Slow Life @ เกาะหมาก สุดยอด Low Carbon Destination รีวิวโดย น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา

เหมือนฝันที่หวังไว้กลายเป็นจริง เมื่อวันนี้เมืองไทยมีสถานที่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ที่คนในถิ่นพร้อมใจร่วมแรงนำท้องถิ่นตนมุ่งสู่การท่องเที่ยวชนิดเป็นมิตรกับโลก สู่จุดหมายปลายทางที่ยั่งยืน ในยุคกระแสการเดินทางท่องเที่ยวบูมเต็มพิกัด ยิ่งออกเดินทางกันยิ่งเพิ่มภาวะโลกร้อนม

Slow Life @ เกาะหมาก สุดยอด Low Carbon Destination

Slow Life @ เกาะหมาก สุดยอด Low Carbon Destination









เหมือนฝันที่หวังไว้กลายเป็นจริง เมื่อวันนี้เมืองไทยมีสถานที่ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ

ที่คนในถิ่นพร้อมใจร่วมแรงนำท้องถิ่นตนมุ่งสู่การท่องเที่ยวชนิดเป็นมิตรกับโลก สู่จุดหมายปลายทางที่ยั่งยืน

ในยุคกระแสการเดินทางท่องเที่ยวบูมเต็มพิกัด ยิ่งออกเดินทางกันยิ่งเพิ่มภาวะโลกร้อนมากขึ้นโดยปริยาย จริงมั้ย

เราพากันปล่อยมลภาวะนับตั้งแต่คาร์บอนจากยวดยานจำนวนมากที่ขนส่งนักท่องเที่ยวเอย

คาร์บอนจากกระบวนการขนส่งวัตถุดิบสำหรับใช้ประกอบอาหารการกินเอย

ซึ่งส่วนใหญ่รีสอร์ท โรงแรมจำนวนมากมายต้องเน้นสั่งวัตถุดิบจากแหล่งไกลๆ

แม้แต่จากนำเข้าจากแหล่งต่างประเทศก็มากมาย

การบริโภคจำนวนมหาศาลเหล่านี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หันมาดูทางฝั่งนักท่องเที่ยวเองบ้าง ที่การท่องเที่ยวคือการย้ายที่พักผ่อน ย้ายไลฟ์สไตล์ไปต่างจังหวัด

เราใช้พลังงานกันอย่างบ้าคลั่ง เต็มที่กว่าตอนอยู่บ้านเราเองอีก

เช่นแม้ไม่อยู่ในห้องพักก็ยังต้องเปิดแอร์เต็มที่ เปิดทีวีทิ้งไว้ เราปล่อยน้ำไหลทิ้งในอ่างจากุชชี่ เราอาบน้ำอุ่นกันเต็มที่แม้จะไม่หนาว




การท่องเที่ยวในนิยามใหม่



Low Carbon Travelling



เราไปเที่ยวกันอย่างรักษ์โลกมากขึ้น อาศัยความพร้อมใจของทุกภาคส่วน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในท้องถิ่นเองสนับสนุนและร่วมแรงร่วมใจ

เกาะหมากเป็นพื้นที่แห่งแรกในโครงการ Low Carbon Destination ของไทย

ที่ขับเคลื่อนริเริ่มโดย อพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน )

ริเริ่มและเข้าพื้นที่ทำความเข้าใจกับคนบนเกาะหมาก

จนทุกวันนี้สถานประกอบการต่างๆ เช่นร้านค้าร้านอาหารต่างหันมาเน้นวัตถุดิบจากบนเกาะเองเป็นหลัก

ปลูกผักกันเอง หมุนเวียนตามฤดูกาล เมนูซีฟู๊ดที่เน้นของทะเลสดๆ

ปรับเปลี่ยนรายวันตามแต่เรือประมงในท้องถิ่นจะหาอะไรมาได้ ลดการขนส่งนำเข้าจากบนฝั่งแค่นี้ก็มีส่วนไม่ช่วยเพิ่มภาวะโลกร้อนแล้ว

แม้จะเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ที่ไม่สามารถช่วยลดโลกร้อนก็ตามที ยังสถานประกอบการรีสอร์ทต่างๆ ก็หันหาพลังงานสะอาด

ทยอยติดตั้งแผงโซล่าเซลกัน หลายแห่งแม้แต่สระว่ายน้ำก็ทำความสะอาดด้วยการพึ่งพาแหล่งพลังงานโซล่าเซลเช่นกัน

แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างพวกวัสดุสิ้นเปลืองเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติทดแทน

การขจัดขยะก็ทำการอย่างเป็นระบบมีหลักวิชาการ

คนบนเกาะเองก็พร้อมใจกันทำให้สังคมบนเกาะน่ารัก น่าไปเที่ยว ผู้คนบนนี้เป็นมิตร ไม่มีขโมยขโจร ไม่มีคดีตีรันฟันแทง

หรือแม้แต่คดีทำร้ายนักท่องเที่ยวก็ไม่ปรากฏมานานนับสิบสิบปีแล้ว

เกาะหมากมีประวัติคนมาตั้งถิ่นฐานอาศัยยาวนานร้อยปีเศษแล้ว การท่องเที่ยวก็มีมาร่วม 50 ปี

แต่ที่นี่กลับไม่เจริญรุดหน้าจนเสื่อมถอยรวดเร็วเหมือนอย่างหลายๆ ที่ ทุกวันนี้กลับมีแนวโน้มที่จะยั่งยืนๆ

อยากจะบอกว่ายุคนี้กระแสผู้หญิงคนเดียวเที่ยวปลอดภัยมั้ยที่มักเห็นตั้งกระทู้ถามกัน ที่นี่เลย ปลอดภัยแน่

จขบ.ไปสัมผัสมาแล้วยอมรับตามนั้นและอยากบอกต่อ





เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นรักแรกพบระหว่างผมกับเกาะหมาก

เก็บความประทับใจในช่วงเวลาเล็กๆ ที่ได้ไปสัมผัสที่นั่น มาฝากกันครับ





เกาะหมาก กม. o
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาะหมาก

N11° 48.352' E102° 29.145'

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาะหมาก เป็นบ้านไม้เก่าสองชั้นริมทะเล สีขาวอายุเก่าแก่กว่า 110ปี

ตั้งอยู่อ่าวนิด ใกล้ท่าเรืออ่าวนิด ที่ที่เรานั่งเรือสปีดโบ๊ทจากท่าเรือกรมหลวงฯ แหลมงอบมาขึ้นเกาะ

คุณธานินทร์ สุทธิธนกูล หรือพี่เอก ภัณฑารักษ์เจ้าบ้าน,ผู้สร้างและผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหลังนี้ ต้อนรับและพาชม

พร้อมเล่าเรื่องราวแต่เดิมมาให้เราฟัง บรรพบุรุษเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่เกาะปอ เราอยู่เกาะปอ เกาะเล็กๆ ในเขตเกาะกงของกัมพูชา

ที่สมัยนั้นยังเป็นดินแดนของไทยเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ต่อมารัชกาลที่ 5 ต้องทรงยอมแลกดินแดนเสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณไป

เพื่อได้จันทบุรีกับตราดกลับคืนมา จึงย้ายจากเกาะปอมาอยู่ที่ตรงนี้ ตั้งแต่ พ.ศ.2447 โดยรวมเราอยู่กันที่นี่มา 110ปี

นี่เป็นเรื่องราวเพียงบางส่วนจากปากคำของพี่เอก เราจะรู้จักความเป็นมาของคนบนเกาะหมากอย่างดียิ่งๆ

ขึ้นเพียงแวะมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาะหมากแห่งนี้กันก่อน แล้วมาฟังพี่เอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังพร้อมพาชม

พี่เอกยังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงพาชุมชนคนเกาะหมากก้าวสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

ตามคอนเซ็บ Low Carbon Destination เพื่อให้เกาะหมากยั่งยืนยาวนานที่สุด








การมาสัมผัสเกาะหมากครั้งแรกของผมในครั้งนี้โชคดีมากที่ได้คนสองท่านนี้มาดูแล

คุณสุ (ซ้าย ) ผู้ช่วยอบต.เกาะหมาก ผู้ที่แม้เป็นคนต่างถิ่น //มาจากจันทบุรี แต่ก็มาหลงเสน่ห์และปักหลักอยู่เกาะหมากมา 3 ปีแล้ว

เธอเป็นคนมีอัธยาศัยดีมากๆ

และเราโชคดีที่สุดที่ได้มักคุเทศก์พาซอกแซกเกาะหมากเป็นเธอคนนี้ High Recommend เลย

คุณบอล (ขวา) คนหนุ่มมากความสามารถจับงานใหญ่ๆ มาเยอะ และมาหลงรักเกาะหมาก ปักหลักยืนยาวอยู่ที่นี่

มา 13 ปีแล้ว ผมชอบแซวคุณบอลว่าเป็นเหมือนจอมยุทธแอบมาฝังตัวบนเกาะนี้

สองคนอาสามาเป็นคนพาผมตะลอนๆ ทัวร์ครับ ขอบคุณมา ณ ที่นี้

มาครับ ตามคุณสุกับคุณบอลไปเที่ยวกัน








อ่าวบ้านใหญ่

N11° 48.805' E102° 27.268'

เรื่องราวต่อไปนี้ขอนำเสนอแบบไม่เรียงตามไทม์ไลน์นะครับ

หลังจากแนะนำให้พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาะหมากเป็นก้าวแรกเราควรแวะเพื่อไปทำความรู้จักความเป็นมาของเกาะหมากกันแล้ว

สถานที่ต่อไปที่น่าแวะคืออ่าวบ้านใหญ่ เฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมองลงไปในทะเลแล้วเห็นว่าตอนนั้นน้ำลด รีบเลยครับ

ไปอ่าวบ้านใหญ่กัน ถ้าไปทันเราจะเห็นทะเลแหวก สันดอนทรายจะโผล่พ้นน้ำ

ทอดยาวเชื่อมเกาะระยั้งในเข้ากับเกาะหมาก


ผมไปไม่ทัน ! เสียดายมั่กๆ ทั้งที่เช้าวันนั้นน้ำทะเลลงเยอะเชียว แต่เรามาถึงสายไปหน่อย ไม่เห็นแม้สันทรายโผล่

แต่ก็ได้รางวัลปลอบใจ เพราะว่าทิวทัศน์แนวชายหาดที่นี่มันเด็ดสะระตี่เหลือเกิน มีทิวมะพร้าวสูงชะลูด เท่านั้นไม่พอ ยังพากัน

โน้มลำต้นเลี่ยหาดก่อนจะแทยงปลายตั้งฉากสู่ฟ้า โอ่ว สวยงาม

เกาะระยั้งในมุมมองจากอ่าวบ้านใหญ่








จุดต่อไปเรามาแวะชมแปลงผักกางมุ้ง

ผักปลอดสาร

ด้วยแคมเปญ Eat it Fresh หนึ่งในโครงการของ อพท. ซึ่งรณรงค์ให้ชาวเกาะหมากหันมาใช้วัตถุดิบผลิตเองปลูกเองในท้องถิ่น

เพื่อให้ได้เมนูอาหารสด สะอาด ปลอดสาร กับผักผลไม้ตามฤดูกาล แถมยังช่วยลดการขนส่งที่ต้องเผาผลาญน้ำมัน อันเป็นเหตุให้เกิด

การปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนจำนวนมากขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ผมได้แวะมาชมแปลงผักกางมุ้ง ปลอดสารแปลงนี้เป็นของคุณ จักรพรรดิ ตะเวทีกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ตราด

และเจ้าของเกาะหมากรีสอร์ท หรือคุณอาจักร ทายาทใหญ่หนึ่งในห้าตระกูลที่บุกเบิกเกาะหมากและริเริ่มโครงการปลูกผักปลอดสาร

ที่นี่ แปลงผักนี้ก็อยู่ด้านหลังเกาะหมากรีสอร์ทนี้เอง คุณอาจักรเป็นอีกหนึ่งหัวจักรสำคัญที่ช่วยนำร่องทิศทางเกาะหมาก

สู่แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว Low Carbon Destination

สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับผมไม่ใช่แปลงผักอย่างเดียว แต่คือเหล่า แมงมุม ประจำแต่ละมุ้ง

ที่เค้าจงใจเลี้ยงไว้เป็นกับดักธรรมชาติ คอยดักจับดักกินแมลงศัตรูพืชอีกทีหนึ่ง

เป็นกลยุทธที่แยบยลจริงๆ

นอกจากแปลงผักปลอดสารแล้วคุณอาจักรยังมีสวนมะพร้าวอีกนับร้อยๆ ไร่ ด้วย

ผมรีเควซว่าอยากเห็นดงมะพร้าวดกๆ คุณสุกับคุณบอลรีบจัดให้ทันใด พาพวกเราบึ่งแท๊กซี่ประจำ

เกาะมาชมสวนมะพร้าวตระการตา

อีกหนึ่งเสน่ห์ของเกาะหมากคือ เกาะหมากนี้มีเนื้อที่แม้จะกว้างขวาง

(ใหญ่เป็นลำดับสามในท้องทะเลตราด รองจากเกาะช้าง เกาะกูด)

แต่เนื่องด้วยเกาะนี้บุกเบิกและครอบครองพื้นที่โดยคนเพียงไม่กี่ตระกูล (5ตระกูล และเป็นเครือญาติกันทั้งสิ้น)

อีกประการหนึ่งคนบนเกาะหมากยังมีไม่มาก และคนต่างถิ่นเข้ามาทำมาหากินยังมีน้อย

ขึ้นเกาะหมากก็เลยเหมือนเข้าไปในบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง เหมือนเป็นแขกของทุกคนบนเกาะ

ทำให้รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย และทำให้อยากเที่ยวไปแบบซอกแซก เข้าออกจุดเล็กๆ

แม้กระทั่งหาร้านนั่งกินเราก็เลือกกินกันข้างทางร้านธรรมดาๆ

ร้านนี้ผมมานั่งกินเป็นมื้อเที่ยงแรกบนเกาะหมาก แม้จะเป็นร้านธรรมดาๆ แต่ป้าแป๊วไม่ธรรมดานะครับ

ป้าแป๊ว ร้านอาหารตามสั่ง

N11° 48.751' E102° 28.737'

ที่มีลูกค้าขาประจำเป็นฝรั่งมังค่ามากมาย ป้าแป๊วพูดฝรั่งได้ไม่กี่คำ เช่นเดียวกับลูกค้าฝรั่งที่พูดไทยแทบไม่ได้

แต่สองชาติก็ส่งภาษากันได้เข้าใจ

ต่างชาติพูดอังกฤษมาป้าแป๊วก็ตอบไทยไปสั่งอาหารได้อย่างเป็นที่เข้าใจ อเมซซิ่งมาก

ที่เกาะหมากนี้มีภูมิประเทศชายหาดหลากหลายมากๆ เกาะ

เมื่อมองจากมุมมองทางอากาศจะคล้ายเครื่องหมาย + หรือมองให้ดีดีจะเหมือนมังกรฝรั่ง Dragon ! ยามเมื่อนั่งเรือสู่เกาะ

เข้าเทียบฝั่งที่ท่าเรืออ่าวนิด ก็จะมองเห็นเกาะหมากมีลักษณะคล้ายมังกรจีน

เป็นชัยภูมิมงคลที่ซินแสประจำตระกูลจากเกาะปอ ถูกส่งมาเสาะแสวงหาแผ่นดินใหม่เพื่อย้ายถิ่นฐานใน

ครั้งนั้น ด้วยภูมิประเทศรอบเกาะที่เว้าๆ แหว่งๆ เกิดเป็นอ่าวและชายหาดมากมาย

ที่แปลกตาคือหลายๆ หาดมีลักษณะเฉพาะตัวต่างกันมากเช่นหาดนี้

(อยู่บริเวณใกล้ๆ Panorama resort) หินบนหาดมีลักษณะผิวดำด้านเหมือนจะเป็นเถ้าเก่าจากภูเขาไฟ!

ในขณะที่หาดอีกหาดหนึ่งซึ่งอยู่ถัดๆกันไปกลับเต็มไปด้วยหินแผ่นสีแดง! (อยู่บริเวณ Sunset resort)


เกาะหมากแม้มีพื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างราบ แต่ก็มีภูมิประเทศหลายส่วนเป็นเนินเขา เป็นภูเขา เราขึ้นมาบริเวณที่เป็นเนิน

มีรีสอร์ทอยู่บริเวณนี้หลายแห่ง เป็นจุดชมวิวกว้างๆ ของท้องทะเลเกาะหมากทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

จุดชมวิวหาดสวนใหญ่

N11° 49.103' E102° 27.791'

ตรงนี้เราสามารถมองเห็นเกาะขามในมุมสูงด้วย เกาะขามอยู่ใกล้เกาะหมากจัง เห็นแล้วอยากจิข้ามไป


เดินลึกเข้ามาตรงนี้จะมีจุดชมวิวหน้าเฉลียงบ้านพักของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง Lazy Day Resort

Zoom ด้วยเลนส์เทเล 400mm. เห็นหาดกะโขดหินยอดนิยมบนเกาะขามเลย

มองเยื้องไปทางซ้ายเห็นสะพานที่ยื่นลงไปในทะเลของ Cococape Resort ด้วย


ไหนๆ ก็เห็นสะพานไม้บน CocoCape Resort แล้วเราลงไปใกล้ๆ ไปเดินเล่นนั่งเล่นบนสะพานกันเลยดีกว่า

สะพานไม้สุดโรแมนติก @

Cococape Resort

N11° 49.234' E102° 27.718'


มาดูอีกหนึ่งจุดชมวิวมุมสูง ทางขึ้นเขาแผนที่ ที่ยอดสูงของเขาแผนที่นี้น่าจะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะหมากด้วย

สูงราว 80เมตร มีถนนขึ้นไปหน่อย แล้วต่อด้วยทางเดินเทรลอีกราว 15-30 นาที

ดูฟ้าฝนและเวลาแล้วพวกเราตัดสินใจชมวิวกันแค่ตรงจุดแวะแรก มองเห็นเกาะระยั้งในชัดเลยจากตรงนี้ (ที่เราตั้งใจไปชมทะเลแหวก

เมื่อเช้า) มองไกลออกไปเห็นเกาะระยั้งนอกอยู่ฉากหลัง และไกลสุดเลยคือเกาะกูด

จุดชมวิวทางขึ้นเขาแผนที่

N11° 48.792' E102° 27.012'


มื้อเย็นย่ำวันนั้นเราดินเนอร์ซีฟู๊ดกันที่ครัวอาหารชาวบ้านๆ อีกเช่นเคย ที่

ครัวคุณแหม่ม

N11° 49.003' E102° 27.765'

ถึงจะเป็นร้านธรรมดาๆ แต่ซีฟู๊ดสดๆ จากทะเลนะบอกเลย จิ้มซีฟู๊ดก็เด็ดมาก อร่อยแถมราคาประหยัดอีกต่างหาก


ผมใช้ชีวิตอยู่บนเกาะหมาก 2 คืน

แต่ว่านับวันได้เที่ยวจริงๆ ก็มีแค่วันเดียว เพราะวันแรกถึงเกาะตอนบ่ายแก่ๆ ก็เข้าที่พัก

ส่วนวันสุดท้ายตื่นมาก็เจอฝนตก ตกจนสายๆ ฝนหยุดก็ได้เวลาเตรียมตัวไปท่าเรือเพื่อนั่งเรือสู่ฝั่ง

สำหรับ 2 คืนที่ผมพักนั้น คืนแรกได้พักที่นี่ครับ

The Cinnamon Art and Spa

N11° 49.677' E102° 30.149'

รีสอร์ทสวยสงบ ความจริงก็ค่อนข้างจะเรียกว่ารีสอร์ทบนเกาะนี้เงียบสงบทุกที่ล่ะนะ

แถมแต่ละแห่งแข่งกันมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวด้วย

The Cinnamon Art and Spa อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก อยู่บนอ่าวตัน ค่อนๆ ไปทางแหลมสน

ทรงบ้านพักได้ใจ อย่างนี้เรียกสไตล์บาหลีรึเปล่าไม่รู้ ผมได้หลังนี้ Beach front ก้าวสองทีลงหาดไปเลย

นั่งๆ นอนๆ หน้าบ้าน จิบเบียร์ชมวิว ฟินเว่อร์ ที่สำคัญวิวตรงหน้าก็สวยด้วยสิ

ดูที่แก้วน้ำส้ม Welcome drink นะครับ ทำที่จับถือมาให้ด้วยวัสดุธรรมชาติหาได้ในท้องถิ่น ใบตอง

นี่แหละสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในการช่วยกันลดขยะ ลดโลกร้อน ^___^

บรรยากาศโดยทั่วๆ ไปภายในรีสอร์ทแถวๆ lobby


ที่นี่ก็มีสะพานไม้ทอดตัวยาวๆ สู่ทะเลด้วย เห็นเคลมว่าสะพานของซินเนม่อนนี้ยาวที่สุดในเกาะหมาก

วิวสะพานนี้มีต้นไม้แบบที่เห็นในภาพบนขึ้นขนาบอยู่หลายต้น สวยมาก

บนหาดบริเวณนี้ก็มีต้นไม้ผุดขึ้นกลางหาดอีกหลายต้นเช่นกัน

และก็ไม่ลืมสังเกตเห็นแผงโซล่าเซล ( Solar Cell ) บนสะพานนี้ด้วย

มีประมาณสองสามอันถ้าจำไม่ผิด ผลิตไฟส่องสว่างให้สะพานนี้

พึ่งพาพลังงานสะอาดมากขึ้นนั่นเอง เห็นว่าอนาคตจะทำเป็น Solar farm ด้วย

หม่ำมื้อค่ำกันครับ

บรรยากาศยามโพล้เพล้


เป็นคืนที่โชคดีมากๆ ด้วย คือนอนเล่นตรงเฉลียงแล้วเห็นดาวเยอะ เลยคว้ากล้องพร้อมขาตั้ง ลงไปยืนตรงหาดมองกลับมา

เห็นทางช้างเผือกกลางบ้านเลย

ถ่ายมาแบบเลนส์ไม่ค่อยจะไวแสง f ไม่กว้าง แถมไม่เคยถ่ายมาก่อนยังไม่ชำนาญพอ น๊อยซ์ตรึมเลย เหอะๆ

ไว้โอกาสหน้าจะแก้ตัวให้ดีกว่านี้

เช้าวันใหม่น้ำลด โห ตั้งใจว่าตื่นมาจะถ่ายภาพต้นนี้โผล่พ้นน้ำนะ นี้น้ำลดเยอะมาก เลยลงมาเดินเล่น

ที่หน้าหาดนี่นอกจากสะพานไม้สวยๆ ต้นไม้โผล่พ้นน้ำเก๋ๆ แล้ว พระเอกชูโรงอีก

อย่างหนึ่งคือ นั่นไง ไกลๆ โน่น ซากเรืออับปาง ไปดูใกล้ๆ กันดีกว่า


เป็นซับเจคพระเอกในการถ่ายรูปเลย ชอบมากๆ เดินวนถ่ายรอบเลยครับ ใครต้องการชมทั้งชุด คลิก ลิงค์ นี้ได้เลย

โพสเป็นอัลบั้มอยู่ในเฟสบุ๊ค


อีกแห่งหนึ่งที่ผมได้ไปพัก บอกได้คำเดียวสวยโรแมนติกไม่แพ้กัน

Seavana Beach Resort

N11° 49.268' E102° 28.012'

ตั้งอยู่แถวหาดสวนใหญ่ ห้องพักก็สวย เฉลียงมีเปลหลุม โฮะๆ ชอบเลย สุขีมาก หน้าบ้านพักก็ร่มรื่นมาก

ทำเป็นสนามหญ้าราบๆ มีต้นไม้ให้ร่มเงาไม้เยอะ บ้านพักแต่ละ

หลังเรียงรายขนานไปกับชายหาด

นอนตรงเปลหลุมฟังเสียงคลื่นเพลินเลย แต่เป็นที่น่าเสียดายผมเช็คอินดึกมาก และเช้าวันรุ่งฝนก็ดันมาตกอีกนี่สิ

ไปเกาะหมากคราวหน้าถ้าได้มาพักที่นี่อีก จะขอแก้มือใหม่

เก็บภาพให้ได้มากกว่านี้ นอนดูสายฝนอยู่นานกว่าฝนจะซาก็ได้เวลาแท็กซี่ของทางรีสอร์ทรอรับแล้ว

ไปส่งที่ท่าเรืออ่าวนิดเพื่อให้ทันเวลาเรือกลับฝั่งแล้ว มื้อเช้ายังทานไม่ทันด้วยซ้ำ บ๊ายบายเกาะหมาก



หลังฝนตก แดดออก ฟ้าแจ่มใส แต่ทางฟร้อนท์โทรมาตามว่าแท๊กซี่รออยู่ T T อดถ่ายรูป!


ตารางเดินเรือ Speed Boat แหลมงอบ-เกาะหมาก ลงเรือได้ที่ท่าเรือกรมหลวงฯ อยู่ตรงแถวๆ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง พิกัด 12.175759, 102.387961

ขอขอบคุณ อพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ) และน้องๆ อพท.ที่ช่วยประสานงาน

ขอบคุณคุณอาจักร คุณจักรพรรดิ ตะเวทีกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ตราด ที่เอื้อเฟื้อให้เข้าชมแปลงผักปลอดสาร

ขอบคุณพี่เอก คุณธานินทร์ สุทธิธนกูล ที่นำชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาะหมาก พร้อมเรื่องเล่าต่างๆ มากมาย

ขอบคุณมากสำหรับคุณสุ และคุณบอล 2 มัคคุเทศก์สุดพิเศษ

ขอบคุณ The Cinnamon Art and Spa Resort : www.kohmakcinnamonresort.com

และขอบคุณ Seavana Beach Resort : www.seavanakohmak.com

หมายเหตุ** โครงการ Low Carbon at Koh Mak นี้เป็นหนึ่งในโครงการ Low Carbon Destination ที่มีพื้นที่เชื่อมโยงทั้

งหมู่เกาะช้าง โดยเริ่มต้นโครงการที่เกาะหมากเป็นแห่งแรก

ฝากคอมเมนท์ไว้เป็นกำลังใจ หรือทิ้งร่องรอยให้รู้ว่าท่านมาเยี่ยมเยือนเรา นายน้ำฟ้า นะครับ โย่ว แล้วพบกันใหม่บล็อกหน้าครับ

ความคิดเห็น