ใดมีรักของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ที่นั่นย่อมอบอวลไปด้วยพลังแห่งรัก ณ เกาะแห่งนี้ เต็มไปด้วยเรื่องราวของ ความรัก ว่ากันว่า…ใครที่อยากเติมความหวานให้ชีวิต ยามเช้าให้ชวนกันมาเติมพลังแห่งรักกับแสงแรกของวัน ณ ปลายสะพานแห่งรัก และยามพระอาทิตย์ตกให้ไปอธิษฐานขอพรกลางช่องเขาขาด … "

1 ใน 24 เรื่องเล่า ที่ไม่ได้เล่าเพียงให้เราแค่เชื่อ.. แต่เล่าให้เราออกไปเห็น!


13.00 น. มื้อเที่ยง.. ที่ป้าหน่อยซีฟู้ด!

ใช้เวลาอยู่บนเกาะราวชั่วโมงกว่า ก็ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว ซึ่งมาเที่ยวเกาะ เที่ยวทะเลแบบนี้ทั้งที ก็ต้องหาอาหารทะเลทาน ซึ่งร้านอาหารทะเลสดๆ แถวนี้ก็มีเยอะ แต่ขอแนะนำร้านนี้เลย มาเที่ยวเกาะสีชังทีไรเป็นต้องแวะ ที่ "ร้านป้าหน่อยซีฟู้ด" มีให้เลือกอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกหลากหลาย ราคาประหยัด อยู่ระหว่างท่าเรือ ไปสะพานอัษฏางค์ นี่เอง

อาหารทะเลจากทะเลสดๆ สามารถสั่งได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ต้ม ทอด นึ่ ย่าง รับรองอร่อยทุกอย่าง ถูกใจแน่นอนครับ โดยเฉพาะน้ำจิ้มเขาเด็ดจริง!


14.00 น. หาดถ้ำพัง.. หาดนี้เล่นน้ำได้!

ถ้าสังเกตดู.. จากที่แว๊นซ์อยู่บน เกาะสีชัง จะไม่ค่อยเห็นพื้นที่ชายหาด หรือ พื้นที่ที่สามารถลงเล่นน้ำได้ของหาดสีชัง จะเห็นแต่เพียงโขดหิน หรือ หน้าผาหิน ในบางจุดเท่านั้น และ สำหรับ หาดถ้ำพัง แห่งนี้ เป็นหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้ของเกาะสีชัง ใครอยากเล่นน้ำจึงต้องมาที่หาดแห่งนี้ จะมีทุกอย่างคอยให้บริการเหมือนหาดท่องเที่ยวทั่วไป เช่น มีเตียงผ้าใบ เช่าห่วงยาง และร้านอาหารบริการ ซึ่งทางลงไปหาดถ้ำพัง ค่อนข้างชัน มาแถวนี้ต้องขับขี่อย่างระวังกันหน่อยนะครับ โดยระหว่างทางไปหาดถ้ำพัง จะมีทุ่งหญ้าสวยๆ สำหรับเป็นฉากถ่ายรูปเล่นชิคๆ ด้วยล่ะ

จะสามารถพบเห็นต้นลีลาวดีได้รอบๆ เกาะ และนี่แหละ คือ ฉากไว้สำหรับถ่ายรูป.


15.00 น. จิบกาแฟ พักผ่อนหลบแดด

บนเกาะสีชังมีร้านกาแฟเก๋ๆ ไว้หลบแดด ไปตากแอร์เย็นๆ ชื่อ ร้าน Blue Flower อยู่ระหว่างเส้นทางจาก ท่าเรือ ไป สะพานอัษฏางค์ เข้ามาภายในร้านเพื่อนั่งพักหลบแดดกันสักนิดหน่อย ไหนๆ ทริปนี้ ก็เน้นพักผ่อนๆ สบายๆ อยู่แล้ว

ตอนแรกอยากจะจัดกาแฟเย็น แต่ขอเปลี่ยนใจเห็นโต๊ะข้างๆ สีสันมันน่าลองดี ก็เลยจัดเลียนแบบเขาสักหน่อย สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาลองสักแก้ว


16.00 น. ชมวิว..ที่ช่องเขาขาด

เดินทางไปต่อยังสถานที่สุดท้ายของวันเดย์ทริปนี้ที่ ช่องเขาขาด ซึ่งเขาว่ากันว่า.. จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมาก แต่ทุกช่วงเวลาก็สามารถแวะมาชมวิวที่นี่ได้ บรรยากาศดีชมวิวได้สุดลูกหูลูกตา เลยทีเดียวครับ

ช่องเขาขาดแห่งนี้ จะมีสะพานทอดยาวยื่นออกไปยังแหลมหน้าผาด้านล่าง บรรยากาศดีมากๆ เพราะมีลมพัดโชยตลอดเวลา และ บริเวณนี้เต็มไปด้วยโขดหินมากมาย จึงเป็นแหล่งที่ อยู่ อาศัยของตว์น้ำหลายชนิด ด้านล่างช่องเขาขาดมีทางเดินไปจนสุดปลายแหลมค่อนข้างจะเดินไกล ถ้ากลัวเหนื่อย ยืนชมวิวอยู่ข้างบนนี้จะดีที่สุด


17.00 น. เดินทางกลับ อำลาเกาะสีชัง!

รู้สึกเสียดายที่ต้องรีบกลับก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ถ้าอยากเห็นภาพนั้นก็คงต้องค้างคืนสักคืนอย่างที่ได้บอกไปครับ ผมรีบเดินทางกลับมาให้ทันรอบเรือที่ได้กะเอาไว้ คือ รอบ 17.00 น.

  • เรือกลับฝั่งจะออกทุกชั่วโมง ควรกะเวลาให้ดี เพราะพลาดแล้วต้องรออีก 1 ชั่วโมงเลย มารอก่อนเรือออกสัก 15 นาที กำลังดีครับ อย่ากลับเรือตอนเย็นมาก สักรอบ 17.00 น. แบบนี้กำลังดีครับ เดี๋ยวจะหารถกลับ กทม. ลำบาก และ ไม่ถึง กทม.ดึกเกินไป
  • มาถึงท่าเรือก็เอามอเตอร์ไซค์ไปคืน การคืนก็คืนง่ายๆ จอด คืนกุญแจให้ โดยเขาไม่มาเช็ครถ หรือ ตรวจน้ำมันเลยสักนิด แล้วไปซื้อตั๋วให้เรียบร้อย ก็ยืนรอใกล้ๆ เวลาเรือจะออกค่อยเดินลงเรือก็ได้ครับ เพราะหาก ขึนไปรอบนเรือนานๆ อาจมีเมาเรือก็ได้
  • นั่งเรือจนกลับมาขึ้นฝั่ง.. บนตั๋วรถตู้ที่นั่งตอนขามาจะมีเบอร์โทรฯ อยู่ ลองโทรถามเขาว่าจะมาแวะรับที่เกาะลอยได้มั้ย? ซึ่งถ้าไม่ได้แวะมารับ.. ก็นั่ง วินมอเตอร์ไซค์ หรือ ตุ๊กตุ๊ก ออกไปขึ้นที่ท่ารถที่อยู่ไม่ไกลได้ และคำตอบที่ได้รับหลังจากโทรสอบถามก็คือ ผมต้องนั่งวินฯ ออกไปขึ้นรถตู้เอง เมื่อเรือมาจอดเทียบท่าที่เกาะลอยก็รีบเดินไปหาวินฯ เพื่อนั่งรถไปท่ารถตู้กลับเข้า กทม. ต่อไป

ถ้าหากมีเวลา หรือ รู้สึกหิว ที่ ท่าเรือเกาะลอย มีร้านอาหาร และร้านขายของพอหาซื้อของฝากกลับไปได้ ทริปนี้เป็น ทริปวันเดียวเที่ยวเกาะสีชัง วันเดียวได้สบาย ถ้าไม่ได้กินอะไรเยอะแยะมากมาย ทริปนี้ทั้งทริป แบงค์พัน มีทอน!



การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker

Instagram : CHAILAIBACKPACKER

Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9

ความคิดเห็น